เราใช้คุ๊กกี้บนเว็บไซต์ของเรา กรุณาอ่านและยอมรับ นโยบายความเป็นส่วนตัว เพื่อใช้บริการเว็บไซต์ ไม่ยอมรับ
Long Tripหมีเป็ดไปทั่วโลก
ลพบุรี ยังดีได้อีก
  • นี่คือหนึ่งในเมืองที่เก่าแก่ที่สุดในประเทศไทยอายุอานามย้อนไปตั้งแต่สมัยทวารวดี ก็ปาเข้าไปตั้งกว่าพันปี มีเรื่องเล่าและตำนานสนุกๆเป็นเข่งๆ แล้วทำไมมันถึงเป็นเมืองที่ถูกมองข้ามเสมอๆ ว่าแล้วก็ต้องไปดูให้เห้นกับตา ลากอาเจ้ขึ้นรถ งวดนี้หมีเป็ดจะไปตีพุงที่ลพบุรีวว





    วันที่ 1

    วันจันทร์ 11 04 2559

     

    ลพบุรีทักทายเราด้วยความร้อนระอุและแห้งผากของเวลาบ่ายสามโมง ผมกับอาเจ้รีบขนกระเป๋าเข้าไปในโรงแรม จ่ายเงิน แต่ยังไม่ทันจะขึ้นห้องพัก พี่ยามก็วิ่งหน้าตื่นเข้ามา

    “รถพี่หม้อน้ำแตกป่าวอะ น้ำไหลเต็มเลย” สำเนียงแบบคนกรุงเทพเด๊ะ เป็นอันหายสงสัยว่าคนลพบุรีพูดแบบไหน
    ผมยืนงงอยู่พักนึง มันจะแตกได้ไงหว่า วิ่งมาถึงนี่ ความร้อนก็ปกติ

    “มาๆ ผมดูให้” คุณลุงท่านหนึ่งที่นั่งอยู่ตรงนั้นพอดีพูดขึ้น

    หลังจากจัดแจงเปิดกระโปรงให้คุณลุงดูเรื่องราวก็จบลงที่ว่าผมเติมน้ำในหม้อน้ำเยอะเกินไป เมื่อรถหยุดวิ่ง น้ำที่ไปหล่อเลี้ยงส่วนต่างๆของเครื่องยนต์จึงไหลกลับมารวมกันแล้วล้นทะลักออกมา ทางแก้ก็รอให้เครื่องเย็นลงแล้วเติมน้ำกลับลงไปใหม่ให้พอดีๆ แค่นั้นเอง

     

    เป็นอันต้องบันทึกไว้ว่าคนที่นี่น่ารัก สวนทางกับอุณหภูมิของอากาศจริงๆ ขอบคุณมากค๊าบ




    วงเวียนสมเด็จพระนารายณ์มหาราช

    จุดแรกในโปรแกรม คือวงเวียนขนาดใหญ่มีรูปปั้นของสมเด็จพระนารายณ์มหาราชตั้งอยู่ตรงกลาง ด้านหลังเป็นลานจอดรถ และต้นไม้น้อยๆ ให้ร่มเงา วิวช่วงเย็นสวยใช้ได้ มีชาวลพบุรีมาวิ่งออกกำลังกายนั่งกินอาหาร และถ่ายรูปเป็นระยะ

    ทุกอย่างจะลงตัวกว่านี้มาก ถ้าไม่มีเจ้าจอ LED สว่างโล่อยู่ข้างหลัง เข้าใจว่าทางราชการเอามาติดตั้งตรงนี้เพราะอยู่หน้าศาลากลางจังหวัดและเป็นจุดที่ผู้คนผ่านไปผ่านมา แต่มันทำร้ายจิตใจผมพอสมควร >_<



    ตลาดรถไฟ

    รอจนอากาศเย็นลงซักนิด เราก็ไปแรดตลาดรถไฟหรือตลาดโต้รุ่ง ตั้งอยู่บนถนนเส้นเล็กๆ ใกล้สถานีรถไฟ ที่นี่เริ่มคึกคักช่วงหัวค่ำ มีของกินน่าอร่อยหลายอย่าง ราคาประหยัดกว่าในกรุงเทพนิดหน่อย ที่แปลกตาคือลูกชิ้นทอดของที่นี่จะนิยมบั้งก่อนลงกะทะ ผมชอบแฮะ รู้สึกว่ามันจับน้ำจิ้มได้ดีกว่าลูกชิ้นเรียบๆ 

    ก่อนกลับห้องอย่าลืมแวะซื้อน้ำและขนมขบเคี้ยวจาก “เอกภาพ” ร้านสะดวกซื้อท้องถิ่น


  • วันที่ 2

    วันอังคาร 12 04 2559


    โปรแกรมคือเริ่มต้นเที่ยวตอนเช้า แล้วกลับมาทำงานที่โรงแรมออกไปอีกทีตอนบ่าย จบที่แสงเย็นงามๆ ณ. พระนารายณ์ราชนิเวศน์ --- อ่านมาถึงตรงนี้คนที่รู้ข้อมูลคงส่ายหน้า แล้วก็ถอนหายใจ เรื่องจริงเป็นยังไง โปรดติดตาม




    ศาลพระกาฬ

    สิ่งศักดิ์สิทธิ์ที่ชาวลพบุรีให้ความเคารพ ตั้งอยู่บนวงเวียนอีกแห่งของเมืองโดยบริเวณศาลแบ่งออกเป็นสามส่วน ฝั่งซ้ายคือบริเวณให้อาหารลิง ตรงกลางคือตัวศาล ฝั่งขวาคือบริเวณรำแก้บน

     

    “อาหารลิง ลิงเจ้าพ่อใจดีค่า”

    เมื่อคุณไปถึงจะได้ยินเสียงแม่ค้าพูดเชิญชวนให้ซื้ออาหารลิง ซึ่งถ้าดูกันตามประวัติแล้วก็ไม่ได้เกี่ยวอะไรกับเจ้าพ่อพระกาฬ --- ซึ่งอาจเป็นพระศิวะ, พระวิษณุ หรือแม้กระทั่งพระโพธิสัตว์อวโลกิเตศวร เลยแม้แต่น้อย

     

    หลังจากไหว้เจ้าพ่อเรียบร้อย อาเจ้เห็นคุณลุงท่านหนึ่งกำลังปอกขนุนอยู่ทางฝั่งซ้ายเพื่อเป็นอาหารลิง น่าเดินไปดูใกล้ๆ แต่ยังไม่ถึงไหน ลิงเปี๊ยกตัวหนึ่งก็กระโดดลงมาบนไหล่อวบๆ ของอาเจ้ จกแว่นแล้วกระโดดขึ้นหลังคาไปอย่างรวดเร็ว เราหวังว่ามันจะเบื่อแล้วทิ้งมันกลับลงมาแต่ไม่ฮะ เพราะฉะนั้นก็ลาก่อนนะเจ้าแว่น เราคงไม่ได้เจอกันอีก

     

    เปิดทุกวัน 6.00 - 18.00

    ค่าเข้าชม ฟรี




    พระปรางค์สามยอด

    โบราญสถานมหาชนของคนลพบุรี เด่นเป็นสง่าอยู่บนเนิน ถูกสร้างขึ้นสร้างขึ้นในสมัยพระเจ้าชัยวรมันที่ 7 หรือราว 800 ปีที่แล้วเพื่อเป็นศาสนสถาน เป็นอีกจุดที่ลิงชุกชุม เจ้าพวกนี้ป่วนขนาดไหนดูจากบริเวณโดยรอบที่ถูกทิ้งร้างก็คงพอจะรู้

     

    ค่าเข้าสิบบาท ที่น่ารักคือมีไม้เรียวไล่ลิงให้ยืมด้วย แต่นั่นแหละ พวกเรียบร้อยก็ไม่มายุ่งกับคุณอยู่แล้ว ส่วนพวกตัวแสบก็ไม่ได้กลัวไม้เรียวซักนิด ระวังของมีค่าของคุณให้ดี

     

    เปิดทุกวัน 6.00 - 18.00

    ค่าเข้าชม 10 บาท




    ปรางค์แขก

    จากพระปรางค์สามยอด เดินต่อไปอีกนิดพ้นระยะทำการของฝูงลิง ก็จะเจอปรางค์แขก พระปรางค์ขนาดย่อม ซึ่งคาดว่าเดิมทีเป็นวัดฮินดูสร้างถวายพระศิวะอายุอานามก็ปาเข้าไปราว 1200 ปีแค่นั้นเอง โอ้ เก่าไปมั๊ย ที่นี่ได้รับการบูรณะครั้งใหญ่สมัยสมเด็จพระรายรายมหาราช



    บ้านวิชาเยนทร์

    ถัดจากปรางค์แขกคือบ้านวิชาเยนทร์หรือบ้านหลวงรับราชทูต พระนารายณ์ทรงสร้างขึ้นเพื่อใช้เป็นที่พักของคณะราชทูตจากฝรั่งเศส ถึงขนาดสร้างโบสถ์คริสต์ให้ภายในบริเวณ ที่นี่เคยเป็นที่พักของนักเดินทางชาวกรีกชื่อว่าคอนสเตนตินฟอลคอน (Constantine Phaulkon) ซึ่งเข้ามารับราชการมีความดีความชอบจนได้แต่งตั้งเป็นเจ้าพระยาวิชาเยนทร์ --- เรื่องราวของคอนสเตนติน ฟอลคอนยังมีต่อ แถมน่าสนใจซะด้วย แต่ผมคงต้องจบตรงนี้ ไม่งั้นจะยืดยาวไปกันใหญ่

    ที่นี่บรรยากาศเงียบสงบ ลมพัดเย็นสบาย โครงสร้างของอาคารที่ยังคงสถาพให้เราเดินเล่นได้ ผมกับอาเจ้จินตนาการกันไป ว่าตรงนี้น่าจะเป็นอะไรตรงโน้นน่าจะเป็นอะไร เพลิดเพลินมาก มุมถ่ายรูปสวยๆ บานเบอะ

     

    เปิดทุกวัน 8.30 - 16.30

    ค่าเข้าชม 10 บาท



    วัดพระศรีรัตนมหาธาตุ ลพบุรี

    วัดที่มีการผสมผสานกันของสถาปัตยกรรมหลากหลายไม่ว่าจะเป็นศิลปะแบบอยุธยา วิหารสีขาวซึ่งยังคงสภาพดีที่มีองค์ประกอบของสถาปัตยกรรมโกธิค ส่วนตัวพระปรางค์ขนาดสูงใหญ่ซึ่งตั้งอยู่ตรงกลางวัดเป็นสถาปัตยกรรมของเขมร อณาเขตโดยรอบของวัดก็กว้างพอจะเดินหามุมได้เพลินๆ เป็นอีกจุดที่เราแนะนำให้คุณแวะมาครับ



    เปิดทุกวัน 8.30 - 16.30

    ค่าเข้าชม 10 บาท



    วัดเสาธงทอง

    จากข้อมูลที่มีพระนารายทรงชอบใช้ศิลปะแบบโกธิคมาผสมกับศิลปะของไทย เลยเกิดเป็นสิ่งก่อสร้างที่สวยแปลกตา เดิมทีนั้นมันถูกสร้างขึ้นมาเพื่อเป็นโบสถ์หรือสุเหร่า แต่ภายหลังได้นำพระพุทธรูปศิลปะอยุธยามาประดิษฐานกลายเป็นวิหารไปในที่สุด



    ชุมชนตลาดล่าง

    ชุมชนน่ารักแห่งนี้มีกลิ่นอายจากอดีตอยู่เต็มเปี่ยม ตั้งแต่คุณป้าที่นั่งขูดมะพร้าวเป็นภูเขาเลากา ร้านตัดผมเก่าๆ ที่ช่างก็แก่พอกัน บ้านเรือน วิถีชีวิตพ่อค้าที่ยังต้องตะโกนเรียกโหวกเหวกกว่าเฮียแกจะวิ่งยิ้มแป้นมาที่แผง เป็นอันจบวันที่สองแต่เพียงเท่านี้

     

    เดี๋ยวนะ แล้วพระนารายณ์ราชนิเวศน์อ๊ะ ลืมแล้วเหรอไม่ลืมครับ... แต่มันไปไม่ได้ ด้วยเหตุผลบางอย่าง


  • วันที่ 3

    วันพุธ 13 04 2559

     

    เช้านี้ผมป่วย เจ็บคอ ไข้ขึ้น ผะอืดผะอมของในท้องพร้อมจะพุ่งพรวดออกมาได้ตลอดเวลา แต่ถ่อมาถึงนี่แล้ว และที่สำคัญเมื่อวานยังไม่ได้ดูพระนารายณ์ราชนิเวศน์เลย จะยอมแพ้ได้ไง




    พระนารายณ์ราชนิเวศน์

    ที่ต้องเลื่อนมาวันนี้ เพราะบาปสองประการ

    บาปแรก เค้าปิดวันจันทร์ - อังคาร ซึ่งเมื่อวานนี้เป็นวันอังคาร...ใครจัดโปรแกรมฟะ ไม่ได้รู้เรื่องอะไรเล๊ย... เอ่อ ผมนั่นเอง

    บาปที่สอง เราอยากไปถ่ายแสงราวหกโมงเย็น แต่โบราณสถานที่นี่ปิดเวลาราชการคือสี่โมงครึ่ง...เพราะฉะนั้นลืมเรื่องถ่ายแสงเย็นไปได้เลย

     

    และเมื่อมันผิดพลาดมาขนาดนี้แล้ว เราจึงต้องมาเจอกับบาปที่สาม...

    เราเชคเอ้าท์ แล้วค่อยๆ ขับรถคลานไปพระนารายราชนิเวศน์ไฮไลท์สุดๆ ของจังหวัด กำแพงขาวๆ และต้นไม้ใหญ่ชวนให้ผมกับอาเจ้คิดไปว่าจะมีอะไรอยู่ข้างหลังนั่น มีรถจอดอยู่เต็มไปหมดจนไม่มีที่ มาช้าก็เงี๊ยะ วันสงกรานต์พอดีข้างในคงมีกิจกรรมให้ถ่ายรูปได้อีกเยอะ วนไปวนมาซักพักตัดสินใจจอดในซอยแล้วเดินเอาก็ได้

     

    แต่ปรากฏว่ามันปิดวันสงกรานต์ฮะ มันปิด... ว๊ากกขออ๊วกใส่ประตูหน่อยได้ไหม T^T

     

    เปิด วันพุธ - อาทิตย์ 8.30 - 16.30

    ปิด จันทร์ - อังคาร และ วันหยุดนักขัตฤกษ์

    ค่าเข้าชม 10 บาท



    พระที่นั่งไกรสรสีหราช

    ขากลับยังมีสถานที่น่าสนใจอีกแห่ง นั่นคือตำหนักเย็นหรือพระที่นั่งไกรสรสีหราช ออกห่างจากตัวเมืองมาเล็กน้อย ป้ายทางเข้าเล็กจิ๋วถนนเป็นดินลูกรัง --- คาดว่าทางจังหวัดกำลังเตรียมสร้างถนนใหม่

     

    ตามประวัติ สมเด็จพระนารายณ์ใช้ที่นี่เป็นที่พระทับพักร้อนรวมทั้งเป็นจุดที่พระองค์และคณะทูตจากพระเจ้าหลุยที่ 14 ใช้สำรวจจันทรุปราคา เรียกได้ว่าการศึกษาดาราศาสตร์สมัยใหม่ของไทยเกิดขึ้นครั้งแรกที่นี่นั่นเองเดินรอบๆ ใช้เวลาไม่ถึงสิบนาทีก็ทั่วแล้วจ้า

     

    โชคดีที่ในบริเวณนี้มีต้นไม้ใหญ่ลมพัดเย็นสบายกว่าในตัวเมือง ผมกินยาแล้วหลับสบาย ได้เติมพลังก่อนขับรถยาวกลับบ้าน

     

    เปิดทุกวัน 8.30 - 16.30

    ค่าเข้าชม 10 บาท


  • ของกิน

    นอกจากของกินริมทางราคาประหยัด หาได้ทั่วไป เราก็ได้ลองอาหารจากสองร้าน



    ห้องอาหารของโรงแรมเทพธานี

    ราคาไม่แพง อาหารรสชาติใช้ได้ โดยเฉพาะแกงเลียงที่เข้มข้นสุดๆ โทรไปสั่งแล้วรอครู่นึงจะมีพนักงานสาวมาเสิร์ฟถึงห้อง




    ร้านมัดหมี่

    ร้านอาหารชื่อดังของจังหวัด ดูเผินๆ ราคาอาจไม่ต่างจากกรุงเทพมากนัก แต่ปริมาณอาหารเยอะกว่ามากมากมาก เราสองคนสั่งกับข้าวมาสามอย่าง กินไม่หมดฮะ แถมขนมถ้วยที่ทางร้านให้ฟรีก็อร่อยอีกตะหาก เด็ดจริงอะไรจริง




    ที่พัก

    โรงแรมเทพธานี

    + อินเตอร์เน็ตแรงดี
    + เตียงนุ่ม กว้างใหญ่ หมอนสูงกำลังดี
    + ห้องกว้าง ปลั๊กไฟเยอะ
    + มีโต๊ะให้นั่งทำงาน
    + ราคาประหยัด
    - แอร์สู้ความร้อนไม่ค่อยไหว ดึกๆ ก็ยังรู้สึกว่าร้อน
    - ปลั๊กส่วนใหญ่เป็นแบบสองรู ถ้าคุณใช้ปลั๊กสามขาเยอะ ต้องเตรียมหัวแปลงไปด้วย




    สรุป

    นี่คือจังหวัดที่มีศักยภาพทางการท่องเที่ยวสูงลิบลิ่ว ผู้คนน่ารัก ค่าครองชีพไม่สูงมากนัก และมีของดีกับตัวเยอะมาก จะมีซักกี่จังหวัดในประเทศที่มีโบราณสถานอายุนับพันปีตั้งอยู่กลางเมือง? เสียดายที่ผู้เกี่ยวข้องไม่ได้เอามาใช้ประโยชน์เท่าไหร่ เวลาเปิดปิดของสถานที่ท่องเที่ยวเจ๋งๆ ก็ไม่ได้ส่งเสริมการท่องเที่ยวเลยซักนิด...บริหารจัดการดีๆ เงินจะไหลมาเทมา ถ้าผมเป็นลิงลพบุรีผมจะบุกศาลากลางจังหวัดก่อนเป็นอันดับแรก

     

    อ่านมาตั้งยืดยาว สรุปว่าควรค่าแกการไปเที่ยวไหม

    ถ้าคุณชอบประวัติศาสตร์ โบราณสถานลพบุรีก็เป็นอีกเมืองที่ไม่ควรมองข้ามครับ




    พิกัด

    วงเวียนสมเด็จพระนารายณ์มหาราช --- http://bit.ly/1ShBLbk

    ตลาดรถไฟ --- http://bit.ly/1Sd7aJT

    ศาลพระกาฬ --- http://bit.ly/1Sd7eta

    พระปรางค์สามยอด --- http://bit.ly/1ShCiKg

    ปรางค์แขก --- http://bit.ly/1r2ilif

    บ้านวิชาเยนทร์ --- http://bit.ly/22BZPIF

    วัดพระศรีรัตนมหาธาตุ ลพบุรี --- http://bit.ly/1ShCAkD

    วัดเสาธงทอง --- http://bit.ly/23EluWy

    ชุมชนตลาดล่าง --- http://bit.ly/1TaXcuT

    พระนารายณ์ราชนิเวศน์ --- http://bit.ly/1YzmmEN

    พระที่นั่งไกรสรสีหราช --- http://bit.ly/23NjIiw

    โรงแรมเทพธานี --- http://bit.ly/1VrCmL2

    ร้านมัดหมี่ --- http://bit.ly/1r2hazh

เข้าสู่ระบบเพื่อแสดงความคิดเห็น

Log in