My First Storyplnamms
“If I was a man then I would be the man” - The Man by Taylor Swift

  • I’m so sick of running as fast as I can 

    Wondering if I’d get there quicker if I was a man

    ถ้าหากฉันเป็นผู้ชาย 

    ทุกอย่างจะง่ายกว่าที่เป็นไหมเมื่อสังคมหยุดตั้งคำถามและจับผิดความเป็นผู้หญิงของฉัน?


              ไม่ว่าคุณจะเป็นผู้ชายหรือผู้หญิง หรือเกย์ เลสเบี้ยน transgender หรือเพศไหน ๆ ก็ตาม ฉันอยากให้คุณลองเปิดใจอ่านบทความที่ฉันกำลังจะเขียนต่อไปนี้ กับคำถามที่ฉันถามตัวเองและสังคมเสมอมาว่า “เพศกำเนิดหญิงของฉันได้ชื่อว่าเป็นส้วมหน้าบ้านของพ่อแม่ได้อย่างไร”

              มีลูกสาวเหมือนมีส้วมอยู่หน้าบ้าน

              ชายข้าวเปลือกหญิงข้าวสาร --

              สำนวนสุภาษิตที่ได้ยินมาตั้งแต่แบเบาะเหล่านี้ สมัยเด็กก็เพียงแค่ฟังผ่าน ๆ แล้วนำไปใช้สอบวิชาภาษาไทยเท่านั้น เป็นคำเปรียบเปรยที่กดผู้หญิงเอาไว้ให้ต่ำเสียจนติดดิน ตอนนี้ฉันกลับมาคิดแล้วรู้สึกเศร้าเหลือเกิน เพราะฉันไม่เคยได้ยินครูคนไหน หรือญาติผู้ใหญ่คนใดแก้ไขความความรู้สึกแย่ ๆ ในหัวใจของเด็กผู้หญิงหลังจากได้เข้าใจความหมายของสุภาษิตเหล่านี้เลย แม้ว่าจะถูกใช้กันมาหลายยุคหลายสมัย ในขณะที่สังคมผ่านการเปลี่ยนแปลงและพัฒนามามากมาย แต่พวกคุณคงปฏิเสธอย่างเต็มปากไม่ได้หรอกใช่ไหม ว่าสังคมปัจจุบันยังคงไม่ยอมรับผู้หญิงเท่ากับที่ยอมรับและเห็นคุณค่าในตัวของผู้ชาย

              เมื่อฉันได้ฟังเพลง The Man อย่างตั้งใจเป็นครั้งแรก ฉันก็ได้ยกเพลงนี้ขึ้นเป็นหนึ่งใน Top 10 favorite songs ทันที เป็นหนึ่งในเพลงที่ฟังแล้วรู้สึกเข้าถึงและสัมผัสได้มากที่สุด อันที่จริงแล้วพวกคุณอาจจะเคยได้ยินชื่อเสียงของเทย์เลอร์ สวิฟต์ว่าเป็นศิลปินที่เปลี่ยนแฟนบ่อยมากที่สุด ฉันว่าคุณคิดผิดแล้ว เพราะยังมีนักแสดงชายในวงการฮอลลีวูดอีกมากมายที่เปลี่ยนแฟนบ่อยไม่แพ้กัน (นักแสดงคนโปรดของฉันก็เป็นหนึ่งในนั้น) เรื่องที่น่าสงสัยคือ ทำไมผู้ชายถึงไม่โดนสังคมรุมด่าอย่างที่เทย์เลอร์โดนบ้างล่ะ

              เพราะว่าเทย์เลอร์เป็นผู้หญิงหรือเปล่า -- แล้วผู้ชายก็… เป็นผู้ชายอย่างไรล่ะ ปกติของผู้ชายไม่ใช่หรือ?

    แต่ถ้าหากเทย์เลอร์เป็นผู้ชาย 

    หรือฉัน หรือผู้หญิงอีกหลายคนได้มีสิทธิ์บางอย่างที่ผู้ชายมีบ้างล่ะ?

    What’s it like to brag about raking in dollars

    And getting bitches and models?

    And it’s all good if you’re bad

    And it’s okay if you’re mad

    --

              ฉันไม่อาจรู้ได้ว่าคุณบางคนที่กำลังอ่านอยู่เป็น แอนตี้เฟม หรือไม่ คุณบางคนอาจจะไม่ชอบคำว่า Feminist คุณคิดว่ามันไม่เห็นจะเท่าเทียมตรงไหนเลย ทำไมถึงไม่ใช้คำว่า Humanist แทนล่ะ ฟังดูเท่าเทียมกว่าตั้งเยอะ

              ฉันอยากให้เข้าใจว่า Feminism คือการสนับสนุนความเท่าเทียม มิใช่มีเพื่อกดเพศชายให้ต่ำลงแล้วยกเพศหญิงให้สูงขึ้น เพราะนั่นตรงข้ามกับความเป็น Feminism -- ความจริงแล้ว มันคือการมอบสิทธิที่พึงมีให้กับผู้หญิงต่างหาก ซึ่งเป็นสิทธิบางอย่างที่ถูกริดรอนไป อาจจะโดยรู้ตัวหรือไม่ก็ตาม

              ในช่วงปีที่ผ่านมา สังคมไทยได้ตื่นตัวเรื่องของความเท่าเทียมมากขึ้น จากคนที่ไม่เคยคิดจะสนใจก็ได้ลองศึกษา ฉันพบว่า สังคมชายเป็นพิษ ไม่ได้ส่งผลกระทบกับเพศหญิงเท่านั้น แต่ส่งผลกระทบกับเพศชายด้วย ยกตัวอย่างเช่น สังคมนี้ได้กำหนดเกณฑ์ความเป็นผู้ชายบางอย่างขึ้นมา ว่าผู้ชายต้องแข็งแกร่ง เป็นผู้นำ ก้าวร้าว รุนแรง และถ้าหากเด็กผู้ชายคนไหนหลุดจากเกณฑ์ขึ้นมาก็มักจะถูกล้อเลียน ต่อว่า โดนตำหนิว่า “อย่าทำตัวเป็นผู้หญิงสิ” “ลูกผู้ชายไม่ร้องไห้หรอกนะ”

              ลองตั้งข้อสังเกตดูกับประโยคเหล่านี้

                        “ชอบสีชมพูหรอ โคตรผู้หญิงเลยว่ะ”

                        “ผู้ชายคนนี้โคตรแมนเลย”

              คุณว่าประโยคแรกมีน้ำเสียงสื่อไปทางไหน แล้วประโยคที่สองสื่อไปในทางเดียวกันหรือตรงกันข้าม?


    เพราะว่าฉันที่เป็นผู้หญิงเนี่ย

    If I was out flashing my dollars

    I’d be a bitch, not a baller

    They’d paint me out to be bad

    So, it’s okay that I’m mad


              ถ้าคุณเห็นผู้หญิงสักคนหนึ่งกำลังโกรธ และไม่พอใจกับความไม่เท่าเทียมต่อการปฏิบัติของคนในสังคมนี้ที่มีต่อพวกเขาแล้วล่ะก็ ฉันอยากให้พวกคุณเข้าใจและลองเปิดใจดูสักครั้ง แน่นอนว่าฉันเข้าใจเป็นอย่างดีว่าทุกคน ทุกเพศต่างต้องพบเจอความยากลำบากในการใช้ชีวิต แต่หลังจากสิ่งที่ฉันได้ยกตัวอย่างมาแล้วในข้อความที่กล่าวมา จะเห็นได้ว่าผู้หญิงไม่ได้ต้องการอะไรมากไปกว่าสิ่งที่ผู้ชายเองได้รับและมีอยู่ 

    มันไม่จริงหรอกกับประโยคที่ว่า “ผู้ชายเก่งกว่าผู้หญิง โดยเฉพาะศาสตร์การคำนวณและวิทยาศาสตร์” ไม่จริงหรอกว่า  “ผู้หญิงจะซาบซึ้งในอารมณ์และสามารถเข้าใจเพื่อนมนุษย์ได้ดีกว่า” ไม่มีความจำเป็นเลยที่ “ผู้ชายจะต้องเกรี้ยวกราด และผู้หญิงจะต้องอ่อนโยน” อย่าให้เพศโดยกำเนิดของคุณมากำหนดความเป็นตัวคุณ เพราะคุณสามารถที่จะเป็นผู้ชายที่เข้มแข็ง มีความสามารถ อ่อนโยน ชอบสีชมพู และชอบกินไอศกรีมรสสตรอเบอร์รี่ คุณสามารถเป็นผู้หญิงที่มีกล้าม คบเพื่อนผู้ชาย ชอบสีดำและชอบกินไอศกรีมรสช็อกโกแลต หรืออะไรก็ตาม  เพราะฉะนั้นแล้ว ได้โปรดจงเป็นตัวของคุณเองอย่างแท้จริง และอย่าลืมที่จะเคารพสิทธิของผู้อื่นด้วยหัวใจ

    ฉันไม่สนว่าคุณจะเป็นใคร หรือเป็นเพศอะไร ในเมื่อตอนนี้เราสามารถสร้างสังคมที่ดีขึ้นไปด้วยกัน เมื่อคุณได้เริ่มตระหนักถึงความไม่เท่าเทียมเหล่านี้แล้ว ถึงเวลาหรือยังที่เราจะเปลี่ยนแปลงมัน พวกเราทุกคนสามารถเป็น Feminist ได้ และฉันมั่นใจว่า มันจะสร้างประโยชน์ให้กับตัวคุณและคนที่คุณรัก ไม่ว่าคุณจะเป็นเพศชายหรือเพศหญิงก็ตาม 

    ฉันหวังว่าเราจะมาร่วมสร้างความเปลี่ยนแปลงไปด้วยกัน…



    Taylor Swift - The Man (Official Video) https://www.youtube.com/watch?v=AqAJLh9wuZ0


Views

เข้าสู่ระบบเพื่อแสดงความคิดเห็น

Log in
Rangsima Kamchamnan (@fb6352168073979)
ขอบคุณสำหรับบทความค่ะ ก่อนหน้านี้ไม่ได้รู้สึกว่าสำนวนบางอย่างของไทยเป็นการกดให้เพศใดดูด้อยกว่า แต่พอคิดจริงๆ มันเหมือนเป็นการส่งเสริมให้คนมีแนวคิดอย่างนั้นจริงๆ อ่านแล้วได้เปิดมุมมองใหม่อีกมุมอย่างที่ไรท์บอกจริงๆค่ะ ♥︎
thongthetwanida (@thongthetwanida)
ประทับใจสิ่งที่คุณเขียนออกมามากเลยอะ คิดจริงๆว่าถ้าเป็นผู้ชายอะไรมันคงง่ายกว่านี้ แต่ความจริงแล้วเราไม่ได้ต้องการเป็นผู้ชายหรอก เราแค่ต้องการความเท่าเทียมกันของมนุษย์ แค่นั้นเอง ขอบคุณที่มาเขียนบทความแบบนี้มากๆ ค้าบ ซึ้งมากอะ อ่านแล้วกุมใจ ㅜㅡㅜ
sws (@itsshare)
ไม่ค่อยได้อ่านอะไรแบบนี้เท่าไหร่เลย เราก็เป็นคนนึงที่เพิ่งมาตื่นตัวเรื่องสิทธิและความเท่าเทียมเมื่อไม่นานมานี้เองค่ะ เป็นบทความที่ช่วยสร้างความเข้าใจได้ดีมาก ขอบคุณที่เขียนขึ้นมานะคะ ช่วยเปลี่ยนแปลงสังคมไปในทางที่ดีไปด้วยกันนะ
cosmosea (@pntannn)
เขียนดีมากเลยค่ะ แทนความรู้สึกของเราที่เป็น feminists เหมือนกันได้ครบถ้วนทุกประเด็นเลย หวังว่าเราจะได้เห็นสังคมเปลี่ยนแปลงไปด้วยกันนะคะ