ไดอารี่ของฉันatcha
เตรียมตัวเป็นผู้ป่วยใน
  • เตรียมตัวก่อนเป็นผู้ป่วยใน( Pre Admit ) หรือ การเตรียมตัวก่อนผ่าตัด ทางคลีนิคศูนย์มะเร็งเต้านม ได้ทำการนัดจองคิวให้ฉันล่วงหน้าไว้แล้ว วันนี้เป็นวันตรวจร่างกาย เพื่อเตรียมตัวเป็นผู้ป่วยใน เพื่อผ่าตัดเนื้องอกในท่อน้ำนม 

    ฉันต้องขึ้นไปที่ ตึก ภปร.ชั้น 15 โดยยื่นใบนัดตั้งแต่เวลา 7.30-8.30 น.  ฉันไปก่อนเวลา ยื่นใบนัด 7.20 น. แต่มีคนยื่นใบนัดก่อนหน้าฉันตั้งหลายคนแล้ว ฉันนั่งรอไปก็ห้าว น้ำตาไหลไป เพราะเมื่อคืนนอนไม่หลับ กลัวตื่นสาย กลายเป็นนอนไม่พอ มานั่งรอแบบง่วงนอน



    พยาบาลเริ่มขานชื่อเพื่อเข้าพบพยาบาล ตั้งแต่เวลา 8.00 น. เป็นการชักประวัติก่อนทำการตรวจเลือด พยาบาลเรียกชื่อฉัน ประมาณ 8.55 น. เกือบ 9 โมงเช้า  พยาบาลน่ารักมาก พูดจาดี ยิ้มแย้มแจ่มใส พูดคุยอารมณ์ดี ถามว่าทานยาอะไรอยู่หรือเปล่า มีประวัติเป็นโรคอะไรไหม เคยผ่าตัดมาหรือเปล่า ซึ่งฉันผ่านด้วยดี เพราะไม่ได้ทานยาอะไรอยู่  ไม่ได้ป่วยเป็นโรคอะไร

    แล้วพยาบาลก็แนะนำขั้นตอนปฎิบัติ ว่าจะต้องไปชำระเงินก่อน แล้วก็ไปเจาะเลือด วัดคลื่นหัวใจ เก็บปัสสาวะมาส่งตรวจ เสร็จแล้วลงไปเอ็กซเรย์ปอด แล้วกลับขึ้นมาพบแพทย์อีกครั้งเวลา 11.00 น.



    เมื่อฟังขึ้นตอนปฎิบัติ รับทราบแล้ว ก็ออกจากห้อง ทำตามที่บอก  โดยจะมีกระดาษคู่มือมาให้ดูด้วย ว่าต้องทำอะไรบ้าง พร้อมกับ กระปุกเล็กๆให้ไปเก็บปัสสาวะมาตรวจ

    ฉันเดินไปชำระเงิน บริเวณใกล้เคียง ซึ่งอยู่ติดกับแผนกฝากครรภ์  ชั้นนี้ก็เลยมีคุณแม่ และว่าที่คุณแม่ค่อนข้างเยอะ  ค่าตรวจทั้งหมด 2,760 บาท ฉันจ่ายเองทั้งหมด ไม่มีสิทธิ์เบิกอะไร ไม่มีส่วนลดใดๆ

    เมื่อชำระเงินแล้ว ก็เดินไปรับบัตรคิวเจาะเลือด ซึ่งคนที่มาก่อนหน้าฉัน ก็ยืนรอตั้งนานไม่ถึงคิวสักที เพราะคนเจาะเลือดมีคนเดียว แต่คิวยาว ฉันเป็นคนที่ 22  ระหว่างรอเจาะเลือด ฉันก็ไปเก็บปัสสาวะตนเอง มาส่งตรวจ แล้วก็นั่งรอ  จนเจ้าหน้าที่มาเรียกหมายเลข ก็ส่งเอกสารที่จะตรวจให้ 

    สักพัก มีเจ้าหน้าที่เอาใบตรวจคลื่นหัวใจ มาให้ฉันไปใส่คิวจอง ตรวจคลื่นหัวใจ ฉันเข้าไปที่ห้องตรวจไม่เห็นใครสักคน สอบถามเจ้าหน้าที่ที่เคาน์เตอร์ เขาบอกว่าให้วางไว้หน้าห้อง เดี๋ยวมีพยาบาลมาหยิบไปเอง  สักพักก็มีพยาบาลมาหยิบใบ และเรียกชื่อฉัน ให้เข้าไปตรวจคลื่นหัวใจ ประมาณ 10 โมง

    เข้าไปในห้อง พยาบาลแจ้งให้ยกเสื้อตัวนอกขึ้น และปลดตะขอเสื้อในออก แล้วก็ขึ้นไปนอนบนเตียงยกเสื้อขึ้น เปิดหน้าอก จากนั้นก็นำสายหนีบเยอะแยะ มาหนีบ แขนสองข้าง ขาสองข้าง และ รอบเต้านมด้านซ้าย ซึ่งเป็นบริเวณหัวใจ แล้วก็เปิดเครื่องวัดคลื่นหัวใจสักพัก แป๊บเดียวเอง พยาบาลบอกว่าเสร็จแล้ว เอาที่หนีบเยอะแยะออกจากตัว บอกให้ใส่เสื้อได้ เสร็จแล้วออกไปรอนอกห้อง

    ออกไปยืนรออีกประมาณ 5-10 นาที ก็ถึงคิวเรียกเจาะเลือด  พยาบาลก็ใช้เวลาเจาะไม่นานนะ สักพักก็เสร็จแล้ว ใส่เลือดไปประมาณครึ่งหลอดเอง ทั้งหมด 6 หลอด แต่ที่คิวยาว เพราะมีคนเจาะเลือดคนเดียว

    เมื่อเจาะเลือดเสร็จแล้ว ก็สามารถทานข้าวทานน้ำได้แล้ว  พยาบาลไม่ได้ห้ามทานน้ำนะ แต่บังเอิญที่ชั้น เครื่องขายเครื่องดื่มมันเสีย ไม่มีน้ำเปล่าขาย หลังจากตรวจเสร็จท้ั้งหมด ก็สามารถหาน้ำหาข้าวทานได้เลย  แต่ฉันยังไม่ทาน ลงไปเอ็กซเรย์ปอดให้เสร็จก่อน ที่ชั้น 4 แล้วค่อยทาน

    ลงไปชั้น 4 ยื่นใบตรวจที่ช่อง 11 แล้วเจ้าหน้าที่จะบอกว่าให้เข้าไปรอที่ช่อง 13 ก็เข้าไปนั่งรอ  แล้วก็มีเข้าหน้าที่มาเรียกชื่ออีกที ถามว่าหมอนัดเมื่อไหร่ เสร็จแล้วก็ยื่นเสื้อให้เปลี่ยน โดยบอกให้ถอดทั้งข้างนอกและข้างในทั้งหมด สร้อยคอก็ต้องเอาออก เปลี่ยนเสื้อแล้วให้ไปนั่งรออีกฝั่งอีก  เมื่อเปลี่ยนเสื้อแล้วก็ออกไปนั่งรอฝั่งตรงข้าม  เจ้าหน้าที่ก็จะขานเรียกชื่ออีกครั้ง พร้อมกับเอาใบตรวจที่เรามายื่นส่งให้คืน เพื่อให้เราไปส่งต่อให้พยาบาลในห้องเอ็กเรย์อีกครั้งหนึ่ง

    เมื่อถึงคิวเอ็กเรย์ เดินเข้าไปในห้อง จะมีลูกศรนำทาง ให้เดินไปตามเส้น เพื่อไปยังเครื่องเอ็กซเรย์ปอด ไม่ต้องถอดเสื้อออก ใส่เสื้อแล้วเอาลำตัว กับหัวไหล่ ให้แนบชิดกับเครื่องเอ็กซเรย์ พยาบาลจะใส่ให้หายใจลึกๆ แล้วกลั้นไว้ แป๊บเดียว อึกใจเดียว ถ่ายรูปเสร็จ ก็ออกจากห้องได้ กลับไปใส่เสื้อตนเอง แล้วกลับไปรอพบแพทย์ได้เลย

    ทั้งหมดเสร็จประมาณ 10 โมงครึ่ง ฉันก็เลยมีเวลาซื้ออาหารและน้ำ นั่งกินสักพัก ก่อนขึ้นไปที่นั่งรอพบแพทย์ตอน 11 โมง  หมอเรียกตรวจ 11 โมง แต่กว่าจะถึงคิวของฉันก็เกือบเที่ยง คุยกับคุณหมอ ก็สบายๆ เหมือนคุยเรื่องทั่วไป  หมอถาม" เคยผ่าตัดหรือยังฎ  ฉันก็ตอบว่า" เคยแล้ว เมื่อ 2 ปีก่อน"   หมอถามว่า " ผ่าตัดเล็กหรือใหญ่"   ฉันก็ตอบว่า " เล็กมั้งคะ  แค่ผ่านมเอง "  หมอถามว่า " แล้วฉีดยาชา หรือดมยาสลบ "  ฉันตอบว่า " ดมยาสลบ"   หมอบอกว่า " นั่นเรียกว่า ผ่าตัดใหญ่แล้ว ครั้งนี้ก็น่าจะใหญ่กว่าคราวที่แล้วหน่อยนึง " 

    หมอยังชวนคุยต่อ " ออกกำลังกายหรือเปล่า "  " พักนี้ไม่ค่อยได้ออกค่ะ"  " ทำไมไม่ออกล่ะ "  " ขี้เกียจ " หมอก็หัวเราะ หมอก็ขอตรวจฟังการหายใจจากเครื่องฟังของหมอ ทั้งด้านหน้าและด้านหลัง  หมอดูใบรายงานผลการตรวจต่างๆก็บอกว่า ปรกติดี สามารถผ่าตัดได้ เสร็จแล้วก็ออกจากห้อง มานั่งรอพบพยาบาลอีกรอบ


    พยาบาลคนเดิมที่พบในตอนแรกที่ซักประวัติก่อนเจาะเลือด ก็ไปนั่งรอสักพัก เกือบครึ่งชั่วโมง เข้าพบพยาบาลอีกครั้ง  พยาบาลชี้แจงให้ฟังว่า ผลการตรวจปัสสาวะปรกติ น้ำตาลปรกติ เลือดจางนิดหน่อย แต่ว่าสามารถผ่าตัดได้  ฉันดูค่าเลือดได้ 11.9 ถ้าไปบริจาคเลือด ขั้นต่ำ 12 ถ้าผลออกมา 11.9 บริจาคไม่ได้นะ   พยาบาลบอกว่า แต่สำหรับผ่าตัด อนุโลมได้ 11.9 สามารถผ่าตัดได้ 

    พยาบาลแนะนำให้ลงไปชั้น M ตึก ภปร.เนี่ยแหละ ไปห้องฝั่งตรงข้าม ธ.กรุงเทพ เพื่อจองห้องพักได้เลย พร้อมให้ใบแนะนำ การปฎิบัติตัว ก่อนเตรียมตัวเข้าเป็นผู้ป่วยใน  วันที่20 ที่ต้องแอดมิน ให้มาประมาณ 8-9โมงเช้า สามารถเลทสายได้ ที่ชั้น M ตึกภูมิสิริ ( ตึกผู้ป่วยใน) ใบที่จะขอเบิกต่างๆให้เตรียมมาวันนั้นด้วย ฉันก็รับทราบ




    แล้วฉันก็ลงไปชั้น M เพื่อจองห้อง เข้าพักในวันที่ 20 มีห้องพักแบบ 2 เตียง คืนละ 1,800 กับ 4 เตียง คืนละ 900  ฉันเลือกห้อง 2 เตียง  เจ้าหน้าที่ก็รับเรื่อง แต่จะได้ห้องไหน วันนั้นก็ต้องมาดูอีกที ว่ามีห้องไหนว่างบ้าง ตอนนี้เจ้าหน้าที่ตอบไมได้  เจ้าหน้าที่บอกว่าให้มาก่อนบ่าย 2 โมง  ฉันถามว่า ไม่ต้องมา 8 โมงเข้าหรอ  เจ้าหน้าที่บอกว่า กว่าจะเคลียร์ห้องได้ ก็ต้อง 11 โมง-เที่ยง มาเช้าก็ยังไม่รู้หรอกว่า ได้ห้องไหน มาเที่ยงก็ยังทัน  เป็นอันเสร็จสิ้นกระบวนการทั้งหมด สำหรับการเตรียมเข้าพักในโรงพยาบาล เสร็จทั้งหมดก็ประมาณ เที่ยงครึ่ง ใช้เวลาครึ่งวัน


    ฉันเห็นคนที่มาทำการเจาะเลือด เตรียมตัวผ่าตัด แต่ละคน ก็ดูสุขภาพแข็งแรงดี เดินได้ เหมือนคนปรกติทั่วไป  ดูไม่ออกเลยว่า ใครเป็นโรคอะไร ทำไมต้องผ่าตัด  แต่รู้แน่ๆว่าทุกคนที่มาเจาะเลือด ล้วนเตรียมตัวผ่าตัดทุกคน 

    เมื่อเสร็จกระบวนการแล้ว ฉันก็ไปหาอาหารกลางวันรับประทาน ที่ศูนย์อาหารทวีวงศ์ถวัลยศักดิ์  จากเดิมเป็นของ ซีพี แต่ตอนนี้ กลายเป็นของ BWELL เปลี่ยนเจ้าของใหม่หรือยังไงนะ เพราะร้านค้าหลายร้าน ปิดปรับปรุงโยกย้ายกันใหญ่ เหลือแค่ร้านอาหารเพียง 2 เจ้าที่ให้บริการเท่านั้นเอง

    ความแตกต่างก็คือ บัตรคูปองอาหาร ของเดิมจะถูกคิดค่าเช่าใบละ 10 บาท หากไม่นำมาคืน เงิน 10 บาทที่มัดจำก็จะหายไป เรียกว่า ซื้อบัตร 100 บาท จะได้เงินซื้ออาหาร 90 บาท แต่ของใหม่ ซื้อ 100 ก็ได้เงินซื้ออาหาร 100 ไม่เสียค่ามัดจำบัตร แล้วน้ำเปล่าที่เคยขาย ขวดละ 10 บาทไม่ว่า แช่เย็นหรือไม่แช่เย็น ก็ราคาเดียวกัน   ตอนนี้เปลี่ยนใหม่ ไม่เย็นถูกกว่าแช่เย็น 1 บาท  ส่วนอาหารฉันไม่ทานที่ศูนย์แล้ว เพราะไม่มีอะไรที่ถูกใจเลย เปลี่ยนใจไปกินที่อื่นดีกว่า

    ฉันข้ามถนนไปยังศูนย์บริจาคโลหิต สภากาชาดไทย เพื่อทานอาหารกลางวันแทน แล้วก็แวะไปถามเรื่องขอใบรับรองเป็นผู้บริจาคโลหิต เพื่อไช้เป็นส่วนลดที่ โรงพยาบาลจุฬา ซึ่งฉันจะเข้ารักษาตัววันที่ 20 ซึ่งตรงกับวันอาทิตย์ จะขอใบจากกาชาดวันนี้เลยได้ไหม 

    ทางเจ้าหน้าที่ประชาสัมพันธ์แจ้งว่าไม่ได้  เพราะใบรับรองมีวันหมดอายุ ซึ่งอาจจะอยู่ไม่ถึงวันที่ 20 ให้ญาติมาขอวันที่ 21 แทนก็ได้ แต่ฉันไม่สะดวกไง  เพราะไม่มีญาติมาดูแล  ทางเจ้าหน้าที่ก็แจ้งให้มาวันที่ 18 แทน เพราะเป็นวันทำการ เสาร์-อาทิตย์ เจ้าหน้าที่หยุด จะไม่สามารถขอใบรับรองจากกาชาดได้ 

    เลยกลายเป็นว่าขอวันนี้ก็ไม่ได้ จะมาขอวันที่ 20 ก็ไม่ได้ ก็ต้องมาก่อน  เพราะเข้าโรงพยาบาลแล้วเขาคงไม่ปล่อยให้ผู้ป่วยออกมาเดินเล่น นอกโรงพยาบาลแน่เลย  ฉันคงต้องมาวันที่ 18 เพื่อเอาใบรับรองจากกาชาด ใช้เป็นส่วนลดค่าห้องพัก ค่ารักษาพยาบาล 50 %  จะทำให้ค่ารักษาถูกลงครึ่งหนึ่งจากที่ต้องจ่ายเต็มจำนวน  ส่วนที่เหลือก็ไปเบิกจาก AIA เอา เท่าที่เบิกได้  คราวก่อนก็เบิกได้ไม่หมด ทำให้เหลือส่วนที่ต้องจ่ายเอง ประมาณหมื่นกว่า

    เมื่อคุยเสร็จ  ฉันก็ข้ามกลับมาที่โรงพยาบาลจุฬา  เพื่อไปพบพยาบาลที่ ศูนย์สิริกิต์ เพื่อมะเร็งเต้านม อาคารว่องวานิช เป็นการคุยเพื่อรับฟังข้อปฎิบัติหลังผ่าตัด ซึ่งฉันเคยมีประสบการณ์ในการผ่ามาแล้วครั้งหนึ่ง  ครั้งนี้พยาบาลก็เลยไม่ต้องแนะนำอะไรมาก เพราะทำเหมือนเดิม ก็คือ หลังผ่าตัดให้ใส่ยกทรงไว้ตลอดเวลา เป็นเวลาไม่ต่ำกว่า 2 สัปดาห์หรือ 1 เดือนเลยก็ได้ ใส่ทั้งกลางวันและกลางคืนก็ต้องใส่ 

    เทปที่ติดแผลผ่าตัดยังไม่ต้องเอาออก ปล่อยไว้ก่อน สักพัก สามารถอาบน้ำได้เลย ไม่ต้องกลับมาตัดไหม ฉันกังวลว่าหน้าอกจะเล็กลงไปอีก พยาบาลบอกว่า การผ่าตัดครั้งนี้ ใกล้หัวนมมาก แต่หมอจะไม่ได้เลาะเนื้อออกไปมากเหมือนมะเร็ง เนื้ออาจจะหายไปบางส่วนแค่เล็กน้อย  ประมาณ 1-2 ซม.  ถ้าเป็นมะเร็ง 3 ซม. หมออาจจะเลาะเนื้อออกไปอีก 5 ซม. กลายเป็น 8 ซม.  แต่กรณีเนื้องอก หมอไม่เลาะเยอะ ไซด์ลดลงไปไม่มากหรอก แต่ก็เล็กลงจากเดิมอีกนิดหน่อย  แต่สำหรับฉัน แค่นี้ก็เยอะแล้วนะ ถ้าลดลงไปอีก ข้างหนึ่งนมมหาลัย อีกข้างนมเด็กอนุบาลแน่เลย ต้องหาฟองน้ำมายัดให้ยกทรงเต็มเต้าแล้ว




    พยาบาลชี้แจงว่า วันที่ 20 เข้าพัก วันที่ 21 ต้องมาทำแมมโมแกรม อัตราซาวด์ เพื่อชี้ตำแหน่งที่จะผ่าตัด โดยจะมีการขีดเส้นด้วยปากกา มาร์คตำแหน่งไว้  วันที่ 22 ผ่าตัด  ฉันถามว่า ผ่าตัดกี่โมง  พยาบาลบอกว่า ยังตอบไม่ได้ เพราะดูตารางล่วงหน้าได้แค่ 2 วันเท่านั้น ตอนนี้ตารางยังไม่ออก ก็เลยยังตอบไม่ได้ว่าจะได้คิวผ่าตัดกี่โมง  เท่ากับว่าฉันจะรู้ว่าผ่าเมื่อไหร่ ก็หลังจากที่เข้ามาพักในโรงพยาบาลแล้ว แจ้งล่วงหน้าแค่ 1 วัน

    ฉันถามพยาบาล หลังผ่าตัดเหมือนครั้งก่อนหรือเปล่า คือ ผ่าตัดเสร็จไม่ต้องมาฉายแสง ไม่ต้องคีโม  พยาบาลตอบว่า ใช่ ไม่มีรายการหลังผ่าตัด เพราะเป็นแค่เนื้องอกธรรมดา  มาตรวจตามนัด ที่พยาบาลได้ทำนัดไว้ล่วงหน้าแล้ว หลังผ่าตัด 2 อาทิตย์กลับมาดูแผล แค่นั้นเอง


    หลังจากคุยกับพยาบาลเสร็จ ก็กลับบ้านได้เลย เสร็จทั้งหมดประมาณ บ่าย 2 โมงครึ่ง คราวหน้ามาอีกทีก็วันที่ 20 ตุลานี้




        
Views

เข้าสู่ระบบเพื่อแสดงความคิดเห็น

Log in