ไดอารี่ของฉันatcha
รื้อห้องเก็บของ
  • ฉันคิดจะทำห้องของเล่น หรือ สนามเด็กเล่น จริงๆนะ ทั้งๆที่ตอนนี้ยังไม่มีทุนทำห้องใหม่เลย  แต่ก่อนจะทำอะไร ตอนนี้ฉันเริ่มรื้อห้องเก็บของ ที่จะกลายเป็นห้องสนามเด็กเล่นก่อน ซึ่งคาดว่าอาจจะต้องใช้เวลาเป็นอาทิตย์ หรือเป็นเดือนในการย้ายของ

    วันนี้เริ่มทำ แต่คงไม่ได้ทำต่อเนื่องทุกวัน เรียกว่าว่างเมื่อไหร่ก็ทำ ยังไม่ว่างก็ยังไม่ทำ ทำให้มันใช้เวลานาน ในการย้ายของ

    การรื้อของเก่าออกมา ก็เหมือนการเปิดดูประวัติศาสตร์บ้านตนเอง ของทุกอย่างที่เก็บเอาไว้ มันล้วนบ่งบอกเรื่องราวที่มาของมัน  ของหลายอย่างฉันจำได้ว่าได้มายังไง  ของบางอย่างก็จำไม่ได้ เพราะมันไม่ใช่ของฉัน แต่รู้ว่าของใคร 

    อย่างพวกหม้อ กาต้มน้ำร้อน เขียง จาน ชาม พวกเครื่องครัวพวกนี้ เป็นของแม่ของฉัน แม่ชอบสะสม จาน ชาม เครื่องแก้ว เครื่องครัว ซึ่งสมัยก่อน แก้วเนื้อหนามาก กาต้มน้ำ ก็เนื้อหนา ถาดก็หนา ทุกอย่างดูทนทาน แข็งแรงมาก แม้จะเก็บมา 20กว่าปีแล้วก็ตาม  แต่ทุกอย่างมันก็เชย ล้าสมัยไปตามเวลาด้วยเช่นกัน

    สมัยนี้ฉันก็ไม่มาต้มน้ำใส่กาแล้ว เพราะมีกระติกน้ำร้อน ชามแก้วก็ไม่ใช้ มันหนาและหนักมาก ใช้จานเมลามินธรรมดา ลายน่ารักๆดีกว่า รื้อของเก่ามาดูแล้ว จะทิ้งก็เสียดาย จะใช้ก็ไม่อยากเอามาใช้ ดูไปดูมาเสร็จแล้ว ก็ต้องหาที่เก็บต่อ 

    ความทรงจำเกี่ยวกับของเก่าก็ออกมาให้หวนระลึกถึง  อย่างกระดาษฟรอย เห็นแล้วก็ไม่รู้จะทำยังไง ก็ต้องวางไว้ที่เดิม เพราะจะทิ้งก็เสียดาย จะขายก็ขายไม่ออก เพราะมันตกยุคสมัย ไม่นิยมกันแล้ว  มันคือความผิดพลาด ของพี่เขย สมัยที่กระดาษห่อของขวัญฟรอยออกมาใหม่ๆ ได้รับความนิยมมาก เขาก็สั่งจากไต้หวันมาขาย เนื้่อดี คุณภาพสูง และราคาก็สูงด้วย  ด้วยความนิยมทำให้มีโรงงานผลิตคุณภาพที่ต่ำกว่า และราคาที่ถูกกว่า มาตีตลาด ในราคาที่คนทั่วไปรับได้  ผลก็คือ กระดาษฟรอยรุ่นแรก ขายไม่ออก ด้วยราคาที่แพงกว่าเขา และเจอลายใหม่ๆตีตลาด ลายที่สั่งมาก็เลยล้าสมัย ขายไม่ได้ ผลก็เป็นอย่างที่เห็น ยังเก็บไว้อยู่เลยเป็นพันใบ จะทิ้งก็เสียดาย เก็บต่ออีก

    หลายอย่างทิ้งไม่ลง กรอบรูปบรรพบุรุษ รุ่นปู่ รุ่นทวด ที่ถ่ายภาพเป็นแผ่นขาวดำยาวๆ มีลูกหลานยืนเต็มไปหมดในวันส่งศพลงหลุม ลูกหลานแต่งชุดผ้าดิบไว้ทุกข์ ภาพพวกนี้ก็ทิ้งไม่ได้ สมัยนี้ก็ไม่มีใครมาถ่ายภาพยาวๆกันแล้ว ก็ต้องเก็บต่อไป 

    มองไปมองมาหลายอย่างทิ้งไม่ลง ทำให้การจะเคลียร์ห้องเก็บของเป็นเรื่องที่ทำใจยากจริงๆ  พวกเตียงคนป่วย เก้าอี้ รถเข็น สำหรับคนป่วย ที่เคยใช้ไม่กี่เดือน ก่อนที่แม่จะตาย ก็ยังเก็บอยู่ ซื้อมาใช้ไม่กี่ทีเอง จะทิ้งก็เสียดาย 

    สายโทรศัพท์มีเป็นขดเลย ในอดีตกว่าจะขอเบอร์บ้านได้แสนยากเย็น ได้มาแล้วเบอร์เดียว ต่อพ่วงไม่รู้กี่เครื่องใช้ร่วมกัน ทำให้สายโทรศัพท์เป็นสิ่งจำเป็น ตอนสร้างบ้าน ก็ต้องเดินสายโทรศัพท์ พร้อมกับสายไฟ เต้ารับสายโทรศัพท์ ถูกติดตั้งอยู่บริเวณเดียวกับสายไฟ   แล้วมาดูตอนนี้ซิ  เหลือบ้านอยู่ไม่กี่หลังเอง ที่ยังคงมีเบอร์บ้านอยู่ 02  ส่วนใหญ่ยกเลิกเบอร์บ้านกันหมดแล้ว  เบอร์บ้านกลายเป็นสิ่งล้าสมัย สายโทรศัพท์ กลายเป็นสิ่งที่ไม่มีคนใช้กันแล้ว มีสายโทรศัพท์ก็ไม่มีคนใช้  เก็บไว้ก็ไร้ประโยชน์ แต่จะทิ้งก็เสียดาย ก็ยังไม่รู้จะทำยังไง  จะปลอกสายเอาทองแดง ก็ดูท่าจไม่คุ้ม เพราะทองแดงนิดเดียว  แถมสมัยนี้ ของเก่าราคาตก ใช่ว่าปลอกสายเอาทองแดงไปขายแล้วจะได้กำไรดี  บางทีไม่คุ้มกับค่าแรงที่ทำด้วยซ้ำ

    บางทีก็ไม่รู้จะทำยังไงกับของเก่าที่เก็บไว้เต็มไปหมด ตอนซื้อมีราคา แต่เก็บไว้มันไร้ค่า ทั้งที่คุณภาพก็ยังดีอยู่ แต่มูลค่าไม่มีเลย จะทำยังไงก็ไม่รู้จะทำยังไงเหมือนกัน ขอเวลาค่อยๆคิดก่อนนะ ตัดสินใจได้ช้ามาก 
Views

เข้าสู่ระบบเพื่อแสดงความคิดเห็น

Log in