เด็กบ้าไปเซิร์นVichayanun Wachirapusitanand
Day 53: บาร์บีคิวบ้าน Advisor
  • วันนี้อาจารย์ที่ปรึกษาชวนผมกับเพื่อน ๆ ที่ทำงานด้วยกันกับเขาไปกินบาร์บีคิวที่บ้านเขาครับ

    บ้านของอาจารย์ที่ปรึกษาอยู่ไม่ไกลมากจากเซิร์น ผมกับเพื่อนอีกคนที่ไม่มีจักรยานไปไหนมาไหนจึงเลือกเดินไป โดยอาศัย Google Maps นำทาง Google Maps ก็พาเราเดินผ่านสวนองุ่นที่มีไว้สำหรับทำไวน์ สองข้างทางเป็นสวนองุ่นขาวซึ่งสวยมาก โดยเฉพาะเวลาพระอาทิตย์กำลังจะตกเอาตอนเวลาหนึ่งทุ่มนะคุณ

    พวกเราเดินผ่านสวนองุ่นไปเรื่อย ๆ และถกเถียงกันว่าไวน์เกิดขึ้นบนโลกได้ยังไง คนค้นพบไวน์คนแรกบนโลกเขาทำได้ยังไง เขาเอาองุ่นมาหมักแล้วเขากล้ากิน "องุ่นเน่า" ที่บ่มจนได้ที่ลงไปได้ยังไง หรือว่าการค้นพบไวน์เป็นความบังเอิญหรืออุบัติเหตุ ประมาณว่ามีคนลืมทิ้งองุ่นไว้จนเน่าเสีย และพอมีคนดื่มน้ำที่มาจากของเน่าเสีย เขาก็ดันชอบขึ้นมา เพราะกินแล้วรู้สึกแฮปปี้เหรอ ไม่ว่าความจริงจะเป็นแบบไหน เราก็ไม่ได้หยิบมือถือมาค้นหาว่าการค้นพบไวน์ครั้งแรกเป็นอย่างไร ทั้ง ๆ ที่กูก็มี 4G อยู่ในมือถือ

    เราเดินมาถึงบ้านอาจารย์ก่อนคนอื่น ๆ อาจารย์ก็ชวนพวกผมเข้าบ้านเขา บ้านของเขาเป็นบ้านเช่าหลังเล็ก ๆ แต่ดูจากสภาพแล้ว บ้านหลังนี้มีอายุเป็นร้อย ๆ ปีแล้ว ด้านนอกบ้านมีหินก่อโดยรอบ อาจารย์อยู่บ้านหลังนี้กับแฟนของเขาสองคน ชั้นสองมีระเบียงไว้สำหรับดูวิวเมืองเจนีวาอย่างย่อม ๆ แฟนของอาจารย์ต้อนรับเราด้วยสแน็กเล็ก ๆ เพื่อรอให้คนอื่น ๆ มาถึง

    ผ่านไปสักพัก คนอื่น ๆ ก็เริ่มมาถึงบ้านอาจารย์ และมี postdoc คนหนึ่งที่ทำงานกับอาจารย์ กับแฟนของเขามาด้วย ทั้งคู่ทำผัดหมี่อย่างจีนถาดใหญ่และ "แกงไทย" หนึ่งกล่องเพื่อให้พวกเราได้แบ่งกันกิน ผมเป็นคนไทย ผมเลยสงสัยว่า "แกงไทย" นี่มันคือแกงอะไรกันแน่ ผมเลยถามคุณแฟนของเขา นางเลยบอกว่าเป็นแกงพะแนง แต่สีของแกงพะแนงดูจืดชืดมาก ไม่จัดจ้านเหมือนที่บ้าน เพราะว่านางใส่กะทิมากจนทำให้ได้แกงพะแนงสูตรที่ไม่เผ็ดมากสำหรับฝรั่ง เลยพอเข้าใจได้

    สักพัก อาจารย์ลงมือย่างไส้กรอกให้พวกเราทั้งหมดเกือบสิบชีวิตกินกัน หลังจากกินไส้กรอกแล้ว พวกเราก็นั่งคุยกันไปเรื่อย ๆ จนพระอาทิตย์ตก พอพระอาทิตย์ตก แฟนอาจารย์ก็หยิบโคมไฟอันเล็ก ๆ น่ารัก ๆ มาวางไว้กลางวง "อันนี้ฉันซื้อมาเป็นของขวัญวันคริสต์มาสให้แม่นะ" แฟนอาจารย์เล่าให้ฟัง ซึ่งมันก็ดูเหมาะมาก เพราะว่าโคมไฟนี้เปลี่ยนสีเป็นสีแบบมุ้งมิ้งได้หลาย ๆ สี เหมาะกับการเป็นของขวัญอย่างมาก

    เรานั่งคุยกันเรื่อย ๆ หลังพระอาทิตย์ตกดิน ท้องฟ้ามืด อากาศเริ่มเย็น และมีโคมไฟอยู่ตรงกลางวง เราเปลี่ยนเรื่องคุยกันไปเรื่อย ๆ อย่างชิล ๆ ก่อนกลับ แฟนอาจารย์เลี้ยงกาแฟพวกเรา ผมไม่ดื่มกาแฟ ดังนั้นเมื่อแฟนอาจารย์บอกว่า "ใครอยากกินชาก็ได้นะ เดี๋ยวฉันจะชงชาดื่มเองด้วย" ผมเลยบอกว่า "งั้นผมเอาด้วยนะครับ" ไป ๆ มา ๆ ผมกับแฟนอาจารย์เป็นคนดื่มชาในวงแค่สองคน เพื่อน ๆ ที่เหลือกับอาจารย์ดื่มกาแฟกันหมด

    สรุปแล้วพวกเราแฮปปี้กับปาร์ตี้บาร์บีคิวที่บ้านอาจารย์มาก ไม่ใช่เพราะไส้กรอกที่อาจารย์ย่างอร่อยอย่างเดียวนะครับ แต่พวกเราได้คุยกัน แลกเปลี่ยนเรื่องราวต่าง ๆ กัน เพราะพวกเรามาจากประเทศต่าง ๆ กัน มีประสบการณ์และวัฒนธรรมต่าง ๆ กัน การได้มาคุยกันในเรื่องอื่น ๆ ที่ไม่ใช่งานทำให้พวกเราผ่อนคลายกันมาก อย่างน้อยที่สุดผมก็รู้สึกผ่อนคลายคนนึงแหละครับ

เข้าสู่ระบบเพื่อแสดงความคิดเห็น

Log in