ไดอารี่ของฉันatcha
เตรียมขายดอกไม้ไฟ
  • ของเดิมฉันยังเขียนเล่าเรื่องไปเที่ยวอังกฤษไม่จบเลย แต่ขี้เกียจเขียนแล้ว เพราะมันผ่านมาหลายวันแล้ว บางทีก็ไม่รู้จะเขียนอะไร เพราะชีวิตประจำวันก็เหมือนเดิม จนรู้สึกว่ามันไม่เห็นมีอะไรเลย  มันไม่ใช่เรื่องใหม่ หรือว่าเป็นเรื่องที่ตนเองไม่เคยเจอมาก่อน มันเป็นเรื่องธรรมดาทั่วไป จนรู้สึกว่าไม่มีอะไร ก็เลยไม่เขียนอะไร


    วันนี้เห็นเด็กๆ คุยกัน ถามว่ามีคู่ไปลอยกระทงหรือยัง ฉันก็เลยถามเด็กๆไปว่า ลอยกระทงวันไหน เด็กก็บอกว่าใกล้จะลอยกระทงแล้ว แต่จำวันไม่ได้  พอฉันไปดูปฎิทิน จึงรู้ว่าเป็นวันจันทร์ที่ 11 อาทิตย์หน้าก็ถึงวันลอยกระทงแล้ว อีกเพียงแค่ 7 วัน

    ช่วงเวลาก่อนถึงวันลอยกระทง ช่วงนี้แหละ ประมาณ 1-2 สัปดาห์ก่อนวันลอยกระทง จะเป็นช่วงที่สามารถขายดอกไม้ไฟได้  ทั้งปี จะมีช่วงเวลาเดียวที่เล่นดอกไม้ไฟได้ ก็คือ เทศกาลลอยกระทง ซึ่งเดี๋ยวนี้ ตำรวจค่อนข้างเข้มงวดมาก ทำให้การเล่นดอกไม้ไฟลดลง และถูกห้ามมากกขึ้น ทั้งที่จริงๆแล้ว เด็กส่วนใหญ่ ชอบมาก และยังคงสนุกกับการเล่นดอกไม้ไฟเสมอ 

    แต่ด้วยข้อจำกัดมากมาย ไม่ว่าสถานที่ และ ผู้ใหญ่หลายคนไม่ชอบให้เล่น ไม่ชอบเสียงดัง กลัวไฟไหม้ ทำให้การขายดอกไม้ไฟ ต้องจำกัดให้เหลือ ความรุนแรงที่ต่ำที่สุด หรือ น้อยที่สุด สนุกได้แค่เบาๆ อย่างเช่น กระเทียม ที่เพียงแค่ปาไปเสียงดัง แป๊ะ! หรือไฟเย็น ที่ไม่มีเสียงอะไรเลย เป็นเหมือนเทียนที่มีไฟแป๊บนึงแค่นั้นเอง  อะไรที่แรงๆ  อย่างโอ่ง เป็นสิ่งที่นำมาขายไม่ได้ 

    การขายดอกไม้ไฟ กำไรดี  เพราะต้นทุนต่ำ ราคาต่ำ การบวกกำไรจึงเท่าตัว เรียกได้ว่า ทำกำไรอยู่ที่ประมาณ 80-150% ทีเดียว แต่ยอดเงินไม่ได้เยอะนะ อย่างเช่น ไฟเย็น ต้นทุนมาห่อละ 2.5 - 3 บาท ขายปลีก 5 บาท  หรือ เท้าไฟ ต้นทุนมา 6 บาท ขายปลีก 12 บาท

    การขายดอกไม้ไฟจึงเป็นการลงทุนที่ต่ำ ในระยะเวลาอันสั้น ที่สามารถทำกำไรได้ดี  แต่หลายต่อหลายครั้ง และทุกปี เมื่อลงทุนซื้อมาแล้ว มักจะขายไม่หมด จะเหลือสต๊อก ที่ต้องเก็บรอขายปีต่อไป ถึงแม้จะไม่เสีย สามารถเก็บข้ามปีได้  แต่ความเสียหายที่ขายไม่หมด ก็ทำให้มักจะไม่ค่อยได้กำไรตามที่คาดหวัง  กลายเป็น ได้ทุนคืนก็ดีแล้ว กำไรต้องรอปีหน้า  ซึ่งในปีหน้า ก็ต้องลงทุนใหม่ เพื่อซื้อของที่หมดปีก่อน พอขายได้ เหลือ ก็กลายเป็นสต๊อกสะสม รอทำกำไรปีต่อไปอีก  มันจะมีส่วนหนึ่งที่เหลือเสมอ 

    ปีนี้ก็เช่นกัน ฉันไปขุดเอาของเก่าที่เก็บเหลือจากปีก่อน ลงมาขายอีกครั้ง ซึ่งเป็นของค้างสต๊อก จึงทำให้มีขายแค่บางตัว ส่วนที่ขายดี หมดตั้งแต่ปีก่อน ก็ต้องไปซื้อใหม่พรุ่งนี้ 

    จากการประเดิมลงขายวันแรก เด็กๆดีใจ ร้องเฮ..กันใหญ่  ที่เห็นมีดอกไม้ไฟมาขาย มีบางคนลองซื้อไปเล่น ผลก็คือ เจ้าแฟล็ตบึ้ม ทำให้ข้างบ้านออกมาด่า เพราะมันเสียงดังมาก ขนาดทำให้หูดับไปชั่วขณะได้เลย บางคนใจเต้นแรง ตกใจเพราะเสียงดัง  แต่สำหรับเด็กผู้ชาย มันคือความสนุกหัวเราะกันลั่นเลย 

    ฉันขายดอกไม้ไฟ ก็ต้องคอยดูว่าเด็กเล่นกันยังไง คอยระวังด้วย สอนด้วย และโดนด่าด้วย ก็ต้องยอมรับ บางทีเด็กเล่นกันมากไป ก็ต้องไล่ให้ไปเล่นไกลๆ ในหมู่บ้านมีสนามบอลเล็กๆ ที่เป็นที่สาธารณะ แต่บางครั้งผู้ใหญ่ก็แย่งเล่น เด็กจะเตะบอลก็ไม่ได้ เพราะผู้ใหญ่จะเตะตะกร้อ มีการแย่งกันใช้สนามบ่อยครั้ง  การไล่เด็กให้ไปเล่นสนามบอล บางครั้งก็เล่นได้ถ้าผู้ใหญ่ไม่อยู่  บางทีก็โดนด่าเช่นกัน เพราะไปรบกวนผู้ใหญ่จะทำกิจกรรมอื่น เช่นเต้นแอร์โรบิค  

    พรุ่งนี้ ฉันต้องไป ป้อมมหากาฬ เพื่อซื้อดอกไม้ไฟ   เมื่อก่อนเวลาจะซื้อดอกไม้ไฟ คนมักจะบอกว่าให้ไปซื้อที่ภูเขาทอง แต่ฉันไปภูเขาทองไม่เคยเจอดอกไม้ไฟเลย   ไม่รู้ว่าฉันไปหลังจากโดนห้ามขายแล้ว หรือว่ามันไม่เคยขายตรงนั้นเลยก็ไม่รู้  ต้องไปซื้อใน ป้อมมหากาฬทุกที ซึ่งถือเป็นแหล่งขายส่งดอกไม้ไฟ    ตรงปากทางเข้าป้อม จะมีคนขายมายืนดักรอลูกค้า ซึ่งในป้อมจะมีร้านอยู่กี่ร้านก็ไม่รู้  น่าจะ 4-5 ร้าน แต่จะมีคนของร้านตนเอง มายืนดักลูกค้าแถวปากทางเข้า เพื่อเชิญชวนลูกค้าไปซื้อที่ร้านตน  รวมถึงลูกค้าหลายคนไม่รู้ว่า ร้านขายดอกไม้ไฟอยู่ไหน ต้องการคนนำทาง   ถ้าใครดักลูกค้าได้ก่อน นำไปร้านตน ร้านนั้นก็จะได้ลูกค้าไป 


    ฉันไม่ขายพวกอุปกรณ์เกี่ยวกับกระทงเลย เนื่องจากร้านตั้งอยู่ห่างไกลแม่น้ำ  ในหมู่บ้านมีคลองอยู่ท้ายซอย แต่คนที่จะลอยกระทง ไม่มีซื้อกระทงกลางซอยหรอก เขาก็ซื้อกันท้ายซอย บริเวณติดริมน้ำทั้งนั้น ฉันจึงเลือกขายพวกดอกไม้ไฟแทนอุปกรณ์ทำกระทง 




Views

เข้าสู่ระบบเพื่อแสดงความคิดเห็น

Log in