ขนปุยดู?Piti Pui
ขนปุยดู Once Upon a Time in Hollywood
  • หนังของเควนตินที่แฟนเควนตินไม่ควรพลาด แต่เราไม่ใช่แฟนเควนตินนะ หุ ๆ


    [ประเดิมด้วยการเล่าความรู้สึกหลังดู]


    คืองี้ เรารอคนเพื่อจะดูการ์ตูนมาโกโตะชินไคพร้อมกันอยู่ แต่ขานั้นคือไม่ว่าง เราก็รอมานานจนไม่ได้เขียนขนปุยดู เงียบไปเลย แล้วก็ว่าคงไม่ดูหนังอะไรแล้วเฉย ๆ ไปหมด ไม่รู้ว่า Once Upon a Timeฯ เข้าแล้วด้วยแหละ เลยเฉย ๆ และบอกตรงไม่ใช่แฟนเควนติน บางเรื่องของเควนตินคือพูดเยอะเซ็ง ๆ ก็ยิ่งไม่ได้ตามใหญ่เลย

    แต่เมื่อวานเปิดแถวนี้แล้วเห็นคนรีวิวแว๊บ ๆ ก็เฮ้ย... หนังมันเข้าแล้วเหรอ นึกว่าจะปลายปีมากกว่านี้ สำหรับรีวิวขานั้นเราเดาว่าน่าจะเป็นคนละเจนกับเรา เราอ่านทีไรรู้สึกจริตไม่ตรงกัน ไงก็กดเข้าไปดูแล้วเลื่อนไว ๆ ให้พออ่านแล้วรู้ว่าเขาชอบไหม ก็เขียนว่าชอบแต่ปีนี้เรื่องนี้ยังเป็นรอง parasite อยู่ ด้วยความที่จริตเราไม่ค่อยตรงกับรีวิวเจ้านี้ เราเลยว่าเขาชอบแต่เราอาจจะไม่ชอบก็ได้

    เกริ่นนาน วันนี้กดตั๋วดู และแบบตอนเริ่มจนผ่านไปเกือบครึ่งละนะ โอ้ย... ชีวิตคิดว่า น่าจะกดการ์ตูนของผกก.ชินไค ทำไมช่างน่าเบื่อ แล้วภาพก็แฟลชแบคหนังบางเรื่องของเควนติน ที่เราว่าเบื่อจุง ฟังมันพูด ๆ ๆ ทั้งเรื่อง (แต่เราชอบ pulp fiction กับ kill bill นะ) ดูไปซักพัก เริ่มมีฉากเด็ด ๆ มีซีนปล่อยของ มีซีนที่เราตื่นเต้น จนซีนจบพีค ๆ คือพีคกับอารมณ์ ตาตื่นเลยอ่ะ เรียกว่าประทับใจมากกับหนังเรื่องนี้ หนังที่เรารักตัวละคร ทั้ง ๆ ที่มันก็ไม่ได้โชว์ว่าเป็นตัวละครที่ดีเด่อะไร นอกจากนั้นเรื่องของการถ่าย การตัดต่อที่ใช้การตัดต่อแบบยุคเก่า ๆ หรือโปรดักชั่น การยอมสีหนัง พรอบทุกสิ่งอันที่ดูยุคเก่า เอาเป็นว่าโทนมู้ดหนังคือดี เพียงแต่ต้องอดทนไม่ให้หลับช่วงครึ่งแรก


    [ต่อไปก็จะคุยแบบมีสปอยล์ เพราะคันปากอยากเม้าส์]


    ตอนแรกที่บอกว่าเบื่อมาก โอ้ย... หนังอะไรฟ่ะ เราเกิดไม่ทัน คือถ้าอย่างซีรี่ส์ stranger things อะไรงี้เราเข้าถึงเราอิน แต่ไอ้เรื่องนี้ เฮ้ยยยย... พูดอะไร ตรงนั้นตรงนี้คืออะไร คนที่เกิดทัน เป็นอเมริกันชน คงอุ้ย ๆ ๆ อีสเตอร์เอ้กเต็มไปหมดล่ะ แถมตัดต่อโบราณ มีเอาคนมาพากย์ narrator ซ้ำ แฟลชแบคตลอดเวลา หรือถ่ายคนขับรถต่าง ๆ มันถ่ายจากด้านหลังรถเหมือนหนังโบราณ ไรอย่างงี้ เราเลยว่าดูไปจะไหวไหมเนี่ย เอาว่าคนที่มาดู ข้างซ้ายเป็นลุง ข้างขวาที่ห่างออกไปเป็นป้า รุ่นพ่อรุ่นแม่อ่ะ เราก็แอบคิดนี่เรามาผิดงานป่ะนะ (แต่ขวาที่ข้างเราจริงน่าจะรุ่นพอกันอยู่) 

    เรื่องมันก็ดำเนินไปเรื่อย ๆ จนมีฉากที่น่าสนใจเริ่มโผล่เข้ามาทีละนิดละหน่อย ไอ้ที่เบื่อ ๆ เขาต้องการปูให้เรารู้จักตัวละคร เช่นตอนแรกเราว่า อะไรว่ะลีโอโผล่มาโดนทาบทามไปเล่นหนังอิตาลี่ ร้องไห้ซบไหล่แบรตพิทใหญ่ แต่มันปูเรื่อย ๆ จน ตอนนั่งคุยกับเด็กหญิง แล้วพีค ๆ ตอนที่ลีโอ เฮียเล่นซีนอารมณ์คนเดียวว่าติดเหล้าจนจำบทไม่ได้ ซีนนั้นดีมาก ดีตรงที่มันมีท่าหยิบเหล้ามาดื่มไม่รู้ตัว ทั้ง ๆ ที่ปากก็โมโหตัวเองว่าอยากจะเลิกเหล้า มันแสดงดีเหมือนคนจริง ๆ คนจริง ๆ ที่เสพติดอะไรจนมือมันไปหยิบเองไม่ผ่านสมองเซเรบั่ม จากฉากนั้นก็จบด้วยการเป็นวันดี ๆ ของตัวละครที่มีนักแสดงเด็กมากระซิบชมว่าเขาเล่นดีจนทำหน้าปลื้มปริ่มอยู่พักนึง

    ตัวละครของแบรดก็ปูมาดี ตอนแรกก็เบื่ออีกเช่นกัน ไม่ว่าจะปูเรื่องฆ่าเมีย สู้กับบรูซลี่ได้ อะไรงี้ก็เบื่อ ๆ อ่ะ ส่วนฉากบรูซลี สาวกบรูซลีอาจจะไม่ค่อยปลื้มนะ มันเหมือนบรูซลีเป็นพวกขี้โม้ ซึ่งเราก็ไม่รู้ว่าบรูซลีตัวจริงเป็นเหมือนในหนังไหม แต่เคยได้ยินข่าวว่า ลูกสาวบรูซลีเขาดูเรื่องนี้แล้วเขาไม่ชอบ เพราะทำให้ภาพลักษณ์ของคุณพ่อเสียหาย ไงก็ตามที่ตัวละครของแบรตพิท ต้องสู้บรูซลีได้ เราก็ว่ามันปูมาดีอีก เพราะ เราก็จะเชื่อว่าทำไมมันไม่กลัวตอนบังเอิญบุกเข้าไปถึงรังฮิปปี้ ซึ่งฉากรังฮิปปี้ที่เซ็ตติ้งหนังคาวบอยเก่า อันนั้นคือดี ดีตรงอยากจะบอกว่าเราอินมากกว่าความคัลท์ใน midsommar แบรดพิทกำลังจะเข้าไปในบ้านเพื่อเช็คลุงเจ้าของบ้าน แล้วพวกฮิปปี้สาวกชาร์ลแมนสัน ออกมายืนเรียงตัวมอง จะว่าเหมือน midsommar ก็เหมือน แต่ความรู้สึกคือมันดูจริง ดูกดดัน แล้วอีห่าส์ ฮาตรงที่ตอนไปเขย่าลุง นึกว่าตายเป็นศพแล้ว เขย่าตัวเด้งแมร่งยังไม่ตื่น ฮาไปไหน

    ก่อนที่จะพูดถึงฉากสุดท้าย นี่มีวัฒนธรรมการใช้ตีน อยากจะคุย มีทั้งเอาตีนวางเก้าอี้โรงหนังแถวหน้า ขึ้นรถมาก็เอาตีนแปะกระจกหน้า หรือนั่งชิวโซฟาเลยเอาตีนชี้บอกทางแทน มันเป็นวัฒนธรรมฮิปปี้หรืออะไร? ไงเราว่าไอ้ฉากยกตีนต่าง ๆ มันทำให้หนังมีกิมมิคนะ มีภาพจำที่เราชอบอยู่เหมือนกัน

    ต่อฉากที่แบบว่า มายโอมาย คือฉากสุดท้ายพีคสุดจริง กลุ่มฮิปปี้มาบุกบ้านลีโอ เจอแบรดพิท สั่งหมาสู้ สนุกมาก คือฉากนั้นเราอยากจะบอกว่าไอ้ที่เบื่อครึ่งแรกคือคุ้มค่าที่ทนดู ทนเบื่อ เพราะการปูตัวละครเบื่อ ๆ นั่นแหละ ทำให้ฉากต่าง ๆ ที่เราดูยิ่งพีค ยิ่งรักตัวละคร แล้วฉากโหด ๆ มันโหดแบบโคตรฮานะ โดยเฉพาะผีหนาเละ คือโดนป๋องอาหารหมาดอกแรกต่อด้วยหมาขย่ำ แล้วเดินมาหน้าเละ ๆ ที่สระหลังบ้าน ลีโอเลยเอาไฟพ่นอีกต่อ ดำเป็นตอตะโก คือ โหด มัน ฮา ได้ใจจริงจัง โอ้ยยยย

    แล้วจังหวะหนังก็ดี ดีจนบาดหัวใจเลยล่ะ ตำรวจมาทุกคนปลอดภัย เรื่องโชว์ว่าลีโอและแบรด คือเพื่อนรักจริง ในหนังไม่ต้องพูดกันมากเนอะ จากนั้นข้างบ้าน บ้านของชารอนเทท ก็มาทักลีโอ เฮียเลยบอกว่าสถานการณ์ดีแล้ว เพื่อนเจ็บ เมียก็ขวัญเสียนิดหน่อย แต่ตัวเองโอเคเลยล่ะ เน้นคำว่า "โอเคเลย" จากนั้นชารอนเทท เลยแบบโอเคงั้น มาสังสรรในบ้านกันหน่อยเป็นไร เปิดประตูเข้าบ้านชารอนเทท

    เมิงงงงง!!!!!!!! กรูน้ำตาแทบไหล (แต่ไม่ไหลนะ) มันอึ้งไปเลย เรารู้กันอยู่ใช่ไหม (หรือใครยังไม่รู้) ว่าสุดท้ายชารอนเทท และเพื่อน ๆ ในบ้านหลังนั้นทุกคนตายหมู่เพราะสาวกชาร์ลแมนสันฆ่า ซึ่งแน่นอนลีโอนาโด ดิคาปริโอ้ เฮียเพิ่งเดินเข้าบ้านชารอนเททอย่างยิ้มแย้ม เชี่ยแล้ว!!!!!! ที่แปลกใจคือเรารักตัวละครตัวนี้ เราเป็นห่วงตัวละครตัวนี้ทำไม? ทั้ง ๆ ที่ทั้งเรื่องมันไม่ได้เป็นฮีโร่ มันไม่ได้เป็นคนดี หรือคนเลวอะไร มันก็แค่เป็นตัวละครที่ ... ที่เรารู้ว่า เขาเคยดัง พอจะดับก็มีความกลัว ไหนยังติดเหล้าจนจำบทไม่ได้ แต่ก็ฮึดสู้ขึ้นมาบ้าง สุดท้ายตัดสินใจไปเล่นหนังอิตาลี่ที่ใช่ว่าจะชอบหรอกนะ ไงก็ไม่เคยลืมเพื่อนดับเบิ้ลสตั๊นท์ตลอดเวลา เอาเป็นว่าเรารู้จักเพราะเขาปูมาดี [Edit: พี่ที่รู้จักมาเล่าบอกเราเข้าใจผิดมันไม่ได้จบเศร้า แป่ว.... สรุปคือทุกคนรอด เพราะฆาตกรโดนแบรดพิทกับลีโอจัดการไปหมดแล้ว ส่วนตัวเราเข้าใจว่าเดี๋ยวจะมีคนมาฆ่าชารอนเททซ้ำอีก ลีโอซวยที่โดนเชิญไปเข้าบ้านนั้น เว้ย ความรู้สึกที่คิดว่าตัวละครจะตาย อุตส่าห์เป็นหวงเป็นใย กลายเป็นจบฮารึเนี่ย โอ้ยยยยย อะไรของตู]

    ประทับใจ ยิ่งฉากสุดท้ายมันทำให้เรามีอารมณ์ร่วมจนร้องโอดโอยออกมาเลยล่ะ [edit: เขียนตอนที่รู้ว่ามันจบเศร้า]

    อ่า ... แต่มีจุดนึงคาใจอยู่ คือมันตัดต่อไอ้ฉากที่พระเอกหนังคาวบอยจะเข้ามาคุยกับลีโอแล้วตอนแรกไม่ใส่หมวก อยู่ดีหมวกก็มา งงเฉย หรือเรากระพริบตาช้าเกินไป ยังไงนะ

    ขนปุยเอง
    SEP 13, 2019 17:16PM
Views

เข้าสู่ระบบเพื่อแสดงความคิดเห็น

Log in