เกี่ยวกับRADWIMPSKanzen Memeshe
ปรึกษาปัญหาชีวิตกับโนดะ โยจิโร่ (RADWIMPS)
  • เมื่อแฟนคลับปรึกษาปัญหาชีวิตกับเขา ทั้งเรื่องการไล่ตามความฝัน การเรียน สังคมการทำงาน ความสัมพันธ์กับคุณแม่ที่ไม่ค่อยราบรื่น ปัญหาการนอนไม่หลับจนต้องนับแกะ ปัญหาที่ไม่ได้รับการตอบสนองจากประตูอัตโนมัติ ไปจนถึงปัญหาที่มีกางเกงย้วยๆ ยานๆ ไว้ในครอบครองแต่ไม่อยากทิ้ง ในฐานะนักร้องนำRADWIMPS ผู้แต่งเพลงที่หลายคนแซวว่าเพลงเขาช่างลึกซึ้งเข้าถึงยากอะไรเช่นนี้อย่างโนดะ โยจิโร่ จะตอบคำถามและให้คำแนะนำแฟนๆ อย่างไรบ้างนะ...  


    -----------------------------------------------------------

    Q: ตอนนี้ฉันอยู่ ม.6 เป็นนักเรียนเตรียมสอบเอนทรานซ์ค่ะ อยากขอปรึกษาเกี่ยวกับเส้นทางชีวิตในอนาคต พอถึงเวลาสอบจริงๆ ตื่นเต้นประหม่าจนหัวสมองขาวโพลนไปหมด ผลที่ออกมาก็ไม่ดีอย่างที่คิด สุดท้ายเลยเข้าเรียนที่มหาวิทยาลัยเอกชนแถวบ้าน ที่นั่นคะแนนมาตรฐานต่ำพอควร ในอนาคตจะหางานทำได้ไหม ถึงจะหางานทำได้แต่คงไม่ใช่งานที่ดีรึเปล่า คิดลบแบบนั้นอยู่ทุกวันเลย 

    พูดตรงๆ แล้วเป็นห่วงอนาคตจังค่ะ มีความรู้สึกว่าก้าวพลาดในเส้นทางชีวิต ความจริงแล้วการทำงานคืออะไรกันแน่คะ ทำงาน กินข้าว ตาย ไม่ค่อยเข้าใจเท่าไหร่เลย ขอฟังความเห็นสักนิดได้ไหมคะ รบกวนด้วยค่ะ แล้วถ้ามีวิธีที่ทำให้เข้มงวดกับตัวเองได้มากกว่านี้ละก็ อยากจะได้ข้อมูลมาอ้างอิงค่ะ   
    (ริงโกะ / ฮิโรชิม่า / ญ)



    A: ผมก็มีประสบการณ์สอบครั้งใหญ่ในชีวิตตั้งหลายครั้ง เคยเครียด เคยกังวลมากจนไม่มีสมาธิสอบเหมือนกัน คำถามที่ปกติจะตอบได้กลายเป็นเว้นว่างไว้ก็มีครับ ทุกครั้งที่เป็นแบบนี้จะเผชิญหน้ากับมันด้วยความคิดที่ว่า"สิ่งนี้กำหนดชะตาชีวิตของตัวเองได้เลยนะ" แต่ว่าพอลองออกสู่โลกภายนอกแล้ว ในตอนนี้ผมได้ใช้ชีวิตอยู่ในโลกที่ไม่เกี่ยวข้องกับการสอบ วิชาที่เรียน และคะแนนเลย ถึงที่สุดแล้วนี่เป็นแค่กรณีของผมเท่านั้น แต่ส่วนที่พ้องกับคุณอย่างมากก็คือ"ผลของการสอบไม่ใช่ทุกสิ่งทุกอย่างของชีวิต" 

    แล้วก็ถ้าให้พูดในนามของรุ่นพี่คนนึงที่ออกสู่สังคมก่อนหน้าคุณเล็กน้อยแล้ว ผมคิดว่าผลการสอบนั้นเริ่มจะไม่ค่อยเกี่ยวข้องโดยตรงกับ"บริษัทดีๆ งานการดีๆ" แล้วนะครับ คนที่ถึงแม้ผลการเรียนจะดีแค่ไหนแต่ไม่มีความน่าเชื่อถือ เอาไปประยุกต์ใช้ไม่ได้ ถึงจะมีความคิดยืดหยุ่นแต่ไอเดียไม่เพียงพอมีอยู่มากมายครับ กลับกันคนที่ผลการเรียนไม่ดีเด่แต่มีความฉลาดและไหวพริบดีก็มีอยู่เยอะแยะเช่นกัน 

    จริงๆ แล้วสิ่งที่จำเป็นในโลกของการทำงานนั้นไม่ใช่"คนที่ผลการเรียนดี" แต่เป็น"คนที่มีไอเดียและทำให้มันเป็นจริงได้"ต่างหาก เพราะฉะนั้นบรรทัดฐานที่เกรดถูกตัดสินอย่างผิดชอบชั่วดี ก็มีกระแสสังคมแบบนั้นอยู่ ผมเข้าสอบเอนทรานซ์นะ แต่ผมก็ใช้ชีวิตอยู่ในโลกที่พิเศษนิดหน่อยตรงที่มีโอกาสได้คบค้าสมาคมกับสมาชิกวงดนตรีที่มีทั้งกลุ่มปัญญาชน และกลุ่มไม่มีการศึกษาที่พัฒนาผลักดันตัวเองขึ้นมาอยู่ระดับสูง ก็เลยรู้สึกแบบนั้นอย่างแรงกล้า

    ผมคิดว่าการเรียนหนังสือเป็นสิ่งที่ดีครับ อยากให้ลองทำสิ่งต่างๆ จนกว่าจะพอใจ อยากให้ได้รู้สิ่งต่างๆ มากมาย เพียงแต่ว่าแรงจูงใจที่จะเรียนต่อไปนั้นถ้าคิดว่า"อยากเข้าบริษัทดีๆ" เมื่อเวลาผ่านไปอาจรู้สึกไม่ดีขึ้นมาก็ได้  ถ้าสามารถสร้างแรงจูงใจในการเรียนว่า "เพราะอยากทำสิ่งนี้" "เพราะอยากเป็นคนแบบนี้" ได้ละก็ อาจจะสามารถเรียนโดยมุ่งมั่นตั้งใจมากขึ้นได้ครับ


    -----------------------------------------------------------

    Q: ช่วงนี้ฉันรู้สึกแย่ที่ไม่ได้รับการตอบสนองจากสิ่งของที่เคลื่อนไหวอย่างอัตโนมัติทั้งหลาย ทั้งประตูอัตโนมัติ ทั้งก๊อกน้ำที่เอามือลากผ่านๆ แล้วน้ำจะไหลออกมา ไม่ตอบสนองเลยสักอย่าง แบบนี้มีชีวิตอยู่ได้อีกไม่นานแล้วใช่ไหมคะ
    (ยูรินน / จิบะ / ญ)


    A: ช่วงหนึ่งผมเคยใฝ่ฝันอยากเป็นมนุษย์โปร่งใสครับ คุณได้ก้าวเข้าสู่โลกของมนุษย์โปร่งใสแล้วแน่ๆ โอกาสอย่างนี้ไม่ได้มีมาบ่อยๆ เพราะฉะนั้นฝากถึงคนที่ไม่ได้รับการตอบสนองว่าอยากให้พยายามรวบรวมลมปราณเข้าไว้ เกิดวันใดวันหนึ่งเป็นมนุษย์โปร่งใสขึ้นมาแล้วอยากให้ลักลอบมาเจอกันครับ


    -----------------------------------------------------------

    Q: ฤดูใบไม้ผลิปีนี้ฉันจะเป็นคนที่เข้าสู่สังคมการทำงานแล้ว รอบๆ ตัวมีคนที่ทำงานแล้วมากกว่าคนที่ยังเรียนอยู่เลยได้ยินแต่เสียงที่ว่า"เกลียดสังคมการทำงานจัง" "อยากกลับไปเป็นนักเรียนอีกครั้ง" "มองเห็นแต่ด้านแย่ๆ ของคนอื่น" เป็นต้น พอได้ยินแบบนั้นก็เอาแต่กังวล พอเข้าสู่สังคมการทำงานแล้วมีอะไรดีบ้างเหรอคะ เงินอย่างเดียวรึเปล่า รบกวนด้วยนะคะ
    (บูบูบู / ชิมาเนะ / ญ)


    A: ยินดีด้วยนะครับ จากนี้ไปก็จะเป็นความมุ่งมั่นตั้งใจของคุณแล้ว ไม่ว่าจะมีเหตุผลอะไร ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้น สิ่งที่ใช้เลือกบริษัทนั้นก็คือความตั้งใจของคุณเอง มันง่ายที่จะบ่นครับ แน่นอนอยู่แล้วว่าเป็นนักเรียนนั้นสนุกเพราะไม่ว่าเมื่อไหร่ก็มีเพื่อนคอยอยู่เคียงข้างเสมอ สามารถโทษว่าเป็นความผิดของพ่อแม่ เป็นความผิดของโรงเรียน เป็นความผิดของพวกผู้ใหญ่ได้ แต่จากนี้ไปไม่ใช่แล้ว

    แต่ว่าเรื่องดีๆ ก็มีมากมายนะ ในตอนที่อยู่กับความทุกข์ก็จะมีอิสระอยู่ในมือ ระหว่างนั้นขึ้นอยู่กับคุณแล้วว่าจะจัดการมันยังไง จะพร่ำบ่นก็ได้ แต่อย่าเป็นคนที่บ่นอย่างเดียวนะ หลังจากบ่นแล้วต้องพลิกเอาคืนด้วยความเจ็บใจ พยายามด้วยพลังงานนั้น เอาคืนคนที่คนที่ทำให้โกรธ แน่นอนอยู่แล้วว่าทุกวันที่สนุกสนานจะต้องดีกว่าทุกวันที่ไม่สนุก ถึงยังไงก็ทำได้สมดังตั้งใจอยู่แล้วเลยอยากสนุกไปกับสถานที่ที่มีความท้าทาย เพราะฉะนั้นพยายามเข้านะ เอาชนะให้ได้ ผมก็จะพยายามด้วย จะเอาใจช่วยนะ 


    -----------------------------------------------------------

    Q: จะวัด"ความชอบ" ของสรรพสิ่งต่างๆ อย่างไรดีคะ ความมากของจำนวนเงินที่ใช้จ่ายไปกับสิ่งนั้น? หรือว่าจะเป็นช่วงเวลาที่ชื่นชอบมันอย่างยาวนาน? ถ้าถูกพูดใส่ว่า"ทั้งที่ฉันชอบมาก่อนตั้งนานแล้วแท้ๆ" จะทำอย่างไรดีคะ?

    (นานุน / ฮอกไกโด / ญ)


    A: เอามาเปรียบเทียบกันไม่ได้หรอก ทั้งชอบ ทั้งเกลียด ทั้งความทุกข์ทรมาน ทั้งความรู้สึกอยากตาย เป็นเรื่องในความรู้สึกของทุกคนที่แตกต่างกันไป เอาให้กันดูไม่ได้ เปรียบเทียบกันไม่ได้ แข่งขันกันไม่ได้ เพราะฉะนั้นก็ได้แต่เห็นอกเห็นใจ ช่วยหาวิธีแก้ไข พวกเราคงทำได้แค่นั้นรึเปล่านะ มาเลี้ยงดูความรู้สึก"ชอบ"ไว้ในใจโดยให้ความสำคัญกับมันกันเถอะ


    -----------------------------------------------------------

    Q: ถูกเพื่อนพูดใส่ว่า"จะไล่ตามความฝันนั้นไปจนถึงอายุเมื่อไหร่" เรามองดูความฝันที่มองไม่เห็นผลลัพธ์ไม่ได้เหรอคะ
    (สุ / เฮียวโงะ / ญ)

     

    A: มนุษย์นั้นมีชีวิตอยู่กับความสมดุลที่แตกต่างกันไปครับ อย่างพ่อผมพอตัดสินใจแต่งงานกับแม่แล้ว ถึงกับล้มเลิกความฝันที่จะเป็นนักดนตรีJazzที่เขาชอบ แล้วมาทำงานเป็นมนุษญ์เงินเดือนแทน การได้แต่งงานกับแม่นั้นก็เป็นหนึ่งในความฝันเหมือนกัน ผมคิดว่าถูกต้องแล้วล่ะ ร่างกายเรามีเพียงหนึ่งเดียว จะทำฝันให้เป็นจริงได้ทุกอย่างก็ออกจะเป็นไปได้ยากหน่อย 

    ปล่อยมือจากความฝันหนึ่งไป ก็จะได้ความฝันอื่นมาแทน แต่ถ้าไม่เป็นไปตามนั้น ถ้าตั้งใจไล่ตามมันไปถึงไหนถึงกันแล้วผมคิดว่าไม่มีอะไรที่เป็นไปไม่ได้หรอก คนอื่นจะไม่มารับผิดชอบชีวิตของคุณหรอก ถึงจะเป็นเพื่อนกัน ถึงจะทำตามคำเตือนของคนนั้นแล้วมาเสียใจภายหลัง ถึงจะล้มเหลวขึ้นมา เพื่อนคนนั้นก็ไม่รับผิดชอบให้คุณหรอก คนที่จะรับผิดชอบชีวิตคุณได้มีเพียงตัวคุณเองเท่านั้นครับ  

    ขอภาวนาให้คุณเข้าใจและยอมรับในสิ่งที่คุณเลือกในอนาคตนะครับ


    -----------------------------------------------------------

    Q: กลุ้มใจเรื่องความสัมพันธ์กับคุณแม่ค่ะ ในบ้านฉันนั้นคุณแม่ดูเหมือนจะมีนิสัยตั้งตัวเองเป็นใหญ่(?)ในบ้าน ของที่เพื่อนๆ มีกันหมดอย่างเครื่องเล่นเกม ของเล่น มือถือ พอลองขอให้เขาซื้อ เขาไม่เคยซื้อให้สักครั้ง เป็นคนที่ไม่เคยยกโทษให้กับความเอาแต่ใจ เรื่องการเรียนจะถูกพูดถึงก่อนเรื่องที่ฉันอยากทำเสมอ ตั้งแต่การเตรียมสอบเอนทรานซ์ การเรียน การเลือกโรงเรียนกวดวิชา เป็นต้น

    วันก่อนแม่ก็พูดปฏิเสธลูกอย่างฉันที่เกรดไม่ดีขึ้นว่า "ทำไมฉันต้องมาเลี้ยงลูกที่เป็นแบบนี้ด้วย! ฉันไม่ต้องการลูกแบบนี้!" หลังจากนั้นฉันก็กลัวการที่ต้องพบปะพูดคุยกับแม่ขึ้นมา พูดความคิดเห็นของตัวเองไม่ออก เวลาที่เศร้าๆ หรือทุกข์ใจก็จะฟังเพลงบ้าง อ่านหนังสือบ้างเพื่อให้ผ่อนคลาย แต่ว่าช่วงนี้ใจที่ยังหวาดกลัวคุณแม่ ความตึงเครียดยังไม่คลายไป 

    จากนี้ฉันจะพบปะพูดคุยกับคุณแม่ยังไงดี ตอนที่ไม่ว่าจะทำยังไงก็รู้สึกกังวลใจนั้น ต้องทำยังไงถึงจะผ่อนคลายขึ้นมาได้คะ
    (ริน / คานางะวะ / ญ)


    A: เป็นแบบนั้นไม่ได้นะคุณแม่ 

    จริงๆ ทั้งเกมทั้งของเล่น แม่ผมก็ไม่ค่อยซื้อให้หรอก แต่ว่าประเด็นไม่ได้อยู่ตรงนั้น ผมรู้สึกว่าคุณแม่มีขอบเขตในการพูดอะไรออกไปถึงจะโอเคนะ พออยู่ด้วยกันทุกวัน ถึงแม้จะเป็นครอบครัวเดียวกันแต่ก็เผลอลืมให้เกียรติความเป็นมนุษย์ที่ต้องรักษาไว้ เผลอลืมดูแลเอาใจใส่ไปบ้าง เผลอละทิ้งบางสิ่งไปบ้าง แล้วพอเร่งปุ๊บก็กลายเป็นว่าพูดอะไรโหดร้ายออกไปซะแล้ว ความสัมพันธ์แบบนั้นมันแปลกจริงๆ ผมว่าก่อนอื่นลองบอกเขาไปว่า"ทุกข์ทรมานนะ พอเถอะค่ะ" แบบนี้น่าจะดีกว่าครับ ถ้ากลัวการเข้าไปพูดคนเดียวแล้วละก็ ลองบอกให้เพื่อน สมาชิกครอบครัวคนอื่น พ่อแม่ของเพื่อน หรือให้ญาติช่วยพูดให้ก็ได้ครับ

    พอทำแบบนั้นแล้วกลับกันอาจจะมองเห็นสิ่งที่อยู่ลึกข้างในจิตใจคุณแม่ก็ได้นะ ต้องมีบ้างล่ะที่อยากให้ลูกเกรดดีขึ้น อยากให้ลูกเป็นที่นับหน้าถือตาของคนอื่น แล้วก็อนาคตที่จะมาถึงอันใกล้นี้ สักวันหนึ่งก็ต้องแยกจากคุณแม่อยู่ดี เพราะฉะนั้นอย่าลืมนะครับว่าเราไม่ได้อยู่กับเขาไปตลอดชีวิต


    -----------------------------------------------------------

    Q: ผมมีกางเกงย้วยๆ ยานๆ อยู่ที่ไม่รู้ว่าควรจะทิ้งมันเมื่อไหร่ดี พ่อแม่บอกให้ทิ้งมันไปได้แล้ว แต่มันไม่ได้ขาดเป็นรูตรงตำแหน่งสำคัญซะหน่อย แถมยังใช้งานได้ดีสมกับเป็นกางเกงอยู่ ทำยังไงดีครับ กลุ้มใจจนตื่นเช้าไม่ไหวเลย
    (กนตะ / โอคะยาม่า / ช)


    A: ใส่ต่อไปก็ได้นี่ครับ คุณต้องเป็นประเภทที่ยึดติดกับสิ่งของแน่เลย อย่างเช่นแฟนเก่าที่ไม่ว่าเวลาจะผ่านไปนานเท่าไหร่ก็ลืมไม่ได้ เอาของต่างหน้าที่เธอให้ใส่ไว้ในลิ้นชัก ไม่ว่าเวลาจะผ่านไปกี่ปีก็ยังเก็บรักษามันไว้อย่างดี เป็นแบบนั้นใช่ไหมครับ ผมไม่ได้เกลียดคนแบบนี้เลยนะ สักวันหนึ่งเวลาที่จะต้องทิ้งก็ต้องมาถึง จนกว่าจะถึงตอนนั้นก็สวมใส่มันไปทั้งที่มันยานๆ อย่างนั้นแหละดี เพียงแต่ว่าถ้าเกิดคุณมีแฟนขึ้นมาแล้วถึงตอนที่ต้องแข่งขันแพ้ชนะกับเด็กคนนั้น คุณคงอาลัยอาวรณ์กางเกงย้วยๆ ยานๆ ตัวนั้นน่าดู


    -----------------------------------------------------------

    Q: ฉันน่ะใฝ่ฝันมาตั้งแต่เด็กๆ แล้วว่าอยากเป็นเจ้าของร้านเค้ก 2ปีที่แล้วพอเรียนจบ ม.ปลาย ก็ทำให้มันเป็นจริงโดยไปทำงานอยู่ในร้านเค้ก ในช่วงเวลา 2 ปีนี้พยายามอย่างมาก แต่ว่าช่วงนี้กลับมาคิดดูว่าสิ่งนี้ใช่ที่ตัวเองอยากทำจริงๆ เหรอ ทั้งที่ไม่มีอะไรเลยแท้ๆ แต่มีช่วงเวลาที่อยู่ดีๆ ก็อยากร้องไห้ออกมา

    แต่ก็มีอีกตัวตนหนึ่งของตัวเองที่คิดว่า ถ้าล้มเลิกตอนนี้ก็เท่ากับว่ายอมแพ้น่ะสิ เพราะฉะนั้นไม่พยายามไม่ได้แล้ว-อยู่ด้วยเหมือนกัน ไม่รู้ว่าจะทำยังไงกับตัวเองที่มองแต่ความฝันนั้นมาตั้งแต่เด็กดี  ด้วยเหตุนี้เลยมีคำถามสำหรับทุกท่านค่ะว่า หลังจากที่ตัดสินใจฝากชีวิตไว้กับRADWIMPSแล้ว เคยกลุ้มใจเหมือนฉันบ้างไหมคะ แล้วถ้ามีถ้อยคำให้กำลังใจตัวเองละก็ ช่วยบอกให้รู้หน่อยนะคะ
    (มารุจี-สึ / ชิสึโอกะ / ญ)


    A: หลังจากที่วงเดบิวต์แล้วไม่น่าจะเคยคิดนะครับ ที่เคยคิดอยู่หลายรอบก็คือ"อาจจะทำไม่ได้ขึ้นมาเมื่อไหร่ก็ไม่รู้" เช่นว่า ถ้าถูกยกเลิกสัญญาก็ทำต่อไปไม่ได้ ถ้าไม่มีสมาชิกในวงขึ้นมาก็ทำต่อไปไม่ได้ นี่อาจเป็นอาชีพที่เหมาะสมกับผมมากที่สุดรึเปล่าไม่รู้ แต่ก็รู้สึกขอบคุณครับ 

    ไม่ค่อยมีคนธรรมดาที่ไหนสามารถทำความฝันของตัวเองที่มีมาตั้งแต่เด็กให้เป็นจริงขึ้นมาได้หรอกครับ ผมว่าสุดยอดไปเลยนะ เพราะสามารถทำงานร้านเค้กได้จริงๆ แต่ว่าความใฝ่ฝันอย่างแรงกล้านั้น อาจจะต่างไปจากความเป็นจริงก็เลยสับสนขึ้นมาหรือเปล่าครับ ตอนที่ผมลองเข้าไปในวงการเพลง เข้าไปในโลกของวงดนตรีแล้ว มันก็ต่างไปจากที่ผมจินตนาการไว้นะ แต่เพราะอย่างนั้นก็เลยได้คิดว่าจะทำยังไงให้สิ่งที่ตัวเองคิดเป็นรูปเป็นร่างขึ้นมา ถ้าหากสิ่งที่คิดฝันไว้กับความจริงมันต่างกันจนทำให้ทุกข์ขึ้นมาละก็ ถ้าตอนนี้กำลังทำงานรับจ้างเขาอยู่ละก็ ถ้าได้พยายามด้วยตัวเองไปจนถึงวันที่ได้เป็นเจ้าของร้านเค้กอย่างที่วาดฝันไว้ก็คงดีนะครับ อาจจะลำบากยากเย็นขึ้นมาอีกครั้งก็เป็นได้ แต่ก็เอาใจช่วยนะครับ 


    -----------------------------------------------------------

    Q: ฉันมักจะตั้งข้อสงสัยกับสีหน้าของคนอื่นจนไม่มีความมั่นใจเลยค่ะ เมื่อไหร่ถึงจะมีความมั่นใจในตัวเองเหรอคะ ความมั่นใจนี่เป็นสิ่งที่ยังไงก็ต้องมีไว้เหรอคะ 
    (ฮัทสึเนะ / โอซาก้า / ญ)


    A: มั่นใจไว้ดีกว่าครับ เพียงแต่ว่าถ้ามีความมั่นใจมากเกินไปแล้ว จะกลายเป็นมั่นใจจนโอเว่อ คนเราถ้ามีความมั่นใจในความสามารถของตัวเองมากไป ก็จะกลายเป็นทะนงตัว ถ้าทะนงตัวมากเกินไปแล้วละก็ไม่มีความมั่นใจเลยยังดีซะกว่า แต่ผมคิดมาตลอดว่าคนเราถ้ามีความมั่นใจ-อยู่ในใจแล้วจะดีมากเลยนะ เช่น เริ่มจากการมีความมั่นใจเล็กๆ น้อยๆ ในงานอดิเรกที่ชอบ มั่นใจในการให้ความสำคัญกับสิ่งที่ชอบ มั่นใจในสิ่งที่ภูมิใจแม้จะเพียงน้อยนิดก็ตาม เป็นต้น

    แล้วก็ผมว่าการที่สามารถเดาสีหน้าคนอื่นได้เนี่ยถือเป็นความสามารถพิเศษระดับนึงเลยนะ
    ถ้ามีแต่คนที่ไม่ตั้งข้อสงสัยกับสีหน้าคนอื่นเต็มไปหมดละก็ เห็นทีว่าโลกนี้คงสร้างไม่สำเร็จ


    -----------------------------------------------------------

    Q: ฉันอายุ 18 ปีค่ะ อายุขึ้นเลขนี้แล้วพอวันต่อไปจะมีอะไรสนุกๆ เกิดขึ้นก็จะนอนไม่หลับเลย พอรู้สึกตัวก็เช้าแล้ว เพราะฉะนั้นก็จะไปเที่ยวเล่นทั้งๆ ที่นอนไม่พอ แล้วพอไปสวนสนุกทั้งที่นอนไม่พอ อาการจะแย่ขึ้นมาทันที คือว่าอยากเล่นพวกเครื่องเล่นรถไฟเหาะตีลังกามาก พอขึ้นไปเท่านั้นแหละอาการแย่จนเคลื่อนไหวไม่ได้เลย ทำยังไงถึงจะนอนหลับได้ในทันทีคะ ฉันเคยนับแกะได้มากสุดถึง 1,509 ตัวด้วยนะ แต่พอทำอย่างนั้นยังนอนไม่หลับอีก เลยเลิกทำแล้วค่ะ 
    (ฮิมาวาริ / ฮอกไกโด / ญ)


    A: สิ่งที่ผมเป็นอยู่บ่อยๆ ก็คือวันก่อนๆ หน้าที่จะถึงวันที่ตั้งตารอคอยนั้น มักจะนอนไม่หลับครับ ถึงจะไม่ชอบ แต่วันก่อนหน้านั้นยังไงก็ต้องนอนครับ



    -----------------------------------------------------------

    Credits cover photo &เนื้อหาภาษาญี่ปุ่น: https://radwimps-members.jp/all/articles/tkbk/article/tkbk004_nayami


Views

เข้าสู่ระบบเพื่อแสดงความคิดเห็น

Log in