ไดอารี่ของฉันatcha
เจาะเซลไปตรวจ
  • เช้านี้อาการแพ้ที่ผิวหนังยังอยู่ ยังเป็นรอยดวงๆ วงๆ ตามขาและสะโพก ที่จริงรอยแพ้มันไม่ได้บวมนะ แต่ที่บวมเพราะมันคันแล้วฉันเกาจนบวม ตกลงอาการที่หนัก เพราะมือตัวเองเนี่ยแหละ เกาจนแพ้ จนแดง บวมขึ้นมาเหมือนเป็นลมพิษเลย ดูน่ากลัวมาก จะไม่เกาก็ทนไม่ได้ ก็ต้องเกาทำให้อาการหนัก

    ตอนอาบน้ำ ฉันสังเกตตนเองว่า เวลาโดนน้ำอุ่นมันเฉยๆนะ แต่พอโดนน้ำเย็น เหมือนน้ำเย็นช่วยเกา ทำให้รู้สึกหายคัน จับผิวที่แดงก็ร้อนๆอุ่นๆ โดนน้ำเย็นแล้วรู้สึกดี คราวนี้ฉันรู้แล้ว

    ยาที่หมอให้มา ฉันเอาชื่อไปดูที่ฉลากไปค้นดูในกูเกิ้ล นึกว่าเป็นยาทาแก้แพ้ธรรมดา กลายเป็นสเตียรอยด์ ทามากก็ไม่ดี ยาแรงอีกต่างหากจะทาทั้งวันก็ไม่ได้ ก็ต้องตามคำแนะนำคือแค่เช้าเย็น แต่มันคันแถมยาก็ไม่ช่วยให้หายคันด้วย  ฉันนึกขึ้นได้ น้ำมันเหลืองเนี่ยแหละ ยาเย็น ช่วยลดอาการคัน ทำให้มือไม่ไปเกาจนบวมเป็นผื่นลมพิษ  พอทายาหมอเสร็จ น้ำก็ทาน้ำมันเหลืองตาม ได้ผลจริงๆ ทาจนหนาวเลย ไม่คัน ไม่ต้องเกา  ยาหมอช่วยลดอาการแพ้ แต่น้ำมันเหลือง ช่วยลดอาการคัน พอไม่เกา รอยบวมก็ลดลง ส่วนรอยแพ้ ดูจางลง แต่ยังไม่หาย




    เมื่อวานนี้ ทางรพ.จุฬา โทรมาเลื่อนนัดจาก บ่ายโมงเป็นบ่าย 2 โมง ทำให้ฉันออกจากบ้านเที่ยงกว่า ไปถึง รพ.ประมาณ บ่ายโมงครึ่ง พอฉันยื่นใบนัดปุ๊บ เจ้าหน้าที่ ที่เคาน์เตอร์ส่งเสื้อให้ฉันไปเปลี่ยนรอเรียกชื่อได้เลย  ครั้งนี้ต่างกับวันก่อนนะ วันก่อนจ่ายก่อน ตรวจทีหลัง เสร็จแล้วกลับบ้านได้เลย แต่ครั้งนี้ให้ตรวจก่อน ยังไม่ต้องจ่าย

    ฉันก็ไปเปลี่ยนเสื้อแล้วมานั่งรอ สักพักมีหมอสาว 2 คน มาขอแปะยาชาที่หัวนม  ฉันก็เข้าไปในห้อง เพื่อป้ายยาชาที่เป็นครีม แล้วก็มีผ้าก๊อตกับพลาสเตอร์มาแปะทับบนยาชาอีกที คุณหมอบอกว่าให้นั่งรอประมาณ ครึ่งชั่วโมงก่อนนะ  ฉันก็กลับไปนั่งรอให้ยาชาออกฤทธิ์มั้ง ( แต่ก็สงสัยว่า ทำไมต้องรอนานจัง ) แต่กลายเป็นว่า ฉันนั่งรอประมาณชั่วโมง กว่าหมอจะเรียกเข้าไปในห้อง บ่าย 2 โมงกว่า พอเข้าไปห้องตรวจ อัลตราซาวด์ คุณหมออยู่หลายคนมาก คราวนี้ไม่รู้ว่าหมอประจำหรือว่า แพทย์ฝึกหัด  มีคุณหมอคนหนึ่ง( น่าจะประจำ) เรียกใหัฉันนอนบนเตียง ห่มผ้าให้ ให้เอาหมอนหนุนหลัง แล้วก็เปิดเสื้อออก 

    คราวนี้อาจารย์หมอตัวจริงมา ไม่รู้คุณหมอชื่ออะไร เก่งมาก อายุประมาณ 60 อัพ วัยเกษียณได้ ( น่าจะเป็นคนเดียวกับที่เจาะชิ้นเนื้อคราวก่อน คราวก่อนมาตอนฉันโดนปิดตาแล้วไม่เห็นหน้า ได้ยินแต่เสียง ) มาถึงก็มานั่งเครื่องตรวจอัลตราซาวด์ แล้วก็ดูที่นมข้างที่มีปัญหา มีการคุยกับหมอสาวๆอีก 2-3 คนที่อยู่ข้างเตียงฝั่งอีกด้าน คุยกันภาษาหมอ ศัพท์อังกฤษตัวย่อ เยอะไปหมด จนฉันไม่รู้ว่าหมอคุยอะไรกัน เหมือนกำลังสอน หรือบอกลักษณะอาการคนไข้ให้หมออีก 2-3 คนฟัง ว่าคืออะไร ต้องทำยังไง  ส่วนคนไข้อย่างฉัน ก็นอนงง??? หมอคุยอะไรกันหรอ ไม่เข้าใจ ฟังไม่ออก

    แล้วหมอสาว ก็บีบเจลลงบนนม เพื่อให้เครื่องมืออัลตราซาวด์กล้องสามารถเคลื่อนตัวได้ดี  หมอดูผ่านหน้าจอ แล้วก็บอกกับหมอผู้ช่วยด้วยกันเองว่า เส้นมันเห็นชัดมาก ไม่ต้องฉีดสีก็ได้ แค่ดูผ่านกล้อง หมอก็รู้ว่าปัญหามันอยู่ตรงไหน ประมาณว่าอัลตราซาวด์อย่างเดียวก็ได้แล้ว  หมอถามฉันว่า ใครเป็นหมอที่จะผ่าตัดให้ ฉันก็ตอบไม่ทราบ ( ผ่าคราวก่อนฉันยังไม่ทันได้เห็นหน้าหมอในห้องผ่าตัดเลย สลบไปก่อน แล้วหมอที่มาพบฉันก่อนผ่า ก็เป็นแพทย์ฝึกหัด ตัวอาจาย์หมอไม่ได้มาเอง )  รู้แต่หมอเจ้าของไข้ ที่เป็นหมอประจำ  อาจารย์หมอ จึงเรียกให้หมอสาวคนหนึ่งเดินไปฝั่งตรงข้าม ไปตามอาจารย์หมอที่ดูแล ฝั่งคลีนิคที่ฉันพบแพทย์มา อาจารย์หมอฝั่งโน้น ก็อายุเยอะแล้วนะ 40-50 ได้ มาถึงก็แสดงท่าทางอ่อนน้อมเคารพอาจารย์หมอวัยเกษียณ ที่กำลังวินิจฉัย ตรวจให้ฉันอยู่ 

    งานนี้หมอเขาคุยกันรู้เรื่อง ส่วนคนไข้อย่างฉัน ฟังหมอคุยกันไม่รู้เรื่อง ศัพท์อังกฤษอะไรไม่รู้เยอะแยะ แต่เป็นอันว่า ทางโน้นเข้าใจแล้วว่า จะไม่มีการฉีดสีเข้าเต้านม  แต่เปลี่ยนเป็นการเจาะเอาเซลออกมาตรวจแทน เพื่อเตรียมการสำหรับวางแผนผ่าตัด  คุณหมอบอกว่าไม่ใช่การเจาะเอาชิ้นเนื้อมาตรวจ แต่ฉันก็ไม่เข้าใจอยู่ดี ว่าการเอาเซลออกมาตรวจ มันต่างกับเอาชิ้นเนื้อออกมาตรวจยังไง

    ฉันถามอาจารย์หมอว่า ถ้าผ่าตัดอีกครั้ง นมมันจะหายไปเลยป่ะ หมอบอกว่าไม่หายไปหรอก มันเอาออกนิดเดียวเอง ( คราวก่อนนิดเดียวของหมอ คือ ลดไซด์นม จากคัพB กลายเป็นคัพA เลยนะ ทำให้นมสองข้างไม่เท่ากัน )  ฉันถามหมออีกว่า " ถ้าผ่าแล้ว เสริมซิลิโคนเข้าไปได้ไหม "  ฉันอยากให้หน้าอกเท่าเดิม หมอบอกว่า " เดี๋ยวซิลิโคน ก็เป็นปัญหาอีก " คือคุณหมอไม่แนะนำให้ใส่ เพราะหน้าอกมันมีปัญหาอยู่แล้ว อย่าไปเอาปัญหาใหม่เพิ่มเข้าไปเลย  แล้วซิลิโคนอยู่ในร่างกายเกิน 10 ปีก็ไม่ดี ก็เป็นปัญหาต้องมาเอาออกอีก ไม่งั้นเสริมไปแล้ว ก็ต้องกลับมาหาหมอใหม่ อีกประมาณนั้น 

    หมอยังบอกฉันด้วยว่า หัวนมของฉันอักเสบ ตรงปากทางน้ำนม เป็นรอยแดง เพราะน้ำไปคลั่งค้างบ่อย ฉันไม่เห็นรู้สึกอะไรเลย ไม่เจ็บ ปรกติ หมอบอกว่า เป็นการอักเสบแบบไม่ติดเชื้อ จึงไม่เจ็บ ไม่เป็นแผล  ฉันก็ส่องกระจกทุกวันนะ ไม่เห็นมันผิดปรกติตรงไหน หมอดูออกได้ยังไง ปลายหัวนมมันแดงผิดปรกติหรอ วันหลังส่องกระจก ฉันต้องจับผิดหัวนมแล้ว  ผิดปรกติตรงไหน 

    ถือว่าอาจารย์หมอ คุยกับฉันดีมาก ทำให้เข้าใจ มากกว่าครั้งก่อนที่มาอัลตราซาวด์ แล้วหมอไม่คุยเลย การเจาะเอาเซลออกมาตรวจ ลักษณะคล้ายการเจาะเอาชิ้นเนื้อมาตรวจ ( ถึงหมอจะบอกว่าไม่เหมือนกันก็ตาม )  เพราะมีการปิดตาคนไข้  แล้วฉีดยาชาที่เต้านม ( ตอนฉีดเนี่ยแหละเจ็บ ) แต่หลังฉีด ตอนที่หมอทำการเจาะ ก็เจ็บนะ แต่เจ็บน้อยกว่าตอนฉีดยาชา  หมอใช้เวลาไม่นาน ก็เจาะเอาเซลออกมาได้ เสร็จแล้วก็มีการเช็ดแอลกอฮอล์ที่เต้านม เอาผ้าก๊อตมาปิดรอยเข็มนิดหน่อย ฉันเปิดตา ทุกอย่างก็เสร็จแล้ว  แล้วก็ลุกออกจากห้องได้เลย 

    คุณหมอสาวที่เป็นผู้ช่วยอาจารย์หมอ  บอกกับฉันว่า เป็นการเจาะด้านข้าง ไม่ได้เจาะตรงๆ ก็คือรอยเข็มเจาะ จะเป็นที่ข้างซ้ายเต้านม แต่เซลที่เอาออกไปตรวจ จะอยู่ตรงกลางฐานเต้านม  ไม่ได้ทำการเจาะตรงๆที่ฐาน ฉันก็พอจะเข้าใจ เพราะโดนเจาะเอาชิ้นเนื้อไปตรวจบ่อยแล้ว 

    เมื่อเสร็จแล้วออกมาที่เคาน์เตอร์ เจ้าหน้าที่ได้ยื่นใบแจ้งชำระเงิน 2 ใบ ให้ฉันไปจ่ายตังค์ จะเป็นค่าตรวจ 2,300 กับ อีกใบไม่เห็นการแจ้งยอดเงินที่ต้องชำระเลย ฉันก็ดูๆเหมือนใบสั่งแพทย์มากกว่า แต่อ่านไม่ออก ว่าคืออะไร  พอถึงห้องชำระเงิน ฉันก็เลยยื่นใบที่ต้องชำระ 1 ใบ เสร็จแล้วก็เอากลับไปที่เคาน์เตอร์พยาบาล  เจ้าหน้าที่ก็แจ้งให้กลับบ้านได้

    ฉันก็เดินออกมา แวะเซ็นทรัลสีลม เปลี่ยนเงินเยน เป็นเงินปอนด์  เมื่อปีก่อนฉันไปเที่ยวญี่ปุ่น แต่ฉันไม่รู้ว่าตัวเอง ลืมเงินไว้ในกระเป๋ากางเกงขายาวตัวหนึ่ง จนซักรีดเก็บเรียบร้อยแล้ว ผ่านมาเป็นปี ไม่ได้ใส่กางเกงตัวนี้เลย พอจะเที่ยวอังกฤษไปหยิบกางเกงตัวนี้ออกมาลองใส่ดู อ้วนขึ้น กางเกงฟิตไปหมดแล้ว แต่ก็ทำให้เจอเงิน 10,000 เยน ในกระเป๋า  ก็เอามาแลกเปลี่ยนเป็นเงินไทยได้ 2,870  แล้วเพิ่มตังค์อีกอีก 870 บาท เปลี่ยนเป็นเงินปอน์ด ได้ 100 ปอนด์ 3,740 บาท 

    ไม่รู้ว่า 100 ปอนด์จะซื้ออะไรได้บ้าง เพราะงานนี้ทัวร์พาไปแวะช๊อป Bicester Village Outlet ของแพงๆนั้น เงินร้อยเดียวซื้ออะไรได้ว้า ยังคิดไม่ออก 

    แล้วฉันก็เดินเล่นต่อที่ไดโซะ ทาง รพ.จุฬา ก็โทรมา เจ้าหน้าที่บอกฉันยังชำระเงินไม่ครบ ถามฉันว่า ยื่นเอาชำระ 2 ใบ หรือเปล่า ฉันก็ตอบไปว่า ใบเดียว อีกใบไม่เห็นมีอะไร  เขาบอกว่า เจ้าหน้าที่เขาไม่ตรวจเซลให้ เพราะยังไม่ได้ชำระเงิน  อ้าวฉันก็ไม่รู้  ก็บอกไปว่า เดี๋ยวเดินกลับไปชำระ

    ฉันก็ต้องกลับไปที่คลีนิคมะเร็งเต้านมใหม่ เจ้าหน้าที่ให้ฉันนั่งรอ เพราะการเงินที่ตึกอัลดุลปิดแล้ว ต้องรอเจ้าหน้าที่การเงิน ขึ้นมาที่นี่ก่อน ยังไม่ท่ัน 4 โมงเลย  ฉันกลับไป 3 โมง45 นาที  ปิดรับชำระแล้ว ฉันก็ต้องนั่งรอเจ้าหน้าที่การเงินคนใหม่ ขึ้นมาประจำการที่หลังเคาน์เตอร์  กว่าจะมาก็ 4โมง10 มีคนไข้รีบต่อคิวชำระเงินทันที

    เจ้าหน้าที่ก็เรียกชื่อฉันรับใบที่ต้องชำระเงินไปเข้าแถว ฉันก็ไปยืนต่อคิว ชำระเงิน แต่ในใบไม่มีตัวเลขว่าต้องชำระเท่าไหร่ ฉันก็ไม่รู้เท่าไหร่ เมื่อถึงคิวก็ต้องถามว่า "จ่ายเท่าไหร่ค่ะ"  เจ้าหน้าที่การเงินก็เช็คดูให้ ตอบว่า " 500 บาท " ฉันก็ทำการจ่ายเงิน แล้วส่งใบที่แจ้งชำระเงินคืนให้กับเคาน์เตอร์ 


    ระหว่างรอชำระเงิน มีการเปลี่ยนเจ้าหน้าที่ รอบกลางวันกับเย็น เปลี่ยนกะกัน แต่เจ้าหน้าที่ที่อยู่กลางวัน เลยเวลางานแล้ว เธอยังไม่กลับบ้านเลย คนอื่นๆ หมอ กลับกันหมดแล้ว กลายเป็นหมอรอบเย็น ที่กำลังเข้ามาทำงานแทน 

    คนไข้ตอนบ่าย ที่ฉันนั่งรอ มีแค่ 3-4 คนเอง ฉันยังนั่งรอเป็นชั่วโมงเลย คนไข้ไม่เยอะ แต่ก็ต้องรอนาน แล้วมาดูรอบเย็นซิ คนไข้สิบกว่าคน นั่งรอเต็มเก้าอี้เป็นแถวยาวเชียว มากกว่ากลางวันอีก ฉันละสงสัยว่า ต้องรอนานเหมือนกลางวันหรือเปล่า  นัด 4 โมง จะได้ตรวจคนสุดท้ายกันตอน 3 ทุ่มหรือเปล่า ไม่รู้คลีนิครอบเย็นเลิกกันกี่โมง 


    จากเดินที่ฉันต้องจ่าย 2,000 ตามที่แจ้งไว้ล่วงหน้า กลายเป็น 2,800 บาท เมื่อชำระเสร็จ ก็กลับบ้านได้เลย  ฉันมีนัดพบหมอ เพื่อประเมินอาการ และฟังผลตรวจอีกครั้งวันที่ 11 นี้  
Views

เข้าสู่ระบบเพื่อแสดงความคิดเห็น

Log in