ไดอารี่ของฉันatcha
เพื่อนเป็นห่วง
  • เมื่อคืนนี้ เอ เพื่อนสมัยมัธยม เข้าไปเล่นอินสตราแกรม ที่เจอที่ฉันลงรูป เครื่องตรวจอัลตราซาวด์ ที่ถ่ายรูปไว้ตอนนอนรอหมอนั่นแหละ ฉันไปโพสต์ไว้ในอินสตราแกรม ตั้งแต่วันที่ 29 ส.ค. แต่เพื่อนพึ่งมาเห็น ถามฉันเป็นยังไงบ้าง ฉันก็ตอบในอินสตราแกรมไปแล้วนะ ว่าไม่ต้องเป็นห่วงจ้า  

    ฉันตื่นมาเช้านี้ เห็นข้อความ ที่เอถามฉันในไลน์กลุ่ม ห้องเพื่อน ม.ปลาย ตั้งแต่เมื่อคืน เหมือนโยนลูกระเบิดทิ้งไว้ให้ฉันเลย  ฉันก็ตอบไปอีกว่า ไม่ต้องเป็นห่วง ฉันกำลังรักษาอยู่  แล้วเดือน หัวหน้ากลุ่มก็ สงสัยว่าฉันเป็นอะไรหรอ ( ต่อมเผือกทำงาน )  ฉันก็เลยต้องบอกเพื่อนๆ ไปว่า ฉันเป็นเนื้องอกในท่อน้ำนม เคยผ่าตัดไปแล้ว ตอนนี้เป็นใหม่ ก็ต้องผ่าตัดใหม่ แค่นั้นเอง  คราวนี้ ข้อความมาจากเพื่อนอีกหลายคนเลย บอก สู้ๆนะ เป็นห่วงนะ ดูแลตัวเองดีๆนะ  ฉันละต้องตามขอบคุณทุกคนเลย  ต้องชี้แจ้งไปว่า ฉันยังสบายดี ไม่ได้ป่วย ตอนนี้ยังไม่ได้ผ่าตัดจ้า 

    สมใจส่งข้อความมาหาส่วนตัว ให้กำลังใจ บอกสู้ๆนะ ตัวเธอเองก็ต้องผ่าริดสีดวงเช่นกัน ฉันก็ต้องตอบกลับไปให้เธอสู้ๆเช่นกัน 

    ส่วนตัวฉันไม่ชอบการเป็นข่าวใหญ่เลย คำพูดให้กำลังใจจากเพื่อน ฉันรู้สึกขอบคุณนะ แต่ฉันเกรงใจ ไม่ค่อยอยากให้ใครเป็นห่วงมากกว่า ฉันยังรู้สึกว่า ฉันยังดูแลตัวเองได้ดีอยู่ ไม่เป็นปัญหา ยังไม่เป็นไร แล้วกำลังใจ ฉันก็คิดว่าตัวเองมีดีพอนะ ฉันยังไม่ได้จิตตกซักหน่อย  แค่ตกใจเลยรีบไปหาหมอแค่นั้นเอง ก็ทำการรักษาอยู่ ดังนั้นไม่น่าเป็นห่วงหรอก  ( แต่ที่ฉันห่วงตัวเอง ก็คือ กระเป๋าตังค์ตัวเองเนี่ยแหละ ว่างเปล่า เฮ้ย.. )

    เอ บอกว่าจะมาช่วยนอนเฝ้าไข้เป็นเพื่อน ถ้าฉันผ่าตัด ซึ่งตอนนี้ฉันก็ยังไม่รู้เลยวันไหน  แต่ฉันเกรงใจเอ คิดว่า คงไม่รบกวนเอหรอก เกรงใจ ฉันเข้าออก โรงพยาบาลคนเดียวได้ นอนโรงพยาบาลคนเดียวได้  ไม่มีคนดูแล เดี๋ยวพยาบาลก็ดูแลเองแหละ มีอะไรกดกริ่งได้ 


    คนที่ฉันอยากพิสูจน์ใจ ว่าจะมาไหม ถ้าฉันเข้าโรงพยาบาล อยู่ฮ่องกงโน้น  สถานการณ์ที่โน้นก็ไม่ดีเท่าไหร่ ตัวเขาเองก็เดือดร้อน ฉันก็ไปช่วยอะไรเขาไม่ได้  ก็ไม่รู้ว่าถึงเวลาของฉัน เขาจะมาช่วยอะไรได้หรือมาไม่ได้ อันนี้ก็ไม่เป็นไร  ก็พอเข้าใจอยู่ ตอนนี้มันตึงเครียด มีปัญหาเหมือนกัน 


    แต่กับเพื่อนๆ กลายเป็นเรื่องไม่เงียบไม่ละ  แต่ฉันคงไม่เรียกร้องให้บริจาคอะไร เหมือนเพื่อนที่ป่วยผ่าสมอง อยู่โรงพยาบาลหรอก ฉันไม่ได้อาการหนักขนาดนั้น  แต่คงต้องคอยมาตอบไลน์เพื่อนๆ เล่าให้เพื่อนๆ ที่มาถามไถ่เป็นยังไงบ้าง บางคนที่เป็นห่วง  จากเก็บไว้เงียบๆ กลายเป็นเรื่องไม่เงียบแล้วแค่นั้นเอง

    แต่ ลูกค้าในร้านเกม คนแถวบ้าน ฉันยังไม่ได้เล่าให้ใครฟังเลยนะ เด็กในร้านเกมยังไม่รู้  แต่ถ้ารู้ ก็คงกระจายไปทั่วซอยแถวนี้ คนมีชาวบ้านอีกหลายคนมาถาม ก็ต้องมาคอยตอบ คนเยอะแยะไปหมด  ตอนนี้ยังเก็บเงียบไว้อยู่  ก็ยังไม่ต้องปวดหัวตอบคำถามใคร 
Views

เข้าสู่ระบบเพื่อแสดงความคิดเห็น

Log in