ไดอารี่ของฉันatcha
ย้อนชีวิตวันวาน
  • วันนี้ได้คุยกับหลานสาวแล้ว จะให้ช่วยทำเวปขายของ เป็นแอดมิน เป็นอันล้มเหลว เธอไม่สามารถช่วยอะไรได้ เพราะเธอไม่ได้เก่งคอมพิวเตอร์กราฟิค ที่จะทำรูปหรือภาพ ช่วยโพสต์อะไร ไม่ได้เก่งการตลาดที่จะรู้ว่าขายอะไร ยังไงดี ฉันอาจจะคิดว่า หลานสาวจะเก่งกว่านี้  คือเธอเรียนเก่งจริง แต่ศิลปะเธอไม่เข้าหัวเลย จะช่วยโน้นช่วยนี้ก็ยากหน่อย 

    สมัยที่ฉันเรียน ม.ปลายเหมือนกับหลานสาว ฉันเรียนศิลปะ-ฝรั่งเศส แต่ฉันตกภาษาฝรั่งเศส คือไม่เหลือในหัวตั้งแต่เข้ามหาวิทยาลัยแล้วล่ะ  แต่ศิลปะที่ฉันเรียนสมัย ม.ปลาย ทุกวันนี้ ฉันก็ยังใช้มันอยู่เลย 

    ช่วง ม.ปลาย ฉันมีไปเรียน ติวศิลปะ ที่โรงเรียนสอนศิลปะแถวสยาม ไปเรียนออกแบบ นิเทศศิลป์ ทำโปสเตอร์โฆษณา ใช้สีโปสเตอร์ระบาย ออกแบบป้าย ออกแบบบรรจุภัณฑ์ พวกนี้แหละ เรียนศิลปะอยู่ 2 ปี แต่เอ็นทรานไม่ติด ไม่ได้เข้าศิลปากร ก็เลยไปเรียนนิเทศศาสตร์แทน ตอนแรกไม่รู้จักนิเทศศาสตร์ นึกว่าเรียนเหมือนนิเทศศิลป์ พี่บอกให้เรียน ก็เรียน ม.เอกชน แต่พอเข้าไปเรียน ดันไม่เหมือนกันนิ ไม่ได้วาดรูปนิหว่า กลายเป็นเขียนหนังสือแทน

    ฉันก็ไม่ได้กลับไปหาศิลปะอีกเลย ช่วงที่เรียน มหาลัย ยังไม่มีสอนวิชาคอมพิวเตอร์ ฉันก็ไปเรียนพิเศษเอง ไปเรียน ดีเบส โลตัส ที่สมัยนี้ไม่มึใครใช้กันแล้ว ตอนนี้ฉันก็ลืมไปหมดแล้ว  ฉันชอบคอมพิวเตอร์ วินโดว์ ตัวแรกที่ฉันรู้จัก เป็นของพี่ชาย ที่หิ้วคอมพิวเตอร์ กลับมาจากเยอรมัน  ฉันใช้เวิร์ด กับ เอ็กเซล ตั้งแต่เป็นภาษาเยอรมัน คือ วินโดว์ยังไม่เข้ามาเมืองไทยเลย จนตอนหลังมีภาษาอังกฤษ และ ภาษาไทยตามมา ฉันก็หัดด้วยตนเอง ไม่ได้ไปเรียนที่ไหน

    ช่วงวัย 30+ เพื่อนชวนไปเรียนใช้โปรแกรมคอมพิวเตอร์กราฟิค ซึ่งทำให้ฉัน รู้จัก โฟโตช๊อป อิลาสเตเตอร์ แต่ตัวฉันเองไม่ค่อยได้ใช้ อิลาสเตเตอร์ก็ลืมไปหมด เหลือแค่ โฟโตช๊อป ที่เรียนกับ กศน.มา ครอสนั้น 700 บาท เอามาใช้งาน ทำเงินได้เป็นหมื่นแล้ว


    คนรุ่นเดียวกับฉัน หลายคนที่ไม่ได้สนใจคอมพิวเตอร์ หรืออยู่กับคอมในช่วงพ้นวัยเรียนมา เขาก็ใช้คอมพิวเตอร์ไม่เป็น ไม่รู้จักโปรแกรมหลายๆตัว  ฉันพึ่งจะมาเปิดร้านคอม หรือร้านเกมส์ในวัย 40  เพราะตัวฉันชอบคอมพิวเตอร์  แต่ไม่ได้ชอบเล่นเกมส์ คือลงโปรแกรมเป็น แต่เล่นเกมส์ไม่เป็น  ไม่ได้มาจากเด็กติดเกมส์ แล้วอยากทำร้านเกมส์  แต่มาจากเด็กติดคอมมากกว่า แต่ใครจะรู้ว่า โอกาสมันพึ่งมาถึงในวัย 40 ล่ะ ทั้่งที่ก่อนหน้านี้ไม่มีโอกาสเลย

    ฉันเปิดร้านคอมได้ รับงานคอมได้ เพราะฉันก็ใช้ความรู้เก่าๆที่เคยเรียนสะสมมานั่นแหละ  ตอนที่เรียนนั้นเพราะชอบ ไม่ได้คิดว่า เรียนมาเพื่อเปิดร้านเกมส์นะ เพราะตอนเรียนนั้นไม่รู้ว่าจะมีโอกาสได้ทำ เพราะกว่าจะได้ทำร้านเกมส์ หลังจากที่เลิกเรียนพวกนี้มา 4-5 ปี แล้ว

    ฉันจะคาดหวังว่าเด็กรุ่นใหม่ โตมากับคอม กับมือถือ จะต้องเก่งมือถือ เก่งคอม มากกว่าฉันแน่เลย เพราะฉันหยุดเรียนรู้ พวกโปรแกรมใหม่ๆตั้งแต่เมื่อสิบกว่าปีที่แล้ว ไม่ได้ไปเรียนเลย ทำให้ฉันอาจจะตามเด็กรุ่นใหม่ไม่ทัน แต่กลายเป็นว่า เด็กรุ่นใหม่ๆหลายคน ก็ใช้โปรแกรม คอมพิวเตอร์กราฟิคไม่เป็น เพียงเพราะไม่ได้สนใจ และไม่ได้ชอบทางด้านนี้  จะใช้ทำงานก็ลำบาก 


    ฉันเหมือนเป็ด ที่ทำเป็นหลายอย่าง แต่ไม่เก่งสักอย่าง ทำให้จะเติบโตในด้านใดด้านหนึ่งก็ไม่ได้ ไม่ได้เก่งพอ หรือเก่งกว่าคนอื่น แค่พอทำเป็น แต่ฉันก็เอาตัวเองรอดได้ในหลายๆเรื่อง 

    ส่วนตัวฉันชอบศิลปะ แต่ฉันก็ทำการค้าได้ ฉันไม่ได้เรียนคอมมา แต่ฉันก็พอใช้โปรแกรมต่างๆบนเครื่องคอมได้  เด็กสมัยนี้เรียนตั้งแต่เด็กในโรงเรียน ครูสอนคอม นั่งเล่นคอมทุกวัน แต่เปิดคอมมา เข้าเป็นแต่กูเกิ้ล กับเกมส์ โปรแกรมในเครื่องใช้ไม่เป็นสักตัว  คนที่ใช้เป็น คือ คนที่ต้องชอบจริงๆนะ ถึงจะสนใจโปรแกรมอื่นๆบนเครื่อง ซึ่งไม่ใช่เด็กทุกคนจะสนใจ


    ฉันเปิดร้านได้ ขายของได้ ทำป้ายโฆษณาให้ตนเองก็ได้ ไม่ต้องไปจ้างคนอื่นทำให้ ฉันขายขนม ฉันทำป้ายสินค้าเองได้ ทำแพคเกจเองได้ แต่ไม่ได้ดี หรือว่า สวยอะไร แค่ทำได้  แต่ไม่เก่ง  แต่มันก็ถือว่าดีกว่าบางคนที่ทำเองไม่เป็นเลย ต้องจ้างคนอื่นทำให้ 

    ฉันจะไปหวังว่า หลานของฉันต้องทำเป็นเหมือนกัน มันก็เป็นเรื่องยาก เพราะฉันเลี้ยงหลานมา 5 คน ก็ไม่มีใครเหมือนฉัน  คนที่เก่งกว่าฉันก็มี แต่เขาก็เก่งไปเลยด้านในด้านหนึ่ง เก่งวิชาการมากกว่า ไม่เป็นเป็ด  จะใช้ทำงานได้สารพัด ก็ดูเป็นเรื่องยาก 


    ทุกวันนี้ ฉันก็ยังใช้ เรื่ององค์ประกอบภาพ เรื่องสี การจัดภาพ ด้วยความรู้สมัย ม.4-5 อยู่เลย เพราะไม่ได้เรียนเพิ่มเติม บวกกับ เรื่องภาษาที่เรียน การเขีัยน ตอนมหาลัย และ คอมพิวเตอร์ ที่เรียนรู้หลังจากเรียนจบมหาลัยแล้ว ไปเรียนต่อ กศน.ช่วงวัย 30+  รวมกันใช้ทำมาหากินในช่วงวัย 40+ เป็นต้นมา 

    ใครจะรู้ว่า ความรู้ที่เคยเรียนมาสมัยเด็กๆ เราจะได้ใช้ตอนแก่ ที่ไม่คิดว่าจะได้ทำ

    ภาษาอังกฤษ เป็นสิ่งที่ฉันเกลียด และสอบตกมาโดยตลอด ใครจะไปคิดว่า ฉันจำเป็นต้องใช้มันในช่วงวัย 40+ เช่นกัน มันจำเป็นต้องใช้จริงๆ ทั้งที่ตลอดชีวิตที่ผ่านมาไม่เคยใช้เลย 




    คนเราไม่รู้อนาคต ไม่รู้ว่าอีกหน่อย เราจะได้ทำงานอะไร หรือ ต้องทำอะไร ทำในสิ่งที่ตนเองรัก หรือตนเองเกลียด โอกาสที่เข้ามา บางครั้งก็พาเราไปไกล บางครั้งก็พาเราวนๆอยู่แต่กับสิ่งที่เราไม่ชอบเอาเสียเลย บางทีเราเลือกได้ บางทีเราก็เลือกไม่ได้  การสะสมความรู้ไว้ เป็นเรื่องที่ดี เพราะไม่รู้ว่าถึงเวลานั้น เราจำเป็นต้องไปขุดความรู้สมัยไหนออกมาใช้  หรือ ต้องไปเอาประสบการณ์เมื่อกี่ปีมาแล้ว กลับมาวนใช้อีกรอบ การที่เคยรู้ เคยเรียน เคยมีประสบการณ์มาก่อน  มันดีกว่าไม่รู้อะไรเลย ไม่เคยผ่านอะไรมาเลย  

    บางทีการได้บทเรียนใหม่ๆ ที่ไม่รู้จักมาก่อน มันแพงมากเลยนะ บางครั้งแลกมาด้วยเงินมหาศาล บางครั้งแลกมาด้วยเวลาที่เปล่าประโยชน์เป็นแรมปี บางครั้งแทบแลกมาด้วยชีวิตที่เกือบตายก็มี

    บางประสบการณ์เราไม่จำเป็นต้องเจอด้วยตนเองก็ได้ ไม่ต้องเสียเวลาเป็นแรมปี เพื่อทำความรู้จักมันหรอก ตำราก็มีสอน เรียนไม่กี่ชั่วโมงก็พอแล้ว 

    ฉันเคยไปเรียน  โครงการผู้ประกอบการใหม่ NEC  รุ่นแรกๆ โครงการนี้ เทียบได้กับ มินิเอ็มบีเอเลย ความรู้แน่นมาก  เรียนกับอาจารย์ที่สอนป.โท คณะพาณิชยศาสตร์การบัญชีของ มธ.  เป็นโครงการที่ดีของรัฐ ค่าเรียนฟรี  แต่ตอนนี้ โครงการเหมือนเดิม แต่หลักสูตรน่าจะไม่เหมือนเดิม ไม่เหมือนสมัยแรกๆที่จัดตั้งขึ้นมาแล้ว

    ฉันไปเรียนตอนอายุ 32 ( ยุคทักษิณ) หลังจากทำงานมา 4-5 ปี มีอยู่วันหนึ่ง ที่อาจารย์มาสอน ใช้เวลาประมาณ 2 ชั่วโมง ก็พูดจบหมดแล้ว แต่ความรู้ที่อาจารย์สอนนั้น ฉันใช้เวลา 4-5 ปีนะ กว่าจะรู้เท่านี้  วันนั้น ฉันรู้สึกเลยว่า ทำไมตนเองเรียนช้าอย่างนี้ พึ่งมารู้ว่า เขามีการสอนวิชา แบบนี้ด้วยหรอ ฉันเสียเวลากว่าจะรู้ตั้ง 4-5 ปี แต่อาจารย์พูดจบใน 2 ชั่วโมง  ฉันยังจำความรู้สึกเสียดายวันนั้นได้อยู่เลย ว่าทำไมเราไม่เรียนก่อนทำงาน   คือ ตอนนั้นฉันมาคิดว่า ทำไมเราไม่เรียนวิชา บริหารธุรกิจ ไปเสียเวลากับนิเทศทำไม 4 ปี ที่จบมาแล้วไม่ได้ใช้งาน  ถ้าเรียนบริหารมา ฉันคงไม่โง่อยู่ 4-5 ปีกว่าจะรู้หรอกนะ เสียเวลากับการเรียนรู้ด้วยตนเองเสียนาน โธ..เขามีสอนในห้องเรียนหรอกหรอ

    ดังนั้น เรียนเถอะ ประสบการณ์ที่อาจารย์สอนในห้อง ผ่านการกลั่นกรองมาแล้ว จากประสบการณ์คนอื่นทั้งนั้น ใช้เวลาน้อยกว่า เสียต้นทุนที่ต่ำกว่า มาเรียนรู้ด้วยตนเองเยอะ 

    ถ้าคนที่คิดว่าจะทำงานเลย ไม่เรียน เดี๋ยวงานก็สอนเราเอง ประสบการณ์ทำให้เราเก่งกว่าอยู่ในห้องเรียนอีก คิดผิด กลับไปเรียนเถอะ แลัวค่อยกลับมาทำงาน จะรู้สึกว่า งานมันง่ายขึ้นเยอะ มีพื้นฐานความรู้มาบ้าง เติมประสบการณ์เข้าไปอีกหน่อย ก็เก่งแล้ว ดีกว่าไม่รู้อะไรเลย แล้วเรียนรู้จากประสบการณ์เอามันช้ากว่าคนอื่น  เริ่มงานก่อน แต่กว่าจะรู้ ช้ากว่าคนที่นั่งเรียนสบายๆในห้องเสียอีก 



    แต่ตัวฉันเอง ยิ่งแก่ยิ่งไม่มีเวลาไปเรียนรู้อะไรเพิ่มเติมแล้ว เหมือนสมัยสาวๆแล้ว เพราะงานมันก็แทบจะกลืนกินเวลาทั้งหมดของวันไปแล้ว เวลาส่วนตัวยังแทบไม่ค่อยมีเลย แต่ฉันก็ยังตามเทคโนโลยีทันอยู่นะ ไม่ได้ไปเรียนในโรงเรียน  เข้าครอสอบรมต่างๆแล้ว   

    ทุกวันนี้ ฉันมีโรงเรียนยูทูป บนมือถือ เปิดสอนทุกวัน ฉันก็ฟังเขาสอน เกี่ยวกับเรื่องธุรกิจ เศรษฐกิจ เป็นไปตามวัยอะนะ แก่แล้วก็สนใจเรื่องไร้สาระน้อยลง สนใจข่าวสารบ้านเมืองเยอะขึ้น ก็ฟังเด็กรุ่นใหม่ วัยรุ่นพูดเรื่องธุรกิจบ้าง การทำงานบ้าง  เพื่อให้ตนเองตามยุคสมัยได้ทัน   


    " ถึงเราไม่เก่งอะไรสักอย่าง แต่เรารู้เรื่องทุกอย่างเลยนะ 
    ถึงพรสวรรค์ไม่มี แต่พรแสวงก็ขาดไม่ได้เช่นกัน "




Views

เข้าสู่ระบบเพื่อแสดงความคิดเห็น

Log in