ขนปุยดู?Piti Pui
ขนปุยดู Two Popes
  • หนังดี ๆ ที่สร้างมาจากเรื่องจริง (มั้งนะ) ของ พระสันตะปาปาเบเนดิกที่ 16 และ พระคาดินัลเบอโกกลิโอ


    [คลิกดูด้วยความไม่รู้เรื่องรู้ราวมาก่อนเลยอยากจะเล่าความรู้สึกหลังดูจบ]


    ไม่เคยสนใจโลกเลย ไม่เคยรู้มาก่อน วิธีการเลือกสันตะปาปา เนื้อหาศาสนา ประวัติศาสตร์อะไร ยอมรับว่าหลังดูอาจจะมีบางจุดที่เราตามไม่ทันบ้าง โดยเฉพาะพวกประวัติศาสตร์ในอาเจนติน่า แต่ว่าไม่ได้เป็นปัญหาการดูมากนัก เพราะแก่นเรื่องคือการเดินทางและความแตกต่างกันของตัวละคร 2 คน หนังได้แทรกฟุตเทจจริง ๆ เหตุการณ์จริง ๆ ให้เราพอเข้าใจประวัติศาสตร์และความรู้สึกตัวละครที่มีต่อเหตุการณ์ ดูจบลองเสิร์ชกูเกิ้ลเล็ก ๆ ว่าสรุปแล้ว บุคคลที่ดูในหนังไปนี่ใครกันบ้าง พบว่า เป็น พระสันตะปาปาเบเนดิกที่ 16 ที่รับช่วงต่อจาก ชองปอลที่สอง และ พระคาดินัลเบอโกกลิโอ

    หนังเลือกเพลงต่าง ๆ มาประกอบวิธีการตัดต่อได้ดี เป็นหนังที่อารมณ์ไม่ได้หวือหวา แต่อินได้ถึงขนาดน้ำตาไหลนิด ๆ (หรือช่วงนี้เราอ่อนไหว) จังหวะคำพูดบางประโยคอาจจะเข้าใจยากนะ แต่มีคม ๆ ดี ๆ หลาย ๆ อันที่เราว่าเราเก็ท เห็นความสัมพันธ์ของทั้งสองขั้วที่ความจริงวิถีการเป็นผู้นำและความเชื่อค่อนข้างต่างกันแต่ต่างก็รับฟังตัวตนบางอย่างของอีกฝ่าย จบแล้วค่อนข้างอิ่มเอม ตรึงใจพอประมาณ

    เป็นหนึ่งในหนังดีที่ต้องมีเวลา เพื่อนั่งฟังมันพูดนิดนึง หนังมันพูดเยอะ



    [หลังจากนี้ใครดูแล้ว ก็มาพื้นที่คุยหนังกันตรงนี้เลย]


    เอาว่าเราไม่รู้ประวัติศาสตร์ ไม่รู้เรื่องศาสนา ตอนที่ดูเราก็เลยไม่รู้ว่าเรื่องนี้มันจะจบยังไงเนอะ คนที่อยู่ในแวดวงคาทอลิกอาจจะดูแล้วแบบว่า อ่อ รู้จักสองคนนี้ ใครเป็นใคร เราไม่รู้จักอ่ะ ตอนดู ๆ ก็รู้สึกแค่ว่าพระคาดินัลตัวเอกในเรื่องนี่หัวยุคใหม่ดีเนอะ เขาคงเป็นคนยุคใหม่แค่มีความเชื่ออะไรใหม่ ๆ แบบได้รับการปลูกฝังเฉย ๆ แต่พอดูไปเรื่อย ๆ จนถึงว่าทำไมเขาถึงมีความคิดออกจากกรอบคัมภีร์ไม่เหมือนกับพระควรจะเป็น มันเพราะสิ่งที่เขาประสบต่างหาก ประวัติศาสตร์สงครามในอาเจนติน่าเอย การเห็นความยากจนจริง ๆ ผ่านสายตาตัวเองด้วย ต่างกับพระสันตะปาปาเบเนดิกที่ 16 ที่ได้รับเลือกมาเพราะเป็นคนในกรอบ คงแก่เรียน และน่าจะแม่นเรื่องราวในพระคัมภีร์ ในหนังแสดงให้เห็นว่าพูดภาษาลาตินได้อย่างคล่องอีกนะ เท่ห์ดีเหมือนกัน

    ฉากที่ชอบ ๆ ก็มีตอนพระสันตะปาปาเล่นเปียโน เพลงคลาสิคจูน และพยายามจะบอกเล่าความคลาสสิคให้กับพระคาดินัล ในขณะที่พระคาดินัล ผิวปากเพลงแอบบ้า พาท่านพระสันตะปาปากินพิซซ่ากับน้ำส้มแฟนต้า และยังชวนเต้นแทงโก้ ฉากพวกนี้เป็นกิมมิกดีนะ เราชอบที่มันใส่ตัวตนเข้ามา ถึงเป็นหนังพูด ๆ แต่ก็มีการแสดงตัวตนชัดเจน ทำให้รู้สึกถึงรัศมีเปล่งปลั่งที่จะเป็นพระสันตะปาปาคนต่อไปได้ดีเลยล่ะ

    อีกจุดที่ชอบคือการที่ต่างคนต่างสารภาพบาปกัน ทีแรกที่พระคาดินัลเบอโกกิโอ พูดถึงตัวเองก่อน พูดถึงว่าเคยเข้าร่วมกับฝ่ายทหารเพื่อพยายามปกป้องคนของตน เมื่อได้รับการพูดชำระบาปจากพระสันตะปาปาแล้ว หลังจากนั้นก็มีฉากที่พระสันตะปาปาพูดถึงเรื่องที่ตนเคยเมินเฉยการกระทำผิดของพระในสังกัด โดยสุดท้ายพระคาดินัลเองก็ชำระบาปให้พระสันตะปาปาเช่นกัน เราชอบคำพูดที่ว่า เราเป็นมนุษย์ไม่ใช่พระเจ้า บางทีเราก็ลืมคิดแบบพระสันตะปาปาก็มีบาปนะ ใคร ๆ ก็มีบาปอะไรนี่ ก็เพราะความเป็นมนุษย์ อะไรอย่างงี้อ่ะเนอะ

    อีกจุดที่เราชอบที่หนังพยายามพูดถึงนะ คือเรื่องพวกสัญญาณจากพระเจ้า แบบบางทีแม่งรอคอยมันไม่มา หรือเราฟังไม่ดีพอ แล้วจู่ ๆ มันก็มา และหนังยังพยายามสื่อว่า พระสองท่านเจอกันนี่พระเจ้าส่งสัญญาณมาจริง ๆ ไม่ใช่ว่าบังเอิญอะไรนะเฟ้ย ของมันมา ของจริง ๆ จ้า

    จุดที่ชอบในหนังเยอะ และพอจบที่พระคาดินัลเบอโกกิโอ สุดท้ายได้รับตำแหน่งพระสันตะปาปา เฮ้ยยย อิ่มเอม น้ำตาปริ่ม รู้สึกว่ามีบุญญาธิการ รู้สึกว่าพระเจ้าส่งคนนี้มา มันมีพลังความเมตตาเปล่งประกาย ชอบความไม่ถือตัวด้วยแหละ พยายามคุยกับทุกคนไม่ว่าจะระดับไหน หรือพยายามจองตั๋วเครื่องบินเองอย่างงี้ ส่วนในเครดิตมีโมเม้นท์น่ารักแบบเชียร์บอลโลก อันนี้เราไม่รู้ว่าตัวจริงนั่งเชียร์บอลโลกด้วยกันจริงเปล่าว้า??? เออแต่น่ารักดี แล้วก็จบด้วยควันเทียนลอยฟุ้งแบบสัญญาณจากพระเจ้าแรงชัดยิ่งกว่า 5G หรืออะไรอย่างงี้

    เอาว่าประทับใจมาก บอกได้ว่าเป็นหนึ่งในหนังดี ไม่ได้ขายแค่แอนโทนี่ฮอบกิ้นนะจ๊ะ

    ขนปุยเอง
    DEC 21, 2019 2:05AM

    อ่อ ... มีอีกฉากเว้ย แบบนักท่องเที่ยว มาเที่ยวโบสถ์ในโรม และได้ยินเสียงว่า โนโฟโต้ แต่ก็เป็นภาพ คนแม่งถือมือถือส่องถ่ายจ้า ... งงมาก แอบเสียดสีไหมนะ ตอนดู ๆ ก็คิด ๆ อยู่ ซักพัก ฉากต่อ ๆ มา ตอนที่พระสันตะปาปาออกมา คนเห็นก็เลย โอเคร๊ ถ่ายเซลฟี่กับพระท่านใหญ่เลยจร้าาาา งงเงิบไปอีก สรุปในโบสถ์มันถ่ายรูปได้??? หรือไงฟร่ะ


Views

เข้าสู่ระบบเพื่อแสดงความคิดเห็น

Log in