fictober #haloxfictoberhalomynameisiq
Day 9 : Precious
  • #fictober
    D-9 : Precious
    Pairing : Hong Joochan x Son Youngtaek




    "ถ้าไปขโมยของที่มีค่าที่สุดในบ้านนั้นกลับมาไม่ได้ก็ไม่ต้องกลับมาที่บ้าน"


    นั่นเป็นคำขาดที่พ่อของผมยื่นให้ ท่านเป็นโจรฝีมือดีที่ขโมยของล้ำค่ามานักต่อนักแล้วอย่างพวกเพชรพลอยอะไรแบบนี้ แน่นอนว่าเขาก็สอนเทคนิคเหล่านั้นให้ผมด้วย ก่อนจะมอบภารกิจให้มาขโมยของจากคฤหาสน์หลังใหญ่ตรงหน้าผมในตอนนี้ เป็นครั้งแรกเลยที่ท่านให้ผมทำงานคนเดียว ผมจับกระดาษที่แปะประกาศหาคนสวนเพิ่มไว้ก่อนจะตัดสินใจกดกริ่งประตูบ้านไป ไม่นานนักพ่อบ้านก็ออกมาต้อนรับ ก่อนจะขโมยอะไรก็ต้องสำรวจพื้นที่ก่อนนั่นก็เป็นขั้นตอนแรก การเป็นคนสวนอยู่ที่นี่สักระยะก็คงไม่แย่สักเท่าไหร่ 


    ในระหว่างที่พ่อบ้านกำลังถามไถ่ผมว่าเป็นใครมาจากไหนแน่นอนว่าผมบอกนามสกุลปลอมไป ก่อนจะเล่าประวัติที่สร้างขึ้นมาให้พอดูสมจริงให้ฟัง ตาของผมก็เหลือบไปเห็นสิ่งมีชีวิตที่ยืนลับ ๆ ล่อ ๆ อยู่ด้านหลังประตูนั่น เป็นเด็กผู้ชายใส่เสื้อเชิ้ตสีขาวตัวสูง ๆ ที่ตอนนี้วิ่งแว้บหนีหายไปแล้ว


    บ้านหลังนี้มีผีด้วยหรือไงกัน มันจะโกรธที่ผมมาขโมยของรึเปล่านะ 


    ในวันถัดมาผมได้เริ่มอาชีพคนสวนของที่นี่ทันที งานก็ไม่ได้หนักมากเท่าไหร่ถ้าผมไม่ใช่คนสวนเพียงคนเดียวของบ้านนี้น่ะนะ พ่อบ้านบอกว่าคนเก่าลาออกไปที่ต่างประเทศและเจ้าของบ้านไม่ค่อยชอบใจนักถ้าหากมีคนมาทำงานในบ้านเยอะ ๆ 


    "ทำอะไรอยู่เหรอ?"


    ในขณะที่ผมรดน้ำต้นไม้ในสวนขนาดใหญ่อย่างเหม่อลอยอยู่ ๆ ก็มีเสียงของใครก็ไม่รู้ทักถามขึ้นมาด้วยความตกใจผมเลยหันไปมองโดยลืมไปว่ามือถือสายฉีดน้ำอยู่ ซึ่งมันโดนเขาเต็มๆเลย 


    "ขอโทษ!"


    ผมตะโกนขอโทษไปด้วยความตกใจ ก่อนที่เขาจะโบกมือเป็นการบอกว่าไม่เป็นไรแล้วสะบัดผมสองสามทีเพราะน้ำที่เปียกเต็มหัวของเขาไปหมดแล้วเสยผมขึ้นไปเลยทำให้เห็นใบหน้าของเขาชัดเจน ดวงตากลมโตที่เต็มไปด้วยความสงสัยนั้นจ้องมาที่เขาอย่างไม่วางตา จะว่าไปเขาคือคนเมื่อวานที่ยืนอยู่ตรงประตูนี่นา ไม่ใช่ผีหรอกเหรอ


    "นี่ๆ นายชื่ออะไรเหรอ?"


    "จูชาน แล้วนายเป็นใครกันเนี่ย เข้ามาที่นี่ได้ยังไง?"


    "ฉันชื่อยองแทคนะ ถ้าถามว่าเข้ามาได้ยังไงก็...อืม ที่นี่เป็นบ้านของฉันน่ะ"


    ลูกชายเจ้าของบ้านงั้นเหรอเนี่ย ผมเผลอเสียมารยาทไปรึเปล่านะ ไม่สิ ก็เสียมารยาทไปตั้งแต่ทำเขาเปียกไปตั้งแต่หัวจรดเท้าแล้ว เขายังคงสะบัดแขนเสื้อไปมาเพื่อให้มันแห้งไวขึ้นอยู่เลย หลังจากนั้นเขาก็วิ่งหนีหายไปในพุ่มไม้โดยไม่พูดอะไรก่อนจากไปเลย อย่างกับพวกกระต่ายขาวในสวนเลย 


    "คุณชายยองแทคน่ะเหรอครับ? อืม คุณชายเขาเป็นคนแปลกๆหน่อย..."


    ข้อนั้นไม่บอกก็รู้ ผมเอาเรื่องที่ผมเจอวันนี้มาถามพ่อบ้านระหว่างพักจากงานของคนสวน 


    "แต่คุณชายเป็นคนเรียนเก่งมากเลยนะครับ ในห้องของท่านมีพวกเกียรติบัตรอยู่เต็มไปหมดเลย"


    พวกอัจฉริยะมักจะเป็นแปลก ๆ กันตลอดรึเปล่านะ เดี๋ยวตอนกลางคืนแอบไปดูก็ได้ ยังไงซะผมก็คิดจะสำรวจทุกห้องในบ้านหลังนี้อยู่แล้ว 


    โชคดีที่ห้องของคนสวนยังอยู่ในตัวบ้านไม่ได้แยกออกไป ผมเลยทำการสำรวจได้ง่ายหน่อย คฤหาสน์หลังนี้ใหญ่เป็นบ้า มีห้องนอนที่ไม่มีคนอยู่เยอะแยะราวกับเป็นโรงแรมเลยแต่ผมก็ยังหาห้องที่เป็นห้องเก็บพวกทรัพย์สินมีค่าไม่เจอ ห้องของเจ้าของบ้านจะมีอะไรไหมนะ เขาไม่ค่อยกลับบ้านเสียด้วยสิ ทางสะดวกเลย แต่ก่อนที่จะถึงห้องของเขาผมก็ต้องหยุดชะงักไปเพราะมีห้องผมยังไม่ได้สำรวจอยู่ แถมประตูไม่ล็อคด้วย ไม่ระวังตัวเอาซะเลย


    ผมค่อยๆย่องเข้าไปในห้องนั้นเงียบๆในห้องเปิดไฟที่ไม่สว่างมากเอาไว้ พอมองดูรอบๆก็เห็นว่าห้องนี้เต็มไปด้วยหนังสือและเกียรติบัตร รวมไปถึงรางวัลต่าง ๆ ถูกใส่กรอบเอาไว้อย่างดี คงเป็นห้องของลูกชายเจ้าของบ้านที่ผมเจอเมื่อกลางวัน บางทีสมบัติอาจจะถูกซ่อนไว้ในห้องนี้ก็ได้ ผมต้องสำรวจ แต่ก็หันไปเห็นบนเตียงขนาดใหญ่จนเกินจำเป็นสำหรับนอนคนเดียว เขากำลังนอนหลับอยู่


    แอบเดินเข้าไปดูนิดนึงคงไม่เป็นไรหรอกมั้ง


    ผมค่อย ๆย่องเข้าไปข้าง ๆเตียงอย่างระมัดระวังเพราะกลัวเขาจะตื่น ใบหน้าตอนหลับก็ดูสงบดีนี่นา แต่ผมก็ไม่ได้เกลียดดวงตากลมโตที่เป็นประกายเพราะความสงสัยเมื่อตอนกลางวันหรอกนะ ว่าแต่ผมจะเสียเวลามายืนมองเขาตอนหลับทำไมเนี่ย 


    "จูชาน...?"


    อยู่ ๆเขาที่ควรจะหลับอยู่ก็ดันลืมตาโพลงขึ้นมาซะงั้น แถมยังหันมาทางผมที่ยืนตัวแข็งทื่อเพราะทำอะไรไม่ถูกอีกต่างหาก 


    "ทะ...ที่นี่คือความฝันน่ะ"


    เป็นข้อแก้ตัวที่ห่วยที่สุดเลย


    "แล้วทำไมฉันถึงต้องฝันถึงคนสวนคนใหม่ด้วยล่ะ?"


    "ก็ไม่รู้หรอก คนเราควบคุมความฝันไม่ได้นี่"


    "งั้นเหรอ อืม ก็คงเป็นแบบนั้นแหละเนอะ"


    เขาตอบกลับด้วยน้ำเสียงงัวเงียเพราะความง่วงก่อนจะเชื่อคำโกหกโง่ ๆของผมแล้วหลับตาไป ผมลอบถอนหายใจออกมาด้วยความโล่งอกก่อนจะรีบเดินหนีออกจากห้องของเขาแล้วกลับห้องของตัวเองแทบจะทันที


    "เมื่อคืนฉันฝันถึงนายด้วยแหละ!"


    เขาโผล่ออกมาจากพุ่มไม้จนผมตกใจอีกแล้วแต่โชคดีที่ครั้งนี้ผมไม่ได้รดน้ำต้นไม้อยู่ เสื้อเชิ้ตสีขาวที่ไม่เคยเป็นสีขาวของเขาเลอะดินจากในสวนเสียยิ่งกว่าผมที่เป็นคนสวนอยู่เสียอีก ผมพยักหน้าตอบเขาไปเล็กน้อยก่อนที่เขาจะเล่าเหตุการณ์เมื่อคืนที่ไม่ใช่ความฝันให้ผมฟัง


    "ฉันว่านะระหว่างเราต้องมีอะไรบางอย่างเชื่อมถึงกันแน่ๆ"


    "หา?"


    "ไม่งั้นอยู่ ๆฉันจะฝันถึงนายได้ยังไงกันล่ะ เอางี้ดีไหม เปลี่ยนจากเป็นคนสวนมาเป็นคนรับใช้ส่วนตัวของฉันดีกว่า! ฉันยังไม่เคยมีคนรับใช้ส่วนตัวเลย..."


    เขาพูดจบแล้ววิ่งหนีเข้าพุ่มไม้แล้วหายตัวไปอีกครั้ง โดยทิ้งให้ผมยืนงงอยู่ตรงนั้น ก่อนที่ไม่นานนักผมก็ได้หน้าที่ใหม่จากพ่อบ้านทันที เขาคงหายไปบอกเรื่องนี้นั่นแหละ หลังจากนั้นผมก็ต้องตัวติดกับเขาเกือบตลอดเวลา แต่ก็ดีหน่อยอย่างน้อยก็ไปไหนมาไหนในบ้านได้อย่างสะดวกขึ้น ถึงจะแย่ตรงที่เขาอยู่ไม่เคยนิ่งจนบางครั้งผมก็คลาดสายตาไปนี่แหละ


    "คืนนี้ไม่ต้องกลับห้องนอนนายก็ได้นะ นอนที่นี่แหละ เผื่อคืนนี้เราอาจจะฝันถึงกันอีกไง"


    แน่นอนว่าผมปฏิเสธคำสั่งนั่นไม่ได้ ตอนกลางคืนผมค่อยหาจังหวะชิ่งหนีออกไปสำรวจบ้านหลังนี้ต่อก็แล้วกัน 


    "ราตรีสวัสดิ์"


    เขาที่ตอนนี้เปลี่ยนชุดเป็นชุดนอนเรียบร้อยและกำลังนอนอยู่ข้าง ๆ นอนตะแคงข้างมาสบตากับผมแล้วกล่าวคำนั้นออกมาเบา ๆแต่ก่อนที่ผมจะกล่าวคำว่า 'ราตรีสวัสดิ์' กลับไป ดวงตากลมโตคู่นั้นก็ชิงปิดหนีไปก่อนเสียแล้ว ใบหน้าตอนหลับของเขานี่ดูสงบจริง ๆนะ ต่างจากในใจผมตอนนี้อย่างสิ้นเชิง ผมจะข่มตาหลับลงได้ยังไงเนี่ย


    และคืนนี้ผมก็ไม่ได้ไปสำรวจบ้านหลังนี้อีกครั้ง


    หลังจากนั้นผมก็ยังคงทำหน้าที่เป็นคนรับใช้ส่วนตัวให้เขา ไม่ว่าจะเป็นการช่วยแต่งตัว เอาอาหารเช้ามาให้ นั่งเล่นเป็นเพื่อนเขา บางทีเขาก็สอนความรู้ด้านวิชาการให้ผมนะถึงแม้ผมจะเข้าใจบ้างไม่เข้าใจบ้างก็เถอะ แน่นอนว่าด้านภารกิจที่ผมได้รับมานั้นแทบไม่คืบหน้าเลยแต่ของแบบนี้ถ้าใจร้อนไปอาจจะทำให้แผนเสียก็ได้ ผมไม่ได้รู้สึกแย่อะไรกับหน้าที่นี้เสียด้วยสิ จริงๆอยู่กับเขาก็สนุกดี


    การได้เห็นสีหน้าหลากหลายอารมณ์ของเขา รวมถึงการกระทำแปลกๆ ดวงตากลมโตที่มีประกายของความสงสัยอยู่ตลอดเวลา ใบหน้ายามหลับของเขาที่ผมอดมองไม่ได้อยู่เสมอ ผมไม่ได้เกลียดมันหรอกนะ


    "งานเลี้ยง?"


    "อื้อ คุณพ่อเขาจะจัดการประมูลสร้อยเพชรที่ราคาสูงมาก ๆอยู่น่ะ"


    ผมหูผึ่งทันทีที่ได้ยินคำว่าราคาสูง


    "มันมีค่าขนาดนั้นเลยเหรอ?"


    เขาเงยหน้าขึ้นมาจากงานของเขาที่กำลังเขียนอะไรสักอย่างทางวิชาการนั่นแหละ ผมถามไปแล้วรอบนึงแต่เขาก็อธิบายมายาวเหยียดจนผมไม่เข้าใจอยู่ดี เขาพยักหน้าเบา ๆก่อนจะพูดถึงมูลค่าของสร้อยเพชรนั่นต่อ งานประมูลงั้นเหรอ ยิ่งคนเยอะยิ่งตามจับตัวยาก ได้เวลาบอกลาหน้าที่คนรับใช้ส่วนตัวที่ผมทำมาเกือบเดือนเสียที


    คิดแบบนี้แล้วก็เหงาเหมือนกันแหะ


    แล้ววันงานก็มาถึงเหมือนว่าในงานจะเป็นงานปาร์ตี้สวมหน้ากากด้วย ดีเลย แบบนี้คงแฝงตัวเข้าไปกับกลุ่มคนได้ง่ายหน่อย


    "จูชาน ทำอะไรอยู่เหรอ? ไม่ไปหยิบเครื่องดื่มล่ะ?"


    ผมลืมซะสนิทเลยว่าหน้าที่ของผมมันไม่มีวันหยุด ถึงจะมีหน้ากากสีขาวปิดอยู่ครึ่งหน้าแต่มันก็ยังปิดแววตาที่เป็นประกายของเขาไม่มิด ผมเริ่มสงสัยเสียแล้วสิว่าสร้อยเพชรราคาหลายล้านจะเป็นประกายระยิบระยับได้มากกว่าดวงตากลมโตของคนตรงหน้าผมรึเปล่า


    แผนของผมก็คือทันทีที่เปิดประมูล ผมจะดับไฟในงานเลี้ยงแล้วอาศัยช่วงชุลมุนหยิบสร้อยเพชรไปแล้วหนีออกไปทางหลังคาทันที ครั้งนี้คงเป็นครั้งสุดท้ายแล้วที่ผมจะได้อยู่กับเขา เสียงของพิธีกรบนเวทีกล่าวเตือนเป็นการบอกว่าใกล้ถึงเวลาที่ผมจะต้องดับไฟแล้วทำตามแผน


    แต่ผมลืมไปว่าเขาเป็นคนที่อยู่นอกเหนือแผนการของผม ทันทีที่สร้อยเพชรถูกนำมาจัดแสดงบนเวที ผมดับไฟคนที่ยืนอยู่ข้าง ๆผมก็โผเข้ามากอดผมอย่างแรงทันที ผมลืมไปซะสนิทเลยว่าเขากลัวความมืดถึงขั้นที่ต้องเปิดไฟนอนทุกคืน เพราะเขาโถมตัวเข้าใส่อย่างแรงผมเลยเสียหลักหัวไปกระแทกกับขอบโต๊ะเข้าอย่างจัง แผนผมพังหมดแล้ว ก่อนอื่นก็เปิดไฟก่อนแล้วกัน 


    "จูชาน! นายเป็นอะไรไหม!"


    เขาเปิดหน้ากากที่ปิดหน้าของเขาไว้ครึ่งเดียวก่อนจะมองสำรวจว่าผมเจ็บตรงไหนรึเปล่า พอเขาเห็นรอยกระแทกที่หัวของผมก็รีบลากผมไปที่ห้องน้ำทันที พอไปส่องกระจกก็เห็นได้ชัดเลยว่ามันเป็นรอยแดงที่ชัดเจนมากบนหน้าผากเพราะกระแทกอย่างแรงนั่นแหละนะ


    "ขอโทษนะเพราะฉันโถมตัวใส่นายแท้ ๆ..."


    "ไม่เป็นไรหรอก มันไม่ได้เจ็บขนาดนั้น..."


    เขาขอโทษขึ้นมาด้วยน้ำเสียงรู้สึกผิดจนผมไม่กล้าโกรธหรือตำหนิอะไรเขา เขาเอื้อมมือมาจับที่รอยกระแทกของผมเบา ๆแล้วมองมันด้วยสีหน้าที่เต็มไปด้วยความรู้สึกผิด


    "ฉันคิดออกแล้วล่ะ! มีเวทมนต์ที่ทำให้หายเจ็บอยู่นะ หลับตาเร็ว เร็วสิ!"


    ผมตกใจเขาที่อยู่ ๆก็ตะโกนขึ้นมาระหว่างลูบรอยกระแทกบนหน้าผากของผม ก่อนที่ผมจะรีบหลับตาตามที่เขาสั่งเพราะความตกใจ สิ่งที่เขาทำหลังจากนั้นทำให้ผมตกใจจนแทบลืมตาขึ้นมา ริมฝีปากที่ปกติเอาแต่ถามคำถามกับทุกสิ่งรอบตัวประทับลงมาบนหน้าผากของผมเบา ๆ


    "ตอนเด็ก ๆแม่ฉันบอกว่าทำแบบนี้แล้วจะหายไวขึ้นน่ะ"


    เขาผละออกมาพร้อมกับผมที่ลืมตาขึ้นแล้วยิ้มให้ผมที่ยังคงนิ่งสนิทเพราะความตกใจพร้อมกับความรู้สึกแปลก ๆในอกอยู่ เขายังคงยิ้มอย่างสดใสแล้วมองผมมาด้วยแววตาที่เป็นประกายและดูมีค่าเสียยิ่งกว่าสร้อยเพชรที่ถูกจัดแสดงเมื่อครู่มาทางผม 


    "เอ่อ ขอตัวก่อนนะ..."


    เพราะอยากหลบหนีไปจากความรู้สึกแปลก ๆที่กำลังก่อตัวในอกเมื่อครู่ ผมเลยรีบวิ่งหนีออกมาจากห้องน้ำแล้วไปทางที่ผมเตรียมไว้สำหรับหลบหนีตอนขโมยสร้อยเพชรสำเร็จ ไม่คิดเลยว่าผมจะต้องเอามันมาใช้เพื่อหนีลูกชายเจ้าของบ้านนี้ ผมขึ้นไปนั่งบนหลังคาคฤหาสน์หลังใหญ่ก่อนจะยกมือขึ้นจับหน้าผากของตัวเอง


    ของที่มีค่าที่สุดในบ้านนี้งั้นเหรอ? ผมคิดแล้วแอบลอบยิ้มออกมากับตัวเอง


    ผมคิดว่าผมได้รับมันมาแล้วล่ะ




    #haloxfictober



    playlist :

    Killerblood - The Black Case



Views

เข้าสู่ระบบเพื่อแสดงความคิดเห็น

Log in