เกี่ยวกับRADWIMPSKanzen Memeshe
แปลบทสัมภาษณ์ Noda Yojiro กับรางวัล GQ MEN OF THE YEAR 2017 จาก GQ Japan
  • การเริ่มต้นชีวิตวัย 32 ปีของโนดะ โยจิโร่ นักร้องนำวงRADWIMPS เพื่อที่จะเปล่งประกายต่อไปในอนาคต เรื่องราวจากนี้จะดำเนินต่อไปเช่นไร―

    มีภาพที่มองเห็นได้เฉพาะตอนที่วิ่งอย่างต่อเนื่องโดยไม่มองไปทางอื่น โนดะ โยจิโร่ในปีนี้ก็ยังคงวิ่งอยู่บนเส้นทางนี้ ทั้งในบทบาทของศิลปินและนักแสดง ก่อนที่จะมาเป็นโนดะในวันนี้เขาผ่านอะไรมาบ้าง ถ้อยคำที่เขาร้อยเรียง สภาพที่เขาแสดงให้เราเห็นนั้น เทียบกับ 10 เดือนก่อนหน้านี้ราวกับว่าเป็นคนละคนเลย

    "ลองตอบสนองต่อความรู้สึกของตัวเองอย่างซื่อตรง"

    การที่โนดะ โยจิโร่ได้รับคัดเลือกให้เป็น GQ MEN OF THE YEAR* นั้นคงมีใครหลายคนคิดว่าช้าไป 1 ปีหรือเปล่า ตั้งแต่ที่ภาพยนตร์Kimi no na wa เป็นกระแสอย่างถล่มทลาย และวงRADWIMPS ได้รับเชิญให้เข้าร่วมรายการขาว-แดงที่ฉายช่วงสิ้นปีของญี่ปุ่น ทางGQได้ติดต่อสัมภาษณ์เขา ด้วยความที่มีภาพจำว่าเขาเป็นศิลปินที่อ่อนไหว ทางเราจึงคัดสรรถ้อยคำที่ใช้พูดคุยกับเขาอย่างระมัดระวัง

    หลังจากวันนั้นก็ผ่านไป 10 เดือน ปีนี้เป็นจังหวะดีที่เพลง Zenzenzense ของเขาฮิตสุดๆ อีกทั้งยังมีการพัฒนาแบบก้าวกระโดด นอกจากจะเป็นนักร้องนำของวงRADWIMPS เป็นศิลปินเดี่ยวแล้ว ยังเป็นนักแสดงอีกด้วย สมกับที่ถูกเรียกว่าผู้ชายแห่งปี 2017 ไปทั่วสารทิศ และนั่นก็คือกิจกรรมที่เขากำลังทำอยู่

    • "ปีนี้คิดว่าได้ตอบสนองต่อความรู้สึกของตัวเองอย่างตรงไปตรงมา เท่าที่เวลาจะเอื้ออำนวยครับ ผลลัพธ์ก็คือเป็น 1 ปีที่อะไรผ่านไปเร็วจนตามไม่ทัน แล้วก็ได้ทำสิ่งที่ท้าทายหลายอย่าง ได้พบกับใครหลายๆ คน ได้ร่วมกันสร้างสรรค์ผลงานมากมาย หลังจากวันนั้นก็ได้เรียนรู้อะไรหลายสิ่ง คิดว่าเป็นปีที่ล้ำค่ามากๆ ถ้าจะมีจุดที่กลับมาคิดทบทวนละก็ คงเป็นการทำตามความคาดหวังของคนอื่นมากเกินไปมั้งครับ ในระหว่างที่ตอบสนองความคาดหวังเหล่านั้นก็อยากจะทรยศมันด้วยเลยอยากจะรักษาบาลานซ์ตรงนั้นให้ได้"

    ตั้งแต่เดือนกุมภาพันธ์ - พฤษภาคมที่ผ่านมาได้จัดทัวร์คอนเสิร์ต 12 จังหวัด 21 ฮอลล์ทั่วประเทศญี่ปุ่นในนามของ RADWIMPS  ในเดือนพฤษภาคมทางวงก็ได้วางจำหน่ายซิงเกิ้ล サイハテアイニ/洗脳  อีกทั้งเดือนกรกฎาคมที่ผ่านมาเพลง Banka ในโซโล่โปรเจค illion ก็ได้ถูกใช้เป็นเพลงประกอบภาพยนตร์ Tokyo ghoul  ช่วงเดือนมิถุนายน - กรกฎาคมที่ผ่านมาก็จัดไลฟ์ทัวร์ 6 ประเทศในแถบเอเชียภายใต้ชื่อ "RADWIMPS 2017 Asia Live Tour" รวมถึงฤดูร้อนที่ผ่านมาก็ได้เข้าร่วมเทศกาลดนตรีฤดูร้อนทั้งในและต่างประเทศถึง 7 งาน


    • "สิ่งที่ประทับใจมากที่สุดก็คือตอนไปจัด One Man Live ที่เซี่ยงไฮ้ ตอนที่ได้ยินเสียงร้องเพลงของผู้ชมดังมาถึงอารีน่านี่ทั้งตกใจและดีใจมากครับ อยากเล่นคอนเสิร์ตที่ต่างประเทศตั้งนานแล้ว คิดอยากให้เสียงนี้ดังกระหึ่มไปทั่วโลก ก็เลยรู้สึกว่าความฝันนั้นเป็นจริงขึ้นมาแล้วล่ะ คิดว่าที่เอเชียนี่ยังไปได้อีกไกล ต่างกับญี่ปุ่นตรงที่ว่ามีกฎที่ยังไม่ได้ถูกปรับเปลี่ยนให้เหมาะสม จึงสามารถทำอะไรที่น่าสนใจได้เรื่อยๆ คิดว่าปีนี้เป็นปีที่ได้เข้าใกล้แฟนๆ ต่างประเทศมากขึ้นครับ"


    • "พวกLiveหรืองานเทศกาลดนตรีที่ญี่ปุ่นก็สนุกนะครับ เมื่อก่อนการแสดงสดสำหรับผมแล้วเป็นเหมือนที่ที่ต้องออกไปต่อสู้ มองเห็นผู้ชมเป็นศัตรู รู้สึกว่าถูกทดสอบอยู่เสมอ เป็นความรู้สึกเหมือนต้องฟาดฟันกับสิ่งเสแสร้งที่ทำลงไป แต่ว่า 4-5 ปีมานี้ ผมสามารถยืนอยู่บนเวทีได้อย่างผ่อนคลายมากขึ้น พวกโปรดักชั่นพวกการแสดงก็ดีขึ้นเรื่อยๆ มีอาวุธอยู่ในมือหลายอย่าง ความรู้สึกว่ายังไงก็ไม่แพ้-มันเพิ่มขึ้นครับ (หัวเราะ)"

    ยิ่งไปกว่านั้นตั้งแต่ปีที่แล้วจนถึงปีนี้ ยังช่วยแต่งเพลงสนับสนุนศิลปินท่านอื่นด้วยความกระตือรือร้น

    • "เมื่อก่อนไม่เคยคิดว่าจะฝากเพลงของตัวเองให้คนอื่นช่วยดูแลเลยครับ แต่มาคิดว่าแค่ทั้งฝ่ายผู้ส่งสารและผู้รับสารสามารถรู้สึกถึงสิ่งนั้นได้ เท่านั้นก็เพียงพอแล้ว ผมดำผุดดำว่ายในความทุกข์ทรมานมาคนเดียวจนถึงตอนนี้ ไขว่คว้าหาที่ที่ไม่มีใครสามารถไปถึง ก้าวผ่านดนตรีไปอีกขั้น ตอนนี้ก็ยังเก็บรักษาตัวตนแบบนั้นไว้ พร้อมกับประจัญหน้าดนตรีด้วยความยืดหยุ่นและมีอิสระยิ่งกว่าสมัยก่อนครับ"

    "จนถึงตอนนี้การแสดงสดเป็นเหมือนสถานที่ที่ต้องออกไปต่อสู้"

    ขอบคุณรูปภาพจาก gqjapan.jp


    "ทำเฉพาะสิ่งที่มีแค่ตัวเองเท่านั้นที่ทำได้"


    ในฐานะนักแสดงเขาก็เป็นที่น่าจับตามอง การรับบทบาทเป็นนักแสดงนำในละครเรื่อง One Million Yen Women ของช่อง TV-Tokyo ทำให้ถูกรับเชิญไปแสดงภาพยนตร์เรื่อง 泣き虫しょったんの奇跡 ที่จะฉายในปีหน้า(2018)ด้วย แต่ในวงการบันเทิงนั้นดูเหมือนว่าจะไม่สามารถแสดงออกได้อย่างที่ตัวเองวาดฝันไว้

    • "ผมรับงานแสดงและทำมาจนถึงตอนนี้ แต่ทำงานเป็นแพทเทิร์นแบบแชร์ความเห็นร่วมกันกับผู้กำกับ รับฟังกันทั้งสองฝ่าย ตามลำดับแผนการที่วางไว้ ตอนนั้นวิธีการแสดงบทบาทในวงการบันเทิง รู้สึกว่าได้ยืมตัวตนส่วนหนึ่งของตัวเองมาบ้าง แต่ว่าพอแสดงไปเรื่อยๆ ก็รับรู้ว่าเมื่อช่วงเวลานั้นเริ่มต้นขึ้น ก็ต้องแสดงออกไปให้กลายเป็นตัวละครนั้นเลย" 

    • "ไม่มีขั้นตอนอะไรหรอกครับ เพียงแต่ไม่ว่าตัวเองจะพอใจกับงานหรือไม่ ถ้าผู้กำกับบอกว่าโอเคแล้ว งานก็จบเลย ในกรณีของงานเพลง ถ้ายอมรับไม่ได้ขึ้นมา จะต่อต้านค้านหัวชนฝายังไงก็ได้ แต่ในโลกการแสดงไม่ได้เป็นแบบนั้น มั่นใจว่าอย่างน้อยที่สุดก็ก้าวข้ามอุปสรรคไปได้นะ แต่ยังแสดงออกมาไม่ค่อยได้ดั่งใจเท่าไหร่ เคยส่งเมลล์แบบพูดตัดพ้อไปบอกผู้กำกับว่า"ผมไม่อยากให้จบไปทั้งๆ แบบนี้" อาจจะเคยพูดแก้ตัวไปด้วยซ้ำว่า"ก็ผมเป็นนักดนตรีอ่ะ" พูดตามตรงก็คือ ยังมีความรู้สึกเจ็บใจกับวงการบันเทิงหลงเหลืออยู่ ถ้ามีโอกาสก็อยากจะไปแก้มือครับ" 

    1 ปีที่ผ่านมานี้ แน่นอนว่าคงมีงานหลั่งไหลเข้ามาหาเขามากมาย ในช่วงเวลาที่จำกัดนั้น เขาใช้เกณฑ์อะไรในการเลือกรับงานกันนะ

    • "ผมจะทำเฉพาะสิ่งที่มีแค่ตัวเองเท่านั้นที่ทำได้ ถ้ามีใครคนอื่นทำแล้วได้ผลลัพธ์ออกมาเหมือนกัน ผมจะไม่รับงานนั้น แล้วก็จะเลือกทำงานเฉพาะกับคนที่ไว้เนื้อเชื่อใจกันได้เท่านั้น ถ้าไม่ใช่คนที่มีความคิดคล้ายกัน มีพลังงานคล้ายกันละก็ คงไม่สามารถทำให้มันสำเร็จออกมาได้ สมมติว่าผมรับงานไปงั้นๆ แสดงไปงั้นๆ แน่นอนว่าทั้งผู้ชมและผู้ฟังจะต้องดูออก ซึ่งนั่นเป็นอะไรที่เสียมารยาทมาก และผมก็ไม่อยากใช้จ่ายเวลาไปกับเรื่องแบบนั้นด้วย" 

    เมื่อเทียบกับ 10 เดือนก่อนที่ทางเราจะสัมภาษณ์เขานั้น ความประทับใจที่มีต่อเขาได้เปลี่ยนไปเล็กน้อย เขาพูดคุยแบบเปิดเผยตัวเองมากกว่าเมื่อก่อน ใบหน้าก็เปื้อนยิ้ม แม้จะเป็นการเปลี่ยนแปลงเล็กๆ น้อยๆ แต่ก็เห็นได้อย่างชัดเจน ช่วงเวลา 1 ปีที่ผ่านมานี้ เขาได้ทำอะไรที่สร้างเสริมประสบการณ์ไว้มากมาย ในตัวเขาเองนั้นมีอะไรเปลี่ยนไปบ้างหรือเปล่านะ

    • "พูดแบบนี้อาจจะแปลกก็ได้นะครับ แต่ผมรู้สึกว่าตัวเองได้กลายเป็นผู้ใหญ่อย่างเต็มตัว ปีนี้ก็อายุ 32 แล้ว ตัวผมเนี่ยคงบรรลุนิติภาวะที่อายุประมาณ 30 (หัวเราะ) ช่วงเวลาก่อนหน้านั้นคือเกลียดคนอื่นอย่างไม่มีเหตุผล ทำให้ไม่มีเพื่อนเลย รู้สึกเหมือนถูกโลกคัดทิ้ง และกำลังเดินอยู่บนเส้นทางของตัวเองเพียงลำพัง เพราะว่าผมเป็นตัวป่วนอยู่เสมอ เลยคิดว่าคนรอบข้างคงเหนื่อยน่าดูเลยนะ พออายุเข้า 30 ก็เริ่มทำความเข้าใจหลายสิ่งหลายอย่างได้ทีละนิด อย่างเช่นเรื่องธรรมดาที่ว่า ผมไม่สามารถมีชีวิตอยู่ได้ด้วยตัวคนเดียว พอโตเป็นผู้ใหญ่แล้ว ก็ยอมรับหลายสิ่งหลายอย่างมากขึ้น ถึงจะค่อยเป็นค่อยไป แต่ก็กลายเป็นว่าสามารถสนุกไปกับมันได้ ก็เลยคิดว่าปีนี้คงมีหลายอย่างเป็นรูปเป็นร่างขึ้นกว่าเดิมครับ" 


    ขอบคุณรูปภาพจาก gqjapan.jp


    "10 ปีหลังจากนี้อยากมีครอบครัว"


    พอถามว่าโนดะ โยจิโร่ในปี 2018 จะมีพัฒนาการเป็นไปในทิศทางใด เขาก็ตอบกลับมาอย่างรวดเร็ว ราวกับว่าได้คิดเรื่องนี้มาตลอด

    • "อยากทำให้ปีนี้เป็นปีที่ต้องใช้เวลาเคี่ยวหลายสิ่งหลายอย่างจนมันเดือดปุดๆ ยกตัวอย่างเช่นการทำเครื่องปั้นดินเผา มีบางอย่างใช้เวลาเพียงชั่วครู่ก็สำเร็จ และมีบางอย่างที่ิต้องใช้เวลานานหลายปีกว่าจะเป็นรูปเป็นร่าง ไม่มีใครรู้หรอกว่าแบบไหนถูกต้องกว่ากัน ปีนี้(2017)ได้ใช้ชีวิตแบบส่องประกายวูบวาบไปแล้ว ปีหน้า(2018)ก็เลยกลับกัน อยากใช้เวลาเคี่ยวกรำให้นานกว่านี้ จะไม่พูดว่าปีหน้าละกันครับ คงใช้เวลาสัก 3 ปีเห็นจะได้ (หัวเราะ)"

    • "อย่างไรก็ตาม ผมไม่อยากจะยึดติดอยู่กับที่ใดที่หนึ่ง ถ้าอยู่ที่เดิมต่อ ถึงจะอยู่แบบสงบใจแต่ก็จะถูกสิ่งที่เป็นเหมือนสามัญสำนึกของพื้นที่นั้นผูกมัดเข้าจนได้ เพราะฉะนั้นก็เลยคิดอยากจะรีเซ็ตมันเรื่อยๆ รีเฟรชต่อไป เริ่มใหม่ตั้งแต่ 0 ครับ แน่นอนว่าต้องมีความเสี่ยง เพื่อให้ความเสี่ยงหายไปก็คงต้องใช้พรสวรรค์ทั้งหมดที่มีเข้าสู้ ผมทำวงไปก็เตรียมใจไว้ตั้งแต่แรกแล้วว่า RADWIMPS อาจยุบวงเมื่อไหร่ก็ได้ จากนี้ไปเพื่อที่จะได้อิสระในการยอมรับนับถือตัวเองมาครอบครอง มีเพียงการเตรียมใจนี้ที่ไม่อยากให้มันหายไปครับ" 

    แล้วอีก 10 ปีหลังจากนี้ โนดะ โยจิโร่ในปี 2027 จะใช้ชีวิตแบบไหนกันนะ 

    • "หลังจากนี้คงมีอะไรหลายสิ่งหลายอย่างเกิดขึ้น เมื่อผ่านไป 10ปีคงจำช่วงเวลา 10ปีก่อนหน้านั้นไม่ได้แล้ว คิดว่าตัวเองคงอัพเกรดขึ้นครับ 10ปีให้หลังก็คงทำงานอยู่ในแวดวงดนตรีเหมือนเดิม จะเป็นฝ่ายผลิต หรือเป็นฝ่ายร้องเพลงก็ยังไม่รู้เหมือนกัน แต่คิดว่าต้องทำงานเกี่ยวข้องกับดนตรีไม่ผิดแน่ครับ แล้วก็อยากมีครอบครัวจังน้า (หัวเราะ) ถ้าเป็น 10 ปีให้หลังแล้วละก็ คงมีลูกแล้วย้ายไปอยู่ที่ไหนสักที่ที่ไกลจากโตเกียว เคยคิดว่าอาจจะไปอยู่ต่างประเทศนะครับ แต่ยังไงก็ชอบญี่ปุ่นละน้า แล้วก็ถ้าได้ใช้ชีวิตแบบที่ไม่ซ้ำซากจำเจก็คงดีครับ จนมาถึงตอนนี้ผมไม่เคยยึดติดกับตัวตนของตัวเองเลย จากนี้คิดว่าถ้าเป็นอย่างนี้ไปได้เรื่อยๆ ก็คงมีความสุขครับ"


    เดือดพล่านขึ้นมาในระหว่างที่กำลังล่องลอยอย่างไร้จุดหมาย เมื่อวางความคลั่งใคล้ภายในลงก็จะสงบชายผู้ที่ดิ้นรนต่อสู้กับเสียงข้างในของตัวเอง บัดนี้พละกำลังเหล่านั้นได้เริ่มปลดปล่อยออกสู่ภายนอกแล้ว ด้วยเหตุนี้โนดะ โยจิโร่อาจจะกำลังด้อมๆ มองๆ อยู่ที่จุดเริ่มต้นก็เป็นได้ เขากำลังจะออกวิ่งไปยังจุดหมายปลายทางที่ไม่มีใครเคยเห็น ต่อจากนี้ทางเราก็อยากจะเฝ้ามองเขาต่อไป



    ----------------------------------------
    YOJIRO NODA
    เกิดปี1985 บ้านเกิดอยู่โตเกียว ฟอร์มวง RADWIMPS ในปี2001 ตั้งแต่สมัยเรียนอยู่ ม.ปลาย รับผิดชอบแต่งเนื้อร้อง-ทำนองเพลง เล่นเปียโน กีต้าร์ และเป็นนักร้องนำของวง ทำโซโล่โปรเจคในนาม illion ในปีนี้(2017) นอกจากจะเป็นนักดนตรีแล้ว ยังรับบทบาทเป็นนักแสดงนำในละครเรื่อง One Million Yen Women ของช่อง TV-Tokyo 



    *******


    // รางวัล GQ MEN OF THE YEAR 2017 มีหลายสาขา
    และโนดะ โยจิโร่ ได้รับรางวัลในสาขา Millennial & Inspiration ของปีนั้น

    ภาพตอนโนดะ โยจิโร่รับรางวัล GQ MEN OF THE YEAR 2017
    ขอบคุณรูปภาพจาก natalie.mu

    ภาพผู้ที่ได้รับรางวัล GQ MEN OF THE YEAR 2017 ทั้งหมดในปีนั้น
    ขอบคุณรูปภาพจาก natalie.mu




    ---------------------------------------
    credits บทสัมภาษณ์-ภาพประกอบบทความ-cover photo : https://gqjapan.jp/culture/bma/20171223/moty2017-yojiro-noda
    credits ภาพตอนรับรางวัล GQ MEN OF THE YEAR 2017 : https://natalie.mu/music/news/257802

Views

เข้าสู่ระบบเพื่อแสดงความคิดเห็น

Log in