ขนปุยดู?Piti Pui
ขนปุยดู กระเบนราหู
  • เป็นหนังอาร์ต ๆ ที่หาดูยาก ต้องถ่อไปโรงไกลบ้าน

    [ภาพรวมหนัง และความรู้สึกต่าง ๆ หลังดู]


    เราตัดสินใจอยู่กรุงเทพฯ เพื่อรอดูหนังหลายเรื่อง แต่เรื่องที่อยากดูทั้งหลายไม่ฉายแถวบ้านอีกต่างหาก นี่กูอยู่กรุงเทพฯ แล้วนะ!!! แต่เพราะลงทุนอยู่กรุงเทพฯ เลยรู้สึกว่าโอเค ถ้าหนังมันไม่มาหาเรา เราก็ไปหามันก็เท่านั้น ตัดสินใจว่าจะดูเรื่องกระเบน เพราะ เค้าว่ากันว่า "หนังรางวัล" บวกกับเทรลเล่อร์ที่มีความรู้สึกลึกลับ น่าจะทำให้เราตื่นเต้นเล็ก ๆ และที่สำคัญมีฉากแสง ๆ อยู่ในตัวอย่างหนังพร้อมหนังชื่อกระเบนราหู ในหัวคือ ภาพทะเลที่อาร์ต ๆ และแน่นอนมันน่าจะมีกระเบนเยอะแน่ ๆ

    ความจริงในหนัง อย่างแรกมีกระเบนอยู่ไม่ถึงนาที เป็นคลิปกระเบนสั้น ๆ ท้ายเรื่องตอนจบ อย่างที่สองไม่มีฉากทะเลอาร์ต ๆ แสงสีที่เห็นในตัวอย่างหนังคือไฟคริสตมาส เรื่องจะอยู่ในป่าชายเลน ป่าโกงกางส่วนใหญ่ ไม่ใช่ทะเล้ทะเลอย่างที่คาดหวัง เสียใจชะมัด ณ จุดนี้

    ส่วนเส้นเรื่องดูง่าย ไม่ได้เข้าใจยาก แต่มีบางจุดเราไม่เก็ท เนื้อเรื่องจริง ๆ มีน้อย หนังเน้นงานภาพงานเสียง และฉากที่ทำให้คนดูเข้าใจตัวละครเอาเอง เวลาของหนังก็เลยหมดไปกับฉากภาพแสงสีเสียง เอาเป็นว่าเป็นหนังอาร์ตที่ดูแล้วเก็ท แต่ต้องขอพูดว่าการดูหนังเรื่องนี้เหมือนการไปเข้าพิพิธภัณฑ์ศิลปะแนวคอนเทมฯ นิดนึง มันให้อารมณ์ไม่สนุกแต่ก็แปลกดี

    หนังยังมีรอบอยู่ที่เฮ้าส์อาซีฯ ลองไปโดนกันได้ถ้าอยากรู้ว่ามันเป็นยังไง



    [หลังจากนี้จะคุยหนังแบบเล่าสปอยล์]


    สำหรับคนไม่ได้ดูแล้วอยากฟังสปอยล์  เส้นเรื่องมันมีนิดเดียว ให้ย่อความก็จะได้ความว่า พี่หัวทองไปเกี่ยวคนใบ้บาดเจ็บมารักษาที่บ้าน ใบ้ก็เลยมาเรียนรู้อยู่กินกับพี่หัวทอง จนกระทั่งวันนึงพี่หัวทองแกหายตัวไปคาดว่าตาย ใบ้ก็ไม่รู้ทำไง ได้แต่เฝ้าบ้านให้ บวกเมียเก่าพี่หัวทองกลับมาที่บ้าน เลยอยู่กันกับเมียเก่าพี่หัวทอง ไปมาสรุปได้บ้าน ได้มอไซต์ ได้เมีย ครบจ้า ใบ้เกือบชีวิตแฮปปี้แล้วนะ แต่สุดท้ายพี่หัวทองยังไม่ตาย ก็กลับมาทวงแค้นคนที่น่าจะเป็นคนฆ่าพี่หัวทอง กลับมาแล้วก็เลยยึดบ้านยึดเมียคืน ใบ้ก็โดนทิ้งเคว้ง จบอย่างงี้แหละ

    แต่ที่หนังยาวเพราะมันใช้เวลาให้เราเรียนรู้ความรู้สึกของตัวละคร เช่นว่า ใบ้ก็ไม่ได้อยากยึดบ้านยึดเมียของพี่หัวทองหรอกนะ ดูอารมณ์หน้าตาเหมือนว่าก็สถานการณ์มันก็พาไป ใช่ม่ะ??? และก็หนังเองก็เอาเวลาไปใช้กับพวกสัญญะเรื่องแสงสี การล่อปลากระเบน? หรือล่อตัวอะไรซักอย่าง ด้วยการเก็บหินสี ๆ ไปโยนน้ำ ซึ่งเอาจริง ๆ เราไม่เก็ทหลายจุด แต่ทั้งหมดทั้งมวลแมสเซจจะพูดถึง "โรฮิงญา" แบบว่าไม่ได้ตั้งใจมายึดพื้นที่นะ สถานการณ์มันพาไป แล้วพอเจ้าของบ้านกลับมา โอ่ว!!!ทำตัวเป็นเจ้าของบ้านเลยนะเอ็ง ในเรื่องเจ้าของบ้านพี่หัวทองก็ว่างั้นตูไม่อยู่ละ อยู่ลำบากแล้วแถวนี้ แต่เมียบอก "นี่มันบ้านพี่นะ" เออ เจ้าบ้านฉุกคิดได้ ... งั้นแปลว่าบ้ายบายโรฮิงญา หนังว่างั้นมั้งนะ??? ในหนังก็เลยจบด้วยฉากที่ใบ้ร้องอือ ๆ เพื่อฝึกหายใจใต้น้ำแบบที่พี่หัวทองเคยสอน ร้องฮือ ๆ จนยาวเป็นเพลง ประกอบงานภาพวิชัวเป็นแสงสีไฟคริสตมาสในป่า พอร้องนานจนว่า ใบ้ว่าโอเค ... ฝึกวิชาจนคิดว่าสำเร็จ น่าจะหายใจใต้น้ำได้ละ จบลงที่โดดลงน้ำกลายเป็นปลากระเบน

    อารมณ์หนังเราว่ามีตื่นเต้นอยู่นะ ตอนที่พี่หัวทองหายไป แล้วเราก็จะรู้สึกว่าอยากรู้ เรื่องจะเป็นไงต่อ ก็ตื่นเต้นอยู่เหมือนกัน เราว่าหนังมันทำอารมณ์ตรงนี้ดีอยู่นะ แต่งานอาร์ตคอนเทมป์ที่เอามาประกอบบอกตรงว่าไม่เก็ทจริง ๆ รู้สึกว่า เอาปลากระเบนมาเยอะ ๆ ก็ได้นะ หรือถ้าเรารู้เรื่องเกี่ยวกับโรฮิงญามากกว่านี้ เราอาจจะรู้สึกชอบหนังมันมากกว่านี้แหละ นี่เราไม่เคยรู้เรื่องพวกนี้เลยอ่ะ

    อืมมม ... คิดแล้วเราว่า เราน่าจะสนใจเรื่องพวกนี้บ้างเนอะ หนังเองก็คงอยากทำให้คนที่ไม่เคยสนใจในเรื่องพวกนี้ หันมาศึกษาเพื่อให้เห็นมุมมองต่อชนกลุ่มน้อยต่าง ๆ อยู่เหมือนกัน

    ขนปุย
    JUL 16, 2019 เที่ยงคืนครึ่ง
Views

เข้าสู่ระบบเพื่อแสดงความคิดเห็น

Log in
Piti Pui (@pitipui)
ล่าสุด อ่านบทสัมภาษณ์ของ ผกก. เสียง อืออออ ๆ ท้ายเรื่อง เป็นเสียงที่เขาไปเก็บมาจากกลุ่มคนโรฮิงญาจริง ๆ พอรู้ว่า material ที่ใช้ในหนังเอามาจากการเก็บ การไปสำรวจพื่นที่จริง ๆ ยิ่งรู้สึกว่ามีคุณค่า เป็นงานศิลปะจริง ๆ ประทับใจมากเลย