ไดอารี่ของฉันatcha
จับฉลาก 5 บาท
  • คนเราเวลาอยากหาตังค์ บางคนคิดถึงการพนัน เพราะมันเป็นการหาเงินที่ง่าย แต่จำไว้ว่า ไม่มีนักพนันคนไหนร่ำรวยกว่าเจ้ามือ ดังนั้นอยากหาตังค์ เป็นเจ้ามือดีกว่า เป็นคนเล่นพนัน

    ฉันเห็นคนเล่นจับเบอร์ละ 5 บาท เพราะหวังเงิน 1,000 บาท ในขณะที่อัตราความเสี่ยง 1/100 เชียวนะ ไม่ใช่เรื่องง่าย แต่ก็มีคนชอบเสี่ยง อยากลองดู เสียเงิน 5 บาท ได้ 1,000 บาทเชียวนะ บางคนจับไม่เคยได้ แต่ก็ยังชอบเล่น ยังมีหวัง ชอบลุ้น อยากตื่นเต้น   

    จับเบอร์ละ 5 บาท ที่มีคนมาฝากขาย  ฉันได้แค่เปอร์เซ็นต์ส่วนแบ่ง ไม่ใช่เจ้าของ แต่เห็นคนเล่นพวกนี้แล้ว ทำเบอร์ขึ้นมาให้เล่น ให้จับ โดยที่เราเป็นเจ้าของบ้างไม่ดีกว่าหรอ ได้รับเต็มๆ  ไม่ต้องแบ่งเปอร์เซ็นต์กับใคร 

    นั้นจึงเป็นที่มา ของการทำฉลากใบละ 5 บาท ให้ลูกค้าจับเล่นในร้าน  เป็นการเพิ่มสินค้าใหม่ ของเล่นใหม่ ให้คนที่ชอบเสี่ยงดวง ชอบจับฉลาก ได้เล่นสนุกกัน  การเล่นกับความโลภ หาเงินง่าย ได้เงินง่ายๆ เป็นที่สนใจของนักเสี่ยงโชคอยู่แล้ว 

    มีใครบ้างไม่สนใจ ลงทุน 5 บาท ได้เงิน 100 บาท มันน่าตื่นเต้น น่าลุ้น น่าลองเสี่ยงดวงดูบ้าง แต่ฉันไม่ใช่คนที่รับความเสี่ยงได้สูงเท่าไหร่ ฉันจึงทำแบบความเสี่ยงต่ำ  แต่โอกาสได้สูงขึ้น  รวมถึงไม่ทำลายน้ำใจคนเล่นด้วย


    ผลจึงออกมาเป็น จับฉลาก 5 บาท ถ้าไม่ได้เงิน ก็ได้ลูกอม 1 เม็ดปลอบใจ เท่ากับคืนให้ 10% ถ้าไม่ถูกรางวัล  แล้วรางวัลก็เด็กๆหน่อย มีตั้งแต่ 20 ,40 , 50 , 60 , 80, 100 เท่ากับว่า มีโอกาสมาก ไม่ได้ 100 ก็มีโอกาสได้ 20 ไม่ถูกรางวัลใหญ่ ก็มีรางวัลเล็กปลอบใจ  ดังนั้นเมื่อเล่นง่าย เล่นได้ โอกาสที่จะกลับมาเล่นอีก ก็จะมีบ่อย  เพราะคนที่เคยได้ จะรู้สึกดี รู้สึกเหมือนเล่นเกมชนะ เคยชนะแล้ว ก็อยากจะเล่นอีก อยากจะได้อีก อยากชนะอีก อยากได้ตังค์อีก  ถึงไม่ไดัตังค์  ได้ลูกอมปลอบใจ การได้ทานอะไรหวานๆ ก็ทำให้ อารมณ์ดี รู้สึกดีไม่โกรธ  ไม่รู้สึกสูญเสียเท่าไหร่  เพราะอย่างน้อยก็ได้อะไรกินนิดหน่อยก็ยังดี แล้วก็เพิ่ม  ขนม 5 บาท เข้าไปเป็นเสมอตัว  เพิ่มความรู้สึกไม่ได้ไม่เสีย ได้ขนมเท่ากับมูลค่าเงินที่เล่นไป  งานนี้มีแต่ได้กับได้  เพียงแต่ได้มากได้น้อย กำไรหรือขาดทุน  แต่ไม่มีเสียอะไรเลย  ไม่มีสูญเปล่า


    เมื่อคิดวิธีการได้แล้ว ก็ต้องลงมือทำ ก็คือง่ายๆเลย เปิดโปรแกรมเอ็กเซล  แล้วทำตารางช่องขึ้นมา  สร้างหน้าต่างขึ้นมา 5แถว ยาว 12 แถว เท่ากับ 1A4   พิมพ์ตัวเลข 20 ขนาดใหญ่ ลงไปในช่อง ทั้งหมด 1 แผ่น  แล้วก็ทำซ้ำ ด้วยตัวเลข 40 , 50 , 60 , 80 , 100 และข้อความ  ลูกอม 1 เม็ด  เพิ่มตัวหลอก เสมอตัว ไม่ได้ ไม่เสียอีกอัน ก็คือ ขนม 5 บาท   

    เมื่อพิมพ์ข้อความทั้งหมดออกใส่กระดาษแข็ง หรือ กระดาษลาย ที่ใช้ทำปกรายงาน A4 เพราะเนื้อกระดาษมีความหนา ทึบ และลวดลาย หลอกตา  เสร็จแล้วก็นำมาตัดเป็นใบเล็กๆ 1 แผ่นได้ 60 ใบ ใบที่เป็นลูกอม 1 เม็ด พริ้นขึ้นมาสัก 10 ใบ 

    คำนวนดูว่า ถ้ารางวัล 20 บาท จะต้องใส่ลูกอม 1 เม็ดกี่ใบ  ถ้าต้นทุนอยู่ที่ 20 บาท ค่าดำเนินการ จัดทำพิมพ์ ค่ากระดาษ ค่าพริ้น ค่าตัด คนแรง ค่าลูกอม รวมๆประมาณ 10 บาท ต้องการกำไรเท่าตัว 20 บาท เท่ากับว่า จะต้องมี กระดาษที่เป็นลูกอม 1 เม็ด 10 ใบ ต่อรางวัล 1 ใบ 20 บาท เท่ากับอัตราส่วน ประมาณ 1 ต่อ 10 ในการลุ้นรางวัล  เท่ากับยอดขาย 50 บาท จะเป็นต้นทุน 40%  ค่าดำเนินการ 20 % และ กำไร 40% 

    ใช้หลักการนี้ ดังนั้น ถ้าเป็นรางวัล 100 บาท จะมีใบที่เป็น ลูกอม 1 เม็ด 50 ใบ และ ถ้าเป็นรางวัล 50 บาท ก็จะมีลูกอม 1 เม็ด 25 ใบ   ใส่รางวัลเท่าไหร่ ก็ต้องใส่ใบหลอก ลงไปเท่านั้น 

    โอกาสที่คนเล่น จะเสี่ยงดวงไม่เจอเลยก็เป็นได้  เล่น 20 ใบ อาจจะไม่ได้รางวัลเลยสักใบ หรือเล่นเพียง 1 ใบ ก็ได้รางวัลแล้ว ก็เป็นได้ เพราะตัวหลอก กับ รางวัล ปนกัน ทำให้มีรางวัลจริง และ ตัวหลอกที่มากถึง 10 เท่า อยู่ในท่ี่เดียวกัน 


    ตัดกระดาษแล้วก็พับเย็บลวดแม็กซ์ แล้วใส่ขวดโหล พลาสติก ทำป้ายเชิญชวนให้เล่น  พิพม์กระดาษรูปแบงค์โชว์ติดไว้หน่อย เพื่อให้รู้ว่ารางวัลเป็นตังค์นะ 

    แค่นี้ก็ได้ ของเล่นชิ้นใหม่ ให้ลูกค้าเล่นแล้ว   ขาดทุนไม่มี แต่กำไรมากหรือน้อย ก็แล้วแต่คนเล่น ถ้าไม่มีคนเล่น ก็ไม่ได้ตังค์  หรือถ้าวันนี้รางวัลออก มากกว่า เงินที่ได้รับ ก็ไม่เป็นไร เพราะยังไง คนเล่นก็ต้องกลับมาเล่นอีก ก็แค่รอเอาทุนคืนวันหลังแค่นั้นเอง 


    แต่ลูกค้าโกงไม่ใช่ไม่มี ก็ต้องระวัง เพราะไม่ใช่ทุกคนจะซื่อสัตย์ เรื่องนี้ต้องเสี่ยงดวงเช่นกัน  แต่ถ้าอยากจะทำให้มีรายได้ยั่งยืนก็คือ เมื่อคนเล่นได้แล้ว ต้องจ่ายจริง  ต้องได้จริง ไม่โกง คนถึงกลับมาเล่น  ยิ่งมีคนได้มาก ยิ่งล่อใจคนอื่น อยากได้มั่ง  ดังนั้น เมื่อมีคนได้รางวัล จงดีใจ เพราะนั่นเป็นการโปรโมทที่ดี ในการเรียกคนเล่นต่อเนื่อง 
     


Views

เข้าสู่ระบบเพื่อแสดงความคิดเห็น

Log in