เด็กบ้าไปเซิร์นVichayanun Wachirapusitanand
Day 67: Student Session
  • วันนี้เป็นวันนำเสนอผลงาน Student session โดย Summer students วันที่สองครับ

    Student session จะต่างจาก Poster session ที่เฉินกับวินโดว์ทำไปเมื่อสัปดาห์ที่แล้วครับ ในขณะที่ Poster session เป็นการนำเสนองานแบบโปสเตอร์ในลักษณะที่มีโปสเตอร์ตั้งอยู่ และคนที่สนใจจะเดินปรี่เข้ามาหาโปสเตอร์และถามคำถาม พูดคุยแลกเปลี่ยน และสนทนาธรรมกันกับเจ้าของโปสเตอร์ Student session จะมีลักษณะเป็นการบรรยายหน้าผู้ชมหลาย ๆ คน (หากนึกไม่ออก ลองนึกภาพผมไปพูดงาน TED Talk ดูครับ แนว ๆ นั้นเลย แต่คนน้อยกว่า แถมเวทีไม่ได้อลังอะไรขนาดนั้น) ข้อดีของการนำเสนอแบบ oral presentation แบบนี้คือผมไม่ต้องปั่นโปสเตอร์และวิ่งไปหาร้านพิมพ์เอานาทีสุดท้าย ผมยังสามารถแก้สไลด์ของผมได้จนนาทีสุดท้ายก่อนขึ้นไปพูด (ถึงแม้ว่าต้องให้อาจารย์ดูก่อนก็เถอะ) อีกอย่าง ผมเป็นพวกสมาธิสั้น ยืนอยู่กับที่ได้ห้านาทีโดยไม่ต้องทำอะไรอย่างอื่นก็ถือว่าเป็นบุญแล้วครับ

    ก่อนผมจะพูด ผมได้เตรียมสไลด์ไว้สำหรับพูดในรูปแบบ PDF ไว้แล้ว สาเหตุที่ใช้แบบนี้เป็นเพราะว่ามันดาวน์โหลดง่าย ใคร ๆ ก็สามารถเปิดดูได้ ไม่ต้องติดตั้ง PowerPoint ก็สามารถใช้ได้ และเวลาเปิดไฟล์ PDF จะเร็วกว่าการเปิดไฟล์ PowerPoint มาก ข้อเสียอย่างหนึ่งคือเราจะไม่มีแอนิเมชั่นอะไรเลย ซึ่งจากประสบการณ์ที่ผมเคยไปพูดในงาน Siam Physics Congress ตั้งสองรอบ เขาไม่ค่อยใช้แอนิเมชั่นกันครับ สาเหตุคือมันดูยาก แป๊ป ๆ สไลด์ก็เลื่อนไปทางขวาที ซ้ายที คนดูจะงง อันนี้คือฟีดแบ็กที่พี่ postdoc ในแล็บผมเคยบอกให้ผมแก้ ผมเลยเลิกใช้แอนิเมชั่นไปเลย

    ตัดภาพมาที่วันนี้ครับ เดชะบุญที่ก่อนที่ผมจะขึ้นไปพูด เขามี coffee break ให้ผมได้หายใจหายคอสักสิบนาที ผมจึงไปเตรียมใจด้วยการเข้าห้องน้ำ และกลับมาเตรียมไมโครโฟนไร้สายกับพูดชื่อ - นามสกุลจริงที่ยาวฉิบหายตามมาตรฐานไทยของผมให้โฆษกฟัง ให้เขารู้ว่าชื่อผมอ่านแบบนี้นะ ก่อนจะพูดสองสามนาที ผมวิ่งไปที่ด้านหลังของห้องประชุม และถ่ายรูปสไลด์ตัวเองในห้องลงอินสตาแกรม

    "So help me God."

เข้าสู่ระบบเพื่อแสดงความคิดเห็น

Log in