ขนปุยดู?Piti Pui
ขนปุยดู ฮาวทูทิ้ง
  • หนังของคุณเต๋อ นวพล เรื่องล่าสุดกับธีม "ทิ้ง" ที่หนังเพิ่งฉายปลายปีก่อน ผ่านมาไม่กี่เดือนมันก็มีอยู่ใน เนทฟลิก ให้ดูกันง่าย ๆ สบาย ๆ


    [คุยหนังหลังดูจบ แบบไร้สปอยล์กันก่อน]


    ก็ดีมั้ง ... จะดูนานแล้วตั้งแต่มันฉายโรง แต่มันช่วงสิ้นปี ตอนนั้นน่าจะขี้เกียจออกไปดู มาตอนนี้ เห็นมันลงเนทฟลิกก็เลยโหลดมาไว้ในเครื่องนะ แต่ก็ไม่ได้ดูทันทีอีกนั่นแหละ จนเมื่อคืน เพื่อนที่เพิ่งสมัครเนทฟลิกสด ๆ ร้อน ๆ เค้าบอกว่าเขาดูเรื่องนี้แล้วนะ เราก็เลยโอเค ๆ งั้นเรารีบดู จะได้คุยกับเพื่อนได้ ไม่งั้นเราอาจจะคาเรื่องนี้เอาไว้อีกซักระยะละมั้ง

    ดูจบก็พูดได้แค่ "ก็ดี" คือมันแห้ง ๆ จืด ๆ สำหรับเราอ่ะ ภาพหนังในหนังมันสัดส่วนแบบรูปถ่าย แล้วก็ย้อมสีให้ดูขาว ๆ ติดเกรน เหมือนภาพล้างฟิล์มมา เหมือนดูรูปถ่ายเคลื่อนไหวได้ ถามว่าองค์ประกอบดีไหมมันก็ดี ถ่ายสวย แต่มันจืด ๆ แห้ง ๆ พอมาประกอบกับเรื่องที่แห้งไปอีก ก็ไม่รู้จะพูดว่าไรมันแค่ดูเรื่อย ๆ ได้ แต่ไม่สนุก

    เขาพยายามรีเสิร์ชคำว่า "ทิ้ง" มาหลากหลายอยู่นะ ก่อนหน้าที่จะได้ดูเรื่องนี้คิดว่าหนังน่าจะเน้นปรัชญาของ คอนโดมาริเอะ นักจัดบ้านสไตล์มินิมอล เราเลยคาดหวังให้หนังลึกกับประเด็นการจัดบ้าน แต่ไม่ใช่ ประเด็นหลักคือคอนเส็ปคำว่า "ทิ้ง" และมันมีทิ้งหลายทิ้ง มันก็เลยรู้สึกว่า จับฉ่ายเกินไป ยิบ ๆ ย่อย ๆ เหมือนหว่านแหว่า จะโดนติ่งใครซักคนแน่ ๆ ในเมื่อมีหลายทิ้งขนาดนี้ แต่เพราะมันไม่สุดกับทิ้งอันไหนซักทิ้ง บวกภาพและความจืด เราเลยไม่อินซักประเด็น แต่หนังมันไม่แย่ไง คือ งานปราณีตอยู่ เลยสรุปด้วยคำว่า "ก็ดี" ละกันนะ




    [ต่อไปก็จะพูดแบบแทรกสปอยล์ สำหรับคนที่ดูแล้วก็มาแชร์ความคิดเห็นได้]


    หนังอ่ะ เปิดมาเป็นภาพไทม์ไลน์ของตอนจบว่าบ้านนางเอกสุดท้ายจะเป็นแบบมินิมอล ดูก็ไม่สนุกแล้ว เพราะไม่ลุ้นอะไรแล้วว่ามันจะทำบ้านสำเร็จไหม ในเมื่อเฉลยตั้งแต่ต้น สำหรับเราขัดใจกับตรงนี้จุดนึงแล้วนะ อีกจุดที่ขัดใจคือ ความจงใจวางองค์ประกอบให้ดูสวยงามไปหมด จนประดิษฐ์เกินไป กลายเป็นความ "จืด ๆ แห้ง ๆ" อย่างที่บอกตอนต้น อย่างบ้านที่ของเต็มไปหมด มันไม่ใช่แบบในหนังก็รู้กันอยู่ใช่ป่ะ มันไม่ได้องค์ประกอบสวยว่างสเปซดี เรียงตัว เรียงสีกัน อย่างกะจัดวาง เราเข้าใจว่าเขาอยากให้งานภาพออกมาดูดี แต่พอดูดี ความอินมันหาย บ้านที่ว่าของเยอะ ที่รู้สึกรก มันไม่ได้รู้สึกรกอะไร ยิ่งหน้าบ้านที่ควรจะเก่า ๆ โทรม ๆ เหมาะแกการรีโนเวท ดันกลายเป็นหน้าบ้านแม่งขาวจั๊วตั้งแต่ต้นอยู่แล้ว ตัวหนังสือที่เขียนรับสอนรับซ่อมเครื่องดนตรีอะไร คือเมิงเพิ่งทาสีใหม่ ๆ ขาวจั๊วอย่างงี้ มันงงอ่ะ จะอินมันอินไม่ลงจริง

    นักแสดงเล่นดีไหม? เราว่านักแสดง เท่าที่เราดูเรื่องอื่น ๆ เขาก็เล่นดีกันนะ ในเรื่องนี้น่าจะเป็นการเล่นในแบบมินิมอล (ฮ่า ๆ ๆ แซว) ผกก. เค้าคงอยากจะได้แบบนี้อ่ะ คือมันเล่นน้อย แต่มันไม่ใช่เล่นน้อยแล้วได้มาก เราว่ามันเล่นน้อยแล้วมันจืดว่ะ เรื่องแม่งก็จืดอยู่ละ ฉากที่โฉ่งฉ่างสุดก็คงเป็น น้องจีนนางเอกกับแม่ ที่ทะเลาะกัน หลังจากที่บอกแม่ว่า โหลหาพ่อแล้วพ่อก็ไม่กีฟอะแดมกับเปียโน หรือแม้แต่ครอบครัวเลย แต่มันโฉ่งฉ่าง แบบมาไวไปไวมาก เพราะหนังมันมีหลายประเด็นที่ต้องเล่น เนื่องจากรีเสิร์ชมาเยอะว่าจะมีเรื่องของการ "ทิ้ง" แนวไหนบ้าง อยากจะอินนะ แต่มันไม่อิน เสียดายตะหงิด ๆ

    ตอนที่นางเอกรู้ว่า ซันนี่เลิกกับแฟนใหม่ เลยไปหาซันนี่ มีประโยคที่ซันนี่บอกว่า "มาขอโทษแล้วจะได้สบายใจแล้วก็พ้น ๆ ไป ถ้าแน่จริงก็รู้สึกผิดไปด้วยกันเส่ะ" หรืออะไรทำนองนี้ มันเป็น mindset ของพวกเจ้าคิดเจ้าแค้นนะ หงุดหงิดที่เห็นคนอื่นไม่ทุกข์ร้อน อยากให้อีกฝ่ายเจ็บอย่างที่ตัวเองเคยเจ็บ เป็นประโยคที่เราว่า เขาเจาะคำว่า "การไม่ยอมทิ้ง" ดีอยู่ ตรงนี้ประเด็นร้อนพอ ๆ กับ คุณแม่ที่ไม่ยอมทิ้งความรู้สึกที่มีต่อพ่อมีต่อเปียโนนะ เพียงแค่การบิ๊วอารมณ์ความรุนแรงในซีน แม่งจืด จนไม่รู้จะจืดยังไงละเนี่ย เราเลยมองว่าคนน่าจะพลาดความหมายของประโยคนี้ไป ถ้าดูเรื่อย ๆ และกำลังง่วง ๆ ยิ่งปล่อยผ่านไปใหญ่เลย

    เอาจริงคิดไปคิดมาก็ไม่ค่อยเก็ทนางเอก ตรงที่แม่เอ็งยังสปาร์คจอยกะเปียโนอยู่ เอ็งก็ไปทิ้งของเค้า เออ... และก็คิดว่า ไอ้ออฟฟิศมินิมอลที่เพิ่งทำอ่ะ เชื่อได้ว่าคงอยู่ได้ไม่นาน หลังจากที่เห็นการตัดสินใจอะไรหลาย ๆ อย่างในเรื่อง เพราะดูเป็นคนไม่เด็ดขาด จะทิ้งของต้องให้คนอื่นจัดการให้อยู่เลย เป็นกรูนี่บายไปตั้งแต่ซาเล้งรอบแรกแล้วม่ะ

    ตามนั้นจ้า

    ขนปุยเอง
    APR 16, 2020 7:34PM
Views

เข้าสู่ระบบเพื่อแสดงความคิดเห็น

Log in