ไดอารี่ของฉันatcha
พบหมอก่อนนัดหมาย
  • อันที่จริงเรามีนัดพบหมออีกครั้งปลายเดือนตุลา แต่ด้วยความที่ว่า เมื่อคืนเห็นไทม์ไลน์กลุ่มเพื่อนสมัยมัธยมดูแปลกๆ มีข้อความบริจาคเงินอะไร ก็เลยเข้าไปดูไลน์กลุ่มเพื่อนมัธยมปลายสักหน่อย ( ปรกติไม่อ่าน ลบทิ้งไปก็บ่อย )  พอเข้าไปเห็นเพื่อนเท่านั้นแหละ ตกใจ

    มีเพื่อนสมัยมัธยมปลายคนหนึ่ง เธอเคยโพสต์รูปและเรื่องของตนเองเกี่ยวกับการไปหมอ รักษามะเร็งลำไส้บ่อยๆ เคยโพสต์ในกลุ่มไลน์ ขอรับบริจาคเลือด เนื่องจากเธอจะผ่าตัดลำไส้ แต่ว่าเลือดทาง รพ.ไม่เพียงพอ ก็มาขอให้เพื่อนๆช่วยบริจาค เหตุการณ์ประมาณต้นปี  แล้วเธอก็โพสต์ภาพสดใส ยิ้มแย้ม ในรพ.บ้าง นอก รพ.บ้าง ที่บ้านบ้าง 

    เนื่องจากเธอป่วย ทำให้ลาออกจากงานไม่ได้ทำงานนานแล้ว แต่ก็ยังใช้สิทธิ์ในการรักษาจากประสังคมอยู่ ฉันเองก็ไม่ได้ใส่ใจเธอเท่าไหร่ ก็ผ่านๆข้ามๆไป ไม่ได้สนิทมาก จึงไม่ได้ไปเยี่ยมเธอ

    ล่าสุดไม่ได้เห็นเธอโพสต์อะไรในเฟสหรืออินสตราแกรม ประมาณเดือนกว่า เพื่อนที่ไปเยี่ยมลงคลิปวีดีโอ ที่ไปเยี่ยมเธอที่ รพ.มา เธอดูโทรมมาก และ จำเพื่อนไม่ได้ เหมือนความจำบางส่วนเริ่มหาย ก็ไม่รู้สาเหตุว่าเพราะอะไร หมอไม่ให้เธอเดิน กลัวล้ม  เพียงช่วงเวลาเดือนกว่าไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้นกับเธอ รู้แค่ว่าเธอดูอาการหนักขึ้น ทั้งที่ผ่าตัดไปแล้ว ฉายแสง คีโม ก็แล้ว  ความน่ากลัวของมะเร็งไม่ค่อยปราณีใครเลย ฉันก็ร่วมบริจาคเงิน ช่วยเหลือเพื่อนไป แต่เห็นเพื่อนก็นึกถึงตนเองเหมือนกัน



    เหมือนเขียนเสือให้วัวกลัว ก่อนหน้านี้ฉันยังเฉยๆ ไม่แน่ใจว่าตนเองควรไปหาหมอไหม หรือว่า รอจนถึงวันนัด อีก 2 เดือน ทั้่งที่เลือดก็ออกจากหัวนม ช่วงนี้ เกือบทุกวัน  หยดเลอะที่นอนบ้าง เสื้อนอนบ้าง ยกทรงบ้าง ก็ยังใจเย็น   แต่พอเห็นเพื่อนเมื่อวานเท่านั้นแหละ ใจเย็นไม่ลงแล้ว ชักเริ่มกลัวเหมือนกัน 

    เช้านี้ตื่นมา เสื้อก็เลอะ จะอาบน้ำ ก็เห็นเลือดปริ่มๆหัวนม ซึมๆออกมา มันก็รู้สึกใจคอไม่ดีละ  รู้สึกไม่อยากมีสภาพเหมือนเพื่อนเท่าไหร่ ตัดสินใจไปเลื่อนนัดหมอตรวจเร็วขึ้นดีกว่า ใจไม่เย็นละ

    เดินทางไป รพ.จุฬา ด้วยรถไฟฟ้าใต้ดิน วันนี้ขอลองขึ้น สถานีรถไฟฟ้าใต้ดินท่าพระ ที่เป็นสถานีแรกบนดิน ก่อนที่จะมุดลงดินไปสถานีอิสรภาพ ที่อยู่ใต้ดินแล้ว    ก่อนหน้านี้ ตอนที่สร้างรถไฟฟ้าใต้ดินแล้วขึ้นมาบนดินสถานีท่าพระ ฉันก็นั่งนึก นอนนึกอยู่ว่า เราต้องเดินเหมือนเวลาไปต่อรถไฟฟ้าบีทีเอสกับเอ็มอาร์ที สถานีรอยต่อ อย่างสีลมหรือเปล่า  แต่หลังจากไปเที่ยวสิงคโปร์มา เห็นรถไฟใต้ดินเวลาอยู่ในเมือง พอออกนอกเมืองก็ลอยฟ้า มันเคลื่อนขึ้นเหมือนรถไฟเหาะขึ้นสะพาน  โดยไม่ต้องเปลี่ยนสถานี ก็ทำให้เข้าใจว่า สถานีท่าพระก็คงเป็นเช่นนั้น

    วันนี้ไปลองนั่งมาแล้ว จริงๆด้วย รถไฟใต้ดิน เคลื่อนตัวได้นุ่มมากจนแทบไม่รู้สึกว่าเรากำลังไหลลงใต้ดิน  เปลี่ยนความสว่างกลายเป็นความมืดมิด ได้แบบไม่รู้สึกตัวว่าเรากำลังวิ่งลงใต้ดินลึกมาก ผ่านจากสถานีอิสรภาพไป สถานีสามยอด ลอดใต้แม่น้ำเจ้าพระยาแบบไม่รู้สึกอะไร เพราะข้างนอกมืดสนิท 

    ขบวนรถไฟฟ้าใต้ดินที่ตอนนี้สิ้นสุดที่ท่าพระ ชื่อสายไปหลักสอง เริ่มจากหัวลำโพงไปสิ้นสุดที่สถานีหลักสอง แต่ตอนนี้เปิดบริการแค่สถานีท่าพระ  ฉันไปเปลี่ยนสายจาก หัวลำโพงไปสีลม โดยขึ้นสายไปเตาปูน  ค่าโดยสารเสียแค่ 2 สถานี 19 บาท คือ จากหัวลำโพง ผ่านสามย่าน ลงที่สีลม 

    ฉันเดินจากสถานีรถไฟใต้ดิน สีลม ข้ามสะพานลอย ผ่านตึก ภปร. เข้าสู่เส้นทางเขาวงกตใน รพ.จุฬา เพื่อไปยังอาคาร ล้วน-เพิ่มพูล ว่องวานิช หรือ ศูนย์สิริกิต์บรมราชินีนาถ สภากาชาดไทย ชั้น2 คลีนิคมะเร็งเต้านมครบวงจร 

    ซึ่งบริเวณชั้น 2 จะแบ่งเป็น 2 ฝั่ง ฝั่งหนึ่งด้านซ้าย จะเป็นศูนย์การตรวจแมมโมแกรม เอ็กเรย์ เต้านม ทางฝั่งขวาจะเป็นคลีนิค ที่พบแพทย์ หลังจากทำการตรวจแมมโมแกรมแล้ว แพทย์จะวินิฉัยอาการหรือโรคให้ฟัง

    ซึ่งตอนแรกฉันไปทางฝั่งซ้าย โดยแจ้งพยาบาล เจ้าหน้าที่ว่าจะขอทำการเลื่อนนัด เพื่อตรวจเร็วขึ้่น เพราะรู้สึกอาการไม่ดี   ซึ่งทางพยาบาลแจ้งว่า ไม่สามารถทำการนัดหมายให้ได้  เพราะเดี๋ยวจะกลายเป็นว่า พยาบาลรู้ดีกว่าแพทย์ได้อย่างไร จึงต้องให้แพทย์สั่ง ถึงจะทำการนัดหมายตรวจแมมโมแกรมได้

    ฉันก็ต้องไปพบพยาบาลอีกฝั่ง ที่เป็นคลีนิคพบแพทย์ โดยแจ้งให้ทราบว่า ฉันต้องการขอเลื่อนนัดเพื่อตรวจเร็วขึ้น โดยทางฝั่งโน้นแจ้งว่าไม่สามารถทำการนัดได้ ต้องให้แพทย์สั่ง  พยาบาลทางฝั่งนี้ จึงถือว่าฉันเป็นกรณีฉุกเฉิน คือไม่ได้นัดล่วงหน้า หรือมาตามเวลานัด  ฉันยื่นใบนัดล่วงหน้า เพื่อทำการพบแพทย์เลย โดยพยาบาลให้นั่งรอประวัติของตนเองที่ถูกเก็บไว้ ไม่นาน ก็ไปเปลี่ยนเสื้อคนไข้ แล้วรอเรียกคิว พบแพทย์ได้เลย อาจจะถือว่า ลัดคิวบางคนก็ได้  เพราะเวลาฉันไปรอตามปรกติ ยังรอนานกว่านี้อีก

    หมอได้ทำการตรวจประวัติเก่า จากคอมก่อนจะคุยกับฉัน ฉันแจ้งว่า มีเลือดออกที่หัวนม ในเดือนนี้เกือบทุกวัน คือ ก่อนหน้านี้ ที่เคยมาพบหมอ เดือนเมษา - ก.ค. ก็ยังปรกติดี คือไม่มีเลือดซึมออกมาเลย แต่ว่าเดือนนี้ รู้สึกว่ามันผิดปรกติ ก็เลยอยากตรวจเร็วขึ้น 

    หมอให้นอนบนเตียงแล้วเปิดเสื้อ เพียงฝั่งเดียวที่มีปัญหา อีกฝั่งยังมีเสื้อปิดอยู่เลย ในห้องตรวจ มีอาจารย์หมอ ที่เป็นผู้ช่วยดูแลอีกคน หมอเอานิ้วจิ้มนิดเดียว เห็นน้ำซึมออกมา ก็รู้แล้ว เข้าใจอาการ เสร็จแล้วก็ใส่เสื้อ ไปนั่งคุยที่โต๊ะ 

    หมอบอกว่า " เนื้องอกในท่อน้ำนม เวลาผิวมันหลุดหลอก ก็จะมีน้ำเหลือง มีเลือด ไหลออกมา ตามลักษณะอาการ แต่ว่าไม่ใช่มะเร็ง " ฉันก็กังวล เพราะเห็นมันมีเลือดออก หมอบอกว่า " ร้อยละ 90 ของเนื้องอกในท่อน้ำนมแบบนี้ไม่ใช่มะเร็ง"  คือฟังหมอพูดเหมือนมันเป็นเรื่องเล็กน้อยเลย แค่เนื้องอกผลัดเซลล์ผิว ลอกคราบออกมา เป็นน้ำเหลือง เป็นเลือดแค่นั้นเอง ไม่ได้ร้ายแรงอะไร  "แต่ถึงไม่ใช่มะเร็งสุดท้ายหมอก็ต้องเอาออกอยู่ดี" เหมือนบอกคนไข้ไม่ต้องกังวลอะไร 

    " แต่ถ้าเนื้องอกมันขึ้นมาง่าย และสร้างความกังวลใจ หมอก็จะผ่าตัดเอาท่อน้ำนมออกให้หมด แต่ต้องฉีดสีดูก่อน ว่าในท่อน้ำนม มีเนื้องอกกี่อัน"   หมออธิบายขั้นตอนให้ฟัง เป็นอันว่า ฉันต้องไปนัดตรวจ แมมโมแกรมก่อน แล้วก็ฉีดสี แล้วถึงกลับมาพบแพทย์อีกครั้ง

    ฉันกลับออกมาจากพบหมอ เปลี่ยนเสื้อกลับมาเป็นตัวเดิมที่ใส่มา เสื้อคนไข้ถอนคืน แล้วออกมารอพยาบาลเรียกชื่อ  พยาบาลเรียกให้รับใบสั่งแพทย์ ไปทำการนัดทำแมมโมแกรมที่ฝั่งตรงข้าม  หมอเขียนที่หัวใบไว้ว่า นัดตรวจให้เร็วขึ้น   พยาบาลจึงถามฉันว่า พรุ่งนี้เลยไหม ก็ทำฉันตกใจเหมือนกัน ไม่ต้องเร็วขนาดนั้นก็ได้  เอาเร็วตามปรกติก็ได้  จึงได้นัดใหม่เป็น 29 ส.ค.นี้ มาทำแมมโมแกรม และ 3 ก.ย. มาฉีดสีเอ็กเรย์ แล้วฉันก็กลับไปฝั่งพบแพทย์อีกครั้ง เพื่อทำการนัดแพทย์ ก็ได้วันที่ 11 ก.ย. จึงพบแพทย์อีกครั้ง   พอนัดเร็วตามปรกติ ก็เลยยืดตามปรกติไป 

    เสร็จเรียบร้อยทุกอย่าง เสียค่าหมอ 50 บาท ส่วนที่จะต้องจ่ายอนาคต แมมโมแกรมครั้งหน้า 2,700 และฉีดสี 2,000 ซึ่งในใบนัดแจ้งล่วงหน้าไว้เรียบร้อย  

    ฉันกลับมาบ้านด้วยความสบายใจ อย่างน้อยก็ไม่ใช่มะเร็ง ไม่ต้องฉายแสง ไม่ต้องคีโม ถ้าเหมือนครั้งก่อน ผ่าตัดเสร็จ ก็ถือว่าจบการรักษา ไม่ยืดยาว  หวังว่าคงไม่มีอะไรพลิกล็อคนะ 





    ถ้าฉันไปหาหมอตามนัด เท่ากับว่า ฉันจะเที่ยวอังกฤษเสร็จแล้ว ค่อยไปหาหมอ แต่ด้วยความกระต่ายตื่นตูม รีบไปหาหมอก่อน เลยทำให้ฉัน ต้องหาหมอไปด้วย ทำเรื่องขอวีซ่าไปอังกฤษด้วย  เที่ยวก็อยากเที่ยว หมอก็ต้องหา รักษาไปด้วย เป็นเรื่องน่าสนุกเหลือเกิน 

    พรุ่งนี้จะไปสถานฑูต เพื่อทำการขอวีซ่าเข้าอังกฤษ ฉันมีนัดหมายกับพี่สาวไปพร้อมกัน ไกด์นัดเจอ 11 โมง พี่สาวเห็นสมุดบัญชีของฉันตัวเลขไม่สวยเลย มีเงินไม่กี่พัน ก็เลยทำการโอนเงินมาเพิ่มตัวเลขให้ เพื่ออัพบุคส์พรุ่งนี้ไปยื่นขอวีซ่าตัวเลขงามๆ  แต่ตัวเลขที่จะเข้ามา เป็นเงินที่พี่สาวฉันเก็บลูกมาพักไว้ก่อน (ให้ยืมแต่งตัวเลขสมุดบัญชี)  มันจึงเป็นเรื่องวุ่นวายที่วันนี้ หาหมอไป ก็คุยเรื่องทำวีซ่าไป ( พี่สาวยังไม่รู้นะ ว่าที่คุยกัน ฉันอยู่ รพ. พรุ่งนี้เจอกันค่อยไปเล่าให้ฟัง ) 

    แล้วสมุดบัญชีย้อนหลัง 6 เดือนที่เคยทำไว้ ก็ใช้ไม่ได้ เท่ากับฉันก็ต้องมาพริ้นใหม่  ฉันก็รอตัวเลขที่จะมาจนถึงจะเกือบ 3 ทุ่มแล้วนะ ( ตอนนั่งพิมพ์อยู่เนี่ย) ตัวเลขก็ยังมาไม่หมด พี่สาวบอกให้รอก่อน ค่อยพริ้นใหม่ แต่ฉันขี้เกียจรอ ก็พริ้นใหม่ออกมาก่อน ก็ไม่รู้ใช้ได้ป่าว หรือต้องพริ้นใหม่หมดอีกที 

    ตังค์ก็ไม่ค่อยมี ทั้งเที่ยว ทั้งหมอ ใช้ตังค์สนุกเลย 

      

     




Views

เข้าสู่ระบบเพื่อแสดงความคิดเห็น

Log in