ไดอารี่ของฉันatcha
ไหว้สาร์ทจีน
  • วันไหว้สาร์ทจีน เป็นวันปล่อยผีของคนจีน ที่คนตายจะกลับมาเยี่ยมญาติ หรือ ลูกหลาน จึงมีการไหว้ เชิญบรรพบุรุพมารับประทานอาหาร  ถือเป็นวันไหว้บรรพบุรุุษเป็นหลัก แต่ก็ไหว้เจ้าด้วยเหมือนกัน เรียกว่าเชิญบรรพบุรุษมาทานอาหารแล้ว ก็เชิญเทพเจ้ามาทานด้วย   


    ตามหลักการไหว้จะไหว้เจ้าในบ้านก่อน ตอนเช้า ประมาณ 7-8 โมงเช้า ( พระอาทิตย์ขึ้นแล้วก็เริ่มไหว้ได้)  เช่น พระพุทธ  เจ้าแม่กวนอิม เทพฟ้าดิน หรือเทพอื่นๆที่เคารพบูชาในบ้าน  แล้วตามด้วยเจ้าที่ (ตี่จู่เอี้ย) หรือพระภูมิเจ้าที่  เพื่อขออนุญาตเจ้าที่ให้ผีบรรพบุรุษเข้ามาทานอาหารในบ้านได้  แล้วถึงเริ่มไหว้บรรพบุรุษได้ โดยเริ่มประมาณ 8-9โมงเช้า โดยไหว้ 3 รอบ และต้องแล้วเสร็จก่อน 11โมง ) หลักการไหว้ ญาติพี่น้องถึงร่วมกันรับประทานอาหารที่ไหว้ ในตอนเที่ยง ถือว่าอาหารที่ไหว้แล้ว เป็นอาหารมงคล ที่รับประทานแล้วจะได้โชคลาภตามที่ขอ ทานไม่หมดก็จะแบ่งหรือแจกจ่ายกันกลับบ้าน หรือแจกคนอื่นเป็นทาน


    ความแตกต่างของ ตรุษจีนกับสาร์ท จะอยู่ตรงที่ สาร์ทจีน จะมีการไหว้ผีไม่มีญาติ หรือ สัมภเวสีด้วย คือในตอนเช้า ไหว้พระไหว้เจ้า ไหว้บรรพบุรุษแล้ว ก็จะไหว้ผีไม่มีญาติ สัมภเวสีด้วย  บางคนก็ไหว้ แต่บางคนก็ไม่ได้ไหว้ ในตอนบ่าย บางคนก็ไปทำบุญตามมูลนิธีให้เจ้ากรรมนายเวรแทนการไหว้ผีไร้ญาติ  ส่วนตรุษจีนจะไม่มีการไหว้ตอนบ่าย 


    การไหว้สัมภเวสี เหมือนการไหว้เจ้ากรรมนายเวร หรือ ผีข้างถนน ผีที่ไม่มีลูกหลาน หรือใครกราบไหว้เชิญไปทานอาหาร  ออกมาจากนรกแล้วก็ไม่มีที่กินอาหาร ก็เป็นผีเรร่อน  จะได้กินตอนบ่ายที่มีคนไหว้(ที่ไม่ใช่ญาติตนเอง) หรือมีคนทำบุญให้ 


    สำหรับความเชื่อก็คือ ทำให้เดินทางปลอดภัย ไม่ถูกเจ้ากรรมนายเวรรบกวน ไม่โดนสิ่งที่มองไม่เห็นกลั้นแกล้งเมื่อเราไปต่างถิ่น  หรือ แม้แต่รอบบ้าน ก็จะมีผีข้างถนนคุ้มครอง ทำให้แคล้วคลาดปลอดภัย ลดอุบัติเหตุในการเดินทาง  เหมือนการทำทานให้กับคนจรจัด คนยากไร้ ลดการจองเวรของเจ้ากรรมนายเวร ทำนองนั้น  


    การเลี้ยงบรรบุรุพเราจะไหว้บนโต๊ะ มีเก้าอี้ให้นั่ง จัดอาหารอย่างดี ใส่จาน ชามสวยงาม สีสดใส ลูกหลานกราบไหว้มากมาย แต่การเลี้ยงสัมภเวสี เราจะไหว้ที่พื้น ทุกอย่างติดดิน ไม่วางบนแท่น (วางบนเสื่อหรือว่าผ้าได้)  อาหารจัดใส่จานธรรมดา ไม่หรูหรา ใส่เป็นหม้อใหญ่เลยก็ได้ ( ถ้าคิดว่าผีจรเยอะนะ ) หรือใส่เป็นถ้วยเล็กๆ ( ถ้าคิดว่าเลี้ยงนิดหน่อย ให้ทานนิดนึงพอ )  แล้วแต่ความเชื่อ และการให้ทานของเรา  ไม่ได้เน้นเรื่องความเป็นมงคลนัก เพราะถือเป็นการทำทานมากกว่า จะมีการปักธูป1ดอก บนอาหารที่ไหว้ทุกจาน   แต่ถ้าไหว้บรรพบุรุษจะไม่ปักธูปบนอาหาร 






    อาหารที่ไหว้บรรพบุรุษ ในวันสาร์ทจีน จะมีอาหารคาว หวาน ผลไม้ ชุดซาแซ กระดาษเงินทอง โดยจะจัดเป็นชุดเล็ก 3 อย่าง หรือชุดใหญ่ 5 อย่าง ชุดอังลการ 10 อย่าง ของทุกอย่างที่ไหว้ ล้วนมีชื่อหรือความหมายมงคล และมีการเรียงลำดับ ตามความสำคัญ

    อาหารมงคลไม่ว่าสาร์ทจีนหรือตรุษจีน ก็จะลักษณะเดียวกัน ให้ความหมายเหมือนกัน  ทำไหว้ได้ทั้งสองเทศกาลเหมือนกัน
     

    1. ชุดซาแซ จะเป็นการสัตว์ทั้งตัว  ของไหว้ 3 อย่าง หรือ ชุดโหวงแซ ของไหว้ 5 อย่าง เช่นหมู เป็ด ไก่ หรือ  เป็ด ไก่ หมู ปลา กุ้ง ก็แล้วแต่ว่าใครจะจัดชุดเล็กหรือใหญ่ ทั้งหมดจะใส่ในจานเดียวกัน ไม่แยกเป็นจานๆหรือวางห่างกัน

    - ไก่ ต้องไหว้ทั้งตัว ไม่สับ มีหัว มีตัวแขนขา ครบ  ไก่มีหงอน เปรียบเหมือนจองหงวนสมัยก่อน หรือข้าราชการ ผู้มีความรู้  ไก่ทั้งตัว จึงเป็นตัวแทน ลาภ ยศ สรรเสริญ   พวกขุนนางสมัยก่อนนิยมไหว้กัน หรือถ้าเปรียบในปัจจุบัน ถ้าทำงานราชการ หรือว่า บริษัท ต้องการเลื่อนขั้น เลื่อนตำแหน่ง การไหว้ไก่ทั้งตัว ก็เหมือนขอพรให้ได้เลื่อนยศ เลื่อนขั้น  ถ้าทำธุรกิจส่วนตัว การค้า การไหว้ไก่ทั้งตัว ก็หมายถึง ความเจริญก้าวหน้า กิจการเจริญรุ่งเรือง 

    - เป็ด ต้องไหว้ทั้งตัวเช่นเดียวกับไก่ มีครบทุกส่วน เป็ดเป็นสัตว์ที่มีความสามารถอยู่ได้ทั้งบนบกและในน้ำ จึงเป็นตัวแทนความสามารถที่หลากหลาย  ผู้มีความรู้ ความฉลาด ความสามารถ ความสำเร็จ  การไหว้ จึงเป็นการขอพรให้เราฉลาด มีความรู้ความสามารถ และ ขอให้ประสบความสำเร็จ 

    - กึ๋นตับ เป็นเครื่องในที่ติดมากับเป็ดและไก่ ที่ต้องไหว้ด้วย แม้จะชิ้นเล็กๆก็ตาม เพราะ เป็นตัวแทนขุนนาง หรือ ยศตำแหน่ง หน้าที่การงาน ของไก่ และ ความฉลาดของเป็ด 


    - หมู ตัวแทนความอุดมสมบูรณ์ แต่หมูจะไม่เน้นว่า ต้องไหว้ทั้งตัว สามารเลือกมาแค่บางส่วนก็ได้   เพราะหมูตัวใหญ่มาก เอาขึ้นโตได้ไม่หมด  บางคนจึงไหว้ หัวหมู ที่เปรียบเสมือนหมูทั้งตัว ( อุดมสมบูรณ์มาก ) ส่วนบางคนก็จะไหว้ แค่ส่วนที่เป็นเนื้อสามชั้น ที่แสดงถึงความอุดมสมบูรณ์ได้เช่นกัน เราจึงเห็นบางคนไหว้หัวหมู บางคนไหว้แต่เนื้อ3ชั้นส่วนเดียว   มีหมูก็เหมือนไม่อดตาย ไม่ยากจน กินจนอ้วน(เปรียบเปรย) อุดมสมบูรณ์มากประมาณนั้น  

    - ปลา ทั้งตัว หมายถึง เหลือกินเหลือใช้ ร่ำรวย คนจีนมักใช้ปลาตัวแทนสภาพคล่องทางการเงินด้วยเช่นกัน  การไหลเวียนทางการเงินที่ดี จะสังเกตได้ว่า บางบ้านจะเลี้ยงปลาไว้เป็นเคล็ด เพิ่มสภาพคล่องทางการเงินให้หมุนเวียน หรือบางบ้านก็จะติดรูปปลากำลังว่ายน้ำ เป็นตัวแทนการเงินที่เข้ามามีความคล่องตัวเช่นกัน  ดังนั้น คนไหว้ปลา หวังเงินทองไม่ขัดสน มีเข้ามาเรื่อยๆ จนเหลือกินเหลือใช้ ร่ำรวยนั่นเอง

    - กุ้ง มีราคาแพง ทำให้บางบ้านก็ไหว้ บางบ้านก็ไม่ไหว้  ถ้าไหว้ก็จะจัดเป็นพวก โหงวแซ หรือของไหว้ 5 อย่าง  กุ้งเป็นตัวแทนของอำนาจ ในอดีตจะไหว้กุ้งมังกร เพราะกุ้งมังกรมีก้ามโต แสดงถึงอำนาจ วาสนา แต่กุ้งมังกรแพงมาก ทำให้ตอนหลังคนไหว้จึงเหลือแค่กุ้งธรรมดาพอ แต่ถ้าเป็นไปได้ ก็จะไหว้กุ้งเปลือกแข็ง ที่มีก้ามด้วย ไหว้ทั้งตัว เพื่อแสดงถึงอำนาจ และ วาสนา

    - ปู ไหว้เป็นตัว มีครบทุกส่วนเช่นกัน ก็ใช้แทนกุ้งได้ แสดงความหมายเดียวกัน คือ มีอำนาจ บารมี มีชื่อเสียงโด่งดัง  เพราะปูมีก้ามโตขนาดใหญ่ มีเปลือกแข็ง ให้ความหมายเดียวกับกุ้ง อำนาจบาทใหญ่ วางก้ามได้ และมีราคาแพง  จึงใช้ไหว้สำหรับคนที่ไหว้ชุดใหญ่ 5 อย่าง ใส่กุ้งแทนปู หรือใส่ปูแทนกุ้งในการไหว้ได้เช่นกัน อย่างใดอย่างหนึ่งพอ 

    - ปลาหมึก หรือ ปลาหมึกแห้ง เต็มตัวเช่นกัน ใช้แทนปลา หรือ กุ้ง ในราคาที่ถูกและหาง่ายกว่า เป็นตัวแทนความรู้ ความฉลาด ความสำเร็จ ความหมายคล้ายๆเป็ด แต่บางคนก็บอกว่า ให้ความหมายเดียวกับปลา แล้วแต่ความเชื่อ




    2. อาหารคาว หรือ กับข้าว จะจัดไหว้ 5 อย่าง หรือ 10 อย่าง  แล้วแต่ความต้องการ แต่ทุกจานล้วนให้ความหมายที่เป็นมงคล เป็นสิ่งที่ดี

    - ต้มผักชุงฉ่าย หรือ ต้มผักโขมจีน  เป็นเมนูที่คนรุ่นใหม่ทานกันไม่ค่อยเป็น และหาซื้อทานค่อนข้างยาก คนที่ต้มเป็น ส่วนใหญ่จะเป็นคนแก่ หรือคนจีนแต้จิ๋ว  ความหมายคือ ความเจริญรุ่งเรือง มีเหลือเก็บเหลือใช้  การไหว้ผักชุงฉ่าย จึงเหมือนการขอพรให้มีความเจริญรุ่งเรือง มีเงินเหลือเก็บเหลือใช้

    ผัดหมีซั้ว หรือ ผัดหมี่อะไรก็ได้ ( สมัยนี้ใช้เส้นมาม่าแทนก็มี ) แทนความหมาย อายุยืนยาว เหมือนเส้นหมี่ ที่ยาวต่อเนื่อง 

    - แกงจืดสาหร่าย ลูกชิ้นปลา  เหมือนลูกปลากลมๆไหว้ในน้ำ ให้ความคล่องตัว เหมือนกับน้ำ ราบรื่น ด้วยลูกทรงกลม และ ปลาแทนความหมายเงินทอง ความอุดมสมบูรณ์ จึงรวมกันเป็นสภาพคล่องทางการเงินที่ราบรื่น   บวกกับสาหร่าย ที่หมายถึง ความโชคดี ร่ำรวย ทำให้การเงินทั้งคล่อง ราบรื่นและโชคดี ร่ำรวย 

    - กุยช่าย จะไหว้เป็นขนมกุยช่ายรูปสามเหลี่ยมสีชมพู หรือ ทำเป็นผัดผักกุยช่าย ก็ได้ ให้ความหมายมีโชคมีลาภ บางคนก็บอกว่าหมายถึงอำนาจ บางคนก็หมายถึง ความกลมเกลียว สามัคคี สรุปแล้วดีทั้งหมด ไม่ว่าความหมายไหน เราจึงเห็นขนมกุยช่ายหรือผักกุยช่ายในการไหว้ทุกครั้ง

    - หัวไช้เท้าหรือหัวผักกาด คำว่า "เท้า" ในภาษาจีน พร้อมกับคำว่า หัว จึงหมายถึง การเป็นเจ้าคนนายคน หรือ ตำแหน่งหน้าทีีการงานก้าวหน้า จึงมีการไหว้ขนมหัวผักกาด หรือ ขนมไช้เท้า ที่นึ่งเป็นก้อนกลมๆหรือหั่นเป็นสี่เหลี่ยมก็ได้  หรือ บางคนจะทำเป็นแกงจืดหัวไช้เท้า หรือเมนูอื่นที่ใส่หัวไช้เท้า ได้ทั้งนั้น

    - เต้าหู้ ผัดกับถั่งงอก เต้าหู้ ให้ความหมาย ความร่ำรวย และ ความสุข  ส่วนถั่งงอก ให้ความหมาย เจริญงอกงาม  เจริญเติบโต  หรือ เจริญรุ่งเรือง เมื่อผัดรวมกัน ก็จะกลายเป็น ความสุข ความร่ำรวย เจริญเติบโต เจริญงอกงามและรุ่งเรืองเพิ่มมากขึ้น

    - เป๋าฮื้อ จะทำเป็นแกงหรือผัดก็ได้ เปา ให้ความหมายถึงการห่อ ฮื้อ หมายถึงเหลือเฟือเหลือใช้ เมื่อรวมกัน จึงเป็นการเก็บหรือห่อ ความเหลือเฟือเหลือใช้ไปจนถึงรุ่นลูกรุ่นหลาน ทำเมนูไหน ก็ร่ำรวย

    - ต้นกระเทียม จะทำเมนูผัดกับอะไรก็ได้ ให้ความหมาย เจริญรุ่งเรือง คิดเงินได้เงิน คิดทองได้ทอง กิจการเจริญรุ่งเรือง แต่บางความหมาย ก็บอกว่า หมายถึง การมีลูกหลานสืบสกุลมากมาย มีบริวารเยอะนั่นเอง จะลูกหลานเยอะหรือเงินทองเยอะ ก็ดีทั้งนั้น

    กุ้งอบวุ้นเส้น   ให้ความหมายเหมือน อำนาจ วาสนา ถ้ารวมกับวุ้นเส้นยาวๆ ก็ทำให้อำนาจ วาสนา อยู่กันยืนยาวไปเลย 

    - ปลานึ่งซิอิ๊ว  ให้ความหมายด้านเงินทอง ความร่ำรวย เหลือกินเหลือใช้ เพราะฉะนั้น ในการไหว้ ขาดปลาไม่ได้ 

    - ขาหมูตุ๋น ให้ความหมาย ความอุดมสมบูรณ์ กินดีอยู่ดี ความมั่งคั่งร่ำรวย

    - เกี๋ยวน้ำ เกี๊ยวเป็นรูปทรงคล้ายเงินของจีนสมัยโบราณ เปรียบเหมือนไหว้เงินทอง ให้ความหมายเปรียบเหมือนมีเงินทองมากมาย มีโชคมีลาภ

    - ปอเปี๊ยะทอด แทนรูปทรงของทองคำแท่ง เปรียบเหมือนไหว้ทองคำ ให้ความหมายเจริญรุ่งเรือง




    3. อาหารหวาน หรือ ของหวาน จัดไหว้ 5 อย่าง แต่บางอย่าง จะจัดแยกต่างหากไม่นับรวมเป็นของหวานก็ได้เช่น ขนมจีบซาลาเปา จัดต่างหากอีกจาน ไม่นับรวมเป็นของหวาน 5 อย่างก็ได้เช่นกัน หรือบางคนจะไหว้เพียงแค่ 3 อย่าง ก็ไม่เป็นไร

    - ซาลาเปา หมายถึงการห่อเงินห่อทองมาให้ลูกหลาน 

    - ขนมถ้วยฟู ให้ความหมาย การเฟื่องฟู และ เจริญรุ่งเรือง ( เหมือนขนมสาลี่)

    - ขนมจันอับ หรือ จับกิม ประกอบด้วยธรรญพืช 5 อย่าง เปรียบเหมือนสมัยก่อน ให้เมล็ดพืช 5 อย่างไปเพาะปลูก เป็นต้นทุนชีวิต ที่เอาไปปลูกให้เจริญงอกงาม สร้างรายได้ แต่ต่อมาใช้ขนมเป็นตัวแทนให้ความหมายถึง เจริญงอกงาม เหมือนกับเมล็ดพืช

    - ขนมถั่วตัด เปรียบเหมือน แท่งเงิน 

    - ขนมเทียน ให้ความหมายถึง ความราบรื่น และ ความหวานชื่น

    - ขนมเข่ง เปรียบเหมือนอาหารทิพย์ สามารถเก็บไว้ได้นาน ให้ความหมาย ราบรื่น ความหวานชื่น ทำให้ชีวิตราบรื่นและหวานชื่น 

    - ขนมสาลี่ เปรียบเหมือนการเฟื่องฟู เจริญรุ่งเรือง

    - ขนมไข่ หรือ หนึ่งก้วย เปรียบเหมือนการเกิดและเจริญเติบโต 

    - เกาลัด มีลักษณะเหมือนเงินจีนสมัยโบราณ จึงเหมือนการไหว้เงินทอง 


    4. ผลไม้ 5 อย่าง หรือ โหวงก้วย จะจัดใส่จานวางรวมกัน หรือแยกเป็นอย่างละจานก็ได้  สามารถนำผลไม้หลากหลายชนิด มาไหว้ได้ แล้วแต่ความชอบ รวมถึงความหมายที่ต้องการ สามารถดัดแปลงผลไม้ตามฤดูกาล ตามความเหมาะสม  เช่น

    - แอปเปิ้ล หมายถึง สุขภาพร่างกายที่แข็งแรง ชีวิตมีสันติสุข สันติภาพ การมีสุขภาพที่แข็งแรงเป็นสิ่งจำเป็น การมีสันติสุขในชีวิตก็เป็นสิ่งจำเป็น 

    - สาลี่ เป็นการเรียกโชคลาภให้เข้ามา จะไม่นำมาไหว้บรรพบุรุษ เพราะเราคงไม่ต้องการให้คนตายกลับมา ใช้ไหว้กับเทพเจ้า หรือเจ้าที่สิ่งศักดิ์สิทธิ์ เพื่อเรียกโชคลาภเข้ามาเท่านั้น ( ในผลไม้ 5 อย่างที่ไหว้บรรพบุรุษจึงไม่ใส่สาลี่ แต่ใช้ผลมไม้อื่นแทน )

    - กล้วย เป็นการกวักโชคลาภเข้ามา และ หมายถึงการมีลูกหลานมากมาย ในอดีตคนจีนนิยมมีลูกกันเยอะๆ การไหว้กล้วย จึงเป็นการขอพรให้มีลูกเยอะๆ แต่อีกนัยยะหนึ่ง ก็หมายถึง การบริวารมากมาย อาจจะไม่ได้หมายถึงลูกหลานจริงๆ แต่เป็นลูกน้อง บริวาร ที่คอยช่วยเหลือเรามากมาย คนที่ต้องการเป็นหัวหน้า เป็นผู้นำ มีผู้อยู่ใต้บังคับบัญชามากมาย ก็นิยมไหว้กล้วยเช่นกัน 

    - ส้ม  หมายถึง โชคดี สิ่งดีๆ การไหว้ส้มจึงเหมือนการเรียกสิ่งดีๆที่เป็นมงคล เข้ามาสู่ตนเอง หรือ เข้าบ้าน ทำให้ครอบครัวมีแต่สิ่งดีๆที่เป็นมงคล   ในเทศกาลตรุษจีน การแลกส้มกัน ก็เหมือนการแลกสิ่งดีๆให้กัน ให้สิ่งที่เป็นมงคลซึ่งกันและกัน 

    - องุ่น หมายถึง ความเจริญงอกงาม ความเพิ่มพูน และ อายุยืนยาว 

    - สับปะรด หมายถึง มีโชคมาหา ถ้าไม่ได้จัดสับปะรดใส่จานรวมผลไม้ 5 อย่าง ก็สามารถ วางสับปะรดต่างหาก เช่นเดียวกับฟักทอง ถือเป็นของไหว้อีกอย่าง ที่ไม่ใช่ โหวงก้วย มักใช้ไหว้เทพเจ้า มากกว่าบรรพบุรุษ 

    - ฟักเงิน ฟักทอง  หมายถึง มีเงินทอง ร่ำรวย มักจะไม่จัดรวมกับผลไม้ 5 อย่าง แต่จะไหว้ต่างหาก เช่นเดียวกับสับปะรด โดยมักจะใช้ฟักเงิน ฟักทองขนาดเล็ก เป็นตัวแทนสัญลักษณ์ จะใช้ไหว้เทพเจ้าเท่านั้น ไม่นิยมไหว้บรรพบุรุษ 


    - ผลไม้อื่นๆ นอกจากผลไม้หลักๆที่นิยมกันแล้ว ผลไม้อื่นๆตามฤดูกาล ก็สามารถนำมาไหว้ได้เช่นกัน  เช่น เชอร์รี่ สตอเบอร์รี่ เมล่อน เงาะ ลำไย ทันทิม ลูกพับ แก้วมังกร ลูกท้อ 

    ผลไม้ที่ไม่นิยมนำมาไหว้ หรือ ไม่ควรนำมาไหว้
    - ผลไม้ที่ขึ้นด้วยคำว่า มะ เช่น มะม่วง มะปราง มะเฟือง มะไฟ มะกรูด มะนาว
    - ผลไม้ที่มีหนามแหลมคม เช่น ทุเรียน ขนุม(ทั้งลูก) ( ไม่ต้องการให้ชีวิตเต็มไปด้วยขวากหนาม ไม่เป็นมงคล )
    - ผลไม้ชื่อไม่มงคล เช่น มังคุด ละมุด 



    5. กระดาษเงินกระดาษทอง ในการไหว้ จะให้สมบูรณ์ จะต้องมีกระดาษเงินกระดาษทอง ไหว้ด้วย เหมือนเชิญบรรพบุรุพมาทานข้าวเสร็จแล้ว ก็ส่งเงินทองให้นำกลับไปใช้ใน ปรโลกด้วย ติดเงินทองกลับไปในนรกด้วย เป็นการแสดงความกตัญญูในการให้เงินพ่อแม่ใช้เช่นกัน 
     
    ซึ่งคนจีนเชื่อว่า คนตาย จะไปอยู่ในภพเหมือน โลกของวิญญาณ ที่เหมือนโลกของจริง ในระหว่างที่รอไปเกิดใหม่ หรือ นำไปใช้เป็นใบเบิกทางจากนรกกลับมายังโลกได้ โดยต้องจ่ายให้กับนายทวารประตูนรก หรือว่า ใช้จ่ายระหว่างเดินทาง

    ความเชื่อเรื่องอีกภพเสมือน จะเห็นได้จาก พิธีกงเต็ก ที่มีการส่งวิญญาณ ไปสู่อีกภพภูมิแล้ว ยังต้องเผาส่งบ้าน รถยนต์ โทรศัพท์ ทีวี เงินทอง เครื่องใช้ไม้สอยต่างๆติดตามไปด้วย เพื่อให้เขามีที่อยู่ที่สุขสบายในอีกโลกหนึ่ง

    ในขณะที่คนไทย ความเชื่อเส้นทางที่จะไปสู่ภพคนตายได้ คือ น้ำ หลังทำบุญทุกครั้ง จึงต้องมีการกรวดน้ำ เพื่อให้ของที่ทำบุญส่งไปถึงคนตาย  ตายแล้วก็ไปส่งที่น้ำ ลอยอังคาร ในน้ำ น้ำจึงมีความหมายสำหรับคนไทย ในพิธีกรรมทางความเชื่อต่างๆ ต้องกรวดน้ำ ต้องไหว้น้ำ ต้องถวายน้ำสงฆ์       

    ส่วนคนจีน ไฟคือเส้นทางไปสู่อีกภพ จึงเผาทุกอย่างโดยใช้กระดาษเป็นสิ่งสมมติ แทนของจริง เพื่อให้เผาส่งไปได้ง่าย นอกจากสิ่งของที่ส่งให้ครั้งแรก อย่างพวก บ้านรถแล้ว ระหว่างใช้ชีวิต รอไปเกิด ก็มีการเรียกกลับบ้านมาทานข้าว สาร์ทจีน มีการส่งเงินทองให้ใช้ อาจจะมีเสื้อผ้าชุดใหม่ให้เปลี่ยน  ถ้าบางคนอังการงานสร้างหน่อย ก็จะเผารถเพิ่มไปด้วย ( แต่ส่วนใหญ่จะไม่ค่อยทำกันนะ ให้เงินไปซื้อเองมากกว่า )


    ชุดกระดาษไหว้บรรพบุรุษ จะมีลักษณะ ที่ต้องไหว้ไม่กี่อย่าง แต่เหมือนเป็น รายการบังคับว่า ว่าต้องมีครบเซ็ทประมาณนั้น และ รูปทรงที่ไหว้คนตาย ก็จะไม่นำไปไหว้เทพเจ้า ( ของพระของผี แยกกันคนละรูปทรง)

    - ตั่วกิม 
    - อวงแซจี้
    - กิมเตียว หรือ ทองแท่ง
    - กิมจั้ว 
    - แบงค์กงเต๊ก
    - เฝ้า ชุดเสื้อผ้าคนตาย

    ชุดไหว้เทพเจ้า อันที่จริงมีหลากหลายแบบ และ มีรูปลักษณ์ที่แตกต่างหลายทรง สามารถปรับเปลี่ยนได้ ตามลักษณะเทพเจ้าที่เรานับถือ แต่โดยรวมแล้ว ลวดลายที่ใช้ไหว้เจ้า ก็ลายไหนก็ไหว้ได้หมด ยกเว้นรูปแบบของคนตาย จะไม่นำมาไหว้เทพเจ้า ( เงินผี เงินเจ้าแยกกัน)

    - ค้อซี
    - กอจี้





    ความต่างของการไหว้บรรพบุรุษ กับ เทพเจ้า จะอยู่ตรงที่ การไหว้บรรพบุรุษ จะมีการตั้ง ชามข้าว พร้อม ตะเกียบ  น้ำชา และ เหล้าจีน  ส่วนการไหว้เทพเจ้า จะไม่มีการวางตะเกียบ เหล้า หรือ น้ำชา เป็นการตั้งชามข้าวพร้อมกับอาหาร โดยไม่วางตะเกียบข้างชามข้าว  การวางอาหารไหว้เทพเจ้าจะวางบนแท่นบูชา ไม่มีการตั้งเก้าอี้ให้นั่งทาน 

    การไหว้เทพเจ้าในงานสาร์ทจีน เน้นแค่ไหว้พอเป็นพิธี ไหว้ในบ้าน ก่อนเส้นไหว้บรรพบุรุษ ต่างกับตรุษจีน ที่เน้นไหว้เจ้าเป็นหลัก ต้องการขอพรปีใหม่ จะมีการไหว้ทั้งในบ้านและนอกบ้าน ตามศาลเจ้า และ สถานที่ศักดิ์สิทธิ์ต่างๆที่ตนเองนับถือ เพื่อขอพรในการเริ่มต้นปีใหม่ พิธีกรรมสำหรับเทพเจ้าจึงมีไม่มากนัก ต่างกับตรุษจีน ที่พิธีกรรมการไหว้ เทพเจ้าจะมีมากกว่า 


     




Views

เข้าสู่ระบบเพื่อแสดงความคิดเห็น

Log in