ไดอารี่ของฉันatcha
แพ้หนอนบุ้ง
  • ไม่รู้จะบ่นอะไรนอกจากซวยมั้ง ตื่นมาเช้านี้ รู้สึกค้ันๆขาก็เกาะๆตอนแรกไม่ได้สนใจ นึกว่าผิวแห้ง แต่พอไปส่องกระจกดู โอโห ขึ้นผื่นเป็นวงๆ ดวงๆ แดงๆ เต็มขาสองข้างเลย เป็นช่วงต้นขา ด้านหลัง ถึงเอว ไม่รู้ไปโดนอะไรมา ทำไมผื่นขึ้นเต็มขาเลย ยิ่งเกา ผิวยิ่งแดงเป็นผื่นใหญ่ขึ้น ไม่รู้ตัวเองแพ้อะไร เมื่อวานยังไม่เป็นไรเลย  ฉันมีน้ำมันเหลืองอยู่ในห้องนอน ไม่มียาหม่อง ก็ใช้น้ำมันเหลืองเนี่ยแหละทาแทนยาหม่องละกัน ชอบเพราะมันเย็น กลิ่นหอมสดชื่น  แต่งานนี้ฉันน่าจะทาถูมากไปหน่อย เพราะจากเย็น กลายเป็นหนาวเลย ทาทั้งขาทั้งแขน จนหนาวสั่น เย็นไปทั้งตัว

    ฉันตัดสินใจรีบไปหาหมอ เพราะไม่รู้ว่ารอยอะไร แพ้อะไร ถึงได้บวมแดงเป็นวงๆเต็มขาเลย ขึ้นแขนด้วยเล็กน้อย ยิ่งเกายิ่งบวมแดง  ฉันไปโรงพยาบาล ธนบุรี ที่ถือว่าใกล้และสะดวกสุด แต่ดันถือบัตรไปผิด เอาบัตร รพ.จุฬาไปยื่น พยาบาลถาม" มีบัตร ธนบุรีไหมคะ " ฉันตอบ " มีแต่เอามาผิดค่ะ "  " ขอบัตรประชาชนก็ได้ค่ะ " พยาบาลก็เลยทำบัตรสมาชิกให้ใหม่  พอบอกอาการก็ได้บัตรคิวไปแผนกโรคผิวหนัง

    ไปถึงแผนกโรคผิวหนัง ยื่นบัตร แล้วก็นั่งรอไม่นาน พยาบาลเรียกวัดความดัน วัดอุณหภูมิร่างกาย ความดันของฉันต่ำไปหน่อย จนพยาบาลถามนอนน้อยหรือเปล่าคะ ฉันก็ตอบไม่ถูก หายใจเบาไปหน่อยมั้ง ขอวัดความดันใหม่ พยายามหายใจแรง ความดันก็ขึ้นมาหน่อยแต่ไม่ถึงร้อย ตัวเลขจำไม่ค่อยได้ละ รอบแรกประมาณ 80+/60+ รอบ2 ขอแก้ตัวใหม่ได้ 90+/50+ ตัวบนสูงขึ้นแต่ตัวล่างต่ำลง ส่วนวัดไข้ เดี๋ยวนี้ไม่ต้องอมปรอทใต้ลิ้นแล้ว ใช้เครื่องมือลักษณะเหมือนปืนเรเซอร์มั้ง มาชี้ใกล้ๆศีรษะ ก็ได้อุณหภูมิร่างกายแล้ว เอาเครื่องมือหนีบนิ้วก็ได้ปริมาณออกซิเจนในร่างกายแล้ว  พยาบาลไม่ให้ดูเลยไม่รู้เท่าไหร่ แต่สำหรับตัวฉันคิดว่าปรกติ เพราะไม่ได้เป็นไข้อะไร 

    เสร็จแล้วพยาบาลก็ให้บัตรคิวรอหมอ เป็นคนที่ 2 แต่หมอยังไม่มา ก็ต้องนั่งรอหมอไปก่อน เพราะหมอที่มาแล้ว คิวยาวมาก พยาบาลจึงจัดให้รอหมอใหม่ที่กำลังจะมาแทน หมอมาสาย เพราะเวลาหมอเข้าตรวจ 10 โมงเช้า แต่ฉันนั่งรอถึง 10 โมงครึ่ง 

    คุณหมอเป็นผู้หญิงวัยประมาณ 30-40 ฉันก็บอกหมอว่าไม่รู้ว่าแพ้อะไร ขึ้นเป็นวงแดงๆ ฉันยื่นข้อศอกที่บวมแดงเป็นปื้นให้หมอดู หมอก็สักประวัติ ทานยาอะไรอยู่ เมื่อวานทานอะไรมา ไปทำอะไรที่ไหนมาหรือเปล่า เพื่อหาสาเหตุว่าใช่ลมพิษไหม  ซึ่งหมอสันนิฐานว่าน่าจะเป็นลมพิษ  แต่ฉันยืนยันว่าไม่ใช่ลมพิษ เพราะทั้งบ้านฉันเป็นลมพิษ แต่ฉันไม่เป็น ดังนั้นฉันรู้ตัวว่าไม่แพ้อาหาร แต่แพ้อากาศ เพราะฉันกินยาแก้แพ้ทุกวัน หมอบอกว่า ไม่เป็นตอนเด็กก็เป็นตอนโตได้ ลมพิษเป็นได้หลายสาเหตุ ซึ่งฉันคิดว่ายังไงก็ไม่น่าใช่ ฉันบอกหมอว่ามันขึ้นที่ขา แต่หมอขอดูข้างหลัง เปิดเสื้อดู ซึ่งมันก็ไม่เห็นอะไร เพราะไม่ได้ขึ้นที่หลัง หมอเห็นแต่นอกเสื้อ ก็คือที่แขน ซึ่งมันบวมแดงเป็นก้อนคล้ายลมพิษ เพราะฉันเกามากไปหน่อย  

    ฉันตัดสินใจ ถอดกางเกงตัวนอกออก เพื่อให้หมอดูที่น่องบน เพราะไม่ถอด มันยกกางเกงขึ้นให้หมอดูไม่ได้ พอหมอเห็นรอยแดงที่ขา หมอก็บอกว่า "น่าจะแพ้พวกแมลง หนอนบุ้ง พวกนี้ มากกว่าจะเป็นลมพิษ "
    ถ้าหมอไม่เห็นขา หมอก็เข้าใจผิด คิดว่าเป็นลมพิษ แต่พอเห็นขาแล้ว หมอถึงบอกว่ามันไม่ใช่ (ก็ฉันบอกหมอแล้วว่าไม่ใช่) ลักษณะรอยแดง มันคล้ายลมพิษ แต่ลักษณะที่ขาไม่ใช่ลมพิษแล้ว 

    หมอบอกจะจ่ายยาให้ทานแล้วก็เอายาไปทาด้วย ทาจนกว่าจะหาย ส่วนยาเป็นยาแก้แพ้ แล้วหมอจะนัดมาดูอาการใหม่ อาทิตย์หน้า ถ้าหายแล้วก็ไม่ต้องมา แต่ถ้าไม่ดีขึ้น ก็มาพบหมออาทิตย์หน้า เสร็จแล้วฉันก็ออกไปรอรับใบนัด แล้วก็ไปรอจ่ายเงิน แล้วก็รับยาได้


    ระหว่างที่รอจ่ายเงิน ซึ่งนานเกือบครึ่งชั่วโมง กว่าจะเรียกคิว  ฉันก็นั่งคิดทบทวนว่าทำไมถึงแพ้  เมื่อวานนี้ แม่บ้านที่ฉันจ้างมาทำความสะอาด ก็บ่นๆให้ฉันว่า ต้นไม้หนอนขึ้น เธอไปตัดกิ่งที่หนอนขึ้น เหมือนเจอหนอนหล่นใส่ เธอรีบปัดๆออก ตกเย็นมา เป็นผื่นขึ้นที่หลัง ที่หนอนหล่นใส่เลย ฉันก็ให้ยาแก้แพ้อากาศที่ฉันทานประจำให้เธอไปนะ แล้วก็ให้เอายาหม่องไปด้วย 

    แต่ฉันแน่ใจว่า ฉันไม่ได้ไปดูต้นไม้เมื่อวานนะ ไม่ได้ไปเจอหนอนสักหน่อย แล้วทำไมฉันถึงแพ้หนอนได้ ก็มาคิดอยู่ว่าสาเหตุมาจากอะไร  เมื่อวานนี้ ซักผ้าคลุมเตียง แล้วขนหนอนมันหล่นใส่ผ้าคลุมเตียงแล้วฉันไปนั่งบนเตียงก็เลยแพ้หรือเปล่า หรือว่า หนอนมันหล่นใส่เสื้อผ้าที่ซักวันก่อน หนอนมันปลิวมาโดนกางเกงหรือเปล่า ถึงได้เป็นผื่นแค่ที่ขา  เพราะเสื้อผ้าก็ตากในสวนหลังบ้าน ไม่รู้ว่าโดนผ้าคลุมเตียงหรือกางเกงที่ใส่ ถึงได้ซวยเป็นผื่นขนาดนี้  นี่ขนาดไม่ได้โดนกับตัวตรงๆนะ ยังแพ้ขนาดนี้เลย

    ช่วงนี้ฝนตก ฉันไม่ชอบเลย ขอบ่นหน่อย  ฝนกรุงเทพสกปรกมาก ฝนตกทีไร ต้นไม้มีปัญหาทุกที เจอหนอน เจอแมลง เป็นโรค เชื้อรา รากตาย ต้นเน่า ยิ่งไม่มีแดดด้วย ต้นไม้ก็ไม่ออกดอก แถมป่วยเพราะฝนอีก  แล้วลมแรงๆพัดเอาหนอนบุ้งมาตกใส่ต้นไม้ไม่พอ ยังพัดเอาขนหนอนบุ้งมาตกใส่เสื้อผ้าอีก ดูซิทำให้แพ้ เป็นรอยแดงจุดๆ เต็มไปหมด แย่มาก  อยู่ดีๆก็หาเรื่องเสียเงินเฉยเลย 

    ค่ายารวมทั้งหมดประมาณ 1,700กว่า  ค่ายา 1,000กว่าเชียวนะ ค่าหมอ 400 ค่าพยาบาลและเครื่องมือแพทย์ 300 ได้ยามาเป็นยาแก้แพ้ 14 เม็ด ทาน 7 วัน แล้วก็ครีมทาแก้แพ้แก้คันอีก 1 ตลับ ยาแพงมาก


    ฉันไปร้านขายยาที่ศิริราชต่อ หลังออกจาก รพ.ธนบุรี  เพื่อจะไปซื้อยาแก้แพ้มาทานเพิ่ม  เพราะตอนถามเภสัชว่า ฉันทานยาแก้แพ้อยู่ทุกวัน แล้วทานยาตัวนี้ด้วยได้ไหม  เภสัชบอกว่าได้ แต่ทานคนละมื้อ หรือไม่ทานก็ได้ เพราะยาที่ให้ตัวนี้ ถึงจะคนละกลุ่มกัน แต่ก็สามารถทานแก้แพ้อากาศลดน้ำมูกได้ 

    ฉันไปร้านเพชรรัตน์ โดยเอาตัวอย่างยาให้ดู เภสัชที่ร้านบอกว่า telfast ตัวนี้เป็นยานอก แผงละ 210 บาท ( แผงละ 10 เม็ด ) ทำไมมันแพงอย่างนี้ มิน่า รพ.ธนบุรีคิดค่ายา 1,000 ครีมทาคงกระปุกไม่เท่าไหร่ 2 ตัวรวมกันไม่ถึง 500 มั้ง แต่บวกกำไรซะเวอร์ เป็น 1,000กว่าเชียว  ฉันตัดสินใจเอาแค่ 1 แผงพอ 

    แล้วก็ขอซื้ออาหารเสริม แคลเซี่ยม ของแบล็คมอร์ 500 mg. บำรุงกระดูก  แล้วก็กลูโคซามีน 500 mg. บำรุงข้อ แล้วก็ยาแก้แพ้ เซทีไรซีน 10g. เอา 1 กล่อง 100 เม็ดเลย รวมถึงเซนทรัมด้วย เภสัชเห็นว่าฉันทานยาแก้แพ้เยอะมั้ง ก็เลย แนะนำ วิตามินซี 500 mg. ให้ทานช่วยในเรื่องภูมิแพ้  ราคาแคลเซี่ยม 400 บาท กลูโคซามีน 800 บาท วิตามินซี 330 บาท เซนทรัม 560 บาท เซทีไรซีน 200 บาท ฉันรู้สึกว่าชักแพงเกินไปละ ก็เลยไม่เอายาแก้แพ้ของนอกก็ได้แล้ว กินของถูกต่อไปดีกว่า เปลี่ยนเป็น พอนสแตนแทน แก้ปวดท้องเมนส์ แผงละ 24 บาท เอา 3 แผง แทนละกัน  หมดไป 2,000กว่าบาท 

    เพชรรัตน์ถือว่าเป็นร้านยาที่ราคาถูก แล้วก็เป็นร้านใหญ่ในย่านท่าน้ำศิริราชแล้ว ยังแพงเลย ถ้าไปเจอราคาในห้าง หรือ โรงพยาบาลโหดกว่านี้เยอะ 

    รวมๆแล้ว วันนี้ค่ายาประมาณ 4,000 ได้เหมือนกันนะ   อยู่ดีไม่ว่าดี หาเรื่องเสียเงินค่ายาเฉยเลย พรุ่งนี้ก็ยังต้องเสียเงินค่าทำ ductogram 2,000 บาท ยิ่งแก่สุขภาพยิ่งกินตังค์  แคลเซี่ยมไม่ทานก็ไม่ได้ เพราะปวดหลังมาก แก่แล้วแคลเซี่ยมก็เริ่มเสื่อม ก็ต้องทานเสริมพร้อมกับบำรุงข้อด้วย ไม่งั้นกระดูก็ลั่นเสียงดังก๊อกแก๊ก ข้อสะโพกก็เริ่มเสื่อม ยกขาขึ้นบันไดก็เสียงดัง ก็ต้องบำรุงหน่อย  ภูมิแพ้ก็เป็น อากาศกรุงเทพยิ่งอยู่ยิ่งแพ้หนัก ต้องทานยาทุกวันแก้แพ้ ไม่งั้นน้ำมูกไหลทั้งวัน  ไม่รู้สุขภาพเราแย่ หรืออากาศแย่ อาหารเสริมก็ต้องกิน ยาก็ต้องทาน หมอก็ต้องหา รักษานมอีก  แก่แล้วบ่นเก่งจริงๆเลย เพราะมันมีแต่เรื่องให้เสียตังค์ไง ถึงต้องบ่น

    พิมพ์ไปคันไป เกาจนแดงทั้งแขนทั้งขาแล้ว  แสดงว่าเซทีไรซีน 10 g. ที่กินทุกคืนเอาไม่อยู่นะ ขนาดเป็นยาแก้แพ้ ก็ยังทำให้อาการแพ้หนอนบุ้งออกมากขนาดนี้ นิน่าหมอถึงให้ยา telfast 180 mg. ทานวันละ 2 เม็ด เลย กินแล้วก็ยังคันอยู่เลย 


    ไดอารี่ฉันไม่มีอะไรเลย นอกจากบ่นเก่งอย่างเดียว

     
Views

เข้าสู่ระบบเพื่อแสดงความคิดเห็น

Log in