Novelber 2017rella.K
Porcelain doll


  • เธอ ผู้เป็นดั่งตุ๊กตากระเบื้อง

     


                ในวันที่ร้อนจัดของฤดูแห่งความอบอ้าวโรงเรียนต่างพากันหยุดเพราะอากาศที่ร้อนมากเกินไป แต่แม้จะร้อนแค่ไหนก็ตามซัมเมอร์เด็กหนุ่มเจ้าของห้องม่านสีอิฐก็ทำอะไรไม่ได้นอกจากนอนเฉยๆอยู่บนเตียงที่ไร้ผ้าห่ม

     

    ร้อนแทบบ้า แต่ทำได้เพียงอาศัยลมร้อนๆที่พัดเข้าออกทางหน้าต่างบานเดียวของห้องเป็นเครื่องปรับอากาศเท่านั้นไม่ใช่ว่าบ้านเขาไม่มีเครื่องปรับอากาศหรอกนะเพียงแต่มันถูกใช้งานมากไปในฤดูนี้ทำให้ตอนนี้นอนนิ่งรอช่างซ่อมมาดูอาการต่างหากเล่า

     

    ซัมเมอร์พยายามนอนนิ่งๆบนเตียงของตัวเองหลังกลับมาจากการอาบน้ำรอบที่สี่ของวันแต่ก็ไม่ช่วยอะไรเลย นอกเสียจากได้เหงื่อเพิ่มทีละเล็กทีละน้อย

     

    ให้ตาย เหมือนกับเขากำลังนั่งเล่นแข่งความอดทนกับมาคัสในซาวน่าอย่างไงอย่างนั้นถึงจะพูดแบบนั้นก็เถอะ แต่อากาศตอนนี้มันร้อนเสียยิ่งกว่านั่งอยู่ในซาวน่าเสียอีก

     

    เขาหยิบทุกอย่างที่พอจะช่วยคลายร้อนออกมาใช้ แต่ก็ไม่ได้ผลน้ำแข็งที่มักจะละลายช้าอยู่เสมอเมื่อวางตรงหน้าต่างห้องนอนของเขาวันนี้มันกลายเป็นน้ำและอุ่นอย่างรวดเร็วชนิดที่ว่าถ้าไม่บอกว่านั้นคือ น้ำแข็งที่เพิ่งออกจากตู้เย็นเมื่อสิบกว่านาทีก่อน ก็คงคิดว่าเป็นน้ำอุณหภูมิห้อง

     

    ช่างเป็นวันหยุดที่ไม่ได้สบายเอาเสียเลยแม้จะใช้เวลาทั้งวันคลุกอยู่ในห้องของตัวเองอย่างที่อยากทำมาตลอดอาทิตย์ก็ตาม

     

                ซัมเมอร์ลุกขึ้นนั่ง ก่อนสะบัดหัวที่ตอนนี้เต็มไปด้วยเหงื่อสงสัยว่าเขาคงได้เข้าอาบน้ำรอบที่ห้าเร็วกว่าที่คิด ระหว่างที่ลุกขึ้นยืนเขาก็คว้าเอาช็อกโกแลตในฟรอยสีเงินที่หยิบมาตั้งไว้เมื่อไม่กี่นาทีก่อนหลังอาบน้ำเสร็จและก็พบว่าตอนนี้มันเริ่มละลายกลายเป็นของเหลวแล้ว

     

    เป็นอากาศที่น่าเอาไปอบไก่งวงวันคริสมาสชะมัด

     

    เขาคิดพลางแกะห่อช็อกโกแลตและรีบโยนมันเข้าปาก ในตอนนั้นเองที่สายตาของซัมเมอร์เหลือบไปเห็นอะไรบางอย่างที่ตึกฝั่งตรงข้าม

     

     

    อะไรที่แสนสะดุดตา

     

     

    เขาขยับตัวเข้าใกล้บานหน้าต่างมากขึ้นและมองตรงไปยังระเบียงห้องของตึกฝั่งตรงข้ามที่บัดนี้ถูกจับจ้องด้วยอะไรบางอย่างที่แสนงดงาม

     

    ซัมเมอร์เพ่งมองอย่างพิจารณา เขาจำได้ว่าห้องนั้นเป็นห้องของเจสันตาแก่วัยก้าวเข้าฝาโลง กับนอริส เจ้าของร้านขายผลไม้หัวมุมถนนและนั้นทำให้ปกติระเบียงของห้องนั้นไม่มีอะไรไปมากกว่าต้นไม้สองต้นที่นอริสซื้อไว้ให้เจสันคอยรดน้ำ

     

    แต่มันเปลี่ยนไปแล้ว

     

    ต้นไม้สองต้นนั้นยังคงอยู่ พร้อมกับการมาเยือนของใครคนหนึ่งผมสีดำยาวไปถึงกลางหลัง ชุดกระโปรงสีขาวตัดกันและเครื่องหน้าที่เหมือนพระเจ้าบรรจงแต่งแต้มแม้จะมองจากที่ห่างไกลหนึ่งช่วงถนนสายเล็กๆ ก็ยังรับรู้ถึงความงดงามนั้น

     

    ซัมเมอร์เผลอมองอย่างหลงใหล

     

    ณ ช่วงเวลาหนึ่ง เขาลืมไปว่าวันนี้อากาศร้อนมาเพียงใด ลืมไปแล้วว่าเหงื่อที่ไหลอาบไปทั่วตัวนั้นเหนอะหนะแค่ไหนและลืมไปว่าตัวเขาเองกำลังจะทำสิ่งใด

     

    เขาหยุดอยู่กับที่ตรงผ้าม่านสีอิฐและมองไปยังระเบียงห้องของตึกฝั่งตรงข้ามอย่างไม่ละสายตามองเธอคนนั้นขยับร่างกายไปมา เคลื่อนตัวอยู่บนพื้นที่เล็กๆของระเบียงห้องแห่งนั้น

     

    แม้มันจะเป็นเวลาไม่นานที่เธอขยับกายอยู่ตรงระเบียงแต่นั้นก็ทำให้ซัมเมอร์รู้สึกตัวว่า

     

     

    เขากำลัง ตกหลุมรัก เธอคนนั้น


    .

    .

    .




  • ดูแข็งแกร่ง ทว่าเปราะบาง


     

                ไม่นานมานี้ซัมเมอร์ค้นพบงานอดิเรกอีกอย่างของตัวเองนั้นก็คือการกลับมาที่ห้องตอนเย็น และนั่งบนเก้าอี้ที่เขาลากมาตั้งไว้ตรงหน้าต่างมองผ่านม่านสีอิฐ ไปยังระเบียงห้องของตึกฝั่งตรงข้าม

     

    คอยมองดูเธอคนนั้นที่ออกมายืนมองท้องฟ้ายามเย็น และกลับเข้าไปเมื่อพระอาทิตย์ลับขอบหลังคาตึกพร้อมเสียงกระดิ่งที่ดังลอยลอดออกมาจากด้านในห้อง

     

    วันของเขาจบลงเมื่อเสียงกระดิ่งลอยลอดมาให้ได้ยินแต่ดูเหมือนวันของเธอเพิ่งเริ่มต้นหลังเสียงกระดิ่งนั้น บางทีเขาอาจจะคิดไปเองแต่ทุกๆครั้งที่กระดิ่งดัง และแสงของตะวันที่หายไปใบหน้าของเธอดูโศกเศร้าอย่างที่ไม่อาจอธิบายได้

     

    ซัมเมอร์รู้จากแม่ของเขาว่า วันแรกที่เขาพบเธอคนนั้นเป็นวันเดียวกันกับวันที่นอริสประกาศขายร้านตรงหัวมุมถนนของเธอ แม่เขาบอกว่านอริสและเจสันย้ายกลับไปบ้านเกิดของพวกเขาและคนที่เขาย้ายเข้ามาแทนในห้องนั้น เป็นหม้ายลูกติด

     

    นั้นเป็นข้อมูลเดียวเกี่ยวกับเธอที่เขารู้

     

    และต่อให้ภาวนาก่อนนอนทุกคืน หวังว่าจะเจอเธอบนถนนหรือร้านค้าด้านล่างตึกของเธอก็ดูเหมือนจะไม่เป็นผลใดๆทั้งสิ้น

     

    เพราะที่เดียวที่เขาสามารถเจอเธอได้คือระเบียงห้องที่มีต้นไม้สองต้น

     

    ตลอดเวลาเกือบสองเดือนที่ผ่านมาเขาได้แต่นั่งมองเธอจากหน้าต่างบานนี้ในเวลาเดิมๆซ้ำไปซ้ำมาทุกๆวัน และสิ่งที่เขารู้อีกเรื่องหนึ่งคือระยะเวลาสองเดือนที่ผ่านมา เธอไม่เคยใส่เสื้อผ้าสีอื่นเลยนอกจากสีขาวเหมือนกับว่าในตู้เสื้อผ้าของเธอถูกออกแบบให้มีแต่ชุดกระโปรงสีขาวเท่านั้นที่สามารถเข้าไปอยู่ได้

     

    สุดท้ายวันนี้ก็ผ่านไปอีกวัน เสียงกระดิ่งดังลอดออกมาและเธอก็เดินกลับเข้าไป


    .

    .

    .





  • เพียงสายลมแห่งเหมันต์ต้องกาย

    ร่างของเธอก็ร่วงหล่น


     

                จากหน้าร้อนในวันที่ร้อนจัดตอนนี้กลายเป็นฤดูหนาวกำลังเข้ามาเยือนตัวของซัมเมอร์เองก็ยังใช้วันเวลาในช่วงตอนเย็นหมดไปกับการรีบกลับบ้านเพื่อมานั่งมองเธอคนนั้น

     

    แต่เพราะหน้าหนาวก้าวเข้ามาแล้ว ช่วงเวลาตอนเย็นนั้นลดน้อยลงไปและในบางวันเราไม่อาจมองเห็นแสงตะวันที่หลบหายไปในขอบตึก

     

    ซัมเมอร์พบว่าในช่วงฤดูฝนที่ผ่านมาเขาอดทนกับการได้มองเธอวันเว้นวันหรือหนึ่งวันในหนึ่งสัปดาห์ได้ แต่นั้นก็ทำให้เขาหงุดหงิดเอาเรื่องและกลายเป็นคนที่เกลียดฝนไปเลย

     

    สายฝนน่ารำคาญ แต่อากาศหนาวที่เขาแสนจะชื่นชอบกลับน่ารำคาญเสียกว่าเพราะเมื่อไรก็ตามที่เขารีบกลับมาที่ห้องให้ทันก่อนพระอาทิตย์ตกมันมักจะไม่ทันไปเสียทุกที

     

    วันนี้ก็เหมือนกัน เขากลับมาไม่ทันแสงสุดท้ายของวันและเสียงกระดิ่งก็ลอยลอดออกผ่านมาให้เขาได้ยิน ตอนกำลังเดินผ่านหน้าร้านค้าใต้ตึกฝั่งนั้น

     

    ทันทีที่ซัมเมอร์เปิดประตูเข้าห้องมา เขาถอดหายใจและโยนกระเป๋าสะพายของตัวเองไปกองไว้ตรงพื้นข้างเตียงพาตัวเองไปนั่งที่เก้าอี้ตรงหน้าต่างมองผ่านม่านสีอิฐไปยังระเบียงห้องของตึกฝั่งตรงข้ามแม้จะรู้ว่าไม่มีสิ่งที่เขารอคอยพบเจออยู่ก็ตาม

    และวันของเขาก็จบลงแบบนั้น

     


                หลังจากนั่งแช่อยู่นานซัมเมอร์ก็พาตัวเองไปจัดการธุระที่ควรจะทำอย่างไปกินข้าวที่ตอนนี้คงเย็นชืดไปแล้ว รวมทั้งพาตัวเองไปเข้าห้องน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้า เตรียมอ่านหนังสือนอกเวลาที่ต้องอ่าน


    ช่วงเวลาเหล่านั้นผ่านไปอย่างเนิบช้าอย่างเช่นทุกๆวันพร้อมกับลมหนาวที่เริ่มพัดเข้ามาซัมเมอร์พบว่าวันนี้อากาศเย็นกว่าเมื่อวานก็ตอนที่เขาหยิบเสื้อตัวที่สามขึ้นมาสวม

     

    หลังจัดการทุกอย่างเสร็จเขาก็พาตัวเองไปนั่งอ่านหนังสือที่เก้าอี้ตัวเดิมตรงหน้าต่างด้วยความหวังลมๆแล้งๆว่า คืนนี้เธอคนนั้นอาจจะอยากดูดวงจันทร์บนท้องฟ้าและออกมาให้เขาได้พบหน้าเพียงสักครู่

     

    เหมือนว่าพระเจ้าได้ยินเสียงร้องขอของเขา ในเวลาเกือบจะเที่ยงคืนเธอเดินออกมาตรงระเบียงห้อง ผมสีดำปลิวไปตามแรงลมร่างกายเธอไม่ได้ถูกห่อหุ้มด้วยชุดกระโปรงสีขาววันนี้มันมีเพียงผ้าผืนยาวสีเข้มเช่นเดียวกับผมของเธอ

     

    ซัมเมอร์ละสายตาจากหนังสืออ่านนอกเวลาของเขาและมองไปยังระเบียงฝั่งตรงข้าม เธอเดินออกมาหยุดยืนอยู่ตรงจุดเดิมทอดตามองไปยังท้องฟ้ายามค่ำคืน

     

     

    เธอดูงดงามยิ่งกว่ายามเย็น

     

    ใต้แสงจันทร์และหลอดนีออนยามค่ำคืน เธอดูน่าหลงใหล และค้นหา

     

     

    ซัมเมอร์มองเธอเหมือนกับทุกๆวันที่ผ่าน ผ่านม่านสีอิฐที่ตอนนี้ถูกปล่อยให้พัดปลิวไปตามแรงลมเขาเหม่อมองไปยังดวงหน้าแสนละเอียดอ่อนนั้น

     

    ใบหน้านั้นผินมองมายังเขา และตอนนั้นเองที่โลกทั้งใบของเขาหยุดหมุนอีกครั้ง

     

    เราสบตากัน

     

    ซัมเมอร์รู้สึกเหมือนกับเขากำลังถูกดึงดูดด้วยนัยน์ตาสีดำสนิทคู่นั้น

     

    เธอยกยิ้ม

    ในขณะที่เขาจ้องมอง รอยยิ้มที่ดูงดงามเหมือนดอกไม้แย้มบานนั้น

     

     

    น้ำตาของเธอก็ร่วงหล่นกระทบพื้นดิน

     

    .

    .

    .





  • เศษเสี้ยวของเธอแตกกระจายหายไป

     


                เช้าวันถัดมาซัมเมอร์ค้นพบอีกว่าตัวเขาเองสามารถวิ่งได้เร็วกว่าเสียงกรีดร้องและทนอากาศหนาวได้ด้วยเสื้อสามชั้น กางเกงวอมหนึ่งตัว และถุงเท้าหนึ่งคู่

     

    เมื่อคืนเขาออกวิ่งพร้อมกับเสียงกรีดร้องจากด้านในของห้องฝั่งตรงข้ามใช้เวลาไม่ถึงนาทีก็พาตัวเองมายังด้านล่างของตึกในขณะที่เสียงกรีดร้องยังคงดังขึ้น พร้อมการปรากฏกายตัวของเจ้าของเสียง

     

    ในตอนนั้นผมสีดำของเธอไม่ได้ตัดกับสีขาวสะอาดของชุดกระโปรงแสนสวยรอยยิ้มบนใบหน้าไม่ได้งดงามราวแรกย้อมของดอกไม้ นัยน์ตาไม่ได้ดึงดูดอีกต่อไป

     

    ผมดำสนิทของเธอถูกย้อมด้วยสีแดงร่างเปลือยเปล่าของเธอถูกรองด้วยผ้าผืนยาวสีเข้ม รอยยิ้มของเธอแสนโศกเศร้า นัยน์ตาของเธอไร้ซึ่งความรู้สึกใดๆ

     

     

    และสิ่งสำคัญที่ซัมเมอร์ค้นพบนั้นก็คือ

     

     


    เธอคนนั้น

    ไม่ใช่ เธอ แต่เป็น เขา

     


    .

    .

    .




  • หลายเดือนผ่านไปหลังเหตุการณ์น่าสลดใจของตึกฝั่งตรงข้าม


                ทางเท้าที่ก่อนหน้านี้เคยถูกกั้นและมีรอยขีดเขียนไว้ก็กลับกลายมาเป็นทางเดินปกติที่ไร้ซึ่งรอยขีดเขียนใดๆ แต่สิ่งหนึ่งยังคงเตือนใจว่าเคยมีใครบางจากไปณ ที่แห่งนี้ ก็คือ ดอกไม้หนึ่งดอกที่เปลี่ยนไปในทุกๆวัน

     

    ซัมเมอร์ เป็นเจ้าของดอกไม้เหล่านั้น ในทุกๆวันตอนเดินกลับบ้านเขาจะแวะร้านดอกไม้ที่มาตั้งแทนที่ร้านของนอริสตรงหัวมุมถนนและยืนเลือกดอกไม้มาหนึ่งดอก เพื่อนำไปวางตรงทางเท้าใต้ตึกนั้น

     

    งานอดิเรกของเขาหายไปแล้ว และตอนนี้มันเหลือเพียงความว่างเปล่าถึงอย่างนั้น ทุกวันหลังเขากลับเข้ามาในห้องที่แรกที่เขาจะนั่งลงยังคงเป็นเก้าอี้ตัวเดิมตรงบานหน้าต่างที่มองออกไปเห็นระเบียงของตึกฝั่งตรงข้าม

     

    ที่ไม่มีอะไรเลย

     

    ระเบียงห้องแห่งนั้นเหลือไว้เพียงกระถางต้นไม้สองใบที่ไร้ซึ่งต้นไม้และร่องรอยของเทปสีที่ทิ้งไว้ตรงระเบียง ไม่มีผู้เช่าใหม่แม้จะผ่านมาหลายเดือนแล้วก็ตาม

     

    ในวันนี้ซัมเมอร์กลับเข้าห้อง วางกระเป๋าสะพายไว้ข้างเตียงและพาร่างของตัวเองมาทิ้งไว้ที่เก้าอี้ตรงหน้าต่าง

     

    มันเป็นช่วงเย็นที่แสงของพระอาทิตย์ยังไม่หมดไป และเป็นหน้าร้อนที่ความร้อนกำลังเล่นงานทุกพื้นที่แม้แต่ลมที่พัดผ่านเข้ามาในห้องยังเป็นลมร้อน

     

    เขานั่งอยู่ตรงนั้น

     


    เมื่อลมร้อนระรอกที่สองพัดเข้ามาปะทะร่างกายของซัมเมอร์

    เขาหลับตาลง นับหนึ่งถึงสิบในใจ

      


    และเมื่อลืมตาขึ้นมา

     


    ภาพของใครบางคนที่แสนงดงามในความทรงจำ

    ก็ปรากฏ ณ ระเบียงห้องพร้อมใบหน้าที่เปื้อนยิ้มผินมองมาทางเขา

     

     

     


    ..และเมื่อยามคิมหันต์มาเยือน

    เรื่องราวของเธอ ก็กลายเป็นเพียงเสี้ยวเศษความทรงจำ






    _____________________________________________________________________________________________________
    #novelber2017
    Day - 14  เสียงกระซิบ
Views

เข้าสู่ระบบเพื่อแสดงความคิดเห็น

Log in