เราใช้คุ๊กกี้บนเว็บไซต์ของเรา กรุณาอ่านและยอมรับ นโยบายความเป็นส่วนตัว เพื่อใช้บริการเว็บไซต์ ไม่ยอมรับ
Your Story เรื่อง (ราว) ของคุณsujira_lr
คุยกับ “ฟ้า” เจ้าของภาพวาดที่เล่าเรื่อง
  •          ฉันได้รู้จักกับ “ฟ้า” ช่วงมัธยมต้น ตอนนั้นเรายังไม่ได้คุยกันมากเท่าไหร่เพราะเรียนอยู่คนละห้อง แต่ชมรมวาดการ์ตูนทำให้เราได้เจอกัน ผลงานของฟ้าโดดเด่นสะดุดตาฉันมากและจนถึงวันนี้ก็ยังคงเป็นเช่นนั้น


            ฟ้าเล่าให้ฉันฟังว่าเธอเริ่มวาดรูปมาตั้งแต่อนุบาล เริ่มจากการวาดตามหนังสือการ์ตูนและสมุดภาพ แต่จุดที่ทำให้เธอเริ่มชอบและจริงจังมากขึ้นคือตอนที่มีคนมาพูดชมผลงานของเธอ อีกเหตุผลหนึ่งคือเธอชอบเวลาที่เห็นภาพที่จินตนาการไว้ในหัวออกมาเป็นรูปร่างชัดเจนบนแผ่นกระดาษ เธอจึงเริ่มฝึกฝนอย่างจริงจัง และนั่นคือจุดเริ่มต้นที่ทำให้ฟ้ามีงานอดิเรกเป็นการวาดรูป


            ฉันถามถึงอุปกรณ์ที่ฟ้าใช้ในการสร้างสรรค์ผลงาน ฟ้าก็แนะนำอุปกรณ์มาให้เยอะแยะไปหมด สำหรับฟ้าถ้าเป็นงานที่ทำด้วยมือก็จะเน้นงานสีน้ำ “อุปกรณ์หลักเราใช้ดินสอ HB ร่างภาพ ใช้ดินสอสีตัดเส้นหลังลงสีเสร็จ ส่วนสีน้ำที่ใช้ประจำคือยี่ห้อ Shinhan กับ Winsor พู่กันของ Renaissance และกระดาษ Canson : Montval” แต่ช่วงหลังมานี้ฟ้าเริ่มหันมาทำงานดิจิตอลในไอแพดมากขึ้นและใช้แอปพลิเคชัน ibisPaint กับ iArtbook เพราะมีอุปกรณ์ครบและมีบรัชที่ถูกใจ


            ด้วยความที่ฉันรู้จักฟ้าจากงานสีน้ำฉันจึงถามถึงสิ่งที่ทำให้ฟ้าเริ่มฝึกวาดสีน้ำและถามถึงเสน่ห์ของการทำงานประเภทนี้ ฟ้าเล่าให้ฟังว่าตอนมัธยมต้นโรงเรียนสอนสีน้ำในคาบศิลปะ ประกอบกับช่วงนั้นเป็นช่วงที่ฟ้าเริ่มเล่นเฟซบุ๊ก ทำให้ได้เจอกับศิลปินที่ชอบ เกิดเป็นแรงบันดาลใจและอยากฝึกให้วาดได้แบบนั้นบ้าง 


            “สำหรับเรา เสน่ห์ของสีน้ำคือความโปร่ง เราชอบเวลาที่สีค่อย ๆ ไหลเข้าหากัน แล้วเวลาที่ทาทับสีอีกชั้นจะค่อย ๆ เข้มขึ้น เป็นกิจกรรมที่ฝึกสมาธิและความอดทนได้ดีเลย” ฟ้าหัวเราะ 



            ระยะหลังมานี้ฟ้าจะเน้นงานวาดดิจิตอล พอฟังฟ้าพูดถึงงานสีน้ำแล้วฉันก็ถามฟ้าว่าจะกลับไปทำงานสีน้ำแบบเมื่อก่อนไหม ฟ้าหัวเราะแล้วบอกว่าช่วงปิดเทอมก็ตั้งใจจะวาดสักรูป เพราะกลับไปดูรูปเก่า ๆ ที่เคยวาดแล้วมีไฟอยากกลับมาทำงานสีน้ำอีกครั้ง 


            สำหรับฉันแล้วงานสีน้ำเป็นงานที่ยากและต้องใช้ความอดทนสูงมาก คนวาดต้องใจเย็นรอให้สีแห้ง และต้องเป็นคนละเอียดมาก ๆ เช่นกัน แถมงานสีน้ำก็เป็นงานที่ต้องใช้อุปกรณ์เยอะ ถ้าชิ้นงานไหนมีขนาดเล็กก็ต้องใช้พู่กันเบอร์เล็กลงมาหน่อย ถ้าชิ้นงานขนาดใหญ่ขึ้นมาหน่อยถึงค่อยใช้พู่กันอีกเบอร์ที่ใหญ่ขึ้น เป็นงานที่ใช้ความประณีตจริง ๆ คนที่ใจร้อนแบบฉันคงทำงานสีน้ำไม่รอดแน่

    ปกติแล้วฟ้าชอบวาดรูปคนด้วยเส้นอันเป็นเอกลักษณ์ของเธอ ฟ้าบอกว่าเธอชอบวาดสีหน้าของตัวละคร เพราะอยากสื่อความรู้สึกของตัวละครออกมาให้คนดู 


            “แต่ช่วงหลังมานี้เราก็เริ่มฝึกวาดสิ่งของกับสถานที่ให้มากขึ้นนะ เราไม่อยากปล่อยให้พื้นหลังว่างเป็นสีขาวอีกแล้ว”




            ทุกวันเวลาเข้าทวิตเตอร์หรือเฟซบุ๊กฉันมักจะเห็นรูปที่ฟ้าโพสต์เสมอ เรียกได้ว่าเป็นสิ่งหนึ่งในชีวิตเลยก็ว่าได้ ฟ้าคอยลงรูปที่ตัวเองวาดอย่างสม่ำเสมอจนฉันพูดกับตัวเองว่า “โอ้โห ! ฟ้าเอาพลังในการสร้างสรรค์แบบนี้มาจากไหนกัน !” ถึงแม้ฉันจะไม่ได้วาดรูปอย่างจริง ๆ จัง ๆ มานานมากแล้วแต่ก็พอจะรู้ว่าการจะลงรูปดี ๆ ได้ทุกวัน วันละรูปนั้นไม่ง่ายเลย บางทีการวาดรูปก็เป็นมากกว่างานอดิเรกที่ทำฆ่าเวลาตอนว่างเพราะมันใช้เวลาและพลังงานมากกว่าที่ใครหลายคนคิด



            “เอาจริง ๆ ก็รู้สึกกลัวตัวเองที่พลังล้นแบบนั้นมากนะ เพราะเวลาที่เราไม่มีไอเดียวาดเราก็จะอดเอาตัวเองไปเทียบกับตัวเองตอนที่พลังล้นไม่ได้” ฟ้ายิ้มตอนพูดถึงตัวเองในเวอร์ชันพลังล้นเหลือ


            สิ่งที่ทำให้ฟ้ามีพลังวาดรูปได้ทุก ๆ วันคือการสร้างตัวละครมาเล่นกับเพื่อน ๆ ฟ้าจะคิดเรื่องราวของตัวละคร ลองจินตนาการว่าตัวละครจะทำอะไร รู้ตัวอีกทีก็ร่างภาพออกมาแล้ว


            แรงบันดาลใจของฟ้ามาจากศิลปินที่ฟ้าติดตาม ประกอบกับการเห็นภาพวิวทิวทัศน์แล้วอยากลองวาดให้ตัวละครของตัวเองไปอยู่ในฉากนั้นดู





            เอกลักษณ์หนึ่งในงานของฟ้าคือการสื่อสารผ่านภาพที่เพียงแค่มองก็สามารถรับรู้เรื่องราวและความรู้สึกในภาพได้ แทบไม่จำเป็นต้องมีคำอธิบายใด ๆ เป็นเหมือนกับภาพที่ถ่ายสกรีนช็อตมาจากภาพยนตร์ ฉันถามฟ้าว่านอกจากคาบศิลปะตอนมัธยมแล้วฟ้าได้ไปเรียนวาดรูปมาหรือเปล่า เพราะงานของฟ้าดูมีมิติ มีเรื่องราวและมีการพัฒนาไม่แพ้คนที่ได้รับการเทรนมาเลย


            “เราไม่เคยไปเรียนศิลปะจากที่อื่นเลย แค่ค่าอุปกรณ์ก็แพงมากแล้วก็เลยไม่ได้ไปลงคอร์สเสริมของที่ไหน ส่วนใหญ่ก็ศึกษาเอาเอง วาดสิ่งที่สนใจ แล้วก็ดูหนังวน ๆ ไปเพื่อศึกษาแสง สี องค์ประกอบของภาพและสีหน้าของมนุษย์ เพราะรูปของเรามีเป้าหมายคือการถ่ายทอดเรื่องราว ณ ขณะหนึ่งออกมา” 

    พอฟังจบฉันก็ได้คำตอบแล้วว่าทำไมภาพวาดของฟ้าถึงได้สื่อเรื่องราวและอารมณ์ได้เหมือนกับฉากในภาพยนตร์... 



            ในวงการวาดรูปจะมีศัพท์คำว่า “Commission” ซึ่งหมายถึงการจ้างให้นักวาดวาดรูปให้ตามที่เราสั่ง (เหมือนกับเศรษฐียุคเรอเนสซองส์จ้างศิลปินวาดรูปไว้ประดับบ้าน หรือใกล้ตัวอีกหน่อยก็คือการสั่งอาหารตามสั่ง บอกแม่ค้าว่าอยากกินกะเพราไก่ ขอไข่ดาวแบบยางมะตูม) บางครั้งฟ้าเองก็เปิด Commission เช่นกัน 


            “เวลารับ Commission เราสนุกที่ได้ลุ้นว่าลูกค้าอยากให้วาดอะไร เหมือนได้ออกจากเซฟโซนบ้าง แต่ความยากคือการรับความกดดันของตัวเอง เรากังวลตลอดว่าคุณภาพงานเราจะดีพอหรือยัง ลูกค้าจะชอบงานเราไหม รูปที่เราคิดว่าสวยมันจะสวยในสายตาเขาด้วยไหม และอีกเรื่องคือการตั้งราคา ไม่อยากกดราคาผลงานตัวเองแต่ก็ตีกับตัวเองในใจว่าเนื้องานได้เท่านี้จะกล้าขอเพิ่มราคาเหรอ เลยรู้สึกว่าความมั่นใจในตัวเองก็เป็นสิ่งที่สำคัญเวลาเปิดรับ Commission เหมือนกัน” 


            นี่เป็นสิ่งที่ฉันได้ยินจากคนที่เป็นศิลปินบ่อยมาก ไม่ใช่แค่ฟ้าแต่เป็นทุกคนรอบตัวที่วาดรูป โดยเฉพาะเรื่องการตั้งราคา การวาดรูปคือการสร้างสรรค์งานชนิดหนึ่ง ต้องใช้ทั้งเวลาฝึกฝนฝีมือและทำงานออกมา ใช้ทั้งเงินในการซื้ออุปกรณ์ (และอาจมีค่ายานวดแก้ปวดหลังบ้างบางครั้ง) การจ่ายเงินจ้างครั้งหนึ่ง ๆ จึงไม่ได้มีค่าแค่ “ผลลัพธ์” แต่รวมไปถึงค่าเวลาและเงินที่นักวาดใช้ในการฝึกฝนและทำงานแต่ละชิ้นออกมาด้วย 


             เห็นฟ้ามีไฟสร้างสรรค์เหลือล้นขนาดนี้ก็มีเวลาที่รู้สึกท้อบ้างเช่นกัน ฟ้าเล่าว่าเคยมีช่วงเวลาที่ท้อจนอยากเลิกวาดรูป สาเหตุมาจากการที่เธอโพสต์ภาพที่เธอตั้งใจวาดมาก ๆ แต่ไม่ได้รับการตอบรับมากเท่าที่หวังไว้ ส่วนใหญ่จะเป็นภาพตัวละครที่ฟ้าสร้างขึ้นมาเอง (หรือที่เรียกว่าตัวละคร Original) ผิดกับภาพที่เธอวาดตัวละครจากหนังหรือเกม (ในวงการเรียกว่า Fan art) ฟ้าเคยคิดว่า “ถ้าเราไม่วาด Fan art ก็คงไม่มีใครมาสนใจงานเรา” แต่ฟ้าก็ลุกขึ้นมาใหม่ด้วยการบอกกับตัวเองว่า “สิ่งที่เราทำมันคืองานอดิเรกนะ ถึงไม่มีใครสนใจแต่เราก็ยังสนุกกับการวาดตัวละครของเราได้” และอีกวิธีที่ฟ้าใช้ตอนที่รู้สึกท้อคือการออกห่างจากโซเชียลมีเดียไปทำอย่างอื่นอย่างเล่นเกม ดูหนัง วาดรูปเล็ก ๆ น้อยๆ ในสมุดให้ตัวเองรู้สึกผ่อนคลายลง




            ในอนาคตฟ้ายังไม่ได้วางแผนในเส้นทางนี้อย่างจริงจัง คงจะเอาการวาดรูปมาเป็นงานเสริม ยังไม่คาดหวังว่าจะได้วาดภาพปกนิยายหรือร่วมงานกับแบรนด์ใด ๆ ตั้งใจจะรับงานวาดจากลูกค้าที่สนใจงานของฟ้าโดยตรงไปก่อน ฟ้าพูดติดตลกว่า “แต่กว่าจะถึงวันนั้นก็อยากรู้สึกมั่นใจก่อนว่าจะสามารถรับ Commission ได้ประจำ ไม่ใช่มาเปิดรอบหนึ่งแล้วหายไปครึ่งปีถึงกลับมาเปิด” 


            ระหว่างคุยกันฉันก็รู้สึกได้ถึงแววตาที่เปล่งประกายของฟ้า สัมผัสได้ถึงความสุขเวลาฟ้าพูดถึงการวาดรูปซึ่งเป็นสิ่งที่เธอรักและทำมาโดยตลอด ฟ้าถ่ายทอดออกมาได้เหมือนกับว่าถ้าการวาดรูปเป็นคนคนหนึ่งก็ต้องเป็นคนที่ฟ้ารู้จักมานาน เป็นเหมือนเพื่อน หรือเป็นพี่น้องที่โตมาด้วยกันเลยทีเดียว

    นั่นคือมุมมองที่ฉันเห็น คราวนี้ฉันจึงลองถามฟ้าบ้างว่าฟ้ามองการวาดรูปเป็นอะไร มีความสำคัญอย่างไรกับชีวิตฟ้าบ้าง 


            “สำหรับเราแล้ว การวาดรูปเป็นเหมือนส่วนหนึ่งของการใช้ชีวิตไปแล้ว ในแง่ของจิตวิญญาณด้วย เหมือนเป็นเครื่องยืนยันตัวตนของเราและเป็นแรงขับเคลื่อนในการใช้ชีวิตของเรา เราอยากอยู่ต่อไปเรื่อย ๆ เพื่อภาพวาดและเรื่องราวของตัวละครที่เราสร้าง หวังว่าอย่างน้อยจะมีคนจดจำพวกเขาได้” 


    สิ่งที่ฟ้าพูดมาช่างเปี่ยมไปด้วยพลัง และใช่... สิ่งที่ฟ้าพูดมาไม่มีสิ่งไหนผิดเพี้ยนไปจากความจริงเลย


            สำหรับฉัน ไม่ว่าจะพูดในฐานะเพื่อนร่วมห้องสมัยมัธยมปลาย หรือในฐานะคนที่ติดตามผลงานของฟ้าทางทวิตเตอร์ ฉันมองว่าสำหรับฟ้าการวาดรูปเป็นมากกว่างานอดิเรกเพราะมันได้กลายเป็นส่วนหนึ่งของตัวตนฟ้าไปแล้ว ทุกครั้งที่เราผลงานของฟ้าพัฒนาก็เหมือนได้เห็นฟ้าเติบโตไปด้วย และแน่นอนว่าเราจะได้เห็นฟ้าและผลงานของเธอเติบโต พัฒนาต่อไปเรื่อย ๆ ในอนาคต




            ต้องขอบคุณการวาดรูปที่ทำให้เราได้มาเจอกัน และทำให้ฉันได้รู้จักผลงานรวมทั้งตัวตนของฟ้ามากขึ้น...





    หากท่านผู้อ่านสนใจติดตามผลงานของฟ้า สามารถติดตามได้ผ่านช่องทางเหล่านี้


    Twitter: @yf_mlcb (สำหรับลงภาพ Fan art) หรือ @tipip_mlcb (สำหรับลงภาพตัวละคร Original)

    Instagram: tiffy.fah 



    ขอขอบคุณ


    ฟ้า ผู้ให้สัมภาษณ์และเจ้าของภาพประกอบทุกภาพในบทความนี้



เข้าสู่ระบบเพื่อแสดงความคิดเห็น

Log in