ไดอารี่ของฉันatcha
พบแพทย์ตามนัด
  • วันนี้เป็นวันฟังผลการตรวจเต้านม ตามใบนัดพบแพทย์คือ 9.00-12.00 น. ฉันไปก่อนเวลา  ประมาณ 8 โมงครึ่ง แวะทานข้าวให้เรียบร้อย เสร็จแล้วก็ไปยื่นใบนัด ใกล้ๆเวลา 9 โมง นั่งรอไปเถอะจนเกือบ 10 โมง  แต่คุณหมอยังไม่มา พยาบาลบอกว่า มาประมาณ 11 โมง ช่างเป็นการนั่งรอที่น่าเบื่อ พยาบาลน่าจะโทรมาแจ้งเลื่อนเป็น 11 โมงเลยก็ได้นะ  แต่ก็ไม่เห็นมีการโทรมาเลื่อนนัดเลย ก็ต้องนั่งรอต่อไป จน 10 โมงครึ่ง ฉันเดินลงจากตึก เดินสวนกับหมอ ที่กำลังจะขึ้นไปข้างบนพอดี แต่ไหนๆลงมาแล้ว ฉันก็เลยแวะไปหาซื้อน้ำทานก่อนดีกว่า แล้วค่อยขึ้นไปชั้น 2 ไปหาหมออีกรอบ 

    พอฉันกลับขึ้นไปนั่งรอ นึกว่าหมอมาแล้วจะได้เข้าพบเลย ก็ป่าว คุณหมอก็เดินไปเดินมา ไม่ถึงเวลาตรวจคนไข้สักที ฉันก็นั่งรอต่อไป จนถึง 11 โมงกว่า ถึงได้เข้าไปพบหมอ  


                                    ( ฉันแอบถ่ายหน้าจอคอมของหมอ ที่เป็นผลแมมโมแกรมของฉัน)


    คุณหมอดูรายงานผลการตรวจแมมโมแกรมแล้ว  ก็บอกว่า เป็นเนื้องอกในท่อน้ำนมชัดเจน คุณหมอยังยืนยันว่าไม่ใช่มะเร็ง  ไม่ได้ร้ายแรงอะไร จะผ่าก็ได้ หรือไม่ผ่าก็ได้   บางคนถ้าเขามีน้ำเหลืองออกมา แบบนานๆที จะปล่อยไว้ก็ได้  แต่ถ้าเลือดออกทุกคืน ไม่สบายใจ จะผ่าก็ได้  แต่ถ้าผ่าออก ถ้าเกิดเนื้องอกขึ้นมาใหม่ แล้วไม่มีทางออก เพราะหมอตัดปากท่อทางออกหัวนมแล้ว คราวนี้จะกลายเป็นซีสต์ ขึ้นมาแทน

    หมอพูดให้ฉันตัดสินใจไม่ถูกว่าจะผ่าดีหรือเปล่า  ตอนแรกฉันเตรียมใจวันนี้ มารับฟังว่าหมอจะผ่าวันไหน แต่กลายเป็นว่า จะผ่าก็ได้ไม่ผ่าก็ได้ แถมผ่าไปแล้ว โอกาสเป็นมะเร็งก็เท่ากับคนปรกติทั่วไป เรียกว่า ก็ยังมีโอกาสเป็นมะเร็งเท่าเดิม  ไม่ได้ลดลงหรือว่าหายไปเลย เนื้องอกตัดไปแล้ว ก็เกิดขึ้นมาใหม่อีกได้ โอกาสเป็นมะเร็งก็ยังมีอยู่ แล้วเราจะผ่าทำไมว่ะเนี่ย เพราะถ้าผ่าไป เกิดมีเนื้องอกขึ้นมาใหม่ จะกลายเป็นซีสต์อีก เพราะไม่มีทางออกจากหัวนมแล้ว เลือกก็จะขังข้างในแทน  แต่ถ้าไม่ผ่า จะปล่อยทิ้งไว้ ให้เนื้องอกโตขึ้นทุกวัน ก็รู้สึกไม่สบายใจ 

    ถึงหมอจะยืนยันชัดเจนว่าไม่ใช่มะเร็ง  ฟังหมอพูดแล้ว เหมือนสบายใจ  แต่อาคารว่องวานิช ที่ฉันไปพบหมอ ก็เป็นตึกที่รักษาผู้ป่วยมะเร็ง แถมคลีนิคที่ฉันไปพบหมอ ก็เป็นคลีนิคมะเร็งเต้านม บรรยากาศมันเต็มไปด้วยคำว่า มะเร็ง ทั้งนั้นเลย  เหมือนไม่น่ากลัว แต่ก็รู้สึกกลัว 

    การผ่าตัดครั้งนี้เหมือนการรักษาเฉพาะหน้าไปก่อน เป็นแค่นี้ก็รักษาแค่นี้ ส่วนอนาคตจะเป็นอะไรใหม่ ยังไม่รู้ ก็ปล่อยไปก่อน  เป็นอันว่า ฉันตัดสินใจผ่า  หมอบอกว่า การผ่าตัดครั้งนี้ หมอจะเอาท่อน้ำนมเส้นใหญ่ๆออกให้หมด  ส่วนท่อเล็กๆ มันเหมือนเส้นเลือดฝอย หมอยังไม่เอาออก  แต่โอกาสที่จะเกิดเนื้องอกในท่อขนาดเล็ก ก็มีโอกาสเป็นไปได้  แต่ถ้าเป็นอีก หมอตัดทั้งก้อน  เป็นอันว่า ฉันรับทราบ ตกลงผ่า

    แต่หมอคนที่ฉันคุยด้วย กับหมอที่ผ่าตัดฉัน เป็นคนละคนกันน่ะซิ  ไม่ใช่คนเดียวกัน จึงต้องทำการนัดหมายกับหมอผ่าตัด ว่าจะได้คิววันไหน 

    ฉันคุยกับหมอไม่นาน ประมาณสัก 10 นาทีได้ แล้วก็ต้องออกมาข้างนอก รอนัดคิวหมออีกคน ซึ่งพยาบาลบอกว่าหมอไม่อยู่ไปข้างนอก ตอนแรกฉันก็นั่งรอ  สักพักพยาบาลเรียกให้ไปชำระเงินค่าพบแพทย์ ที่ตึกอับดุลฯ ค่าบริการ 50 บาท แต่ดูเวลาแล้ว 11 โมงครึ่ง ใกล้จะพักเที่ยง พยาบาลจึงบอกว่าให้ฉันไปทานข้าวก่อนก็ได้ ถ้าหมอมาก่อนเที่ยงจะโทรตาม 

    แต่เป็นตามคาดหมายคือไม่มีการโทรมา ฉันไปชำระเงินเสร็จ ก็ออกไปทำธุระการเงินต่อ แบงค์ 10,000 เยน เจ้าปัญหาของฉัน ที่ถูกซุปเปอร์รีช โทรตามให้มาซื้อกลับ ก็ต้องไปรับแบงค์คืน  วันนั้นขายไปที่ 2,870 แต่วันนี้รับซื้อคืน 2,865  แล้วก็ซื้อเงินปอนด์เพิ่มอีก 100 ในราคา 3,790 แพงกว่าวันก่อน 50 บาท 

    ฉันลองเอาเงินเยน ไปถามที่ร้านรับแลกเงินอื่น เขาก็ไม่รับ ไปถามธนาคารก็ไม่รับ เพราะแบงค์มันยับ ร้านที่รับแลกเปลี่ยนเงินตรา บอกให้ฉันเอากลับไปใช้ที่ประเทศญี่ปุ่น เพราะไม่มีที่ไหนรับหรอก ฉันได้แต่ถอนหายใจเลย แล้วฉันจะมีโอกาสได้กลับไปเที่ยวอีกไหมเนี่ย น่าเสียดายที่แลกคืนไม่ได้

    ฉันแวะไปทานข้าวกลางวัน โอ้เอ้จนบ่ายกว่า ก็ยังไม่เห็นพยาบาลโทรมาตามเลย ก็เลยกลับขึ้นไปนั่งรอหมอต่อ พยาบาลบอกว่า หมอยังไม่กลับเข้ามา  ช่างเป็นเรื่องที่น่าเบื่อมาก กับการนั่งรอ แบบไม่รู้ว่าหมอมาเมื่อไหร่ 


    ช่วงบ่าย ทั้งคลีนิคว่างเปล่า ไม่มีคนไข้เลย ไม่มีหมอด้วย เหลือแค่พยาบาลที่เคานเตอร์คนเดียวที่นั่งประจำการ บรรยากาศเงียบเหงากว่าช่วงเช้า ที่ยังมีคนไข้นั่งรอ 4-5 คน ตกบ่ายคือไม่เหลือใครเลย  มีแค่ฉันคนเดียว

    จนบ่าย 2 โมงกว่า กำลังอยากจะกลับแล้ว คุณหมอมาพอดี แต่ว่า ไม่ได้มาคุยกับฉันนะ เพราะมีคนรอพบหมออยู่ หมอก็คุยกับคนที่มาให้หมอทำสำรวจ ความคุ้มค่าการใช้เครื่องมือแพทย์ตัวใหม่ ที่ถูกติดตั้ง ก็คุยกันไป ฉันก็นั่งรอไป พยาบาลก็ไม่เรียกสักที จนหมอลุกเข้าไปด้านใน คุยกับหมออีกคน น่าจะเรื่องเคสผ่าตัดของฉันเนีั่ยแหละ  แต่หมอก็ไม่ได้คุยกับฉันเองตรงๆ ฉันก็นั่งรอต่อไป

    จน 2 โมงกว่า ใกล้จะ 3 โมงแล้ว ฉันบอกพยาบาลจะขอกลับแล้ว  พยาบาลก็เลยเข้าไปพบหมอด้านใน แล้วนำใบนัด มาแจ้งให้ฉันทราบ ว่าได้คิววันที่ 22 ตุลา พยาบาลรีบดำเนินเรื่อง ขอนัดคิวตรวจสุขภาพก่อน แอดมินให้ฉันเลย โดยที่ฉันไม่ต้องไปเดินเรื่องเอง ก็ได้วันที่จะต้องมาตรวจสุขภาพวันที่ 1 ตุลาคม ในตอนเช้า ทำการตรวจเลือด เช็คสุขภาพเรียบร้อยแล้ว ก็กลับมาที่คลีนิคอีกรอบ เพื่อทำการรับฟังการแนะนำ หลังผ่าตัด  รวมถึงพยาบาลได้ทำการนัดพบแพทย์ให้ฉันอีกครั้งหลังผ่าตัด ในเดือน พ.ย. เลย 

    กว่าจะเรียบร้อย ได้กลับบ้าน บ่าย 3 โมง ถ้ารวมเวลาทีีคุยกับหมอและพยาบาลจริงๆ แค่ ครึ่งชั่วโมงเองนะ ที่เหลือ 6 ชั่วโมง หมดไปกับการนั่งรออย่างเดียว  
Views

เข้าสู่ระบบเพื่อแสดงความคิดเห็น

Log in