เด็กบ้าไปเซิร์นVichayanun Wachirapusitanand
Day 18: เนื้อลูกวัว first time
  • ผมเติบโตมากับครอบครัวเชื้อสายจีนครับ ผมจึงโตมากับความเชื่อสำเร็จรูปอย่างหนึ่งว่า เราไม่ควรกินเนื้อวัว เพราะมันเป็นสัตว์ใหญ่บ้างล่ะ เพราะว่าเรานับถือเจ้าแม่กวนอิมบ้างล่ะ โตขึ้นมาผมก็ไม่กินเนื้อวัว แต่ไป ๆ มา ๆ พอโตขึ้นอีกก็สงสัยว่า "เฮ้ย เจ้าแม่กวนอิมเขาห้ามกินเนื้อวัวจริงเหรอวะ" เลยไปคุ้ย ๆ หากระทู้พันทิป จนได้ข้อสรุปว่าในเมืองอื่นที่นับถือเจ้าแม่กวนอิมกันเป็นล่ำเป็นสันเช่นฮ่องกง เขาก็กินเนื้อสัตว์ใหญ่นี้กันเป็นล่ำเป็นสันเหมือนกัน พอถามพ่อแม่ว่าบ้านเรากินเนื้อวัวมั้ย แม่ก็ตอบว่า "กินได้ แต่ก็ไม่ค่อยกิน" นับแต่นั้นผมก็เริ่มเปิดใจกินเนื้อสัตว์ใหญ่ขึ้นมา ถึงแม้ว่าตอนกินครั้งแรกจะรู้สึกเหนียวกว่าเนื้อหมูก็เถอะ (ผมต้องขอโทษสมาคมคนไม่กินเนื้อวัวมา ณ ที่นี้ด้วยนะครับ โทษฐานที่ผมชอบกินเนื้อวัว)

    โดยปกติโรงอาหารในเซิร์นจะมีอาหารเป็นเมนู ๆ ประจำวันขาย ราคาของอาหารที่นี่เป็นราคาแบบเอื้ออาทรมากครับเมื่อเทียบกับร้านอาหารในเมืองเช่นเจนีวา โดยปกติจะมีเมนูมาให้สองเมนู ถ้าไม่อยากได้ เขาก็ยังมีเมนูมังสวิรัติ พาสต้า พิซซ่า เนื้อย่าง เมนูพิเศษที่จะแพงกว่าหน่อย ๆ พร้อมกับสลัดบาร์ให้ตักกินกันได้ โดยคิดราคาตามน้ำหนัก

    วันนี้ครับ ที่โรงอาหารมีเมนูเนื้อ veal เสิร์ฟพร้อมกับเครื่องเคียง ด้วยความโง่อังกฤษของผม ผมจึงเข้าใจว่า veal คือเนื้อแกะ

    "เออ เนื้อแกะเหรอ น่าลองว่ะ อยู่ไทยไม่เคยแดกมาก่อน วันนี้มาเปิปพิสดารสักหน่อยดีกว่า" คิดได้ดังนั้น ผมก็จัดแจงสั่งเนื้อ veal กินคู่กับข้าวควินัว (หรือเมล็ดควินัว - quinoa - ที่เขาขายกันแพง ๆ ในไทยนั่นแหละครับ จริง ๆ มันคือธัญพืชพันธุ์หนึ่งจากแอฟริกา กินได้เหมือนข้าวไทยเลย ผมเลยเรียกเอาเองว่าข้าวควินัว) และผัดผัก

    พอได้เนื้อ veal มาในจาน ผมก็ไปนั่งกิน พอกินไปได้คำหนึ่งก็เกิดสงสัยว่า "veal แม่งคือเนื้อแกะจริงเหรอวะ" เลยค้นกูเกิลดู และพบว่ามันเป็นเนื้อลูกวัว ไม่ใช่เนื้อแกะ

    "อ้าว เนื้อลูกวัวเหรอ ไม่ใช่เนื้อแกะ อดเปิปพิสดารเลย เออ ช่างแม่ง แดก ๆ ไปเหอะ เนื้อลูกวัวกูก็ไม่เคยแดกเหมือนกัน"

    ว่าแล้วผมก็จัดแจงตักเนื้อลูกสัตว์ใหญ่เข้าปาก ตามด้วยข้าวควินัว ผัดผัก และน้ำเกรวี่

    "เออ เนื้อลูกวัวนี่มันอร่อยดีแฮะ"

เข้าสู่ระบบเพื่อแสดงความคิดเห็น

Log in