#ฉันจะมารีวิว (2019); K-POP REVIEW by แอดมินทีที. (@floramarillo_)floramarillo_
[REVIEW] ATEEZ - 3rd Mini Album "TREASURE EP.3 : One To All"
  • ** โปรดอ่าน! **

    โปรดใช้วิจารณญาณในการอ่านด้วยเพราะคนเขียนไม่ได้มีความรู้เรื่องของเพลงแม้แต่นิดเดียว

    ATEEZ - TREASURE EP.3 : One To All

    "รวมกันเราอยู่"

               บอยกรุ๊ปค่าย KQ Ent. ที่ผ่านการออดิชั่นและเข้าแข่งขันเซอร์ไวเวอร์อย่าง MIXNINE รายการที่ล้มเหลวไม่เป็นท่าของประธานค่ายชื่อดังสู่การเดบิวท์อย่างเป็นทางการในนามวง ATEEZ ขับเคลื่อนไปด้วยสมาชิกทั้ง 8 คนด้วยคอนเซ็ปที่แตกต่างจากวงทั่วไปและ performance ที่ชวนดึงดูดผู้คนและสะกดสายตาทุกคนทั่วโลกจนเกิดการขนานนามว่าเป็นวงที่น่ากลัวและม้ามืดของเคป็อบในตอนนี้เลยก็ว่าได้ (ดูอวยเบอสิบไปปะแม่)

               ด้วยคอนเซ็ปที่แตกต่างจากทั่วไปด้วยการหยิบยืมเนื้อเรื่องของ "โจรสลัด" ที่ออกตามล่าหาสมบัิติตั้งแต่ EP.1 จนถึงตอนนี้การดำเนินเรื่องมาถึง EP.3 ซึ่งเป็นการเดินทางครั้งสุดท้ายในซีรี่ย์โจรสลัดทั้งหมด เพราะฉะนั้นซีรี่ย์ชุดนี้จะเป็นการปิดฉากและเฉลยว่า "สมบัติที่ตามหาคืออะไรกันแน่?" โดยอัลบั้มชุดนี้ยังคงโปรดิวเซอร์ชุดเดิมไว้พ่วงด้วย Ollounder หนึ่งในทีมของสาวๆ Dreamcatcher คู่หูของ LEEZ ที่มาร่วมจับมือกันในครั้งนี้และด้วยความที่คัมแบ็คในช่วงซัมเมอร์ คอนเซ็ปจึงไม่ใช่สิ่งที่เน้นไปทางสไตล์หนักแน่นเต็มไปด้วยพลังของโจรสลัดมาดขรึมเหมือนกับที่ผ่านมา


    - เปิดแทร็คด้วย  UTOPIA  สไตล์ Pop ที่ผสมผสานด้วย Electro-House และแนว Disco ยุค 90's นครแห่งความฝันที่ใครๆก็อยากเข้าไปกัน เอทีซยังคงเส้นคงวาในเรื่องของการเปิด Intro ของอัลบั้มได้เป็นอย่างดี สิ่งที่รู้สึกชอบมากๆคือการใส่ซาวน์ด wave 8-bit แทรกเข้าไปในช่วงฮุคหลังเพิ่ม ดึงความสนุกออกมาอย่างเต็มที่

    - ILLUSION  แทร็ค Pop/Hip-hop ที่เต็มไปด้วยความสนุกสนานผสมกับจังหวะ Dubstep ที่ไม่ระแคะระคายต่อหู ความสมูทของแทร็คนี้ถือว่าลงตัวและเอาอยู่มากๆ ปาร์ตี้สนุกสุดเหวี่ยงแค่ไหนก็ไม่ลืมความเป็นเอทีซแก๊งค์โจรสลัดก๋ากั่นคนเดิม

    - CRESCENT  Instrumental คั่นอัลบั้มที่ไม่ได้มส่มาแบบสุ่มสี่สุ่มห้าหรือหยิบจับยัดเข้ามาเสริมอัลบั้มเด้อ มันเป็นการชูโรงเรื่องราวที่ใกล้จะปิดจบตำนานโจรสลัดและสมบัติของแก๊งค์นี้

    - เปิดตาจากแทร็คคั่นมาเจอกับ  WAVE  แนวเพลง Moombahton ขับเคื่อนด้วยกีต้าร์สไตล์คันทรีเหมาะเหมงกับช่วงซัมเมอร์พอดิบพอดี คลื่นลูกใหญ่ที่เหมือนกับอุปสรรค์อันใหญ่หลวงของแก๊งค์โจรสลัด

    - AURORA  แสงเหนือจากมุมมืดที่กำลังจองมองด้วยรอบยิ้มและความสุข ขับเคลื่อนด้วยสไตล์ Pop/EDM มู๊ดเพลงนี้ให้ฟีลที่เป็นป็อบยุค 2000's ต้นๆและอีดีเอ็มที่ให้ความรู้สึกเดียวกับ Closer ของ The Chainsmokers ถ้าฟังแค่ฮุคแล้วบอกว่าเป็นเพลงของดีเจดูโอ้ก็เชื่อนะ

    - Dancing Like Butterfly Wings  ปลดปล่อยร่างกายด้วยการเต้นให้เหมือนกับว่าตัวเองเป็นผีเสื้อที่กำลังบินขึ้นสูงไปเรื่อยๆ การเลือกใช้บีท Pop/Rock มาเป็นเมนหลักของเพลงนี้ถือว่าตอบโจทย์ทั้งด้านเนื้อหาและอินเนอร์ที่สื่อออกมาได้ถึงใจถึงอารมณ์คนฟัง เลือกปิดอัลบั้มได้เหมาะเจาะกับคอนเซ็ปดีนะ


                การเดินทางครั้งสุดท้ายกับการตามล่าหาสมบัติเป็นเวลายาวนานถึง 8 เดือนกับคอนเซ็ป Summer Pirate Party ในครั้งนี้ การนำเสนอเรื่องราวผ่านบทเพลงมันจำเป็นที่จะต้องใช้แนวเพลงป็อบผสมผสานกับ EDM เพื่อเป็นแรงขับเคลื่อนให้เข้าถึงคอนเซ็ปเท่านั้น แต่เป็นการหยิบ pop culture ของยุค 90's-2000's มาประยุกต์ใช้เพื่อให้เข้ากับบรรยากาศกลิ่นอายความหน้าร้อนและซึมซับกับความเก่าของตัวเพลงให้เข้าถึงคนฟังมากที่สุดแต่ก็ยังไม่ลืมตัวตน(แนวเพลงดั้งเดิม)ของตัวเอง ถือว่าเป็นการตีโจทย์คอนเซ็ปและแนวเพลงได้ดีในระดับหนึ่ง จุดถือว่าสอบผ่านนะ

                แต่สิ่งที่กลับรู้สึกว่าเอทีซยังๆม่คิดที่จะเปลี่ยนมันนักคือความสมดุลของโวคอล วงมาในสไตล์ฮิปฮอปก็จริงแต่ก็ควบคู่กับโวคอลไปด้วยเพื่อไม่ให้เกิดความรู้สึกที่ว่าวงเน้นแร็ปมากเกินไป ทุกคนทำหน้าที่ของตัวเองได้ดีแหละยอมรับ แต่มันกลายเป็นว่าจงโฮค่อนข้างแบกเพลงหนักไปซะ 90% ในส่วนของโวคอลมันเลยทำให้คนอื่นโดนกลืนจางหายไปโดยปริยายและไม่มีข้อแม้ที่จะมานั่งสงสัยว่าทำไมจำเสียงคนนั้นคนนี้ไม่ได้ ก็มักเน่เล่นกินซีนพี่ๆซะเกลี้ยงขนาดนี้ใครจะไปกล้าสู้หล่ะหื้ม หรือไม่จริง? เพราะฉะนั้นในบรรดา 5 แทร็คนี้จึงเป็นสิ่งที่ตอกย้ำว่าเอทีซยังไม่สามารถหลุดพ้นจากพรรธนาการของคำว่า "แร็ปเปอร์+มักเน่และผองเพื่อน" ได้เลยสักนิดเดียวเมื่อเทียบกับอีพีสองโวคอลมีความสมดุลและเสถียรในการทำหน้าที่ของตัวเองได้ดีมาก

                พูดถึงส่วนของ theory series ในครั้งนี้ต่อเนื่องจากพาร์ทที่แล้ว การตามหาสมบัติที่ยังคงเป็นปริศนาว่าสรุปแล้วสิ่งที่ตามหามันคืออะไรกันแน่? การปูพื้นฐานด้วยชื่อแทร็คซึ่งเป็นที่บ่งบอกได้อย่างชัดเจนว่าสมบัติที่เด็กพวกนี้ตามหาคือ "ความอิสระ" เอทีซพยายามบอกกับผู้ฟังมาตลอดว่านี่แหละคือสิ่งที่พวกเขาต้องการมันมากที่สุด การเป็นอิสระในแบบของตัวเองทั้งแนวเพลง, คอนเซ็ป หรือ performance เป็นใครๆก็ไม่ชอบที่คอยมาบงการชีวิตของตัวเองให้เป็นในสิ่งที่ไม่ต้องการ แนวเพลงครั้งนี้จึงเป็นอะไรที่บ่งบอกถึงความ freedom การปลดปล่อยร่างกายของตัวเองให้ทำดั่งใจคิดใจชอบไม่ต้องไปกังวลว่าใครจะคอยชี้โพรงให้ตัวเองทำแบบโน้นแบบนี้ แค่เป็นตัวเองก็สบายใจที่สุดให้เหมือนกับผีเสื้อที่กางปีกบินออกไปตามใจชอบ

    .

    .

    .

    .

    ปิดฉากซีรี่ย์ได้สวย แต่นี่มันพึ่งจะเริ่มต้นเท่านั้น

    Best Tracks: UTOPIA, ILLUSION, Dancing Like Butterfly Wings


    EP.2 (4/5) > EP.3 >>>>>>>>>>>>> EP.1 (3.25/5)


    คะแนน: 3.75/5


    ปล. การทำรีวิวทั้งหมดนี้ คนเขียนไม่ได้มีความรู้เรื่องแนวเพลงอะไรมากมายเลยสักนิดเดียวใช้ประสบการณ์จากการฟังเพลงล้วนๆ


    ขอบคุณที่เข้ามาอ่าน ผิดพลาดตรงไหนก็ขออภัยทุกคน ณ จุดนี้ด้วย


    ตอนนี้ดิชั้นได้ทำการเปิดเพจรีวิวอย่างเป็นทางการแล้ว ยังไงก็ขอฝากเพจเล็กๆไว้ด้วยจ้า สาระไม่มีเช่นเคยมีแต่พูดไปเรื่อย

    https://www.facebook.com/chanjamareview





    11 June 2019, 13:23 น.

เข้าสู่ระบบเพื่อแสดงความคิดเห็น

Log in