Midnight Thought (ทูคิมดง)myephemeralmind
OS: Have a nice day

  • Note: from Joylada วันของเดี่ยว

    เดี่ยว-ดงฮัน/เดย์-ดงฮยอน//ย้ง-ยงกุก/วี-แดฮวี (นอกเหนือจากนี้คือตัวละครสมมติ)






    “อยากมีแฟนอ่ะ”



    เดย์หยุดชะงักการตอกตะปูแล้วเงยหน้าขึ้นมองปูเป้ เพื่อนผู้หญิงในชั้นปีเดียวกันที่กำลังช่วยเขาจับท่อนไม้มาต่อกัน



    “อารมณ์ไหนเนี่ยปูเป้”



    “เหงาอ่ะ ไหนรุ่นพี่บอกว่าทำฉากแล้วจะได้แฟน”



    “นี่มาทำฉากเพราะงี้เหรอ” เดย์ก้มลงไปตอกตะปูต่อ



    คณะที่เดย์เรียนอยู่มีละครเวทีประจำปีที่เป็นผลงานของนิสิตเอง ในการทำละครนั้นมีหลายฝ่ายให้นิสิตแต่ละชั้นปีไปคัดเลือกได้ หรืออย่างบางฝ่ายก็สามารถร่วมได้เลยโดยไม่ต้องผ่านการคัด การทำฉากของละครนั้นไม่ใช่ฝ่ายซะทีเดียว มีเพียงกลุ่มคนที่เป็นเฮดหลักของงาน แต่ว่านิสิตคนไหนที่สนใจก็สามารถมาช่วยทำได้ทุกวันตอนเย็นที่ใต้โถงอาคารเรียน เดย์ไม่ได้สมัครฝ่ายไหนหรือมีฝ่ายไหนที่สนใจเป็นพิเศษจึงเลือกที่จะมาทำฉากเพราะเห็นว่าน่าสนุกดี ประกอบกับดูเป็นการที่จะได้รู้จักคนมากขึ้น อย่างน้อยๆเดย์ก็สนิทกับย้งและปูเป้ เพื่อนร่วมรุ่นที่มาทำฉากแทบทุกวันเหมือนกัน



    “ประมาณหนึ่งในสามของเหตุผลหลัก แต่ที่มาทำก็ดูไม่น่าได้อ่ะ” ปูเป้บ่น “เกิดมาเรายังไม่เคยมีแฟนเลยอ่ะ นึกว่าเข้ามหาลัยแล้วจะมีแฟนซะอีก”



    “เราก็ไม่เคยมีเหมือนกัน” เดย์พูดพลางพลิกไม้เช็คดูความเรียบร้อย ปูเป้ทำตาโต เธอนั่งย่อตัวลงมาจ้องหน้าเขาเขม็ง



    “เดย์อ่ะนะไม่เคยมีแฟน”



    “แปลกเหรอ” เดย์เลิกคิ้วในตอนที่ลุกขึ้นยืน ปูเป้ยืนตาม ทั้งสองช่วยกันขนไม้ที่ตอกขึ้นโครงเรียบร้อยไปเก็บเข้ามุม



    “เดย์ดูน่าจะมีคนมาจีบเยอะอ่ะ มีคนมาจีบเยอะป่ะ”



    เดย์พยายามคิดทบทวน เขานั้นไม่ได้ข้องเกี่ยวกับเรื่องความรักเลย ไอ้ความรู้สึกชอบพอใครสักคนก็คงมีบ้าง แต่วันๆของเดย์ก็เทไปให้กับเพื่อน ยิ่งก่อนเข้ามหาวิทยาลัยก็ไปโฟกัสเรื่องเรียงและการสอบเข้าซะมากกว่า เพราะงั้นถึงจะเคยรู้สึกแอบประทับใจใครหรือมีใครมาเข้าหา เดย์ก็ไม่ได้คิดจะสานต่อความสัมพันธ์เหล่านั้น



    ต้องเรียกว่าเขาไม่เคยคิดจะสานต่อความสัมพันธ์อะไรมากกว่าล่ะมั้ง



    เพราะแบบนั้น เดย์เลยเลือกจะส่ายหัวแทนคำตอบ ปูเป้พยักหน้าทำความเข้าใจ มีเสียงเอะอะมาจากทางขึ้นตึกเรียกความสนใจของคนทั้งคู่ ขณะนี้ได้เวลาที่คนจากห้องเวิร์คชอปอันประกอบด้วยทีมกำกับ ทีมแสดงและทีมแดนซ์จะลงมาจากการฝึกซ้อม



    “พี่โอ๊ตหล่ออ่ะ” ปูเป้กำลังพูดถึงรุ่นพี่ที่ได้รับบทพระเอกละครปีนี้ด้วยหน้าตาสดใส



    “นี่คือเหตุผลที่สองของการทำฉากป่ะ”



    “นับว่าเป็นกำไร” เธอยิ้ม “เดย์ไม่มีเหรอ คนที่รอเจอตอนทำฉากอ่ะ”



    “ไม่มีหรอก”



    ก็เพราะคนที่รอเจอน่ะ เจอได้แค่ตามเวลาเรียนนี่นา ถึงหลังๆจะเจอบ่อยขึ้นหน่อยเพราะต้องทำงานกลุ่มด้วยกันก็เถอะ







    เดย์ก็ไม่ค่อยเข้าใจตัวเองนัก ว่าอะไรที่ทำให้เพื่อนคนหนึ่งในคณะที่เดย์รู้จักเขาระดับหนึ่งจะกลายเป็นคนที่ทำให้รู้สึกอยากเจอในแบบที่ไม่เหมือนอยากเจอกับพวกวี เดย์แค่รู้สึกว่าเขาเป็นคนใจดีในแบบที่ใบหน้านิ่งๆของเขามักไม่แสดงออก แต่มันส่งผ่านกระทำเสมอทุกครั้งที่ได้เจอกัน



    เดย์ชอบความรู้สึกดีๆที่เกิดขึ้นกับตัวเองเวลาที่เจอเขาคนนั้น





    “ย้ง เพื่อนกลุ่มย้งไม่มาทำฉากบ้างเหรอ” ปูเป้ถามขึ้นขณะที่เดินไปหาย้งที่กำลังนั่งเหลาโฟมอย่างขยันขันแข็ง ย้งเงยหน้าจากสิ่งที่ตัวเองจดจ่อแล้วส่ายหัวไปมา



    “ไม่มาหรอก พวกแม่งบอกว่าขี้เกียจกัน”



    ผิดจากที่คิดที่ไหนล่ะ ก็บอกแล้วคนที่อยากเจอน่ะ เจอได้แค่ตามห้องเรียนเท่านั้นแหละ





    แต่บางวันก็ไม่ใช่แบบนั้น



    บางวันที่เดย์เอ่ยปากชวนโดยไม่ได้คาดหวังอะไร คนคนนั้นก็มาทำฉากด้วยกันอย่างว่าง่าย



    “เดี่ยว มึงต้องรีดกระดาษให้มันเรียบด้วย อย่าให้กาวเยอะเกินไป ไม่งั้นเวลามันแห้งมันจะพอง” ย้งที่ชำนาญกว่าใครกำลังอธิบายเพื่อนของเขาในการแปะเปเปอร์มาเช่ เดี่ยวพยักหน้ารับรู้แล้วลงมือทำต่อตามที่เพื่อนของเขาบอกไว้



    เดย์ลอบมองเหตุการณ์ตรงหน้าจากอีกมุมหนึ่งของตู้ ใจหนึ่งก็อยากจะช่วย แต่ก็ได้รับตำแหน่งผู้เลื่อยไม้อย่างเชี่ยวชาญจากพี่ๆเฮดฉากไปแล้ว เมื่อมีเหตุให้ต้องเลื่อยไม้ เขาจึงต้องละหน้าที่จากตู้ที่ต้องแปะเปเปอร์มาเช่รอทาสีไป





    ในตอนที่จะกลับ เขาบอกลาพี่ๆและเพื่อนไป เตรียมคว้ากระเป๋าจะเดินออกมาจากคณะแล้ว ทว่าเดี่ยวเดินมาทางเขาเสียก่อน



    “จะกลับแล้วเหรอ” เป็นเดี่ยวที่เอ่ยทักเขา เดย์พยักหน้ายิ้มๆ



    “อื้ม เดี่ยวล่ะ”



    “จะกลับแล้วเหมือนกัน” อีกฝ่ายสะพายเป้ขึ้นหลัง “กลับบีทีเอสใช่มั้ย”



    “อ่า...ใช่ๆ”



    “เดี๋ยวเดินไปด้วย”



    หน้าของเดี่ยวมักจะเรียบเฉย ทว่าเมื่อมีโอกาสได้อยู่ใกล้กลับไม่ใช่คนเย็นชาอย่างที่คิด จะว่าพูดไม่เก่งก็อาจจะใช่ แต่บ่อยครั้งก็มีมุมที่คาดไม่ถึง



    เช่นตอนสอบที่ทำกล่องดินสอตก ท่าทีลนลานใต้ใบหน้าเรียบนิ่งนั้นทำให้เดย์เคยหลุดขำออกมา หรืออย่างการที่เดินไปบีทีเอสด้วยกันทั้งก่อนหน้านี้และตอนนี้



    หอพักของเดี่ยวอยู่ระหว่างทางจากคณะไปบีทีเอสซึ่งเป็นเส้นทางของเดย์ แต่จะครั้งนั้นหรือครั้งนี้ เดี่ยวก็จะเดินเลยมาส่งเขาเสมอ





    อันที่จริงมันก็เป็นเส้นทางที่เดย์ต้องเดินทุกวันอยู่แล้ว



    แต่พอมีคนที่ทำให้รู้สึกดีมาเดินด้วยแบบนี้ มันก็เกิดอุ่นใจขึ้นมา







    ชอบ



    ความรู้สึกนี้ผุดขึ้นในใจ



    มันมากกว่าความรู้สึกดีๆเสียแล้ว







    Day.

    เราคิดว่าเราชอบเดี่ยวอยู่ฝ่ายเดียวซะอีก





    วันหนึ่งเมื่อรู้ว่าต่างก็รู้สึกแบบเดียวกัน ก็ได้เลื่อนขึ้นมาเป็นสถานะที่ก่อนหน้านี้เดย์เคยแต่ได้ยินเพื่อนพูดถึง...คนคุย



    ทั้งคู่คุยกันบ่อยขึ้น แบบที่ไม่มีใครปิดบังความรู้สึกที่ซ่อนไว้





    หลายครั้งเดย์ก็คิดว่าเดี่ยวช่างร้ายกาจกว่าที่เคยคิดไว้ หัวใจของเดย์สัมผัสกับอาการสั่นไหวหลายต่อหลายครั้งนัก



    แต่ก็เป็นความรู้สึกที่ไม่เลวเอาซะเลย..





    ในโรงหนังที่นั่งดูด้วยกันครั้งแรก ช่วงท้ายของเรื่องบีบคั้นจนเดย์อดไม่ไหวที่จะร้องไห้ออกมา เขายกแขนเสื้อขึ้นเช็ดปลายหางตา ได้แต่คิดว่ามันต้องเป็นภาพที่ไม่น่ามองแน่ๆ เดย์นึกขอบคุณที่เดี่ยวมีสมาธิจดจ่อกับหนังอย่างมากจนไม่ได้หันมาเจอสภาพของเขาตอนนี้ ทว่าตอนออกจากโรงตาของเดย์ก็ยังคงบวมอยู่



    “ร้องไห้เหรอ”



    “ก็มันเศร้านี่นา...” เดย์บ่นอุบ ก่อนจะดูดน้ำโค้กจากแก้วที่ถืออยู่ แต่เพราะไม่มีน้ำหลงเหลืออยู่จึงมีแต่เสียงน้ำแข็ง



    คนตรงหน้าหลุดขำแล้วยื่นมือข้างที่ไม่ได้ถือกล่องป๊อปคอร์นออกมา



    เดี่ยวไม่ได้สูงไปกว่าเขานัก ถ้าพูดให้ถูกคือเราแทบจะสูงพอๆกัน ทว่าทุกครั้งที่อีกฝ่ายยื่นมือมาแตะบนหัวเขาเบาๆ ตอนนั้นเองที่เดย์มักจะรู้สึกตัวเล็กลงทุกที





    ใจเต้น แต่ก็ทำให้รู้สึกสบายใจ



    และ



    ชอบ



    ความรู้สึกนี้แสนจะเด่นชัด





    “เดย์” ไม่ทันจะได้คิดอะไรมากไปกว่านั้น เดี่ยวก็เอ่ยขึ้นเสียก่อน



    “ว่า?”



    “คบกันมั้ย” หน้าของเดี่ยวที่เม้มปากแน่นราวกับลุ้นอะไรสักอย่างทำให้เดย์หลุดหัวเราะออกมา ไม่จำเป็นต้องใช้เวลาตัดสินใจนานเลย คำตอบมันอยู่ในใจของเดย์อยู่แล้ว



    “อือ” เดย์พยักหน้าขึ้นลงสองสามครั้ง “คบก็คบ”





    ผ่านช่องแตะบัตรของสถานีรถไฟ เมื่อมองย้อนกลับไป เดี่ยวยังยืนโบกมือให้เขาก่อนที่ฝูงชนจะค่อยๆบดบังจนมองไม่เห็น



    ในขบวนรถไฟฟ้าที่แน่นขนัด หัวใจของเดย์พองโตจนไม่รู้สึกสัมผัสถึงความเบียดเสียดจากผู้คน ภายในใจเต้นระรัวจนต้องซบหน้าลงกับแขนข้างที่โหนราวเพื่อปกปิดใบหน้าที่ไม่อาจหุบยิ้มได้





    ชอบ



    ความรู้สึกนี้ช่างแน่นอนเหลือเกิน















     #วันของเดี่ยว  #มนต101

เข้าสู่ระบบเพื่อแสดงความคิดเห็น

Log in