ไดอารี่ของฉันatcha
เที่ยวอังกฤษระดับVIP ตอนที่3
  • อาหารมื้อกลางวัน ของวันแรกที่อังกฤษ เราเดินทางไปไกลถึงเมืองบอร์ดเวย์ ซึ่งอยู่ในเขตพื้นที่ Cotswolds  ใช้เวลาเดินทางเกือบ 3 ชั่วโมง โดยเส้นทางเป็นการขึ้นเนินลงเนิน  ถึงแม้จะไม่ได้ขึ้นเขาสูง แค่เส้นทางเนินที่คดเคี้ยว บวกกับท้องไส้ที่ว่างเปล่า ก็ทำให้รู้สึกอยากจะอ๊วก เหมือนเมารถตอนนั่งรถขึ้นเขาขึ้นดอยไม่มีผิด แถมนอนบนเครื่องบินก็หลับไม่เต็มที่ ทำให้มีอาการค่อยข้างเบลอ ง่วงก็ง่วง อยากอ๊วกก็อยากอ๊วก น้ำท่าก็ไม่ได้อาบ ไม่มีความสดชื่นในตัวเท่าไหร่

    ไกด์ค่อนข้างกังวลมาก เพราะเราไปสายกว่ามื้ออาหารที่ได้จองไว้ล่วงหน้า สำหรับฝรั่งแล้ว ค่อยข้างซีเรียสเรื่องเวลามาก เพราะเขาต้องจ้างงานล่วงเวลา แถมโปรแกรมท่องเที่ยวถัดไป ประสาทซัดดิเลย์ ก็จะปิดรับนักท่องเที่ยวเวลา 16.30 น. ทำให้เวลาทานอาหารกลางวันของเรา ค่อยข้างจำกัด ไกด์บอกให้เราทำเวลานิดนึง ทานเร็วหน่อย 




    เราลงรถทัวร์ แล้วเดินไปทานอาหาร ในโรงแรม SWAN  สภาพบ้านเรือนในเมือง Broadway เป็นสไตล์บ้านโบราณ เราไม่ค่อยมีเวลาสำหรับที่นี่นัก แค่แวะมาทานอาหารกลางวัน ในเวลาเกือบ บ่าย 3 โมง 









    ข้างในเป็นห้องอาหาร สไตล์โบราณ มีความเก่าแก่ ทั้งโต๊ะเก้า  ฉันได้นั่งใกล้หน้าต่าง ที่โดนแสงแดดยามบ่ายส่องมาที่โต๊ะพอ 

    คนอังกฤษจะเสริฟอาหารที่ละจาน  จะไม่ยอมเสริฟอาหารพร้อมกัน 2 จาน แล้วเซ็ทที่ทางทัวร์จัดให้เราทาน จะเป็น เซ็ทอาหาร 3 จาน โดยเริ่มจากออร์เดิร์ฟ จานแรก เป็นเหมือนหนังปลาชุปแป้งทอด ทานคู่กับซอสเปรี้ยว  รสชาติพอทานได้  จานที่ 2 เป็นอาหารหลัก สเต็กไก่ มันทอด  ซึ่งขอบอกว่า ไก่เนื้อหยาบ และ น้ำราดมีกลิ่นของอะไร  ฉันไม่รู้จัก  แต่กลิ่นนี้ ฉันจำได้ว่าไปเจออีกทีอยู่ใน ผ้าขนหนูในห้องนอน ที่พัก ซึ่งฉันไม่รู้ว่าเป็นกลิ่นของอะไร  ที่เขาใส่ทั้่งในอาหารและน้ำยาซักผ้า ฉันก็ทานไก่ได้ไม่กี่คำ เพราะไม่ถูกปาก มันฝรั่งทอดยังอร่อยกว่า   จานที่ 3 เป็นของหวาน เป็นเค้กบราวนี่ กับไอศกรีม ราดช็อคโกแลต รสชาติเค้กหวานมาก พอทานได้ แต่ก็ยังไม่ถูกใจนัก ทานนิดหน่อยพอ 



     






    มีเวลาถ่ายรูปที่ Broadway ไม่มากนัก ต้องรีบขึ้นรถแล้ว เดี๋ยวไปไม่ทันปราสาทปิด  แต่นั่งรถไปได้สักพัก ไกด์ก็แจ้งว่าสะพานจะข้ามไปปราสาทปิด เขากำลังซ่อมอยู่ ทำให้ไปปราสาทไมีได้  แล้วจะอ้อมไปทางอื่นก็ไม่ทัน เพราะ 4 โมงแล้ว ใกล้จะปิดแล้ว จึงเปลี่ยนแผนใหม่ พาไปเที่ยวที่หมู่บ้านใกล้ๆ ที่มีความน่ารัก สไตล์โบราณแทน ก็คือ Bourton-on the-water เป็นหมู่บ้านเล็ก ที่ยังคงสถาปัตยกรรมโบราณ อายุ 200-300 ปี  ซึ่งถูกสร้างด้วยหินสีน้ำผึ้ง หรือ Cotawold stone  


















    ประชากรในหมู่บ้านแห่งนี้ อาจจะน้อยกว่านักท่องเที่ยว ที่เข้ามาเยี่ยมชมต่อปี  เพราะหมู่บ้านแห่งนี้ดูเงียบสงบมาก แต่ไม่ค่อยเห็นประชากรที่แท้จริงเท่าไหร่  มองไปทางไหนก็เห็นแต่นักท่องเที่ยวที่มาเดินเล่น ถ่ายรูป นั่งทานกาแฟ   

    ไกด์ให้เราเดินเล่นประมาณชั่วโมงหนึ่ง เสร็จแล้วก็ต้องกลับขึ้นรถทัวร์ เพื่อไปทานอาหารเย็นที่  Brasserie Blanc ไปเช็คอินที่โรงแรม The Queens ที่เมือง Cheltenham

    เชลต์นัม อาจจะจัดได้ว่าเป็นเมืองผู้ดีอังกฤษ ที่มีแต่คนอังกฤษอยู่เป็นส่วนใหญ่ ไม่ค่อยมีคนต่างถิ่น หรือ คนหลากหลายเชื้อชาติเหมือนลอนดอน 






    บังเอิญฉันนั่งหันหน้าเข้าหากำแพง จึงมองเห็นแต่หน้าสาวน้อยคนนี้อยู่ที่กำแพง ไม่ค่อยได้เห็นวิวมุมอื่นมากนัก 







    แทบจะทุกมื้อ บนโต๊ะอาหาร จะมีช้อน ซ้อม มีดสเต็ก และ แก้วน้ำ ขวดน้ำที่วางบนโต๊ะ ก็ใช้ขวดแก้ว  น้ำเปล่า จะไม่มีน้ำแข็ง แต่ถ้าสั่งโค้ก จะมีน้ำแข็งใส่มะนาวมาให้ด้วย









    ร้าน Brasserie Blanc จะอยู่ข้างๆ โรงแรม The Queens สามารถเดินถึงกัน เราเช็คอิน วางกระเป๋าเดินทาง แล้วก็เดินมาทานอาหาร ที่ร้าน จานแรก จะเป็น ขนมปัง  จาน 2 เป็นชุป ที่ทานไม่ลงอีกเช่นกัน ไม่รู้ซุปอะไร  จานที่ 3 เป็น สเต็กปลา ไม่รู้ปลาอะไร แต่เนื้อปลานุ่มมาก แม้เนื้อจะบาง และ ก้างยาวกลางลำตัวก็ยังอยู่ก็ตาม พอกินได้ 

    กว่าจะได้ทานแต่ละจาน รอคอยนานมาก ฝรั่งเว้นช่วงให้เราทานแต่ละจานค่อนข้างนาน 20-30 นาที ทำให้อาหารมื้อหนึ่งทานร่วม 2 ชั่วโมง นั่งรออาหารไป ตาจะหลับไป เพราะทานตั้่งแต่ทุ่ม จนเกือบ 3 ทุ่มกว่าจะเสร็จ ก็เรียกว่าทานอาหารตั้งแต่เวลาตี 1 บ้านเรา จนจะตี 3 ก็ยังทานไม่เสร็จเลย ตาจะไม่หลับได้อย่างไร นาฬิกาในร่างกายก็ยังปรับตัวไม่ค่อยทัน
       
    รายการอาหารที่ทางทัวร์จัดให้ไม่รวมค่าเครื่องดื่ม สำหรับน้ำเปล่า ถือว่าฟรี รวมกับค่าอาหารที่ทัวร์ได้จ่ายให้ แต่ถ้าจะทานเครื่องดื่มเพิ่ม จะต้องเสียเงินเองต่างหาก   บางมื้อเราก็เลยได้แค่น้ำเปล่า บางมื้อก็ได้เครื่องดื่มเพิ่ม เพราะสปอนเซอร์ยอมจ่าย ไกด์ก็จัดให้ 

    เครื่องดื่มก็มีให้เลือก จะเป็นไวน์แดง ไวน์ขาว น้ำส้ม หรือ โค้ก ซึ่งส่วนใหญ่ฉันก็จะเลือกโค้ก  รสชาติโค้กที่นี่ เหมือนที่เมืองไทยเปะ และขวดโค้กดูหน้าตา เหมือนกับที่โฆษณาในบ้านเราเลย   

    ในโฆษณาโค้ก จะเป็นขวดแก้วเล็กๆมีลายคาดสีแดง  แต่ที่ขายตามร้านค้าทั่วไป ขวดโค้กไม่มีลายคาดแดงนะ เป็นสีสกรีนสีขาวอย่างเดียว และที่ขายใน 7-11 ก็ไม่เหมือนในโฆษณาด้วย แต่โค้กที่มาทานที่อังกฤษเหมือนกับที่ในโฆษณาเลย





Views

เข้าสู่ระบบเพื่อแสดงความคิดเห็น

Log in