ไดอารี่ของฉันatcha
ชีวิตประจำวัน 9 พ.ค.63
  • วันเสาร์-อาทิตย์ หรือ วันธรรมดาก็แทบไม่ต่างกันเลย เพราะฉันก็ไม่ได้หยุดไปไหน ยังคงเปิดร้านขายขนม ขายน้ำ แม้ว่าจะไม่ค่อยมีลูกค้าก็ตาม แต่ก็ดีกว่าไม่มีอะไรทำ 

    สภาพอากาศช่วงนี้ร้อนมาก ปีนี้ เดือน เมษา ไม่ร้อนจัด จนมีคนตั้งข้อสังเกตุเป็นเพราะว่า มลพิษลงลดหรือเปล่า ทำให้กรุงเทพปีนี้ เมษาไม่ถึง 40 องศา ไม่ร้อนตับแตก ยังเป็นหน้าร้อนที่ยังทนได้ แต่พอเดือน พ.ค. ที่เริ่มกลับมาทำงานบางส่วน แค่ต้นเดือน อากาศก็ไปถึง 40 องศาแล้ว เป็นเพราะมลพิษกลับมา หรือเพราะฝนใกล้จะตก  

    แล้วช่วงนี้พอไม่เปิดร้านเกมส์ ฉันก็ไม่เปิดแอร์ในร้าน เปิดแต่พัดลม นั่งทำงานไปก็เหนื่อยแตกไป หลังชุ่มไปด้วยเหงื่อ เสื้อเปียก โคนผม ปลายผมเปียกเหงื่อ หน้ากากผ้าอะไรก็ไม่อยากใส่ เพราะปิดไปก็เหงื่อแตกชุ่ม ใส่ไม่ไหวจริงๆ ร้อนมาก

    เวลาว่างของฉันค่อนข้างมาก ฉันก็ทำความสะอาดร้าน แม้จะไม่ค่อยมีลูกค้าก็ตาม ก็ทำไป ว่าง ก็มานั่งพิมพ์ ภาษาสเปน ทำมาครึ่งค่อนเดือนแล้ว ยังไม่เสร็จสักที เดี๋ยวนี้เริ่มขี้เกียจ บางวันก็ไม่ทำ บางวันนั่งทำ 4-5 ชม. ไม่เสร็จสักที 

    แล้วก็เปิดยูทูป ปล่อยคลิปรันไปเรื่อยๆ เมื่อวานเพื่อนทักมาทาง แมสเซนเจอร์ บอกว่า รู้สึกโอเคมากๆ ยอดวิวเพิ่มขึ้น แถมเต็มชั่วโมงด้วย เพื่อนค่อนข้างพอใจผลงาน  ที่ตกลงกันไว้ เปิดวันละ 7-8 ชม. แต่พอทำจริงๆ ฉันเปิดวันละ 10-14 ชม. แต่ก็ไม่ได้คิดราคาเพิ่มอะไร เพราะถือว่าเป็นงานเหมา 

    เพื่อนบอกว่าไว้จะแนะนำเพื่อนให้ ฉันยินดีเป็นอย่างยิ่ง ถ้าให้ตัวฉันไปหาลูกค้าเอง ฉันก็ไม่รู้จะไปหาคนทำยูทูปที่ไหน มาจ้างดูทุกวันอย่างนี้นะ จ้างวันละ 100 บาท สำหรับบางคนอาจจะแพง แต่สำหรับบางคนอาจจะถือว่าถูก เพราะแต่ละคนให้ค่าการทำงานไม่เท่ากัน แต่ถ้ามีคนจ้าง สัก 3-5 คนต่อวัน มีรายได้ วันละ 300-500 บาท ฉันว่าแค่นี้ก็อยู่ได้แล้วนะ ไม่จำเป็นต้องมีลูกค้ามากเลย ขอให้มีลูกค้าจ้างประจำก็พอ แต่ฉันจะไปหาลูกค้าจากไหนอะ  

    ไหนๆช่วงนี้คอมก็ว่าง เด็กก็ไม่มาเล่น จ้างเด็กดูก็เสียเงินนะ เอาคอมว่างๆมาเปิดทิ้งไว้ยังดีกว่า มีรายได้ขึ้นมา ไม่ต้องมีคนดูก็ได้ แต่ไม่รู้ใครจะยอมมาจ้างฉันเนีี่ยซิ

    ถ้าเพื่อนหาลูกค้าเก่ง หรือ มีรู้จักคนในวงการมาก แนะนำมามาก ฉันก็สบายเลย มันไม่ใช่ฝีมือฉัน แต่เป็นฝีมือเพื่อน ฉันเป็นแค่คนทำงาน รับงานเหมามาทำต่อแค่นั้นเอง 

    เพื่อนคนนี้ฉันไม่ได้สนิทมาก เป็นเพื่อนสมัยมัธยม เธอเป็นคนเก่ง และฉลาด เธอบอกว่าตัดสินใจไม่ผิดที่ทักมาหาฉัน เรียกว่าเธอหาคนทำงานถูกคน ก็แล้วกัน ได้ผลงานตามที่เธอต้องการ ไม่เสียเที่ยว


    สำหรับฉันนะ ตัวฉันไม่ใช่คนที่เก่ง หรือ หาลูกค้าเก่ง ไม่ใช่คนที่ขายของเก่ง  ในชีวิตการทำงาน ฉันไม่ได้ต้องการลูกค้ามากมาย  แต่ต้องการลูกค้าที่เก่งกว่าฉันแบบนี้แหละ ถ้าเจอเพียงแค่ไม่กี่คน จะทำให้ชีวิตสบายขึ้นเยอะเลย 

    เพราะลูกค้าที่เก่ง หรือ ขายของเก่ง เพียงแค่เขามาซื้อกับฉันแค่คนเดียว ก็ทำให้ยอดขายมันสูงกว่าตัวฉันเองขายทั้งเดือนเลย 


    เคยมีคนมาฝากขายหน้ากากอนามัย ของจีน หนา 3 ชั้น ส่งกล่องละ 300 บาท เป็นราคาที่ฉันเดินแทบจะทั้งสำเพ็ง หรือคลองถม ก็หาราคานี้ไม่ได้ เป็นราคาต้นทุนจากโรงงานเมืองจีนเลย เขามาฝากขายแค่ 24 กล่อง จะเอามากกว่านี้ก็ไม่ได้ ไม่มีให้แล้ว  

    ตอนแรกฉันคิดว่าเอามาขายหน้าร้านแค่ 2-3 กล่องก็พอ เพราะทุกไม่มี จะรับเยอะก็คงไม่ไหว แต่เขาบอกว่า ถ้าไม่รับก็ไม่มีแล้วนะ เอาได้รอบเดียว ฉันก็เพิ่มเป็น 5 กล่องละกัน เขาก็ยังชวนให้เอามากกว่านี้ ฉันก็เลยถามว่า เงินเชื่อได้หรือเปล่า  เพราะถ้าเป็นเงินสดเยอะๆ ฉันไม่มีจ่ายก่อนนะ เขาตกลงให้เอาของไปขายก่อน แล้วจ่ายทีหลังได้ ให้มาเลย 12 กล่อง

    ฉันรับมาทั้งที่ไม่รู้จะไปขายที่ไหนเลยนะ โทรไปถามญาติพี่น้องเอาไหว ก็ไม่เอากัน เพราะพึ่งซื้อกล่องละ 850 บาท มาหลายกล่อง ถึงแม้จะถูกนะ แต่ของมันล้นแล้ว เขาก็ไม่เอา ฉันวางขายหน้าร้าน ก็เงียบๆคนซื้อไม่มี ทำไงล่ะ

    ฉันไม่เคยขายของในไลน์เลยนะ ตัดสินใจกล้าๆหน่อย ลองโพสต์ขายในไลน์ร้านตนเอง กล่องละ 450 บาท มีเพื่อนเป็นลูกค้ามากพอสมควรหลักร้อยได้ พอโพสต์ลงไปสักพัก มีวินมอไซด์มาถาม ว่าราคานี้จริงหรือเปล่า เขาซื้อ 1 กล่อง ฉันก็พอใจชื้นขึ้นมาหน่อย ขายได้ละ 1 กล่อง

    แล้วก็มีลูกค้าเด็กเล่นเกมส์เก่า เด็กเคยติดเกมส์มากช่วงหนึ่ง เล่นทุกวันจนสนิทกัน  แต่ตอนนี้ไปขับรถส่งของแล้ว เป็นแมสเซนเจอร์  อายุ 19 ปี  มีงานประจำทำ มีรายได้แน่นอน ที่สำคัญมีแฟนน่ารักด้วย ทำให้เลิกเล่นเกมส์ที่ร้าน มีตังค์ซื้อคอมไปเล่นเองที่บ้านแล้ว 

    ทักมาถามว่ามีหน้ากากอนามัยกี่กล่อง ฉันตอบ 11 กล่อง เขาบอกอย่างพึ่งขายใครนะ แล้วก็เงียบหายไปสักพักใหญ่ ทักไลน์กลับมาตอบว่า ขอซื้อ 10 กล่อง คนที่ขายเก่งไม่ใช่ฉัน  เพราะฉันมีลูกค้าแค่ 2 รายเอง
    แต่เด็กไปถามพี่ๆที่ทำงาน ว่ามีใครอยากได้หน้ากากอนามัยบ้าง ไปถามทั้งออฟฟิตเลย ได้ออร์เดอร์มาคนละ 2 กล่อง รวมแล้ว 10 กล่อง ทำให้ภายในครึ่งวัน ฉันก็แทบจะขายของหมดแล้ว

    วันรุ่งขึ้นเด็กมาถามว่ามีของอีกหรือเปล่า พนักงานที่ออฟฟิตต้องการอีก ฉันก็ไปถามคนที่ฝากขาย ได้มาอีกแค่ 12 กล่อง เขาบอกว่าไม่มีแล้วนะ หมดแล้ว ตัดออกมาได้แค่นี้เอง  ฉันก็แจ้งเด็กไป ว่ามี 13 กล่องเอง เด็กขอจองเอาไว้ก่อนนะ

    มีลูกค้าอีกคนทักไลน์มาถามว่า มีของไหม ฉันตอบว่ามี เขาขอซื้อ 2 กล่อง  ฉันก็ตกลง ตกเย็นเขามารับของ แต่เพิ่มเป็น 4 กล่อง ทำให้เหลือ 9 กล่อง  ฉันถามเด็กว่าเหลือ 9 กล่อง เขารับไหม เขาตอบว่า เหมาหมดเลย เขาเอา 

    ของทั้งหมด 24 กล่อง ขายแค่ลูกค้า 3 คน เอง ตัวฉันเองถือว่าขายไม่เก่ง เพราะหาลูกค้าได้น้อย  แต่เด็กอายุ 19 ขายเก่ง เพราะเขาเหมาไป 19 กล่อง หาคนซื้อต่อได้หมด แล้วคนซื้อก็ไม่ได้ยากเย็นอะไรสำหรับเขาเลย แค่พี่ๆในออฟฟิตที่ทำงาน สั่งงาน ใช้งานเขานั่นแหละ 


    ดังนั้นขายของ บางทีก็ไม่จำเป็นว่าเราต้องมีลูกค้ามากมาย มีคนซื้อเยอะๆ เราแค่หาคนซื้อที่เก่งกว่าเราได้ก็พอ เพราะเขาทำหน้าที่ได้ดีกว่าเราอีก เพียงแต่ลูกค้าเก่งๆแบบนี้หายาก และเจอไม่บ่อยนัก 
Views

เข้าสู่ระบบเพื่อแสดงความคิดเห็น

Log in