ไดอารี่ของฉันatcha
งานอดิเรกวันวาน
  • ตอนฉันเริ่มทำงานใหม่ๆ เลิกงาน 5 โมงเย็น ฉันมีเวลาเหลือพอที่จะไปว่ายน้ำหลังเลิกงาน กินข้าว 5 โมงเย็น เสร็จแล้วก็ไปสระว่ายน้ำ ว่ายน้ำ 6 โมงเย็น ประมาณ 2 ทุ่มกลับบ้าน ฉันจะว่ายน้ำกับเพื่อนที่ชื่อหน่อยประจำ แต่เดือนหนึ่ง เราว่ายน้ำกันประมาณ 15 วันเอง เพราะจะมีอาทิตย์ที่ ประจำเดือนมา ระหว่างฉันกับหน่อย ก็ทำให้เรามีช่วงเวลาที่ว่ายน้ำไม่ได้ ประมาณ 2 สัปดาห์ 

    ต่อมาฉันเปลี่ยนจากงานออฟฟิต มาทำหน้าร้านขายของ เลิกงาน 1 ทุ่ม ทำให้ไปว่ายน้ำไม่สะดวก ก็ต้องเลิกไป กลายเป็นทำอย่างอื่นในบ้านแทน เพราะดึกๆไม่อยากออกไปไหนแล้ว  งานอดิเรกที่ฮิตในสมัยนั้นก็คือ การต่อจิ๊กซอ 1,000 ชิ้น  จิ๊กซอกล่องแรกของฉัน ต่อไปต่อมา หายไป1 ตัว ทำให้ภาพนั้นล้มเหลว ถือว่าไม่สำเร็จ  แต่หลังจากนั้น ฉันก็ต่อจิ๊กซออีกหลายภาพ

    ภาพจิ๊กซอ มีทั้งที่ไปซื้อเองในห้าง ของแท้จากญี่ปุ่น ราคาประมาณ 1-3 พันบาท จิ๊กซอแต่ละตัวถ้าลงผิดตำแหน่ง จะไม่ลงล็อค ถ้าไม่ใช่ตำแหน่งที่ถูกต้องของภาพ  แต่ต่อมาของคนไทยทำ ต่อผิดก็ลงล็อค ผิดที่ก็ลงได้ ซึ่งถือว่าไม่ได้มาตราฐาน แต่ราคาถูกกว่ามาก 2-3 ร้อยบาทก็ซื้อได้แล้ว 

    พี่สะใภ้ไปเที่ยวดิสนี่ย์แลนด์โตเกียว ก็ซื้อจิ๊กซอ มิ้กกี้เม้าท์มาฝาก  น้าสาวไปเที่ยวก็ซื้อ 101 ดัลเมเชียนส์มาฝาก  ภาพเหล่านี้ ทุกวันนี้ยังแขวนประดับบ้านอยู่เลย  แต่อีกหลายภาพ ที่ต่อเสร็จแล้วให้คนอื่นไป หาย.. เหลืออยู่ไม่กี่ภาพ ที่ยังเก็บไว้อยู่ในปัจจุบัน  

    ช่วงที่ฮิตๆกัน เพื่อนบางคน ต่อ 3,000 ชิ้นก็มี รับจ้างต่อก็มี บางคนต่อจิ๊กซอเก็บไว้เต็มบ้านเลยก็มี แปะเต็มผนักบ้านกันเลย มันเป็นเทรนอยู่ช่วงหนึ่ง 

    นอกจาก จิ๊กซอแล้ว ก็ยังมีครอสติช เขาไม่ฮิตกัน แต่ฉันอยากทำ เพราะมันยากดี  เวลาหลังเลิกงาน 2-4 ทุ่ม จะเป็นช่วงเวลาของ ครอสติช ที่ฉันนั่งทำไปดูทีวีไป และก่อนนอนก็อ่านหนังสือนิดหน่อย 

    ฉันมาหัดปัก ในวัยทำงานแล้ว ดังนัั้นมีตังค์ซื้อผ้าของแท้ของนอก ราคาเมตรละ 500 บาท ( ปัจจุบันไม่รู้เท่าไหร่ ) ไหมปัก ทำรูปหนึ่งก็ซื้อทีหนึ่ง ทำรูปหนึ่งก็ซื้อใหม่อีก รวมๆแล้ว พันกว่าสีได้ ก็เก็บสะสมไว้ มีสีเยอะมาก แต่ก็ยังไม่ครบ เลิกปักซะก่อน 

    บางรูปใช้เวลาเป็นเดือน บางรูปใช้เวลาเป็นปี ปักเสร็จฉันก็แจก ให้เป็นของขวัญวันเกิดเพื่อนบ้าง ให้พี่สาวตอนแต่งงานบ้าน ให้พี่สาวอีกคนตอนคลอดลูกสาว ให้น้าสาวเอาไปทำนาฬิกาแขวนที่บ้าน สรุปให้คนอื่นๆไปหายหมด ฉันไม่เห็นพี่สาว หรือ น้าสาว จะประดับบ้านเลย ไปๆมาๆให้คนอื่นแล้วเสียดายที่ไม่เห็นค่า ก็เลิกให้ เก็บไว้ประดับบ้านตัวเองดีกว่า 


    พออินเตอร์เน็ตเริ่มมา งานอดิเรกใดๆก็เริ่มหายหมด เล่นแต่เน็ต  ฉันติดเน็ตตั้งแต่สมัยเป็นเน็ตความเร็ว 56k ต้องไปซื้อแพคเกจเน็ตถึงห้างพันทิพย์  ร้านเน็ตสมัยนั้นขายเวลาเป็นนาทีละ 1 บาท เท่ากับนั่งเล่น 1 ชั่วโมง 60 บาท มาดูสมัยนี้ซิ เหลือแค่ชั่วโมง 15 บาท บางแห่ง 10 บาทเองด้วยซ้ำ 

    ฉันค่อนข้างติดเวปพันทิปมาก เล่นมาจนถึงปัจจุบันก็ยังเล่นอยู่ ( ล็อคอินไหนไม่บอก )  แต่เมื่อก่อนเล่นได้เฉพาะหลังเลิกงาน ช่วง 2 ทุ่ม-เที่ยงคืน ก็นั่งเล่นทุกคืน ลืมจิ๊กซอ ลืมครอชติช ลืมหนังสือไปเลย เล่นจนทุกคนในบ้านรู้หมด ว่าฉันติดคอม จนเรียกว่าเป็นสามีน้อยเลย  เพราะคนอื่นๆอาจจะไม่เข้าใจว่าเล่นทำไม 

    หลังจากเป็นคนชอบเล่นคอม อยู่ 13 ปี กว่าฉันจะมาเปิดร้านคอม  ไม่ใช่ยุคแรกๆที่กำลังบูม แต่เป็นยุคท้ายๆที่หลายคนบอกว่าเขาเลิกฮิตแล้ว แต่ร้านเกมก็ยังขายดีอยู่ เด็กเล่นเต็มร้าน  ตอนเปิดใหม่ๆ เด็กมารอหน้าร้านตั้งแต่ร้านยังไม่เปิด พอร้านเปิดปุ๊บ วิ่งเข้ามาจองเก้าอี้ จนเต็มร้านเลย คนมาทีหลัง ต้องต่อคิว จองคิวกัน ต่อคิวยาว รอกันเป็นชั่วโมงเลยกว่าจะได้เล่น คนเต็มร้านทุกวัน จนมาระยะ 2-3 ปีหลั้ง ที่ร้านเกมซบเซามาก

    เคยมีคนบอกว่า อนาคต ทุกบ้านจะมีคอมกันหมด เหมือน ทีวี  ตู้เย็น ที่มีทุกบ้าน คนเลิกเข้าร้านเกม เพราะที่บ้านมีคอมกันเองหมดแล้ว เหมือนเครื่องใช้ไฟฟ้าตััวหนึ่งในบ้าน   แต่คำพูดนี้ มันไม่จริง  เพราะในช่วงที่ฉันเปิดร้าน บางบ้านมีคอมแต่บางคนก็มาเล่นร้านเกม  เพราะในบ้านมีคอม 1 เครื่อง แต่คนในบ้านไม่ได้มีคนเดียว ถ้าพ่อเล่น ลูกก็ต้องออกมาเล่นข้างนอก ถ้าลูกเล่น พ่อก็ต้องมาใช้คอมข้างนอก มีเครื่องเดียว ก็ไม่พอใช้  แล้วสเป็คเครื่องคอมร้านเกมแรงกว่าคอมบ้าน คนอยากเล่นเกมก็ต้องมาเล่นนอกบ้าน เพราะคอมที่บ้านเล่นไม่ได้    คอมบ้านไม่ได้ฆ่าร้านเกม แต่โทรศัพท์มือถือต่างหาก ที่มาฆ่าร้านเกม 

    เพราะคอมบ้าน พ่อแม่บางคนก็เล่นคอมไม่เป็น จะซื้อให้ลูก ตัวเองก็ไม่รู้จัก ไม่เล่น ก็ไม่เห็นความสำคัญ ก็ไม่ซื้อให้ หลายบ้านที่ยังอยู่บ้านเช่า ห้องเช่า ก็ไม่กล้าติดคอมที่บ้านเช่า  เพราะตนเองย้ายบ่อย ก็ขี้เกียจมาตามย้ายเน็ตบ้านให้ยุ่งยาก  แม้ปัจจุบันนี้ ทุกคนมีมือถือแล้ว คอมบ้านก็ยังไม่ได้มีทุกครัวเรือนเลย  คอมพิวเตอร์ไม่สามารถก้าวขึ้นมาเป็นเครื่องใช้ไฟฟ้าที่จำเป็นประจำบ้านได้เหมือนกับ ทีวี ตู้เย็น หรือแม้แต่ไมโครเวฟ 

    ต่างกับโทรศัพท์มือถือ ที่เมื่อก่อนแพงมาก พ่อแม่ไม่ยอมให้เด็กเล่น เพราะมีราคาสูง  เด็กอยากเล่นเกมก็ต้องไปร้านเกม ไปนั่งเล่นคอมในร้านแทน แต่สมัยนี้พอโทรศัพท์ถูกลงมาก พ่อแม่ก็ซื้อโทรศัพท์ให้ลูกแทนคอมพีซี ทำให้บางคน เล่นเป็นแต่โทรศัพท์มือถือ แต่ใช้คอมพิวเตอร์ไม่เป็น  เพราะโทรศัพท์มันมาแทนโน้ตบุคส์ เป็นคอมพิวเตอร์ขนาดพกพา ไปไหนก็ได้สะดวกกว่า น้ำหนักเบากว่า และใช้งานง่ายกว่า กลายเป็นว่า โทรศัพท์มือถือมาแทนเครื่องประดับติดตัวได้แบบ นาฬิกาข้อมือเลย และสำคัญกว่านาฬิกาข้อมือ หรือกระเป๋าสตางค์ด้วยซ้ำ  คนสมัยนี้ขาดโทรศัพท์เหมือนขาดใจตาย ไม่มีโทรศัพท์หงุดหงิดแล้ว กระวนกระวายใจ อยู่ไม่ได้  สำคัญขนาดนั้นเลย ขาดไม่ได้


    แต่ยังไงคอมก็ยังไม่ตาย ตราบใดที่คนยังใช้อินเตอร์เน็ต ก็ต้องใช้คอมพิวเตอร์ทำงาน และคอมพิวเตอร์ก็ยังแพงกว่าโทรศัพท์อยู่ดี  ยิ่งพัฒนาอัพสเป็คไปเรื่อย ราคามันก็ยังคงแพงไปเรื่อย จนบางคนก็เอื้อไม่ถึง ถ้าเลือกระหว่างต้องซื้อคอมหรือมือถือ หลายคนเลือกมือถือดีกว่า   คอมก็ยังไม่ใช่เครื่องใช้ไฟฟ้าประจำบ้านอยู่ดี ใช้มือถือได้ ซื้อคอมทำไม  

    ดังนั้นถ้าให้ตนเองมองแบบเข้าข้างตนเองนะ คือ ยังไงร้านเกมก็ยังไม่ตาย แต่เลี้ยงไม่โต เพราะเลยยุคสมัยที่บูมสูงสุดผ่านไปแล้ว  แต่ยังเป็นสิ่งที่ขาดไม่ได้ เพราะหลายคนก็ยังคงต้องทำงานผ่านหน้าจอพีซี ที่สะดวกกว่าในโทรศัพท์มือถือ และเกมบางเกม เล่นในคอมจอใหญ่ มันส์กว่า สเป็คแรงกว่า 


    แต่ที่จะทำให้เจ้าของร้านเกมสู้ไม่ไหว ก็คือการพัฒนาที่มันเร็วจน อัพหรือเปลี่ยนตามไม่ทัน อย่าลืมว่าทุกการอัพเกรด ทุกการเปลี่ยนแปลง มันคือการลงทุนใหม่ อัพสเป็คที ก็คือลงทุนใหม่ที เงินทั้งนั้น ในขณะที่ลูกค้าลดลง รายได้ลดลง  แต่ราคาค่าอัพสเป็คคอมไม่ได้ลดลงตาม รายได้ไม่ได้เพิ่มขึ้น  ค่าใช้จ่ายคงที่  ระหว่างลงทุนใหม่ กับ ปิดกิจการ บางคนเลือกปิดกิจการไปทำอย่างอื่นดีกว่า มาอัพสเป็คเพื่อไล่ตามยุคสมัยให้ทัน 

    ถ้าใจไม่ได้รักการทำร้านเกม หรือรักคอม เป็นแค่นักลงทุนที่หาเงินตามกระแสธุรกิจดัง ก็ต้องเลือกปิดกิจการไปทำอย่างอื่นดีกว่า เพราะไม่คุ้มการลงทุนแล้ว  ทำแล้วไม่มีกำไร ทำทำไม แต่ก็มีร้านที่ยังเหลืออยู่ไม่มากนัก  ถ้าเจ้าของทำเอง และคิดว่ารายได้พออยู่ได้ มีใจร้กบ้าง ก็ยังทำกันต่อไป  ธุรกิจเกมออนไลน์ยังอยู่ ธุรกิจร้านเกมก็ต้องอยู่คู่กันไป 

    ฉันก็ยังคิดจะลงทุนใหม่ ปรับปรุงร้านนะ เปลี่ยนสายแลนด์ในร้านให้เป็นไฟเบอร์ เปลี่ยนจากเน็ต 100Mbps เป็น 1,000Mbps  เพียงแต่ต้องรอเวลาหน่อย  รอตังค์สักนิด ตอนนี้ยังไม่พร้อม  ( เล่าเดี่ยวจะยาว กลับไปเรื่องงานอดิเรกดีกว่า )


    ช่วงนี้ร้านเกมค่อนข้างเงียบเหงา (แปลว่ากิจการไม่ดีใช่ป่ะ)   ทำให้ฉันรู้สึกว่า ว่างจัด อยากหาอะไรทำ ก็เลยไปขุดเอา ครอสติช ที่ไม่ได้จับมาสิบกว่าปี ไปขุดมาทำหวังจะมาทำต่อ ฉันปักภาพเสร็จไปหลายรูปแล้วนะ แต่ว่ามีอยู่ภาพหนึ่ง ที่ปักค้างเอาไว้ ตั้งแต่ตอนทำปีแรกๆ แล้วขี้เกียจทำต่อ ไปทำภาพอื่น ภาพนี้ก็เลยค้างทิ้งไว้ไม่เสร็จสักที เอาไปใส่กรอบก็ไม่ได้ 

    เป็นภาพ ตัวอักษร A-Z เหมือนเรื่องง่ายๆ ที่ขี้เกียจทำ ไปทำภาพอื่นที่ยากกว่านี้เสร็จแล้วนะ แต่ภาพง่ายๆค้างไว้ก่อน ปักได้ แค่ A-S ไม่ถึงZ เหลืออีกไม่กี่ตัวอักษรเอง ไม่ทำ  ค้างไว้สิบกว่าปี ตอนนี้จะกลับมาทำให้เสร็จแล้ว 

    วันนั้นที่ทำยังสาว สายตายังดีอยู่เลย นั่งทำในห้องมืดๆก็ได้  วันนี้จะกลับมาทำต่อ ดูสายตาตัวเองซะก่อน มันจะรอดไหม เพราะสายตายาว จะมองอะไรที ต้องถอดแว่นดูใกล้ๆ  ใกล้เป็นอาม่าเข้าไปทุกวันแล้ว แก่ลงเรื่อยๆ  จะทำเสร็จหรือเปล่าไม่รู้   เหลือแค่ 5 ตัวอักษรเอง



      
Views

เข้าสู่ระบบเพื่อแสดงความคิดเห็น

Log in