เด็กบ้าไปเซิร์นVichayanun Wachirapusitanand
Day 8: นั่งรถเมล์เลยป้าย
  • ที่กรุงเทพฯ ผมจะประสบกับปัญหานั่งรถเมล์เลยป้ายครับ ซึ่งส่วนใหญ่จะเกิดขึ้นเพราะความพลาดของผมเอง เช่น ลืมลง หรือขึ้นรถผิดสาย แต่ปัญหานี้ก็จะเกิดกับผมนาน ๆ ครั้ง และผมมักจะหาทางกลับได้สบาย ๆ เพราะยังไงเสียเราก็อยู่ในกรุงเทพฯ อยู่แล้ว

    ไม่นึกเลยครับว่าผมจะต้องมาเจอกับปัญหานี้ที่เจนีวา

    เมื่อคืนนี้เลยครับ ขณะที่ผมนั่งรถเมล์กลับที่พัก ผมดันนั่งรถเลยไปหนึ่งป้าย! ตอนสี่ทุ่ม!

    คือปกติวันอาทิตย์จะเป็นวัน slow life ของคนเจนีวาอยู่แล้วครับ และป้ายที่ผมต้องลงอยู่ในเมืองปริมณฑลชื่อ Saint-Genis-Pouilly ในฝรั่งเศส ซึ่งมีลักษณะไม่ใช่เมืองจริง ๆ แต่เป็น commune คล้าย ๆ กับชุมชนเล็ก ๆ น่ารัก เต็มไปด้วยบ้านเล็ก ๆ คอนโด โรงแรมอันเงียบสงบ และร้านรวงกับคาร์ฟูร์นิดหน่อย ที่สำคัญคือ ที่นี่เป็นเมืองที่ฮิปสเตอร์เห็นแล้วรู้ได้เลยว่าเป็นเมือง slow life อย่างแท้จริง ยิ่งเมื่อรวมความชนบทของเมืองกับความ slow life แบบนี้แล้ว ร้านขายของต่าง ๆ ตั้งแต่ร้านขายชีสเล็ก ๆ ไปจนถึงคาร์ฟูร์จะพร้อมใจกันปิดวันอาทิตย์หลังเที่ยงเป็นต้นไป

    และนั่นทำให้ถนนใน Saint-Genis-Pouilly ตอนสี่ทุ่มวันอาทิตย์คือสถานที่อันเปลี่ยวอย่างแท้จริง ยิ่งพระอาทิตย์ตกดินไปแล้วด้วยนะคุณเอ๊ย

    ถึงตอนนี้ผมก็ยืนกระทำความหว่องอยู่ที่ป้ายรถเมล์สักป้ายที่ไม่คุ้นอย่างแรง พร้อมกับรำพึงกับตัวเองว่า "เชี่ย กูจะกลับไงดีวะ" เพื่อนที่ผมมีอยู่คนเดียวตอนนี้คือ Google Maps ในมือถือ และมันเหมือนจะบอกกับผมว่า "มึงเดินย้อนกลับไปป้ายเดิมอ่ะดีแล้ว อย่าดันทุรังหาทางใหม่เลยอีควาย"

    ด้วยความเชื่อมั่นในเพื่อนคนนี้ ผมจึงยอมเดินย้อนกลับไปยังป้ายเดิม แต่การเดินกลับที่พักคนเดียวตอนสี่ทุ่มวันอาทิตย์มันไม่ได้มีปัญหาแค่ความไม่คุ้นเส้นทางครับ 

    ปัญหาอีกอย่างหนึ่งคือคนแปลกหน้าที่เราไม่รู้ว่าจะเอามีดมาจี้ปล้นกูเมื่อไหร่

    ที่กรุงเทพฯ เรามักจะได้ยินข่าวโจรที่ออกปล้นคนเดินถนนกลางคืนบ่อย ๆ เช่นเหยื่อโดนจี้กระเป๋าบนทางเดินเท้า เหยื่อโดนจี้บนสะพานลอย เหยื่อโดนจี้บน ____________ (เติมชื่อสถานที่สาธารณะเปลี่ยว ๆ เอาเองนะครับ) หนักเข้าหน่อยก็คือเหยื่อโดนข่มขืนหรือแทงตายตรงนั้นเลย ตอนนี้ในหัวผมมีแต่ข่าวทำนองนี้แล้วครับ และนั่นทำให้เป็นการเดินถนนที่น่ากลัวที่สุดแล้ว

    และที่พีคกว่านั้นคือ มีคนแปลกหน้าอยู่สองสามคนใกล้ ๆ ป้ายรถเมล์จริงด้วย! และเขาทักผมอย่างเป็นมิตรว่า "หนีห่าว"! ถึงตอนนี้ผมไม่สนใจแล้วครับว่าเขาคิดว่าผมเป็นคนจีนรึเปล่า ผมก็ได้แต่ตอบไปว่า "ไฮ" แล้วรีบจ้ำหนีไปเลย กูไม่ขอเสี่ยงยืนคุยกับคนแปลกหน้าตอนนี้หรอก!

    ถ้านี่คือรายการเรื่องจริงผ่านจอ ก็คงจะมีพิธีกรมาพูดคำคมเหมือนพ่อสอนลูก แต่บล็อกผมไม่ใช่เรื่องจริงผ่านจอนะครับ ดังนั้นผมคงบอกได้แค่ว่า

    "เด็กดีอย่าลงรถเมล์เลยป้ายนะครับ"

เข้าสู่ระบบเพื่อแสดงความคิดเห็น

Log in