เด็กบ้าไปเซิร์นVichayanun Wachirapusitanand
Day 35: หาไวไฟบน Jungfrau มันยากนะแม่
  • "เธอต้องไป Jungfrau ให้ได้นะ"

    รุ่นน้องสุดที่รัก (#เสียงสูง) ของผมย้ำเตือนผมก่อนผมจะมายังสวิสเป็นรอบที่หนึ่งล้านสามแสนแปดว่าผมต้องเดินทางไปยังยอดเขาที่สูงที่สุดในยุโรปแห่งนี้ให้ได้ ผมก็ได้แต่ตอบกลับไปว่า "เออ ๆ เดี๋ยวถ่ายรูปมาฝาก"

    วันนี้พวกผมตัดสินใจใช้โควต้า Swiss Travel Pass สองวันสุดท้ายเดินทางไปยัง Interlaken ซึ่งเป็นเมืองที่มียอดเขา Jungfrau (อ่านว่ายุงเฟรา ไม่ใช่ยุงเฟรานะครับ) อันมีสโลแกนว่า "Top of Europe" เนื่องจาก Jungfrau มีระบบรถไฟที่แยกต่างหาก ทำให้ Swiss Travel Pass พาเราไปส่งยังสถานีตีนเขาชื่อ Wengen ได้เท่านั้น หากต้องการขึ้นยอดเขา Jungfrau ต้องเสียเงินซื้อตั๋วอีก พวกผมสี่คนก็ยืนงงหน้าตู้ขายตั๋วอยู่นานมาก จนได้ข้อสรุปว่า กัน เฉินหลง และวินโดว์จะซื้อ Jungfrau Travel Pass แบบสามวัน ทำให้พวกเขาสามารถขึ้น - ลงรถไฟแถว ๆ Jungfrau ได้อย่างอิสระ คืออยากไปดูอะไร ๆ แถว ๆ นี้ก็ไป

    ตัดภาพมาที่ผมครับ สองสามวันก่อนผมดันไปจองตั๋ว Montreux Jazz Boats รอบพรุ่งนี้ ราคาตั้ง 65 CHF ตอนแรกผมวางแผนไว้ว่าจะเก็บ Swiss Travel Pass วันสุดท้ายสำหรับ Montreux Jazz Train วันที่ 15 แต่ตั๋วมันเต็มเสียก่อน ผมเลยประชดชีวิตด้วยการจองตั๋วเรือพรุ่งนี้แม่งเลย และเนื่องจากผมต้องไป Montreux พรุ่งนี้ ผมจึงไม่ได้ไปนอนกับน้องที่ Jungfrau

    เมื่อคิดได้ดังนั้นแล้ว ผมก็เกิดสัจธรรมในใจขึ้นมาว่า "มึงไม่มีเวลาดูอย่างอื่นหรอก มึงไปดู Jungfrau ก็พอแล้ว เดี๋ยวอีน้องสุดที่รักจะวีนแตกเสียเปล่า ๆ" ผมจึงซื้อตั๋วรถไฟขาขึ้นไปดู Jungfrau และขาลงในวันเดียวกัน และเวลาที่ซื้อตรงกันกับรถไฟขากลับที่พักที่เจนีวาของผมพอดี เห็นมั้ย ผมวางแผนมาแล้ว

    ยังไม่จบนะครับ นอกจากจะซื้อตั๋วรถไฟแล้ว เรายังต้องเสียเงินจองที่นั่งรถไฟไปดู Jungfrau อีก เอาง่าย ๆ คือการจองรอบที่เราจะนั่งรถไฟไป - กลับจาก Jungfrau ซึ่งก็ต้องเสียเงิน แต่ที่สำคัญกว่าเสียเงินคือต้องวางแผนต่อว่าจะขึ้นไปดู Jungfrau ไปเมื่อไหร่ และต้องวางแผนเดี๋ยวนี้ ตอนนี้ หน้าตู้ขายตั๋วเลย ผมไม่มีปัญหาเพราะวางแผนมาแล้ว แต่กับน้องอีกสามคนที่ไม่มีแผนนี่สิ

    ทันใดนั้น ไอ้น้องกันก็ทำอะไรที่พวกผมอีกสามคนคาดไม่ถึง นั่นก็คือ มันตัดสินใจไปดูทะเลสาบรอบ ๆ Jungfrau ก่อน แทนที่จะขึ้นไปดู Jungfrau แบบผมเลย ทำให้เฉินกับวินโดว์ถูกบังคับให้ไปดูทะเลสาบกับมันด้วย ทุกคนช็อกมาก เฉินจึงรีบขอโทษขอโพยผมใหญ่เลยว่า "ขอโทษจริง ๆ พี่ ผมไม่นึกว่าแม่งจะเทพี่แบบนี้" ก่อนผมไป มันก็บอกอีกว่า "See you at Jungfrau."
  • เอาล่ะ ตอนนี้ก็เหลือผมคนเดียวที่จะขึ้นรถไฟไปดู Jungfrau ละ ผมก็นั่งรถไฟขึ้นไปดู Jungfrau อย่างหว่อง ๆ คนเดียว รถไฟขึ้น Jungfrau จะมีสองตอนครับ คือขึ้นไปยังสถานี Kleine Scheidegg ซึ่งจะอยู่ใกล้ Jungfrau ขึ้นมาอีกนิดนึง และจะเห็นวิวของ Jungfrau ไกล ๆ สวยมาก จากนั้นเราก็ต้องขึ้นรถไฟต่อจากสถานีนั้นไปยัง Jungfraujoch ซึ่งจะเจาะทะลุภูเขาเข้าไปข้างใน สถานีปลายทางอยู่ในตัวภูเขานะครับ ไม่ได้อยู่บนภูเขา

    บน Jungfraujoch จะมีจุดชมวิวหลาย ๆ จุดครับ เอาตั้งแต่เดินเข้ามาก็เจอจุดชมวิวจุดแรกแล้ว ลักษณะเป็นระเบียงง่าย ๆ แต่แข็งแรงพอให้เราเดินไปถ่ายรูปกับ Jungfrau ได้สบาย ๆ ผมจึงถ่ายรูปจากมุมนี้ให้แม่ดูผ่านไลน์ นอกจากจุดชมวิวจุดนี้แล้ว เรายังสามารถขึ้นลิฟต์ไปยังจุดชมวิวอีกจุดหนื่งคือ Sphinx Observatory ซึ่งนอกจากจะเป็นจุดชมวิวแล้ว ที่นี่ยังเป็นสถานีตรวจวัดที่สูงที่สุดในโลกที่ความสูง 3500 เมตรเหนือระดับน้ำทะเล ทำให้เราเห็น Jungfrau แบบใกล้ ๆ จริง ๆ

    นอกจากวิวสวย ๆ ของ Jungfrau แล้ว ที่นี่ยังมีไวไฟฟรีให้ใช้งานด้วยครับ ซึ่งเหมาะมากเพราะว่าสัญญาณโทรศัพท์บนนั้นก็แทบจะไม่มี ผมจึงถือโอกาสนี้โทรหารุ่นน้องสุดที่รัก (#เสียงสูง) แต่ไม่ติด ผมเลยโทรหาแม่ ก็ไม่ติดเหมือนกัน ผมจึงถอดใจและเดินไปดูนิทรรศการอื่น ๆ แถวนั้นแทน

    สักพัก กัน and the gang ก็ขึ้นมาดู Jungfrau ผมซึ่งเพิ่งเดินกลับมาจากร้านช็อกโกแลต Lindt Swiss Chocolate Heaven ก็เดินสวนกับพวกนี้ พวกมันยังไม่ได้ขึ้นไปยัง Sphinx Observatory ผมจึงนำทางพวกเขาไป 

    พอพวกผมขึ้นมาดู Jungfrau อีกรอบ ก็เจอกับอุปสรรคอย่างหนึ่ง คือ อากาศแทนที่จะมีแต่เมฆล่องลอยธรรมดา ๆ แบบตอนผมขึ้นมาครั้งแรก กลับกลายเป็นว่ามีเมฆฝนเข้ามาบัง Jungfrau ที่กัน and the gang ตั้งใจมาดู แถมลูกเห็บยังตกอีกต่างหาก พวกผมจึงวิ่งหนีเข้ามายังตัวอาคาร Sphinx Observatory แทน

    และแม่ก็ดันโทรมาตอนนี้เสียด้วย

    "ท๊อป อยู่ไหนแล้วลูก"
    "อยู่บน Jungfrau อ่ะแม่"
    "อะไรอ่ะ"
    "ยอดเขาที่สูงที่สุดในยุโรปไง"
    "อ๋อ แล้วรูปที่ส่งมาให้ในไลน์นี่คือ Jungfrau เหรอ"
    "อืม"
    "อ๋อ ครับ ๆ สวยครับสวย"
    "แม่ ไวไฟบน Jungfrau มันหายากนะแม่ เดี๋ยวกลับแล้วนะ"

เข้าสู่ระบบเพื่อแสดงความคิดเห็น

Log in