Midnight Thought (ทูคิมดง)myephemeralmind
OS: A day with you

  • Note: from Joylada #วันของเดี่ยว -- เดี่ยว-ดงฮัน/เดย์-ดงฮยอน







    “ช่วยถือมั้ย”



    “หือ”



    “กระเป๋าอ่ะ ไม่ก็ไมค์ก็ได้”



    เดี่ยวเอ่ยกับเดย์ที่ง่วนอยู่กับการเซ็ทเครื่องบันทึกเสียงในมือของตน อันที่จริงเดี่ยวก็พอจะคุ้นๆหน้าตาของเจ้าเครื่องนี้อยู่สมัยรุ่นพี่วานออกกองให้ไปช่วยทำเสียง แต่ตอนนั้นเขาไม่ได้อัดเสียงตัวเองแบบที่เดย์กำลังจะทำนี่นา



    เดย์กำลังสวมหูฟังครอบหูที่สายเสียบอยู่กับเครื่องบันทึกเสียงที่มือซ้ายของเจ้าตัวกำลังถืออยู่ ส่วนมืออีกข้างก็ถือไมโครโฟนไปด้วย บนไหล่มีทั้งกระเป๋าผ้าลายละครคณะสมัยปีหนึ่งของเจ้าตัว ทับด้วยกระเป๋าใส่อุปกรณ์เหล่านี้ มองดูและพะรุงพะรังไปหมดจนเดี่ยวอดเอ่ยปากเสนอความช่วยเหลือไม่ได้



    “ไม่เป็นไรๆ เดี๋ยวเราต้องถือไมค์เดินไปเดินมาอยู่แล้ว”



    “งั้นเอาเป๋ามา จะได้สะดวก” ว่าแล้วก็เอื้อมมือไปจับไมค์ออกจากมือของอีกฝ่ายไว้ก่อน จะได้สะดวกกับการรับกระเป๋าที่ไหล่ของเดย์มา “จะได้ไม่มีเสียงรบกวนไง”



    เดย์ทำหน้าครุ่นคิดตามคำพูดของเขา ก่อนจะยอมส่งกระเป๋ามาให้เดี่ยวช่วยถือแต่โดยดี เดี่ยวอมยิ้มอย่างภาคภูมิใจเล็กน้อยที่คนขี้เกรงใจระดับล้านอย่างเดย์ยอมให้เขาช่วยถือกระเป๋าในตอนนี้



    ขนาดว่าเป็นแฟนกันมาก็หลายปีแล้ว ยังไม่เลิกเกรงใจเวลาเขาจะช่วยอะไรเล็กน้อยแบบถือของเลยล่ะนะ



    “เดี๋ยวเราจะเริ่มอัดเสียงแล้ว ถ้าเบื่อไปเดินดูงานรอบๆก่อนก็ได้นะ”



    “โอเค” ตอบไปงั้นแหละ



    เดี่ยวไม่ได้ตั้งใจจะไปไหนไกลจากจุดที่เดย์อยู่อยู่แล้ว







    “เดี่ยว”



    “ว่า”



    “ที่สินกำเขามีจัดงานอ่ะ เป็นพวกบูทผลงานนิสิต มีการแสดง มีร้านค้าด้วย อยากไปเดินมั้ย” เดย์เอ่ยพร้อมเปิดโพสท์ในเฟซบุ๊คไปด้วย เดี่ยวพยักหน้าเล็กน้อยทำให้เดย์ยิ้มกว้างออกมา แต่สักพักก็จ๋อยลงไปเมื่อนึกอะไรบางอย่างออก “แต่เรามีงานอัดเสียงนอกสถานที่ต้องทำอ่ะ...”



    “ก็ดีหนิ”



    “คือมันอาจจะนานอ่ะ ต้องอัดเสียงพูดเปิดรายการ พาผู้ชมทัวร์งานอะไรงี้ กลัวจะทำให้กร่อยก่อนที่ชวนไปแต่เราต้องแยกไปทำงานงี้...”



    “อย่าคิดมากดิ” เดี่ยวหัวเราะในลำคอพร้อมเอื้อมมือไปขยี้หัวของคนตรงหน้าที่คิดเล็กคิดน้อยจนคิ้วขมวดเข้าหากัน “เราก็เดินไปด้วยตอนเดย์ทำงานไง แบบนี้ก็ไม่กร่อยแล้ว เนอะ”





    “เขามาทำไรวะ ล่าท้าผีเหรอ” เสียงของคนที่เดินผ่านทางด้านหลังทำให้เดี่ยวหลุดออกจากภวังค์พร้อมกับขำพรืดออกมา เมื่อมองไปเห็นคนตรงหน้าของเขากับเครื่องบันทึกเสียงที่หน้าตาคลับคล้ายคลับคลาเหมือนเครื่องจับวิญญาณตามรายการล่าท้าผีจริงๆ



    เดย์ยืนอยู่ในมุมที่เจ้าตัวประเมินแล้วว่าจะไม่ขวางทางคนที่เดินชมงาน ปากขยับเจื้อยแจ้วไปตามสคริปต์ที่ต้องพูดพร้อมกับใบหน้าสดใสประหนึ่งมีกล้องกำลังจับเอาไว้จริงๆ



    “เอาล่ะครับคุณผู้ชม ตอนนี้เรากำลังอยู่ในบริเวณงานแล้ว ทางด้านซ้ายของผมเป็นบูธวาดรูปเหมือนจากผลงานของนิสิตเลยนะครับ ส่วนทางด้านขวาเป็นซุ้มเครื่องประดับแฮนด์เมดด้วย...”



    เดย์ที่กำลังถือไมค์พูดสะท้อนภาพจำของเดี่ยวตอนงานโอเพ่นเฮ้าส์สมัยปีหนึ่งที่เจ้าตัวรับหน้าที่เป็นพิธีกร ตอนนั้นมีน้องมัธยมกรี๊ดกร๊าดหลายคนเลยล่ะ เดี่ยวยังจำได้ตอนที่ตัวเองอาศัยหน้าที่ช่างภาพของงานยกกล้องขึ้นบันทึกภาพตอนนั้นเอาไว้จนเมมแทบเต็ม



    ตอนนี้เดี่ยวไม่ได้เป็นช่างภาพในงานเหมือนตอนปีหนึ่ง แต่เขากำลังยกกล้องฟิล์มที่สะพายไว้ข้างตัวขึ้นมา ในช่องมองภาพปรากฏภายคนตรงหน้าเขาที่กำลังยิ้มสดใสสู้กับบรรยากาศรอบตัวกับกลุ่มคนที่ผ่านไปมาและมองแปลกๆ



    มือซ้ายของเดียวหมุนวงแหวนโฟกัสอย่างใจเย็น ไม่รีบร้อน ปรับค่าจนฉากหลังทุกอย่างเบลอลง มีเพียงคนที่เขาจะถ่ายเท่านั้นที่เด่นชัดออกมา





    ฉันเพียงอยากขอหยุดเวลาไว้ก่อน



    เพียงชั่วคราวหากเธอรับรู้ว่ามันไม่ง่ายดายเท่าเดิม





    เสียงจากวงดนตรีที่อยู่ไม่ไกลจากจุดที่พวกเขายืนอยู่ลอยเข้ามา เป็นจังหวะเดียวกับที่เขากดปุ่มชัตเตอร์ลง



    แชะ!




    “ชิบหาย”



    มีแสงแฟลชวาบขึ้นมาพร้อมเสียงชัตเตอร์จนเดี่ยวเผลอสบถเบาๆ เขาลดกล้องลงมาทันที ปรากฏภาพของเดย์ที่มองมาทางเขาและกำลังขำอยู่







    ฉันเพียงอยากขอเก็บรอยยิ้มนี้ก่อน



    รู้ว่ามีความหมายบางอย่าง ขอแค่เราได้นึกถึงเวลานี้





    “หน้าเดี่ยวตอนนั้นตลกมากจนเราหลุดขำอ่ะ เทคนั้นเลยใช้ไม่ได้เลย ต้องอัดใหม่” เดย์บ่นยิ้มๆกับเขาตอนจบงานที่ทั้งคู่กำลังเดินกลับด้วยกัน เดี่ยวคืนกระเป๋าผ้าให้เดย์กลับไปสะพายเองแล้ว แต่ยังดึงดันที่จะช่วยถือกระเป๋าไมค์อยู่ดี



    “ลืมไปว่าพอแสงน้อยแล้วแฟลชมันจะเปิดเองอ่ะ”



    “ล้างแล้วเอาภาพมาดูด้วยดิว่าเราตลกมั้ย ตอนอัดเสียงโคตรอายเลยไปยืนพูดอะไรไม่รู้อยู่คนเดียว”



    “ไม่ตลกหรอก เราเล็งดีแล้ว”



    “ให้มันจริง” เดย์ยู่ปากเล็กน้อย “แล้วเป็นไงอ่ะชอร์ตฟิล์ม สรุปดีลน้องฮ่องเต้ได้ป่ะ”



    “ได้ๆ”



    “ละทำจากเรื่องอะไรอ่ะ เห็นแคสแล้วอยากรู้เลย”



    “ค่อยดูตอนตัดเสร็จดีกว่า เล่าแล้วเดี๋ยวไม่เซอร์ไพรส์”



    “โอเค้” เดย์ยู่หน้าใส่เขาอีกครั้ง ก่อนจะโบกมือลาเมื่อถึงทางแยกที่เดย์ต้องไปขึ้นบีทีเอสแล้ว “ถึงแล้วเดี๋ยวไลน์หานะ เดินกลับหอดีๆ”



    “กลับดีๆเหมือนกันครับ”



    เดย์ยิ้มพร้อมกับโบกมือลาเขาอีกครั้งก่อนจะกึ่งเดินกึ่งวิ่งจากไปจนแผ่นหลังค่อยๆเล็กลงจนหายลับตา



    เรื่องที่เขาอุบเอาไว้ อยากให้เดย์ได้ดูตอนตัวหนังเรียบร้อยดี



    โจทย์ให้ทำหนังสั้นจากเหตุการณ์ที่สุดในชีวิตที่เดี่ยวคิดจะทำนั้นเป็นเหตุการณ์ที่เหมาะแก่การถ่ายภายในระยะเวลาหนึ่งอาทิตย์ที่อาจารย์กำหนด และเป็นเหตุการณ์ที่สุดของเขาเช่นกัน





    ‘เดี่ยวมีไรเหรอ’



    วันนั้นที่เขากดคอลผิดไปหาเดย์นั่นแหละ เรื่องน่าตกใจที่สุดในชีวิต



    จุดเริ่มต้นของทุกอย่างจนวันนี้









    #มนต101 #วันของเดี่ยว 

เข้าสู่ระบบเพื่อแสดงความคิดเห็น

Log in