ไดอารี่ของฉันatcha
ผ่าตัดท่อน้ำนม
  • ฉันไปยื่นใบนัดเข้าเป็นผู้ป่วยในวันที่ 20 ต.ค. ไปประมาณ 11 โมง ไปยื่นเอกสารที่ชั้น M อาคารภูมิสิริมังคลานุสรณ์ รพ.จุฬา เจ้าหน้าที่ก็ขอเบอร์โทรศัพท์เอาไว้ บอกว่าได้ห้องจะโทรไปแจ้ง ฉันก็เลยขึ้นไปชั้น 14 ไปนั่งทานข้าวก่อน ประมาณเที่ยงกว่า ทานข้าวเสร็จ ก็มีโทรศัพท์มาแจ้ง บอกว่า ห้องพิเศษเต็ม เป็นห้องธรรมดา 2 เตียงได้ไหม ฉันก็ตอบว่าได้  ห้อง2 เตียง ( มันเป็นความเข้าใจของฉันเอง ฉันนึกว่าห้องพิเศษของเขาคือห้องเดี่ยว แต่ที่ฉันจองไว้เป็นห้อง 2 เตียง ) ให้ฉันมาพบที่ห้องจองเตียงได้เลย

    ฉันกลับไปที่ชั้น M อีกครั้ง เพื่อไปรอคิว ไม่นานก็มีเจ้าหน้าที่มาคุย ถามชื่ออะไร ห้องอะไร ใช้สิทธิ์เบิกอะไรไหม  ฉันยื่นหนังสือรับรองจากทางกาชาด ว่าใช้สิทธิ์ผู้บริจาคโลหิตของกาชาดในการลดค่าใช้จ่าย ( ผู้บริจาคเลือด 63 ครั้ง ) เจ้าหน้าที่ก็เก็บใบหนังสือรับรองไป ฉันก็รอเจ้าหน้าที่ทำเรื่องสักพัก ก็ได้ห้อง แต่ว่าจะขึ้นไปเองไม่ได้ ต้องมีเจ้าหน้าที่ไปส่ง

    ฉันก็นั่งรอไม่นาน ก็มีเจ้าหน้าที่ไปส่งที่ห้องผู้ป่วย ขึ้นไปชั้น 16 โซนC ซึ่งเป็นโซนห้องพักหญิง ทั้่งโซนนี้จะมีผู้ป่วยเป็นหญิงทั้งหมด ( แยกโซนหญิง-ชาย)  จะเป็นห้องที่ให้ญาติเยี่ยมได้ในเวลากลางวัน แต่ห้ามญาติมานอนค้างคืน 




    ฉันมารู้ตัวทีหลังนะ ว่าห้องพักที่ได้ เป็นห้องคืน 900 ไม่ใช่ 1,800 ที่จองไว้แต่แรก ที่เจ้าหน้าที่บอกว่าห้องพิเศษเต็ม อ้อมันคือห้อง1,800 เต็มหรอ ฉันก็เข้าใจผิด นึกว่าห้อง 3,800  แต่ห้องธรรมดา คืนละ 900 ก็ไม่ได้น่าเกลียดอะไร ทุกอย่างแทบจะเหมือนกับห้องพิเศษคืนละ 1,800 ที่ฉันเคยนอนเลย ต่างกันแค่ ไม่มีทีวีจอใหญ่ให้ดู แค่นั้นเอง นอกนั้น เตียง ขนาดห้อง เหมือนกันหมด ที่ต่างอีกอย่างก็คือ วิว ห้องคืน 1,800 ได้เห็นวิวสวนลุม สวยมาก ตรงนี้เห็นวิวตึกด้านข้าง ถนนอังรีดูนังต์ ไม่ค่อยสวยเท่าไหร่แค่นั้นเอง นอกนั้นโอเคหมด






    พอเจ้าหน้าที่ไปส่งถึงโซนซี ก็มีพยาบาลมาตอนรับ พาไปส่งที่ห้อง แล้วก็มีการซักประวัติที่ห้อง โดยพยาบาลก็จะเขียนใบรับคนไข้เอง ถามชื่อ นามสกุล ชื่อบิดา มารดา ทำอาชีพอะไร อายุเท่าไหร่ แพ้ยาอะไรไหม ส่วนสูง น้ำหนัก ประมาณนี้ เสร็จแล้วก็แนะนำการใช้ห้อง และ ห้องน้ำ ฉันนอนเตียงอยู่ริมหน้าต่างด้านใน

    พยาบาลก็ถามทานอะไรมาหรือยัง ฉันก็ตอบว่าทานแล้ว ก็เลยไม่ได้มีอาหารกลางวันมาให้ มีน้ำ 1 ขวด 1.5 ลิตร กับแก้ว 1 ใบ ให้คนไข้ ไม่มีทีวี ไม่มีตู้เย็น มีตู้เสื้อผ้า แต่ฉันไม่ใช้ มีปลั๊กชาร์ตไฟโทรศัพท์ได้ มีเก้าอี้ให้นั่ง 1 ตัว แล้วก็มีเสื้อผ้าให้เปลี่ยนเป็นชุดคนไข้สีฟ้า  มีปลอกแขนให้สวม มีชื่อนามสกุลอายุและห้องพักติดอยู่ 





    ใบแจ้งสำหรับให้คนไข้ไว้บอกญาติ แต่ว่าฉันไม่มีญาติมา ใบนี้จึงไม่จำเป็น

    เมื่อพยาบาลแนะนำเสร็จแล้ว ก็จะปล่อยให้พักตามสบาย ก็เปลี่ยนชุดเอง เก็บเสื้อผ้าที่ใส่มาเข้ากระเป๋า กลายเป็นชุดคนไข้  ตอนเปลี่ยนเสื้อเป็นเชือกผูกแทนกระดุมอันนี้จำได้ แต่พอเจอผ้าผืนฉันตกใจแล้วจะนุ่งยังไงว่ะ ใส่ไม่เป็น คราวก่อนเป็นกางเกง ครั้งนี้เป็นอะไรเนี่ย ต้องนุ่งกางเกงตนเองกลับ  ออกจากห้องน้ำแล้วไปถามพยาบาลใส่ยังไง  พยาบาลบอกว่าเป็นผ้าถุง แล้วถามฉันกลับนุ่งผ้าถุงเป็นไหม โอโห..ฉันไม่ได้นุ่งผ้าถุงมากี่สิบปีแล้วเนี่ย ฉันก็ต้องกลับไปหัดนุ่งผ้าถุงใหม่ก็งานนี้แหละ วันๆไม่ต้องทำไร จับแต่ผ้าถุง กลัวหลุด

     แล้วก๋็ว่างตลอดบ่ายเลยไม่มีอะไรทำ พยาบาลมาเช็คความดัน ชีพจร อุณหภูมิร่างกาย แค่รอบเดียว แล้วก็ไม่มีอะไร ได้แค่นั่งเล่นโทรศัพท์ เดิินเล่นในห้อง จนถึงเย็นไม่มีอะไรทำ ลงไปเดิน 7-11 ชั้น 14 ซื้อน้ำอัดลม อดโค้กไม่ได้ ชามะนาว ขนม ขึ้นมาทานบนห้อง ไม่มีใครเขาใส่ชุดคนไข้ลงไป 7-11 หรอกนะ แต่ฉันเนี่ยแหละ ใส่ชุดคนไข้ลงไปเดินซื้อขนมกิน กลับขึ้นมาทานข้าวเย็น กินขนม น้ำไปเรื่อยเปื่อย



    อาหารคนไข้ที่นี่ก็ใช้ได้ รสชาติกลางๆ พอทานได้ ให้ปริมาณพออิ่ม แต่ฉันทานไม่หมดหรอกข้าวเยอะไปหน่อย 


    แล้วคนไข้เตียงข้างๆก็เข้ามา มาค่อนข้างเย็น ก็เจอพยาบาลซักประวัติ ตอนเย็นจะมีหมอเข้ามาเยี่ยม เป็นนักศึกษาแพทย์ทั้งนั้น ก็มาถามประวัติ อาการเป็นยังไงบ้าง ฉันก็ถามหมอว่า ฉันจะผ่าเมื่อไหร่ หมอก็ยังตอบไม่ได้ ยังไม่รู้เวลา ต้องรอพรุ่งนี้ แต่พรุ่งนี้มีโปรแกรมไปอัตราซาว์ดมาร์คตำแหน่ง กี่โมงหมอก็ตอบไม่ได้ 

    ของฉันไม่ค่อยมีปัญหาอะไร แต่เตียงข้างๆซิ มีปัญหา เพราะเธอมาเย็น แล้วผ่าพรุ่งนี้เช้าเลย แต่ว่าเธอไม่ได้เอาแผ่นซีดี ที่เป็นการตรวจจากโรงพยาบาลเก่ามาด้วย ซึ่งเธอบอกว่าเคยให้หมอดูแล้ว ตอนที่หมอจะนัดผ่าตัด แต่นั่นมันเมื่อ 3 เดือนก่อน เธอก็ถามหมอนะ ว่าต้องเอาหรือเปล่าจะกลับไปเอามาใหม่ หมอก็บอกว่ายัง  แต่พอตกดึกเกือบทุ่ม หมอมาบอกว่า โดนอาจารย์ด่ามา ยังไงก็ต้องใช้ซีดี ไม่งั้นผ่าไม่ได้ ก็ต้องรบกวนคนไข้กลับไปเอา รวมถึงยาความดันด้วย  เอาตัวอย่างมาให้หมอดูด้วย เธอก็ต้องกลับไปบ้านที่นนทบุรี ไปเอามา จะออกก็ไม่ง่าย ต้องมัดจำเตียงไว้ด้วย 900 ถึงออกได้ กว่าจะกลับมาก็ 3 ทุ่มกว่าแล้ว

    เธอต้องงดน้ำงดอาหาร หมอจะให้เธองดยาความดันด้วย แต่พยาบาลมาวัดความดันตอนเช้าตี5 ขึ้นไป 200กว่า หมอดมยาบอกว่า ผ่าไม่ได้ เพราะกลัวว่าถ้าดมยาสลบความดันจะสูงขึ้นอีก อันตรายกว่า ทำให้พยาบาลต้องมาวัดความดันเป็นระยะ แทบทุกชั่วโมง 6โมงเช้า ความดันก็ยัง 230 ผ่าไม่ได้อีก หมอยอมให้ทานยาความดัน 1 เม็ด แต่ยาความดันของเธอมี 2 ตัว ต้องทานอีกเม็ด แต่หมอไม่ให้ทาน ทำให้ความดันไม่ลง จนได้ยาความดันมาอีก 3 เม็ดของโรงพยาบาล ให้เธอทานยาก่อน แล้วเลื่อนคิวผ่าจาก 8 โมงเช้าไปเป็น 11 โมง ความดันของเธอก็ยังอยู่ที่ 190 10โมงก็ไม่ได้ผ่าอีก เธอนึกว่าจะได้คิวเที่ยงก็ยอม แต่กลายเป็นว่า หมอไม่ผ่าเธอแล้ว ( เธอเป็นนิ่วในถุงน้ำดี) ให้เธอทานข้าวได้  พอหลังทานข้าว ความดันลงมาเหลือ 140 แต่ช้าไปแล้ว เพราะทานข้าวแล้วก็ผ่าไม่ได้  กลายเป็นเธอต้องรอพบหมอ แล้วนัดคิวผ่าใหม่ ทั้งที่รอมา 3 เดือน แล้วเดือนหน้าลูกชายจะแต่งงานเธอก็ไม่อยากผ่า กลายเป็นเลื่อนไปอีก 2 เดือน ธ.ค.ค่อยผ่า 

    เห็นกรณีของเธอแล้วฉันก็ใจไม่ดี  ไม่คิดว่าความดันจะเป็นปัญหาใหญ่ ทำให้ไม่ได้ผ่าตัด เธอก็บ่นว่าเครื่องวัดที่นี่ไม่ดี เพราะเธอเคยวัดที่อื่น ไม่เคยขึ้่นถึง 200 เลย ถ้าความดันขึ้น 200 ป่านนี้บ้านหมุนไปแล้ว อยู่ไม่ได้หรอก แต่นี่เธอไม่เป็นอะไร ทำไมความดันสูง ฉันก็ไม่เข้าใจเหมือนกัน 

    เธอใช้สิทธิ์ข้าราชการเบิกได้ นอนคืนเดียว ไม่ได้ผ่า เสียส่วนต่าง 600 ค่าอาหาร ค่าห้องไม่เสีย ฉันก็ว่าเธอเสีย 600 ฟรีๆ แถมเสียเวลาด้วย เพราะทำอะไรไม่ได้ ไม่รู้จะโทษอะไร เพราะไม่ใช่ความผิดหมอ และก็ไม่ใช่ความผิดเธอ เพราะเธอก็ไม่รู้ว่าความดันมันขึ้นสูงขึ้นมาได้อย่างไร มันแก้ไม่ได้ด้วย 





    อาหารเช้า และ กลางวัน ของวันที่ 21 ไม่มีอะไรทำ เดินไปเดินมา กับนั่งคุยกับเตียงข้างๆ

    กว่าฉันจะได้ไปอัลตราซาวด์ ก็รอจนเบื่อ บ่ายโมงกว่า มีรถเข็นมารับ พยาบาลบอกให้ฉันถอดเสื้อในออก ไม่ต้องใส่ยกทรงไป ฉันไปถึงที่อาคารว่องวานิช ไม่นานก็เรียกคิว การไปรอคิวอัลตราซาวด์ ทำให้พบผู้หญิงอีก 2 คน ที่ใส่ชุดคนไข้เหมือนกัน แสดงว่าเป็นคิวผ่าพรุ่งนี้พร้อมกัน เท่ากับว่าหมอมีผ่าพรุ่งนี้พร้อมกัน 3 ราย ฉันได้คุยกับคนไข้คนหนึ่ง เธอเป็นมะเร็ง คล้ำได้เป็นก้อนเลย แต่เธอยังมาให้กำลังใจฉัน บอกไม่เป็นไร ทั้่งที่จริงๆเธอน่าจะหนักกว่าฉันนะ



    ฉันเข้าไปนอนบนเตียงรอหมอกว่าจะมาดูอีกเกือบครึ่งชั่วโมง หมอมาซาว์ดดูแล้ว ก็ต้องรออาจารย์หมอมาเช็คอีกทีว่าถูกต้องหรือเปล่า ตอนทำจริงๆไม่นาน 5 นาทีก็เสร็จ  แต่ตอนนอนรอซิอีกเกือบครึ่งชั่วโมง  หมอเอาปากกาเคมีเขียนตำแหน่งนิดเดียวเอง ใต้หัวนมหน่อยเดียว เช็คเสร็จก็รอกลับห้องได้ ก็มีรถเข็นมารับกลับ


    ฉันก็ดูภาพอัลตราซาวด์ไม่เป็น ไม่รู้คืออะไรเหมือนกัน  คราวก่อน มีการใส่เส้นลวดนำทาง แต่ครั้งนี้ไม่ต้อง ดูเหมือนง่ายขึ้น แต่ปากกาแต้มไว้นิดเดียว แล้วก็เอาผ้าก๊อตปิดแผลมาปิดเอาไว้กันโดนน้ำ เสร็จแล้วก็กลับห้องได้ บ่าย 3 โมงกว่า  ถามหมอที่ซาว์ดก็บอกว่าเอาออกแค่ตำแหน่งเดียว 

    ตอนเย็นมีหมอมาพบอีกครั้ง หมอมาเป็นทีมเลย จากที่คุยๆ มีนักศึกษาแพทย์เฉพาะทาง 2 ท่าน แล้วก็นักศึกษาปี 4 อีกหลายคน คนที่คุยกับฉันจริงๆจะเป็นหมอที่เรียนศัลยแพทย์โดยตรง เป็นหมอผ่าตัด หมอขอดูแผลที่จะผ่า ที่ทำเครื่องหมายไว้ ฉันก็บอกหมอว่า มีผ้าก๊อตปิดเอาอยู่ หมอบอกให้แกะออก  หมอมาช่วยแกะที่ปิดเอาไว้ออก เพื่อดูตำแหน่ง ฉันเปิดนมให้ผู้ชาย 5-6 คนเลย แต่นักศึกษาปี 4 อยู่ไกลๆหน่อยดูห่างๆ แต่หมอศัลฯ เข้ามาดูใกล้ๆ แค่รู้ตำแหน่งแป๊บเดียวก็ให้ปิดแล้ว 

    ฉันก็ถามหมอ เพราะตอนแรกที่คุยกับหมอประจำ บอกว่าจะเอาท่อน้ำนมออกทั้งหมด  แต่ว่าจากการทำตำแหน่งแค่จุดเดียว ตกลงจะเอาออกแค่ที่มีัปัญหา หรือว่าออกทั้งหมด  หมอบอกว่า เอาออกแค่ที่มีปัญหา ดังนั้นก็เท่ากับว่า ไม่ได้เอาท่อน้ำนมออกทั้งหมด  แต่เอาแค่เส้นที่มีปัญหาออกแค่นั้นเอง ซึ่งดูเหมือนนิดเดียว  หมอก็บอกว่าเอาออกนิดเดียว 

    ฉันก็ถามหมอว่านมจะหายไปป่ะ หมอก็ตอบว่าไม่หรอก ออกนิดเดียวไม่ยุบหรอก ฉันก็ถามแล้วหัวนมยังอยู่ป่ะ  หมอก็ตอบว่า อยู่ซิไม่ได้เอาออก  หมอบอกฉันว่า จะได้คิวผ่าพรุ่งนี้เป็นคิวที่ 3 



    หลังทานอาหารเย็น พยาบาลมาแจ้งให้ฉันงดน้ำงดอาหารหลังเที่ยงคืน ฉันทานน้ำครั้งสุดท้าย 3 ทุ่ม ประมาณ 4 ทุ่มพยาบาลมาถามถ่ายไปหรือยัง ฉันก็ตอบว่ายัง พยาบาลก็ให้ฉันสวนก้น เพื่อขับถ่าย ต้องถ่ายท้องก่อนผ่าตัดด้วย หลังสวนก้นก็เข้าห้องน้ำถ่ายเลย ท้องโล่งไปหมด คืนนั้นฉันนอนคนเดียว เพราะเตียงข้ามๆกลับไปแล้ว พอเพื่อนเห็นฉันโพสต์รูปถ่ายห้องพักลงใน IG ก็โทรมาถามเป็นอย่างไรบ้าง ทำให้ฉันคุยได้สบายเลย ไม่ต้องเกรงใจเตียงข้างๆ เปิดกล้องคุยกันเลย

    ฉันไม่ได้คุยกับส้มนานมาก ไม่คิดว่าจะเป็นส้มที่โทรมา แต่ก็ดีใจที่เพื่อนยังห่วง ถึงแม้จะไม่ได้คุยกันนานแล้วก็ตาม แต่ส้มก็ไม่ได้ลงมากรุงเทพนานแล้วเช่นกัน เธอก็ทำงานเป็นข้าราชการอยู่ที่จังหวัดบ้านเกิดของเธอ




    เช้าวันรุ่งขึ้น วันที่ 22 ตี 5 พยาบาลมาวัดความดัน ความดันของฉัน 80/50 ฉันเห็นเตียงข้างๆไป 200อัพ แต่มาเห็นของตนเองทำไมต่ำขนาดนี้นะ ฉันก็กลัวจะไม่ได้ผ่าเหมือนกันนะ พยาบาลก็วัดใหม่ ขึ้นมา85/52ก็ดีใจแล้ว เพราะเตียงข้างๆทำให้ฉันกังวลกับความดันตนเองเหมือนกัน  ของเขานั้นสูงเกิน แต่ของฉันมันต่ำเกินไปหรือเปล่า ยิ่งไม่ได้กินข้าวยิ่งตกต่ำ  เมื่อวานยังมี 116/63 วันนี้เหลือ 80กว่า

    ฉันรอแล้วรอเล่าเที่ยงก็แล้ว ก็ยังไม่ถึงคิวสักที หิวข้าวแล้วนะ  ผู้ป่วยคนใหม่มาแล้ว เป็นสาวพม่า เธอก็มานอนล่วงหน้าอีก 2 วันผ่า เป็นมะเร็งเต้านมระยะที่ 2 แล้ว แต่เธอมาพบหมอวันที่ 16 แล้วเข้าผ่าวันที่ 24 เลย ฉันถือว่าเธอได้คิวที่เร็วมากจนไม่น่าเชื่อ ไม่กี่วันเอง แต่หมอคนละคนกับฉัน ถามเธอหมอชื่ออะไรเธอก็ตอบไม่ได้ เพราะอ่านหนังสือภาษาไทยไม่ออก รู้แค่หมอผู้หญิง แต่คนผ่าหมอคนไหนก็ไม่รู้

    พอใกล้ถึงเวลาบ่ายโมง พยาบาลมาวัดความดันอีก ตกลงมา 80กว่า/50ว่า พยาบาลให้นอนวัดใหม่ ขึ้นมา 106/65 ประมาณนี้ ฉันดีใจมาก กลัวความดันต่ำไป เดี๋ยวไม่ได้ผ่าอีก ประมาณบ่ายโมงครึ่ง ก็มีเตียงจากห้องผ่าตัด ที่นอนสีเขียวเข้มเลย มารับให้นอนไป 

    จากประสบการณ์ครั้งก่อน ห้องผ่าตัดเย็นมาก จนฉันอยากจะใส่ถุงเท้าไป แต่พยาบาลห้าม ชุดชั้นในก็ห้าม ไม่ให้นุ่งอะไรข้างในเลย แว่นตาก็ยังไม่ได้  ทุกอย่างห้ามเอาเข้าหมดเหลือแต่ตัวเปล่าๆ มองอะไรไม่ชัดสักอย่าง เบลอไปหมด เพราะไม่มีแว่นตา


    ห้องผ่าตัดย้ายมาอยู่ชั้น 5 ที่ตึกภูมิสิริฯแล้ว ทำให้แค่ลงไปชั้น 5 ก็ได้แล้วไม่ต้องไปตึกสิรินธร ที่เคยเป็นตึกผ่าตัดเก่า ซึ่งดูน่ากลัวมาก

    ห้องผ่าตัดใหม่ สวยงาม สว่าง กว้างใหญ่ ทันสมัย ฉันก็ต้องไปนอนรอที่ห้องพักผู้ป่วย ก่อนเข้าห้องผ่าตัด น่าดีใจที่ผ้าห่มให้ ทำให้ไม่หนาวเท่าไหร่ มีหมวกบางๆให้สวมศีรษะด้วย คลุมผมเอาไว้ มีหมอมาคุย ถามว่าชื่ออะไร นามสกุลอะไร มาผ่าข้างไหน ทำตำแหน่งไว้หรือเปล่า ฉันก็ให้ดูแขนซ้าย ที่เขียนเครื่องหมายถูกไว้ที่แขนซ้าย หมอถาม แพ้ยา แพ้อะไรไหม มีโรคประจำตัวหรือเปล่า ฉันก็ตอบว่าเปล่า

    มีหมอรูปหล่อมาก มาจับมือขวา ตบๆเบาๆคลึงๆที่หลังมือขวา อยากให้หมอจับนานๆจริงๆ แต่หมอไม่น่าพลาดเลย หมอจะใส่สายน้ำเกลือ แต่แทงเข็มไปบนเส้นเลือดแถวนิ้วนางแล้วไม่ได้ ทำให้ต้องเจาะใหม่ แถวนิ้วกลาง เจ็บเหมือนกันนะหมอ ติดสก๊อตเทปซะแน่นจนกำมือไม่ได้เลย  

    นอนรออยู่ประมาณครึ่งชั่วโมง เพราะว่าอาจารย์ยังผ่าตัดอีกเคสไม่เสร็จ ก็ยังผ่าของฉันไม่ได้ ก็รอไปก่อน จนอาจารย์หมออธิศพันธุ์ ที่จะผ่ามาคุยด้วย มาดูตำแหน่งที่จะผ่า เป็นครั้งแรกที่ได้คุยกับหมอ คราวก่อนหน้ายังไม่ทันได้เห็นเลย สลบก่อน ไม่รู้ใครผ่า เพราะหมอไม่มาคุยด้วยเลย ครั้งนี้ได้เจอก่อนผ่า หมอมาดูตำแหน่ง แล้วหมอผู้ช่วยว่าไม่ต้องฟอก  อะไรคือฟอก ฉันก็ไม่เข้าใจเหมือนกัน

    หลังจากหมอมาดูตำแหน่งที่จะผ่าแล้วก็เดินไป หมออีกคนก็มาเข็นเตียงเข้าห้องผ่าตัด ห้องผ่าตัดมีหลายห้องมาก กว่าจะไปถึงห้องที่ฉันผ่า น่าจะเป็นห้องที่ 5 ในสุด แอร์เย็นมาก หมอถามฉัน ลุกย้ายเตียงได้หรือเปล่า ฉันก็ตอบว่าได้ ก็ลุกจากเตียงเข็นไปนอนบนเตียงที่ใช้ผ่าตัด หมอให้ถอดเสื้อคนไข้ออกด้วย แต่มันหนาวมาก หมอบอกว่ามีผ้าห่มให้ 

    เตียงผ่าตัดมีความร้อนอุ่นๆแผ่ซาบเต็มหลังเลย รู้สึกดีมากๆ อย่างไม่น่าเชื่อ เตียงอุ่นมาก แต่มันไปไม่ถึงเท้า เพราะเท้าเย็น หมอก็เอาพัดลม ลมร้อน มาเป่าให้ ใต้ผ้าห่ม โอโห..เป็นอะไรที่ดีสุดๆไปเลย ไม่หนาวอีกเลย เปลี่ยนประสบการณ์เดิมๆ ความรู้สึกๆเดิมๆทิ้งไปให้หมดเลย จากที่เคยจำได้แม่นเลยว่า ห้องผ่าตัดหนาวมาก ตอนนี้ไม่หนาวแล้ว เพราะอบอุ่นมาก  แต่มือหมอทุกคนเย็นหมดเลย หมอบอกว่าอุณหภูมิในห้อง 19 องศา เย็นมาก หมอใส่เสื้อผ้าเต็มตัวยังหนาว แล้วคนไข้ไม่ใส่เสื้อจะไม่หนาวได้อย่างไร 19 องศานะหมอ แต่ตอนนี้รู้สึกดีเลย ไม่หนาวแล้ว เพราะเตียงอุ่น ผ้าห่มอุ่น แถมลมร้อนเป่าอีก เยี่ยมสุดๆ 

    อันที่จริงฉันอยากสำรวจนะว่าห้องผ่าตัดเป็นยังไง แต่ว่าเขาห้ามเอาแว่นตามาด้วย ให้เก็บไว้ที่ห้องพัก ทำให้ทุกอย่างมันเบลอไปหมด จึงไม่รู้ใครเป็นใคร และ มองไม่ถนัดว่าในห้องผ่าตัดมีอะไรบ้าง รู้แต่ว่ามีหมอหลายคนมาก แต่ยังทำอะไรไม่ได้เลย ได้แค่วัดความดัน อุณหภูมิ ติดเครื่องวัดชีพจรมั้ง หรืออะไรไม่รู้ข้างๆลำตัว 

    ที่หมอยังทำอะไรไม่ได้ เพราะต้องรอหมอดมยา อาจารย์หมออธิศพันธุ์ มาดูอีกครั้ง ฉันถามว่าหมอจะผ่าข้างล่างต่อเป็นตัวU เลยหรือเปล่า หมอบอกว่าถ้าต่อแผลจะดำ จะเลื่อนตำแหน่งขึ้นมาสูงหน่อยไม่ต่อกัน  หมอก็ยังบอก หมอผู้ช่วยว่า ไม่ฟอก ฉันก็ไม่รู้ว่า ไม่ฟอกคืออะไร หมอคุยภาษาหมอที่คนไข้ไม่เข้าใจคืออะไร แล้วหมอก็เดินไป 

    หมอดมยามา ก็ให้ออกซิเจน ตอนแรกฉันก็หายใจ รู้สึกลมเย็นๆดี หายใจอยู่ไม่กี่ที หมอบอกให้หายใจลึกๆ เท่านั้นแหละ ไปเลย มารู้สึกตัวอีึกที นอนอยู่นอกห้องผ่าตัดแล้ว มีหมอนั่งเฝ้ารอคนไข้ฟื้นอยู่ในห้อง ฉันลืมตาขึ้นมาก็รู้สึกงงๆ โคลงเคลง ต้องปิดตา หมอก็ปล่อยให้นอนสักพัก นอนงงๆอยู่อย่างนั้นแหละ

    แล้วก็มีเจ้าหน้าที่มาเข็นเตียงไปส่งที่ห้องพักผู้ป่วย ฉันรู้สึกเจ็บหัวนมเลย รู้แค่ว่ามีผ้ารัดเอาไว้ซะแน่นหน้าอกเชียว ไม่เห็นแผลตนเอง กลับห้องไปก็ยังงงๆอยู่ ถึงห้อง 5 โมงครึ่งได้ มีอาหารเย็นมาวางแล้ว แต่ยังกินไม่ลง พยาบาลก็ตั้่งเอาไว้ก่อน

    ประมาณ 6 โมงกว่า ฉันก็ลุกขึ้นมานั่งทานอาหารบนเตียง หิวข้าวนะ เพราะไม่ได้กินทั้งวัน แต่ก็ยังมึนๆงงๆ โชคดีที่เตียงข้างๆ สาวพม่า มาช่วยแกะพลาสติกที่ห่อข้าวเอาไว้ให้ หยิบทิชชูให้  ทำให้ฉันนึกขึ้นมาได้ว่า อ้อถ้ามีญาติมา ก็ดีตรงนี้นี่เอง ยังช่วยตอนที่ไม่ไหวได้  แต่ก่อนหน้านี้ เวลามีคนถาม จะมาเยี่ยม ฉันก็บอกไม่ต้อง ผ่าเสร็จแล้วก็นอน ไม่ได้คุยหรอก วันรุ่งขึ้นก็กลับแล้ว ฉันไม่ได้บอกให้ใครมาเลย คิดว่าไม่เป็นไร ก็ยังดี ที่เตียงข้างๆมาช่วย เปิดไฟให้ด้วย เปิดขวดน้ำให้ด้วย เธอเคยเป็นแม่บ้านที่กรุงเทพมาก่อน เธอบริการดีเหลือเกิน มีน้ำใจ ฉันลุกไม่ไหวจริงๆ มันเจ็บและมึนงงมาก

    ทีมนักศึกษาแพทย์ มาพบฉันตอนกินข้าว หมอถามเป็นยังไงบ้าง ฉันก็ตอบว่าเจ็บ เหมือนหมอไม่ได้ฉีดยาชาเลย เจ็บหัวนมมาก หมอก็บอกว่าจะสั่งยาแก้ปวดให้ เดี๋ยวให้ทานยา ก็จะดีข่ึ้น ฉันก็บอกว่าไม่เห็นแผลเลย ไม่รู้เป็นยังไง หมอบอกว่าแผลเล็กนิดเดียว อาจารย์ทำดีมาก ตัดออกไปนิดเดียว แผลสวย เย็บดี  หน้าอกเหมือนเดิม ฉันยังแซวกลับ มาโปรโมทอาจารย์ตอนนี้ไม่ทันแล้วนะ เพราะผ่าเสร็จแล้ว หมอบอกว่า อาจารย์เย็บแผลเอง แผลสวยงาม อาจารย์เก่ง ฉันก็ถามแล้วหมอผ่าด้วยหรือเปล่า หมอบอกว่าดูอาจารย์ทำ ช่วยแค่พันแผลแค่นั้นเอง หมอพันหน้าอกแน่นมาก หมอคุยแป๊บเดียวเสร็จแล้วก็กลับ ไม่ต้องดูที่พันแผล เพราะหมอก็อยู่ในห้องผ่าตัด แต่ฉันไม่เห็นหรอก เพราะถอดแว่นตาไม่รู้หมออยู่ไหนเหมือนกัน แต่คนที่รายล้อมฉันในห้องผ่าตัดมีแต่ผู้หญิงนะ ที่ห่มผ้า วัดความดัน ยื่นข้างๆจัดเตรียมทุกอย่าง หญิงหมดเลย ไม่รู้หมอผู้ชายอยู่ไหน แต่ที่มาคุยมีแต่หมอผู้ชายล้วนเลย ไม่รู้หมอผู้หญิงไปไหน

    ฉันกินข้าวเสร็จก็นอนต่อ ไม่ได้อาบน้ำตอนเย็นเลย ยังมึนๆอยู่  แต่ช่วง 4 ทุ่ม พยาบาลมาถามเข้าห้องน้ำไหม พยาบาลมาช่วยพยุงไปเข้าห้องน้ำ ฉันรู้สึกไม่เวียนหัวแล้วนะ รู้สึกหายมึน  ฉันรู้สึกว่าตนเองหายมึนเร็วกว่าคราวก่อน เพราะครั้งก่อนที่ดมยา ต้องเช้าเลยถึงหาย แต่นี่ 4 ทุ่มก็ดีขึ้นแล้วไม่งง เสร็จแล้วก็กลับไปนอนต่อ



    เป็นการนอนที่พลิกตัวไม่ถนัดเลย เพราะตะแครงได้ข้างขวา ข้างซ้ายตะแครงไม่ได้ เจ็บ นอนหลับๆตื่นๆพลิกไปมาจนเช้าวันที่23 ตี 5 พยาบาลมาวัดความดันต่อ ก็ยังอยู่ในเกณฑ์ 50+/80+ แถวนี้แหละ แต่ช่างมันเพราะผ่าเสร็จแล้ว 

    กว่าจะถึงเช้า พลิกไปมา ผ้าก๊อตยาวๆที่ว่าพันรอบตัวแน่นๆ ก็หลวมคลายตัวเหมือนกัน เช้าตื่นมาผ้าพันแผล ลงมากองที่ลำตัว ต้องคอยดึงขึ้นมาปิดหน้าอกใหม่ ฉันก็ยังไม่กล้าถอดผ้าพันแผลด้วยตนเอง ก็ต้องรอหมอมาดูก่อน จะอาบน้ำก็ไม่ได้ เพราะยังไม่ได้แกะผ้าก๊อตที่ตัวเลย 

    ฉันได้ทานยาตอน3 ทุ่มยาแก้ปวด เช้ามาดีขึ้นมาก เหมือนหายแล้วเลย ไม่มึนหัว ไม่เจ็บแผล ตอนเช้าหลังกินข้าวเช้า พยาบาลเอายาแก้ปวดมาให้ทานอีก 1 เม็ด ทำให้ไม่รู้สึกเจ็บแผลเลย คล่องตัวขึ้นเหมือนแล้ว เดินได้ตามปรกติ ใช้แขนได้ตามปรกติ อย่าโดนนมก็พอ ยังเจ็บอยู่หน่อย

    9โมงกว่าเกือบ10 โมง หมอถึงมาที่ห้อง แต่เป็นคนละคนกับที่เคยมาก่อนวันก่อน หมอมาแกะผ้าพันแผลออก แล้วถามว่ามียกทรงไม่มีโครงหรือเปล่า ฉันก็สงสัยทำไมต้องไม่มีโครง หมอบอกว่าอาจารย์สั่งมาให้ใส่แบบไม่มีโครงไปก่อน พอแกะผ้าพันแผลออก หมอก็เช็ดแผล แล้วเอาผ้าก๊อตบางๆสีขาวมาวางตรงแผล แล้วก็บอกให้ใส่ยกทรง หมอบอกว่าเอามาบังแผลกันเสียดสี รองเอาไว้ก็พอ ไม่ต้องติดกาว ไม่ให้เทปกาวที่ปิดแผลเอาไว้มันหลุดออก 

    ฉันก็ถามว่า แล้วสก๊อตเทปที่ปิดแผลจะเอาออกเมื่อไหร่ หมอบอกว่า เอาไว้จนกว่าจะมาพบอาจารย์อีกทีก็ได้ ฉันบอกว่า มัน 2 อาทิตย์เชียวนะ หมอเลยบอกว่า งั้นสักอาทิตย์ปิดไว้ก่อน เลยแล้วค่อยเอาออกก็ได้  ฉันก็ถาม อาบน้ำได้ไหม หมอบอกว่าได้ แต่อย่าให้แผลโดนน้ำมาก แค่น้ำผ่านๆก็พอ แล้วก็ซับๆน้ำเอา  เสร็จแล้วหมอก็บอกว่ากลับบ้านได้  ฉันเลยขอตัวไปอาบน้ำ

    ฉันก็พึ่งจะได้เห็นแผลตัวเอง ตอนส่องกระจกในห้องน้ำ เนี่ยแหละ เป็นแผลยาวประมาณนิ้วครึ่ง หรือสัก 3 ซม.ได้มั้ง อยู่ใต้หัวนม ครั้งนี้ผ่าน้อยกว่าคราวก่อน คราวก่อน 2 ข้างเลย 2แผลเลย ครั้งนี้แผลเดียวเล็กๆ หน้าอกผิดรูปนิดหน่อย เนื้อข้างใต้ฐานนมหายไปหน่อย  แต่คำว่าหน่อยมันก็เยอะนะ เพราะฉันนมเล็กไม่ค่อยมีเนื้อนมอยู่แล้ว หายไปอีกหน่อย ก็เล็กลงไปอีกนิด แต่ไม่มาก ครั้งก่อนหายไปเยอะกว่านี้

    หลังจากอาบน้ำเสร็จ หมอแวะมาคุยกับฉันอีก คราวนี้ได้เจอหมอ 2 ท่านที่เรียนต่อด้านศัลยกรรมเต้านม ก็คุยกันฉันก็ถามหมอ ว่าเรียนทำเสริมหน้าอกด้วยหรือเปล่า หมอตอบว่า เปล่า ตัดอย่างเดียวไม่ต่อ ก็คือเรียนด้านการรักษา ไม่ใช่ความงาม ถ้าเสริมหน้าอก ก็ต้องไปเรียนด้านศัลยกรรมตกแต่ง คนละสาขากัน ก็เท่ากับว่า จะให้หมอเสริมนมให้ก็ไม่ได้ ตัดเนื้องอกมะเร็งออกอย่างเดียว หมอคนหนึ่งรูปหล่อ ดูคิดเร็ว ทำเร็ว ฉลาดว่องไว ขี้เล่น  ส่วนหมออีกคนตัวเล็กหน่อย ดูสุขุมนุ่มลึกกว่า คุยช้าๆใจเย็น บุคลิก2คนต่างกันเลย 

    ฉันต้องให้หมอเขียนใบรับรองแพทย์ กับ ใบเบิกประกันของ AIA ให้หน่อย เพื่อเอาไปเบิกกับประกันภายหลัง หมอก็บอกว่า ต้องรอหน่อยนะ ฉันก็ไม่แน่ใจว่าหมอคนไหนเซ็นต์ให้ น่าจะเป็นคนตัวเล็กมั้ง แต่ว่าใช้เวลานานมาก กว่าพยาบาลจะรวบรวมเอกสารส่งการเงิน แล้วทางการเงินส่งเรื่องกลับขึ้นมาให้ไปจ่ายตังค์ ฉันต้องรอใบรับรองแพทย์ รอยา รอการเงิน ตั้งแต่ 10 โมงครึ่ง กว่าจะได้ออกจากโรงพยาบาล จ่ายตังค์ 13.48 น. รอนานมาก

    ตอนเห็นยอดที่ต้องชำระ 5พันกว่าบาทก็ว่าถูกแล้ว พอถึงเวลาจ่ายจริง เหลือ 1,527 บาท ฉันตกใจมาก ทำไมถูกอย่างนี้เหลือเชื่อ คราวก่อนประมาณ 24,5xx บาท เบิกประกันยังได้ไม่หมดเลย ค่าหัตถการและวิสัญญี เบิกไม่ได้เกือบหมื่น  ประกันคืนให้หมื่นกว่าบาทเอง ครั้่งนี้ไม่มีเลย ไม่มีค่าห้อง ไม่มีค่าพยาบาล ไม่มีค่าผ่าตัด ไม่ต้องจ่ายอะไรเลย

    ในใบเสร็จออกมาแค่ ค่ายาและสารอาหารทางเส้นเลือด ( น้ำเกลือ ) 276 บาท ค่ายา 15 บาท ค่าเวชภัณฑ์ที่ไม่ใช่ยา 1,065 บาท รวมเป็นเงิน 1,527 บาท ตกใจจริงๆ ที่เหลือไปไหนหมด ค่ารักษาครั้งนี้ ที่จริงอยู่ที่ 12,977 บาท แต่จ่ายแค่ 1,527 บาท ต่างกับคราวก่อนราวฟ้ากับเหว 


    ทั้งที่ใช้สิทธิ์กาชาดลด 50% เหมือนกัน แต่ผลที่ได้ต่างกันมาก ครั้งก่อนเกือบ 5 หมื่น จ่ายเหลือ 24,5xx ( จำเศษไม่ได้)  แสดงว่าครั้งนี้แทบจะเบิกได้หมดเลย สิทธิ์เหมือนข้าราชการเบิกได้ทุกอย่าง ต่างกับคราวก่อนที่เบิกได้ครึ่งหนึ่ง หมอคิดค่าผ่าครั้งนี้ถูกกว่าครั้งก่อนเยอะมาก เพราะผ่าง่าย แผลเล็ก งานไม่ยากหรือเปล่า ฉันก็ไม่รู้ แต่ค่ายา ฉันได้ยาแก้ปวดลดไข้ซาร่า 2 แผง ยานอนหลับ1 แผง  ยาแก้อักเสบ 1เม็ด  และผ้าปิดแผล รวมแล้วมันไม่น่าจะเกิน 15 บาทนะ เขาคิดตังค์ผิดหรือเปล่าค่ายา 15 บาท ฉันตกใจจริงๆ เอกชน 3 ถุง กับผ้าปิดแผล 3-4 ห่อ เป็นพันแล้วนะ  ค่าห้อง คืนละ 900 นอน 3 คืน ในรายการ ค่าห้อง 1,800 เบิกได้ 1,800 

    ไม่เคยหาหมอถูกขนาดนี้มาก่อน ตรวจแมมโมแกรมยัง 2,700 เลย แต่นี่ผ่าตัดนะ นอน 3 คืน 1,527 บาท กราบขอบพระคุณคุณหมอจริงๆ ที่ช่วยกรุณาเขียนลดค่าใช้จ่ายให้มากขนาดนี้ ดีใจมาก ไม่ใช่ข้าราชการแต่เบิกได้หมด 

    ครั้งหน้าถ้าไปบริจาคเลือดจะแวะบริจาคเงินช่วยกาชาด ช่วยโรงพยาบาลจุฬา เป็นการชดเชยค่าใช้จ่ายส่วนเกิน ที่หมอลดค่ารักษาให้เลย สมทบทุนคืนหลวงแน่นอน ขอบพระคุณคุณหมอมากๆ 

    จบการรักษาแล้ว  ครั้งหน้าก็ไปพบหมอ หลังผ่าตัดต้นเดือนหน้า เช็คแผลและฟังผลการผ่าท่อน้ำนม ที่หมอเอาชิ้นเนื้อไปตรวจ คาดว่าไม่น่าจะมีปัญหาอะไร  





    ภาพนี้ถ่ายวันที่ 24 หลังผ่าตัด 2 วัน ( ไม่กล้าลงภาพสี กลัวดูอนาจารไปหน่อย) จะเห็นรอยแผลใหม่ ใต้หัวนม  หมอเย็บดีมาก ส่วนรอยข้างๆเป็นรอยแผลเก่าเมื่อ 2 ปีก่อน ด้านข้างมีรอยช้ำสีแดงนิดๆยังอยู่ ต่อไปก็เป็นแค่รอเวลาให้แผลค่อยๆหาย ค่อยแกะสก๊อตเทปออก  แต่บางทีโอนน้ำบ่อยๆ อาทิตย์เดียวก็หลุดแล้ว





Views

เข้าสู่ระบบเพื่อแสดงความคิดเห็น

Log in