ไดอารี่ของฉันatcha
ไอโฟนหาย!
  • วันก่อนฉันไปซื้อของที่ร้านขายส่งขนมแถวตลาดบางกอกน้อย ไปถึงเจอสามล้อเจ้าประจำ ก็จองคิวเอาไว้เลย จังหวะที่ฉันซื้อขนมเสร็จ ก็มีลูกค้าอีกคนที่เป็นลูกค้าประจำของสามล้อ จะเรียกใช้บริการเช่นกัน แต่ว่าฉันจองคิวก่อน แล้วฉันก็ซื้อเสร็จแล้วด้วย จะให้ฉันรอรถไปส่งลูกค้าอีกคน 15-20 นาที ฉันไม่รอ

    เมื่อฉันไม่ให้แซงคิว สามล้อก็เลยทำเวลา ขับมาส่งฉันก่อน อย่างซิ่งเลย เพื่อทำเวลากลับไปรับลูกค้าอีกเจ้าให้ทัน ขับผ่านซอย หลังเต่าอะไรก็ไม่ชะลอรถเลย  นั่งตัวลอย กระโดดอยู่หลายที ขับไม่เกรงใจคนนั่งหลังเลย 

    พอส่งฉันเสร็จ สามล้อก็รีบไป ฉันลงรถก็มองที่เบาะนั่งนะ ว่าไม่มีอะไรตกหล่น พอสามล้อไปแล้ว ฉันก็หิ้วของที่ซื้อมาเข้าบ้าน  คราวนี้แหละ พอจับกระเป๋ากางเกงตนเอง ไม่มีโทรศัพท์มือถือ อ้าว..แล้วมันหายไปตอนไหน มั่นใจว่าพกออกจากบ้านนะ ไปที่ร้านขายขนม ก็ยังมีโทรศัพท์ติดตัวอยู่นะ 

    แสดงว่า หล่นตอนที่สามล้อกระโดดๆ นั่งตัวลอย กระเด็นจากเบาะหลายที น่าจะเป็นจังหวะที่ทำให้โทรศัพท์หลุดจากกระเป๋ากางเกงแน่เลย 

    พอนึกขึ้นได้ ก็รีบโทรเข้าเครื่องตนเองอยู่หลายที ก็ไม่มีคนรับสาย  คราวนี้ก็เลยต้องรีบเรียกวินมอไซด์ กลับไปที่เดิม ตรงร้านขายขนม เพื่อไปหาสามล้อ  ปรากฎว่า สามล้อไปส่งลูกค้าอีกเจ้าแล้ว กลับไปไม่ทัน  ก็บอกทางร้านขายขนมเอาไว้นะ ถามมีเบอร์สามล้อเจ้านี้ไหม เขาก็บอกว่าไม่มี  ก็เลยฝากเบอร์เอาไว้ ถ้าสามล้อกลับมา ให้ช่วยบอกให้เขาโทรกลับหน่อย  ทางร้านก็รับปาก 


    ฉันกลับมาบ้าน ฉันใจไม่ค่อยอยู่กับเนื้อกับตัวเลย กังวัลมาก กลัวว่าจะไม่ได้คืน โทรศํพท์สำคัญกับฉันมาก เพราะทุกวันนี้ ฉันทำมาหากินกับโทรศํพท์เนี่ยแหละ  ผูกกับบัญชีธนาคารหลายแห่ง ผูกกับทรูมันนี่ ผูกกับแอร์เพย์ ผูกกับแอพบัตรเครติด สารพัดการเงิน 

    ยังดีที่บางแอพ ฉันผูกกับโทรศัพท์สำรองอีกเครื่อง อย่าง ทรูมันนี่ สามารถใช้งาน 2 เครื่องได้พร้อมกัน พอเครื่องหลักไม่อยู่ ก็ยังเอาเครื่องสำรอง มาทำงานหาเงินได้  หรือ แอพธนาคารกรุงเทพ ฉันก็ผูกไว้กับโทรศัพท์ 2 เครื่อง ดังนั้นพอเครื่องหลักหาย เครื่องสำรองก็ยังใช้ทำงานแทนได้  แต่แอร์เพย์ ผูกได้เครื่องเดียว เพราะทุกครั้งที่ใช้งานอีกเครื่อง จะต้องใส่รหัสจากเครื่องหลัก พอเครื่องหลักหาย เครื่องสำรองก็ใช้งานไม่ได้ ดังนั้น จึงใช้งานเครื่องเดียว พอเครื่องหลักไม่อยู่ คราวนี้ก็ไม่ต้องใช้แอร์เพย์ทำมาหากินเลย เติมเกมส์ให้ลูกค้าไม่ได้  เรียกว่ามีเครื่องสำรองใช้งานได้แค่บางอย่างแต่ไม่ทั้งหมด  แล้วแอพอื่นๆที่ไม่ได้ผูกกับเครื่องสำรองเอาไว้  ถ้าต้องไปตามระงับชั่วคราวทุกอย่าง มันก็เหนื่อยนะ 


    ฉันใช้โทรศัพท์สำรอง หัวเว่ย เข้าบัญชีจีเมล์ เครื่องหลัก เพื่อดูการเดินทางของตนเอง  ก็ทำให้เห็นว่าโทรศัพท์มันเดินทางไปไหนบ้าง แต่พอใช้เครื่องสำรองล็อคอินว่าเราอยู่กับที่ ลายเป็นว่าเส้นทางมันสับสน เหมือนบัญชีไม่เดินทางแล้ว เช็คอินที่บ้านแทน ก็เลยต้องหยุดใช้จีเมล์ เช็คการเดินทาง

    ไปเข้าเวปไซด์ iClound ล็อคอินเข้าบัญชีตนเอง แล้วกดค้นหาไอโฟน พอเช็คดูตำแหน่ง รถสามล้อกลับไปที่ตลาดบางกอกน้อยอีกครั้ง  ฉันก็รีบนั่งวินมอไซด์กลับไปตลาดอีกที  ตำแหน่งอยู่แต่รถสามล้อไม่อยู่ คราวนี้ฉันไปที่ร้านขายขนมอีกครั้ง เพื่อขอเบอร์ที่ร้าน เผื่อจะได้โทรมาตาม

    ฉันโทรเข้าเครื่องตนเองอยู่หลายที ก็ไม่มีคนรับสาย ก็เลยเข้าเวปไซด์ iClound อีกครั้ง เพื่อล็อคเครื่อง แล้วขึ้นข้อความว่า โทรศัพท์หาย ให้โทรแจ้งที่เบอร์สำรอง  แล้วก็ดูว่าโทรศัพท์อยู่ไหน ฉันรู้สึกว่า การชี้ตำแหน่ง มีความคลานเคลื่อน ได้แค่บริเวณใกล้ๆเคียง แต่ไม่ค่อยตรงจุดเท่าไหร่  บางทีตำแหน่งก็ขึ้นอยู่บนพื้นที่อาคาร ที่ไม่ใช่ถนน บางครั้งก็ค้างที่กลางถนนเป็นเวลานั้น ถ้ารถติดยังไงก็ไม่เกินครึ่งชั่วโมงก็ควรจะเคลื่อนใช่ป่ะ  แต่มันค้างอยู่ตรงนั้นตั้งนานไม่เคลื่อนไหว ไปค้างบนเกาะกลางถนนก็มี 

    จนเที่ยงกว่า รถสามล้อน่าจะกลับบ้าน เพราะตำแหน่งไปค้างอยู่ในซอยลึกมาก ไม่มีการเคลื่อนไหว โทรไปก็ไม่มีคนรับสายอีก  ทั้งๆที่น่าจะจอดรถที่บ้านแล้วนะ  จนปัญญาจะตามจริงๆ  แต่ก็ยังดีใจว่า ยังเห็นสัญญาณอยู่ แปลว่ายังไม่โดนติดเครื่อง แล้วถ้าค้างอยู่ที่บ้านเจ้าของสามล้อ แปลว่าถ้าเจ้าของสามล้อได้ไป ไม่โดนผู้โดยสารคนอื่นเอาไป มีโอกาสได้คืน  ถ้าสัญญาณโทรศัพท์ไปขึ้นแถวคลองถม อนาคตดับวูบแน่ เพราะคนที่เจอ ต้องเอาไปขาย หรือปลดล็อคแน่นอน แต่สัญญาณไม่ได้ไปแถวนั้นเลย ก็สบายใจได้ 

    ตลอดบ่ายถึงดึก ไม่มีการเคลื่อนไหว  ตำแหน่งค้างอยู่ที่เดิม  จนฉันแปลกใจ สามล้อทำงานครึ่งวัน กลับไปนอนแล้วหรอ ตอนบ่ายก็ไม่วิ่งรถด้วย ถึงเย็นก็ยังไม่ออกมาทำงานอีก 

    ในใจก็ได้แต่ภาวนานะ ขอให้ได้คืน กลางคืนนอนก็ยังกังวลอยู่นะ แต่ก็แอบหวังว่าจะได้คืน



    เช้าวันรุ่งขึ้น ฉันมาเช็คตำแหน่งไอโฟนของตนเองอีกครั้ง น่าตกใจ มันวิ่งไปวิ่งมาตั้งแต่ตี1 วนๆอยู่แถวตลาดเช้าหัวรถไฟบางกอกน้อย แล้วก็ตลาดบางกอกน้อย วิ่งไปวิ่งมา แปลว่า คนขับสามล้อ ทำงานตั้งแต่ เที่ยงคืน ยันเที่ยงวัน พอตลาดวาย ก็กลับไปนอน พอตลาดขายส่งเริ่มทำงาน ก็ออกไปทำงาน  ถ้าคนไม่รู้ว่าทำงานกี่โมง  เห็นว่าเลิกงานเที่ยงก็กลับไปนอนแล้ว คงคิดว่าเขาขี้เกียจมากแน่ๆเลย ทำงานแค่ครึ่งวันเอง  แต่ที่ไหนได้ ตอนเช้าที่เจอ 9 โมง คือ เขาทำงานมาแล้ว 9 ชั่วโมง เที่ยงถึงได้กลับไปนอน 

    ถ้าผ่านตี 1- 7 โมงเช้า ที่ฉันพึ่งตื่นนอนมาเช็คโทรศัพท์ แล้วตำแหน่งยังวิ่งไปวิ่งมาอยู่บนสามล้อ ผ่านผู้โดยสารมาไม่รู้กี่ราย แปลว่าไม่มีใครเห็นโทรศัพท์เลย แม้แต่เจ้าของรถก็ไม่รู้ว่ามีโทรศัพท์ตกอยู่ในรถตนเอง  แต่ตำแหน่งรถ ยังไม่มาจอดที่ตลาดเช้าบางกอกน้อย ที่ฉันไปเจอประจำ ก็เลยยังไม่โทรตาม

    ปล่อยเวลาให้ผ่านไป จน 9 โมงเช้า ก็เช็คตำแหน่งอีกที  อยู่เลยตลาดไปหน่อย แปลว่าคาดเคลื่อนไปนิดนึง เพราะเขาน่าจะจอดที่ประจำ ตรงข้ามตลาด แต่ตำแหน่งขึ้นว่าเลยตลาดขึ้นไป 

    ฉันโทรกลับไปร้านขายขนม ที่เมื่อวานขอเบอร์โทรเอาไว้  ถามว่าคนขับสามล้อ อยู่แถวนั้นหรือเปล่า  เขาถามฉันกลับมาว่า " ไม่ไปตามโทรศัพท์ละ "   ฉันก็ตอบไปว่า " กำลังตามอยู่นี่ไง มันอยู่บนรถสามล้อ รบกวนช่วยตามคนขับสามล้อมาคุยหน่อยได้ไหมคะ "  เจ้าของร้าน ก็เลยไปตะโกนคุยกับคนขับสามล้อ ที่ไปจอดรถอยู่ฝั่งหน้าตลาด ตรงข้ามกับร้านขนม 

    คนขับสามล้อ ก็เลยเช็ครถตนเอง เจอโทรศํพท์จริงๆด้วย เขาก็ถามกลับมาคนไหน เจ้าของร้านตอบไปว่า " คนขาวๆอะ " ฉันก็สงสัยว่า แล้วคนขับสามล้อจะรู้หรอ คนขาวๆคนไหน  ฉันก็เลยพูดแทรกระหว่างที่เขาตะโกนคุยกัน ลงไปในสาย ว่าคนที่เขาส่งที่อยู่ที่ไหน บอกที่อยู่ของฉันไป   พอคนขับรถรู้ ก็ร้อง อ้อ..นึกออกทันที ขับรถมาส่งโทรศัพท์ให้

    ฉันรับมารอโทรศัพท์หน้าบ้านเลย สักพัก รถสามล้อก็มาจริงๆ  เขาบอกว่า หล่นข้างเบาะตรงล่องฝั่งซ้าย ที่อยู่ระหว่างเบาะนั่งกับ ราวจับด้านข้าง โชคดีฝนไม่ตก ทำให้โทรศัพท์ไม่เปียก  ปรกติฉันจ่ายค่ารถ 60 บาท แต่คราวนี้ เอาโทรศัพท์มาส่ง จ่ายให้ 100 บาท ถือว่าถูกมาก สำหรับการได้โทรศัพท์คืน

     เพราะฉันมาคิด จะซื้อโทรศัพท์ใหม่ ไอโฟน 11 ตอนนี้ก็ยังไม่ควรจะซื้อ  เพราะอีกไม่กี่วัน ไอโฟน 12 ก็จะออกมาแล้ว แล้วราคาไอโฟน 11 ก็จะตกลงมาอีก ลดราคาลง  เพียงไม่กี่วันเอง ไม่ควรใจร้อนจะซื้อตอนนี้เลย  ดังนั้นการได้เครื่องเก่ากลับมา ถือว่าเป็นการดีที่สุด  ส่วนจะเปลี่ยนเครื่องใหม่ ก็รอจังหวะที่ราคาไอโฟนถูกลงจะดีกว่า ซึ่งไม่ควรจะเป็นเวลานี้

    รวมเวลาที่เครื่องหายไป ประมาณ 23 ชั่วโมง ที่ลุ้นระทึกว่าจะได้คืนหรือเปล่า  ถ้าไม่ใช่สามล้อเจ้าประจำ อาจจะไม่ได้คืน โชคดีจริงๆ เป็นเรื่องที่โชคดีมาก 

    พอได้โทรศัพท์คืน ฉันก็สงสัยว่า แล้วฉันจะปลดล็อคโทรศัพท์หายยังไง  ล็อคเองแต่ไม่รู้วิธีปลดล็อค ก็ลองค้นหาในเน็ต ก็มีแต่คนอืืนที่ไม่ใช่เจ้าของเครื่องต้องการปลดล็อค ส่วนเจ้าตัวจะปลดยังไงล่ะ ก็คิดอยู่นาน หาข้อมูลในเน็ตก็ไม่มี   แต่พอเอานิ้วแตะ ขึ้นให้ใส่รหัส แค่นี้ก็ปลดล็อคได้แล้ว  เออ..มันง่ายกว่าที่คิดนะ




    พอมาเช็คโทรศัพท์ที่ไม่ได้อยู่กับตัว 23 ่ชม. ก็เห็นสายโทรศํพท์มีคนโทรเข้ามา เซลล์โทรมาขายของช่างมันไปก่อน  เจอสายช่างซ่อมตู้น้ำ ต้องโทรกลับ  เพราะนัดเอาไว้เมื่อวาน ดันไม่มา พอโทรไป เขาก็บอกว่า จะขอเลื่อนมาวันนี้  แต่ก็ไม่เป็นไร  เข้าวันนี้ก็ได้ เพราะฉันต้องการให้ช่างมาเปลี่ยนไส้กรองน้ำ

    ตามกำหนด เป็นการเปลี่ยนไส้กรอง 3 ไส้ 500 บาท ระหว่างที่ช่างกำลังเปลี่ยนไส้กรอง  ฉันก็เม้าท์ว่าช่วงโควิดที่ผ่านมา ตู้น้ำ ทำเงินได้ค่อนข้างมาก  เพราะคนอยู่บ้านเยอะ ก็มากรองน้ำเยอะ ทำให้รายได้ จากเดือนละ 3-4พันบาง กลายเป็น 6 พันกว่าบาท  ตู้น้ำตู้นี้ขายดีมากช่วงโควิด พอเลยโควิดมา ปลดล็อคแล้วก็กลับมาเท่าเดิม 

    คุยเม้าท์ไปเม้าท์มา ช่างเช็คไปเช็คมา บอกว่า น้ำไหลช้าเพราะเมนเบน มีปัญหาต้องเปลี่ยน เสียเงินเพิ่มอีก 800 บาท  ทั้งที่ยังไม่ครบกำหนดเลย ต้องครั่้งหน้า  พอให้เช็คถ่านเครื่องให้หน่อย รู้สึกว่าน้ำจะไหลน้อยลง พอช่างเช็คก็เห็นว่าปั้มมีปัญหา ต้องเปลี่ยนใหม่ เสียเงินอีก 2,700 บาท 

    สรุปคือ ฉันไม่น่าโม้เลยว่าตู้น้ำขายดี ทำให้เจอโน้นเสีย นี่พัง ต้องเปลี่ยน ครั้งก่อน บ่นว่า เจอ กทม. เก็บเงินภาษีตู้น้ำ จาก 2,000 เหลือ 500 บาท  ก็ยังเห็นใจฉันนะ ช่วยฉันประหยัด โน้นก็ยังใช้ได้ นี่ก็ยังไม่ต้องเปลี่ยน จ่ายน้อยลง จากเคยเปลี่ยนไส้กรอง 700 บาท กลายเป็น 500 บาท  พอโม้ว่าตู้น้ำขายดีหน่อย เอาฉั้นซะเต็มที่เลย รวมแล้ว ต้องจ่ายค่าซ่อมตู้น้ำไป 4,000 บาท  เท่ากับรายได้เดือนที่แล้วทั้งเดือนเลยนะ  สิงหามันหมดโควิดแล้วนะ รายได้มันก็กลับมาที่เดิม ไม่ได้ดีเหมือนก่อนนะ 

    เดือนนี้ตู้น้ำ ไม่ได้มาช่วยฉันจ่ายค่าน้ำค่าไฟเลย ต้องเอามาจ่ายค่าซ่อมตัวเองหมด ขาดรายได้ไปทั้งเดือนเลย  ครั้งหน้าจะไม่โม้แล้ว ว่าตู้น้ำทำรายได้ดี  



    จังหวะคนจะซวยนะ โชคดีที่ไม่ต้องเสียเงินซื้อโทรศัพท์ใหม่ แต่ก็ยังมีโชคร้ายต้องจ่ายอยู่ดี  ไม่จ่ายเป็นค่าโทรศัพท์ใหม่ ก็ต้องมาจ่ายค่าซ่อมตู้น้ำแทน  มันก็ต้องมีเรื่องให้เสียเงิน  แต่ก็ยังโชคดีอยู่ เพราะว่า ค่าซ่อมตู้น้ำ ยังไงก็ถูกกว่าค่าไอโฟนเครื่องใหม่อยู่ดี   ถือว่าเสียน้อยดีกว่าเสียมาก  
Views

เข้าสู่ระบบเพื่อแสดงความคิดเห็น

Log in