ขนปุยดู?Piti Pui
ขนปุยดู Black Mirror : Season 5
  • ทำโซนแยกไว้คุยหนังเลยแล้วกัน ตอนแรกคุยกับเพื่อนเอาไว้ว่าเดี๋ยวเขียนคุยหนังนั่นนี่ลงเป็นเวปคอนเท้นท์ให้เวปของเพื่อน แต่ใจก็รู้ดี ภาษาไทยเราไม่แข็งแรง ชอบพิมพ์แนวคุยไปเรื่อย แนวกันเองมากกว่า เลยว่าเขียนในพื้นที่ของตัวเองก่อนเนอะ ประเดิมด้วยหนังใน netflix ที่เพิ่งทยอยดูจบ Black Mirror ซีซั่นล่าสุด 

    [ตรงนี้ยังไม่มีสปอยล์ แนวรีวิวภาพรวม]


    เราตาม Black Mirror แบบดูครบทุกซีซั่นนะ ส่วนใหญ่หนังจะค่อนข้างเหนือจริงแล้วก็เป็นตลกร้าย มีบาง EP ที่จะผ่อน ๆ อารมณ์มาโรแมนติกบ้างอะไรบ้าง ส่วนซีซั่นนี้ความตลกร้าย เสียดสี หรือปวดตับรุนแรงไม่ค่อยเท่าไหร่ เทคโนโลยีแบบโคตรล้ำจนนึกไม่ถึงก็ไม่ขนาดนั้น ภาพรวมทั้ง 3 ตอนที่ออกมา base on ชีวิตยุคปัจจุบัน ทำให้เข้าถึงได้ง่าย ไม่ต้องคิดเยอะ จนอาจจะทำให้แฟน ๆ ซีรีส์มองว่ามันจืดกว่าที่ผ่าน ๆ มา ส่วนตัวจากทั้ง 3 เรื่องเราชอบเรื่องที่ 2 มากที่สุด คือแค่มากสุดจากทั้ง 3 เรื่องนะ ไงทั้งซีซั่นบอกตรง ๆ ว่าไม่พีคในอารมณ์เท่าไหร่เมื่อเทียบกับซีซั่นก่อน ๆ

    ทีนี้เราอยากคุยหนัง คุยเหมือนคุยกับเพื่อนที่ดูกันมาแล้วว่ารู้สึกยังไง และก็จะตอบด้วยว่าทำไมเราถึงบอกว่าชอบเรื่องที่ 2 มากที่สุด แน่นอนว่าถ้าคุยอีหรอบนี้ก็มีสปอยล์ปะปนออกมาแน่นอน


    [มีสปอยล์หลังจากนี้ แนวคุยหนังกัน]


    มาคุยกันตั้งแต่ตอนแรก เปิดมาด้วยตอนชื่อ Striking Vipers คนแสดงนำคือฟาวค่อนในทีมอเวนเจอร์ส สำหรับเราเป็นตอนที่เนือยสุดใน 3 เรื่องแล้วล่ะ ไอเดียของเรื่องนี้มันเป็นไอเดียเล็ก ๆ ที่เหมาะจะทำหนังสั้นมากกว่า พอต้องมาขยายยาว 1 ชั่วโมงแต่ไม่แตกแขนงไอเดียเล็ก ๆ นี่ เอาแต่ไปเสียเวลาเข้าเกมแล้วเข้าเกมอีก บอกรักขอระยะห่างกัน จากนั้นก็เข้าเกมใหม่ รัก ๆ เลิก ๆ โดยที่ไม่ได้เติมไอเดียใหม่หรือความตื่นเต้นใหม่ ๆ จริงอยู่ที่อาจจะมีประเด็นย่อย ๆ ตรงที่นางเอกของเรื่อง นางก็ชอบ roll play แอคติ้งว่ามีคนมาจีบในบาร์เหมือนกัน แต่เป็นแค่ประเด็นเล็ก ๆ ไม่ได้อิมแพคเท่าไหร่ รวมแล้วคิดว่าหนังยื้อเวลาควรจบ ไม่ยอมจบ จะบอกว่าใช้เวลาเพื่อจะทำให้คนดูเชื่อว่าตัวละครรักกันยังไง มันก็ไม่เชื่ออ่ะ ดูเคมีไม่ได้เข้ากันยังไงก็ไม่รู้ พอ Black Mirror เปิดตัวด้วยตอนแรกอันนี้ ทำเราเซ็งไปเหมือนกันเลยนะ ซีรีย์ที่รอคอย ทำให้เราว้าวได้แค่นี้เองเหรอ อีกอย่างถ้าเล่นกับธีมที่คนหลุดเข้าไปในเกมส์ล่ะก็ภาคก่อน EP ที่ล้อเลียนหนังสตาร์เทรคอันนั้นทำได้ดีกว่านี้มาก

    ไงก็ตามเราคิดว่าตอนอื่น ๆ น่าจะมีถูกจริตบ้างแหละ สำหรับตอนที่ 2 ที่ชื่อ Smithereen (เขียนถูกไหมนะ) อันนี้ที่เกริ่นไว้ตะกี้ว่าชอบมากสุดใน 3 ตอน หนังเหมือนจะเป็นแนวพูด ๆ แต่มันพูดแค่สิ่งที่จำเป็น ไม่บอกคนดูหมดเปลือก คนดูต้องตามเอาเองทีละนิด ทีละหน่อย เราว่ามันตื่นเต้น เฮ้ย ทำไมพระเอกทำหน้าแปลก ๆ ตั้งแต่รับคนขึ้นรถมาฉากแรก หรือว่าพอเริ่มเฉลยว่าพระเอกมันอยากคุยกับบิลลี่บาวเออร์บิลโบแบกกิ้นอะไรนั่น หนังมันก็ไม่เอามาคุยเลย โอ้ยยย... กว่าบิลโบแบกกิ้นจะต่อสายมาคุยกับพระเอก กว่าจะคลี่คลาย ทำเอาต่อมอยากรู้อยากเสือกทำงาน แถมประเด็นที่เขาเล่น เขาเล่นเรื่องโลกโซเชียลที่จิกกัดและผ่านมุมมองของหลากหลายตัวละคร เช่น ข้อมูลคนร้ายกลายเป็นว่าตำรวจสืบไม่ทันคนที่กุมฐานข้อมูลในโซเชียล หรือต้นขั้วคนคิดค้นระบบอาจจะเจตนาดีแต่ไป ๆ มา ๆ ระบบนี้ทำให้คนเสพติดเกินขนาด หนังเอาประเด็นที่มีอยู่เยอะแยะกระจัดกระจายมารวมตัวอยู่อย่างค่อนข้างลงตัว เอาเป็นว่าเราอินกับตอนนี้ ฉากจบก็ประทับใจตรงมันตัดเสียงปืนจังหวะดี และพอขึ้นเครดิต ก็จบอีกทีด้วยลูกกะตาอีบิลโบ้แบกกิ้นค่อย ๆ หลับตา แบบว่ากูปลงแล้ว นั่งสมาธิต่อดีกว่า (หรือใครคิดว่ายังไง ตอนที่ตาบิลโบ้รู้ว่าอีพระเอกโดนยิง)

    ตอนสุดท้ายนี่ Miley Cyrus เล่นจ้า ตอนแรกที่ดู ก็ดู ๆ ไปแค่ว่า อ่อ...ไมลี่ย์ไซรัสเล่น ซึ่งพอดูเรื่อย ๆ ก็จะ อ้อ!!! ทำไมต้องเป็น Miley Cyrus เพราะหนังเล่นธีมเกี่ยวกับศิลปินที่ถูกบังคับให้ออกสื่อเป็นตัวตนที่ตัวเองไม่ได้อยากเป็น ซึ่ง Miley Cyrus ตัวจริงเองก็เหมือนกันที่เขาเปลี่ยนลุคอย่างสุดโต่งจนมีเสียงโจมตีแต่สุดท้ายเขาก็เลือกในแบบที่ตัวเองอยากเป็นมากกว่าการที่อยู่ภายใต้สังกัดกับบุคลิคที่ตัวเองไม่ได้เป็น (เราไม่รู้รายละเอียดลึกนะ ใครอยากรู้ลึกก็ไปหาข้อมูลกันเอาเอง) ... มาพูดถึงตัวหนังกันเถอะ ตอนนี้ออกแนววัยรุ่นวัยทีน มีตัวเอกสองตัว ตัวนึงเป็นศิลปิน อีกตัวก็เป็นเด็กติ่งศิลปินที่ซื้อตุ๊กตา Asley too มาเล่นที่บ้าน คล้าย ๆ เลี้ยงเฟอร์บี้ หรือเหงา ๆ แล้วคุยกับ Siri ทีแรกเลยคิดว่าเรื่องความฟู่ฟ่าทางเทคโนโลยีคงงั้น ๆ ไหนได้กลายเป็นว่ามันล้ำโอเว่อร์กว่าตอนอื่น ๆ เลย ก็มันเล่นแกะเพลงจากคลื่นสมองได้ ชี้ภาพในจอว่านั่นมันโน้ตตัวเอแฟลต จีชาร์ป โอ้วมายก๊อดด!!! หนังมีซีนแบบขับรถ แอบลักลอบปลอมตัวเข้าไปในบ้าน คือมันก็มีตื่นเต้นแนวหนังวัยรุ่น (ไม่รู้ทำไมดูแล้วคิดถึงหนังเรื่อง freaky friday ที่เจมี่ลีเล่นกับลินซี่ย์โลฮาน สลับร่างแม่ลูก) สรุปมันก็สนุกแนวดูได้เรื่อย ๆ แต่ไม่พีค ไม่รู้สึกว่าโอ้วนี่มัน Black Mirror เชียวนะ ก็เลยอย่างที่บอก ตอนที่ 2 คงดีสุดละ

    ไงก็ตาม ไอ้ Black Mirror ใครชอบตอนไหนยังไง จากที่ถาม ๆ ชาวบ้านมา (ตั้งแต่ภาคก่อน ๆ) ก็มักจะพบว่าคนจะชอบตอนไหนขึ้นอยู่กับประสบการณ์และความอินส่วนบุคคล เลยจะให้ฟันธงว่าอันนี้สนุกสุดจริงแท้คงไม่ใช่ ได้แต่พูดว่าสำหรับเราเราชอบอะไรบ้าง

    โอ้ยยยย... พิมพ์ยาวสุด มีใครอ่านไหม ใครดูแล้วมาคุยกันได้นะ ตอนนี้เพิ่งดูจบไม่นาน ภาพหนังยังพอหลงเหลืออยู่บ้างก็จะถกกันได้มันส์อยู่ เดี๋ยวเวลาผ่านไปนาน ๆ มาคุยนี่ไม่รับประกันนะ ถึงเวลานั้นคงลืมไปหมดแล้วว่าดูอะไร ชอบฉากไหน ไม่ชอบฉากไหน

    ขนปุยเอง
    JUNE 12, 2019 เที่ยงคืน19 นาที

Views

เข้าสู่ระบบเพื่อแสดงความคิดเห็น

Log in