my memories of SEVENTEENiamyellow
Review SEVEENTEEN museum & café, Shibuya
  • ย้อนกลับไปช่วงเดือนเมษา เรากับเพื่อนมีแพลนจะไปญี่ปุ่นกันช่วงเดือนมิถุนา ด้วยความติ่งเซบงก็เลยชวนเพื่อนไปคาเฟ่กับมิวเซียมซึ่งเพื่อนที่ไปกับเราก็ไม่ได้ติ่งเซบนะ แต่ว่ามันเป็นคนส่งลิ้งก์ปล่อยเกาะมาทำให้เราติ่งเซบจนถึงทุกวันนี้ ก็เลยชวนมันไปด้วยซะเลย555555555555

    –ตรงนี้เป็นตอนเราจองคาเฟ่และวึ่นวือตั่งต่างๆ สามารถข้ามไปได้นะคะ–

    ตอนแรกอ่ะที่เรามีแพลนจะไปญี่ปุ่น เซบยังไม่ได้ประกาศว่าจะมาเปิดคาเฟ่ที่ชิบูย่า เราก็คิดว่านกละ แต่อยู่ๆเพลดิสก็ประกาศเปิดคาเฟ่ที่ชิบูย่ามั้ง เราก็เลยแบบรีบจองเลย เพราะว่ามันเต็มเร็วอ่ะเนอะ ก็เข้าเว็บseventeen17-cafe.jp ซึ่งการจะไปคาเฟ่เซบนั้น ยากตั้งแต่sign upละ (ตอนนั้นแบบจะร้องไห้) คือภาษาญี่ปุ่นหมดทั้งเว็บ (ตอนนั้นก็ใช้กูเกิ้ลทรานสเลทช่วย) ละมันจะมีที่ให้กรอกชื่อ ซึ่งกรอกเป็นภาษาอังกฤษไม่ได้ ต้องกรอกเป็นภาษาญี่ปุ่นเท่านั้น เราแบบเคว้งคว้าง.... ความรู้ภาษาญี่ปุ่นเราเป็นศูนย์เลยอ่ะ ไม่รู้ว่าชื่อตัวเองเขียนเป็นภาษาญี่ปุ่นยังไง ลองสมมติชื่อคนญี่ปุ่นมาลองกรอกก็กรอกไม่ได้ ,__,
    โชคดีที่ตอนนั้นไปเจอพี่คนนึง (เหมือนเขาจะอยู่ที่ญี่ปุ่นมั้ง) เขากำลังจะไปคาเฟ่เซบเหมือนกัน เราก็เลยdmไปหาเขาให้เขาช่วยเรา พี่เขาใจดีมากๆๆ แบบเราติดตรงไหนก็dmไปหาพี่เขาตลอดเลย พี่เขาก็ช่วยเขียนชื่อเราเป็นภาษาญี่ปุ่นให้ จนsign upผ่าน เราก็จองวันที่13 มิถุนา รอบ18.10-19.30 ค่าจองก็คนละ 500 เยน (150บาท) พอจะจ่ายตังก็มีปัญหาอีก จ่ายไม่ได้ ตอนนั้นแบบอยากกรี๊ด ทำไมต้องยากขนาดนี้ จะdmไปถามพี่เขาอีกก็เกรงใจหน่อยๆ แต่สุดท้ายก็dmไปถาม เพราะตอนนั้นแบบทางตันแล้วจริงๆ ;-;
    พี่เขาบอกญี่ปุ่นส่วนใหญ่จะใช้บัตรเดบิตไม่ได้ ต้องใช้เป็นเครดิตเท่านั้นไรงี้ เราก็เลยไปเอาบัตรเครดิตแม่มาจอง ก็จองได้ 🎉

    อยากขอบคุณพี่คนนั้นมากๆที่ทำให้เราได้ไปคาเฟ่เซบหลังจากที่งมเข็มเองอยู่นานโข 55555555


  • หลังจากที่เรามาเหยียบประเทศญี่ปุ่น ✈️ เริ่มรีวิวมิวเซียมก่อนละกันเนอะ

    SEVENTEEN MUSEUM 2018

    มิวเซียมเซบอยู่ในห้าง shibuya modi | hmv & books shibuya 6F (ใกล้ๆกับคาเฟ่เลย)

    ค่าเข้าคนละ 500 เยน (150บาท) พอจ่ายค่าเข้าเสร็จ เราก็จะได้การ์ดสุ่มรูปเมมเบอร์มา1ใบ ซึ่งเราได้อูจี เมนเราเองงงง 🎉 โคตรโชคดี ;-; 


    พอเข้าไปข้างในก็มีลายเซ็นกับสแตนดี้ของแต่ละเมมเบอร์แบ่งเป็นยูนิต

    (ประมาณนี้ละกัน แสงมันอาจจะมืดๆไม่ค่อยสวยก็ต้องขอโทษด้วยนะคะ ; - ;)



    แล้วก็จะมีเป็นพวกภาพในคอนเสิร์ตที่ญี่ปุ่น


    มีพิมพ์มือเซบ แล้วก็ชุดที่ขึ้นแสดง


    วันที่เราไปเป็นวันธรรมดา แต่ว่าเป็นช่วงเย็นๆ คนแอบเยอะอยู่ประมาณนึงเลย แล้วคนส่วนใหญ่คือมากับเพื่อน แต่ว่าเพื่อนเราไปเดินช้อปอ่ะ เราแว้บมาที่มิวเซียมคนเดียวก่อน โคตรเหงาเลย อยากมีเพื่อนเป็นกะรัต 😭




    หลังจากที่ชื่นชมภาพนิ่งตั่งต่างไปแล้ว ก็ถึงเวลาของvr ซึ่งคิวที่รอดูvrนั้น...


    มันยาวมากกกกก เข้าไปดูได้ทีละสองคน (มีสองเครื่อง) ละคือถามว่าเรารอไหม คำตอบก็คือรอค่ะ 😂ยังไงก็ต้องได้ดูอ่ะ


    พอแถวกระดึ๊บมาเรื่อยๆจนถึงเรา คือตอนนั้นแบบแพนิคมาก เป็นบ้า คือทุกคนมากับเพื่อน แล้วเรามาคนเดียว แถมที่อธิบายการใช้vrก็เป็นภาษาญี่ปุ่นล้วน เน้นว่า ญี่ปุ่นล้วน โนอิงลิ้ช คือเราแบบทำไงดีวะ จะถามก็ไม่กล้า มองซ้ายมองขวา เข้าไปละแบบรู้สึกด้าวมาก สุดท้ายก็ตัดสินใจถามพี่พนักงาน ซึ่งตามสไตล์คนญี่ปุ่นคือไม่พูดอังกฤษกับเราเลย แต่เขาช่วยเราเต็มที่มากๆ แบบจัดการให้เลย เราแค่ดูอย่างเดียว ไม่ต้องกดอะไร ต้องขอขอบคุณพี่พนักงานไว้ ณ ที่นี้ 

    เนื้อหาในvrก็เป็นภาษาญี่ปุ่น ค่ะ ฟังไม่ออกอยู่ดี 😂 (ก็เลยใช้ใจฟังแทน5555555) นี่ดูไปสามสี่รอบ คือคลิปมันสั้นมาก นาทีครึ่งได้มั้ง 

    จับใจความในคลิปได้แค่คำว่าไฟท์ติ้งตอนจบ555555 แล้วก็จำได้ว่าพี่จองฮันยืนข้างพี่จอช แล้วพี่จีฮุนยืนข้างพี่ซึงชอลกับโฮชิ ประมาณนี้ (ประมาณว่าทุกคนยืนเป็นวงกลม แล้วเรานั่งอยู่ตรงกลาง)

    พอดูเสร็จ ก็หมดละ พอเดินออกมาตรงทางออกก็จะมีลายเซ็นกับข้อความของเมมเบอร์แต่ละคน (ที่เขียนเป็นภาษาญี่ปุ่น)


    ฝั่งตรงข้ามกับลายเซ็นก็เป็นผนังขาวๆเปิดmv call call callของเซบ แล้วพอออกมาข้างนอกก็จะเป็นพวกที่ขายของ มีโปสการ์ด สแตนดี้อะคริลิกตั่งต่างที่เขาเปิดพรีกัน แล้วก็มีบั้มwe make you ซึ่งทางเราก็ไม่พลาดที่จะซื้อ5555555


    สำหรับseventeen museumก็ประมาณนี้ละกันน

  • SEVENTEEN CAFÉ, SHIBUYA

    คาเฟ่อยู่ใน shibuya loft 2F



    ในที่สุดเราก็ได้มาเหยียบคาเฟ่ที่จองยากที่สุดตั้งแต่เคยไปคาเฟ่มาทุกที่ (ปกติคาเฟ่อื่นมันก็ไม่ต้องจองไหมล่ะ😂) แต่ความยากไม่ได้จบแค่ที่การจอง เพราะเราไปสายเกิน20นาที (มัวแต่ไปต่อแถวดูvrไง) ก็เลยเข้ารอบ18.10(รอบที่จองไว้)ไม่ได้  ตอนนั้นคือเหวอเลย แบบจะไม่ได้เข้าหรอ ร้องไห้ได้ก็จะร้องละ แต่เขาก็ใจดีนะ อาจจะเห็นว่าเรากับเพื่อนเป็นด้าวด้วยมั้ง เขาก็เลยให้เราเข้ารอบต่อไปแทน เรากับเพื่อนนี่แบบโล่งเลย อย่างน้อยก็ได้เข้าอ่ะเนอะ ก็เลยเปลี่ยนไปเขารอบ 18.50 แทน 


    พอเราได้คิวรอบต่อไปก็ต้องไปต่อแถวเพื่อรอสั่งอาหาร แล้วก็รับการ์ดสุ่มเมมเบอร์ก่อนเข้า ซึ่งทั้งพนักงานและใบสั่งอาหารเป็นภาษาญี่ปุ่นทั้งหมด มีแค่ชื่อเมมเบอร์ที่มีภาษาอังกฤษ เราก็เลยเปิดเมนู (ที่มีรูปให้) แล้วก็เทียบตัวอักษรญี่ปุ่นกับใบสั่งอาหารเลย จากนั้นก็ติ้กๆๆอันที่เราจะสั่ง พี่พนักงานก็เดินมาบอกประมาณว่า ต้องสั่งอาหารอย่างน้อยคนละหนึ่งอย่าง (เครื่องดื่มไม่นับ) แล้วก็ถ้าสั่งไปแล้ว สั่งเพิ่มไม่ได้อีกนะ อะไรประมาณนี้ 

    [ที่ตลกคือพี่พนักงานที่มาให้ใบสั่งอาหารเราอ่ะ เขาพูดอังกฤษได้ เราก็เลยเข้าใจ เรากับเพื่อนก็ขำๆกันประมาณว่าทำไมไม่เรียกพี่คนนี้มาพูดตั้งแต่ตอนที่มีปัญหาเรื่องรอบเข้า ปล่อยให้เรายืนงงกับภาษาญี่ปุ่นอยู่ตั้งนาน555555555]

    พอสั่งอาหารเสร็จเขาก็มาแจกบัตรคิวให้เข้าไปซื้อgoods เราได้เป็นคิวที่สองมั้งตอนนั้น ...



    ด้านหน้าคาเฟ่ (ตรงที่เราต่อแถว) ก็จะมีกรอบรูปลายเซ็นเมมเบอร์


    พอเข้ามาข้างใน มันสมกับเป็นloftจริงๆอ่ะ คือนอกจากข้างนอกคาเฟ่จะเป็นร้านloftแล้ว ข้างในก็เป็นคล้ายๆห้องloftเลย เพดานสูงๆ โคมไฟห้อยๆลงมาแล้วแสงก็ออกส้มหน่อยๆ (เราไม่ค่อยได้ถ่ายบรรยากาศมาเท่าไหร่เลยอ่ะ ;-; ) รอบๆก็มีโปรเจคเตอร์เปิดเอ็มวีเซบวนไปเรื่อยๆ เป็นการกินข้าวที่โคตรจะแฮปปี้




    พอเรานั่งไปได้แค่แปปเดียวเครื่องดื่มก็มาเสิร์ฟก่อนเลย

    เราสั่งเครื่องดื่มของพี่จีฮุนกับพี่จองฮันไป (เพื่อนตามใจ เพื่อนให้เราเลือก55555555)

    เครื่องดื่มเขาจะแถมที่รองแก้วมาตามเมมเบอร์ที่เราสั่ง ส่วนการ์ดคือการ์ดที่พี่พนักงานจะแจก(แบบสุ่ม)ตอนเข้า


    ซึ่งจริงๆตอนแรกเราแกะแล้วได้พี่จองฮันกับพี่จอช ตอนแกะออกมาแล้วได้พี่จองฮัน เราก็ทำเสียงตกใจนิดนึง (ก็อาจจะดังประมาณนึง5555) เพราะว่าพี่จองฮันเป็นเมนรองเรา แต่คือโต๊ะข้างๆหันมามองกันแบบพรึ่บอ่ะ ใช้คำว่า พรึ่บ!! (ความฮอทของพี่จองฮันในญี่ปุ่นเป็นยังไงวันนี้หนูเข้าใจแล้วค่ะ555555)

    ทุกคนดูอยากได้พี่จองฮันมาก เขาก็เลยถามประมาณว่าเราอยากแลกไหม เราก็บอกอยากแลกเป็นอูจี ตอนนั้นคือวุ่นวายมาก เรากับเพื่อนโคตรขำเลยอ่ะ เอามาพูดต่อกันไปอีกหลายวัน555555 ละโชคดีที่โต๊ะนั้นเขามีพี่จีฮุนพอดี เขาก็เลยแลกกับเรา (มีคนนึงได้ยินเราพูดว่าโฮชิมั้ง เหมือนเขาจะเอาการ์ดชิมาแลก แต่เราก็แบบอูจีๆ ไรงี้)


    พอแลกการ์ดเสร็จอาหารก็มาเสิร์ฟพอดี


    (เรื่องรสชาติเราขอไม่พูดถึงละกันเนอะ ลิ้นแต่ละคนคงไม่เหมือนกัน,,)


    นั่งกินไปได้ซักพัก ไม่ถึงห้านาที เขาก็เรียกคิวให้เข้าไปซื้อgoods เราก็ถามพี่ที่แลกการ์ดด้วยว่าแบบเราเข้าไปเลยได้ไหมนู่นนี่ เพราะพนักงานเขาเรียกเป็นภาษาญี่ปุ่นอ่ะเนอะ พี่ที่แลกการ์ดก็แบบเข้าไปได้เลยๆ เราก็เอาเลยจ้า เข้าไปดูนู่นดูนี่ แต่ว่าไม่ได้ซื้ออะไรมาก เพราะว่าเราพรีจากที่ไทยไปเกือบหมดแล้ว ซื้อแค่พวกแฟ้ม เข็มกลัด แล้วก็โปสการ์ด 

    เข็มกลัดแบบสุ่มเราซื้อมาสามอัน ได้พี่จีฮุน พี่วอนู แล้วก็พี่จุน คือแบบดวงดีมากตอนนั้นแกะได้เมนอีกแล้ว โคตรดีใจ5555555 [ละเราเอาไปขอแลกในทวิตก็มีคนอยากแลกพี่จองฮันเป็นพี่นูพอดี เราก็เลยมีเข็มกลัดเมนครบเลย]



    พอจ่ายตังค่าgoodsเสร็จ เราก็เข้ามากินต่อ พอกินเสร็จก็ลุกไปจ่ายตัง คือทุกอย่างรวดเร็วมาก เร็วแบบงงๆ5555555


    สรุป มื้อนี้เรากับเพื่อนเสียไป 5248 เยน (คนละ2624เยน / 787บาท) ถือว่าแพงพอสมควรเลยกับน้ำหนึ่งแก้วข้าวหนึ่งจาน แต่ก็ไม่เป็นไรเนอะ มาเอาบรรยากาศ จ่ายให้เซบงอะไรก็ถูกทั้งนั้นแหละ /กัดฟันพูด



    เย่! เราก็ขอจบการรีวิวคาเฟ่,มิวเซียมไว้เท่านี้เนอะะ นี่เป็นบทความแรกของเรา อาจจะเขียนไม่รู้เรื่องบ้างอะไรบ้าง ก็ต้องขออภ้ยด้วยนะคะะ (ถ้ามีคนเข้ามาอ่าน) เราอยากเขียนไว้เก็บเป็นความทรงจำ เผื่อวันไหนคิดถึง จะได้กลับมาอ่านอีก 🙂


    วันที่เราเขียนบทความนี้ เซบงกำลังจะคัมแบ็คอัลบั้ม YOU MAKE MY DAY ยังไงก็ฝากสนับสนุนด้วยนะคะะ 🙇🏻‍♀️🙇🏻‍♀️




    end

    @_iamyellow_





     

Views

เข้าสู่ระบบเพื่อแสดงความคิดเห็น

Log in