เสน่ห์ไอยคุปต์marmantin
เสน่ห์ไอยคุปต์ X
  • Hot Air Balloon over Luxor


    จริงๆแล้วการนั่งบอลลูนเนี่ยเป็นแค่โปรแกรมเสริมเฉยๆ ซึ่งฉันคิดว่าไหนๆเรามาแล้วก็ต้องเที่ยวให้ครบ ซึ่งฉันต้องแหกตาตื่นมาตั้งแต่ตี 4 กว่า เพื่อที่จะไปขึ้นบอลลูน พี่สาวฉันนางเคยขึ้นแล้ว นางเลยไม่ได้ไปด้วย ทางพี่โอ๊ตแจ้งว่าเดี๋ยวจะมีรถตู้มารับ แล้วเราต้องล่องเรือไปอีกทีหนึ่ง เรือที่ฉันนั่งไปคือมีหลอดไฟสีเขียวเหมือนพวกเรือตกหมึกเลย ทางไกด์ก็แจ้งว่าเดี๋ยวเขาจะมีบันทึกวิดีโอการเดินทางไปขึ้นบอลลูนด้วยนะ ถ้าสนใจซื้อได้เลยหลังทริปจบ เขามีแจกขนมและชาให้จิบระหว่างล่องเรือด้วย พอเราขึ้นบก มันน่าตื่นเต้นมากที่เห็นผ้าใบบอลลูนแฟบๆอยู่บนพื้น หมายความความฉันจะได้เห็นบอลลูนเริ่มสูบลมตั้งแต่แรกเลย

    หลังจากผ่านมาสักพัก บอลลูนก็พร้อมเดินทางเต็มสูบแล้ว เสียงเครื่องพ่นดังมากๆเลยทีเดียว เขามีการแนะนำกัปตันบอลลูนด้วย กัปตันหล่อมากทำเอาพี่ที่ไปด้วยกันแอบเพ้อหน่อยๆ หลังจากที่หาบันไดมาให้ปีนเข้าบอลลูนเรียบร้อยแล้ว ก็มีสอนว่าเวลาลงต้องจับเชือกในบอลลูน คู้ตัวลงเพื่อความปลอดภัย ดีที่เรามาทันช่วงที่พระอาทิตย์กำลังขึ้นพอดี ทิวทัศน์ที่เห็นจากบอลลูนก็ด้วยน่าตื่นตาตื่นใจ ฉันเห็นซากเมืองโบราณด้วย ฉันหยุดถ่ายรูปไม่ได้เลย 

    It's a big world out there, isn't it? But sometimes it just seems so small

    ฉันสังเกตว่าห่่างๆจากตะกร้าบอลลูนเหมือนจะมีกล้องอยู่ เขาใช้สายคล้องไว้กับผ้าใบบอลลูนเพื่อถ่ายรูปพวกเรา แอบเขินจัง 

    พี่โอ๊ตมีเล่าให้ฟังขำๆว่าปีที่แล้วที่จัดโปรแกรมมา ตอนขาลงจากบอลลูนพี่กิตติต้องนั่งรถตู้ไล่ตามบอลลูนกันเลยทีเดียว ดีที่ปีนี้ไม่ต้องทำแบบนั้นแล้ว หลังจากที่เราลงจากบอลลูน ฉันได้ใบเซอร์ฯจากกัปตันด้วยนะ เขามีเขียนชื่อเป็นภาษาอิยิปต์ให้ฉันด้วย หลังจากนี้เราต้องรีบบึ่งรถตู้เพื่อกลับไปกินอาหารเช้ากันแล้วละ!

    Al-Deir Al Bahari Temple


    หรือที่เราเรียกกันว่า "วิหารฮัตเชปซุต" ใครคือฟาโรห์ฮัตเชปซุต? นั่นเป็นคำถามแรกที่คิดขึ้นมาในหัวเลย แต่พอบอกว่า "ราชินีมีเครา" ไง เออ คำนี้ต่างหากที่ฉันรู้สึกคุ้นหูมากกว่า สรุปว่าฟาโรห์ฮัตเชปซุตเป็นฟาโรห์หญิงผู้โด่งดัง ซึ่งฟาโรห์ฮัตเชปซุตเป็น 1 ใน 5 ฟาโรห์หญิงในประวัติศาสตร์อียิปต์ที่ฉันก็จำไม่ได้อยู่ดีว่ามีใครบ้าง  

    หากจะให้บรรยายวิหารฮัตเชปซุตก็คือมันดูเรียบง่ายแต่แข็งแรงมาก มีเสายันรับน้ำหนักสถาปัตยกรรมแนวนอน ทางเดินลาดชันขึ้นวิหาร ลานโล่งๆหน้าวิหาร


    วิหารข้างในมีรูปปั้นทำท่า Wakanda Forever เราก็ถ่ายรูปเลียนแบบกันสนุกกันเลย เวลาเห็นเสาเรียงกันเป็นระเบียบๆแบบนี้เวลาถ่ายรูปออกมาคือสวยมาก 
    แต่สิ่งที่ฉันจำได้แม่นที่สุดคืออากาศที่ร้อนสุดๆแบบผิวแทบจะไหม้เหมือนแวมไพร์เจอแสงแดด แต่สีเสื้อฉันก็เจ็บพอๆกัน แดดดีๆ เสื้อสีเจ็บคือถ่ายรูปออกมาสวยมาก บอกตามตรงว่าไม่ได้ฟังพี่โอ๊ตบรรยายเลยเพราะมัวแต่ถ่ายรูป ภายในวิหารก็จะบอกเล่าเรื่องราวของแบบสมมติเทพของฟาโรห์หญิงองค์นี้ไว้ ด้านนอกวิหารชั้นสองน่ะมีเสาที่สลักเป็นหัวของฟาโรห์ฮัตเชปซุตไว้ด้วย 
    หลังออกจากวิหารมาพวกเรายังมาถ่ายรวมแก๊งที่หน้าวิหาร ก่อนจะเดินทางไปวิหารเมดิเนต ฮาบูกันอีกทีเพื่อสั่งลาวิหารฮัตเชปซุต
    แดดดี ไม่ใช้ฟิลเตอร์ใดๆ


    Medinet Habu


    ตอนแรกฉันไม่ได้คาดหวังอะไรกับวิหารนี้เลย เพราะไม่เคยได้ยินชื่อมาก่อน ถึงทางเข้ามันจะดูใหญ่แต่ว่ามันดูเก่าๆ พอเราเดินเข้าวิหารเมดิเนต ฮาบูไป พี่โอ๊ตก็มาอธิบายถึงโครงสร้างของวิหาร ซึ่งก็จะคล้ายกันหมดคือ เข้าไปแล้วจะเห็นลานโล่ง ตัววิหารชั้นนอกที่รายล้อมด้วยเสา ตัววิหารชั้นในที่มีห้องบูชา ตัววิหารเมดิเนต ฮาบูเป็นของฟาโรห์รามซิสที่ 3


    ประตูทางเข้าที่เรากำลังชุมนุมกันอยู่ด้านหน้าจะแปลกตากว่าวิหารทั่วไปตรงที่มันมีประตูใหญ่หนึ่งช่อง เหนือประตูใหญ่ก็จะมีเป็นช่องที่เล็กกกว่าอีกสองช่อง เรียงขนาดจากใหญ่ไปเล็กตามลำดับความสูง (ปกติจะมีช่องประตูเดียว) พี่โอ๊ตเองก็เพิ่งจะเป็นครั้งแรกที่เคยมาวิหารแห่งนี้ ก็ทำการบ้านมาว่าได้อิทธิพลมาจากชาวทะเล หมายถึงชาวตุรกีและปาเลสไตน์ ถามว่ามีช่องข้างบนเพื่ออะไร? ก็เพื่อตัดศีรษะศัตรูมาห้อยไว้ที่ช่องเหล่านี้นั้นเอง

    ช่องห้อยหัว
    พอเราเดินเข้ามาถึงกำแพงวิหารคือตะลึงไปเลยเพราะมันใหญ่และกว้างมาก และฝั่งหนึ่งสลักภาพฟาโรห์กุมหัวนักโทษทำท่าตัดคอ อีกฝั่งคือรูปเทพโอรัสประทานกริชแก่องค์ฟาโรห์ ตอนนี้ฉันเริ่มตื่นเต้นขึ้นมาแล้วว่าจะเจออะไรในวิหารแห่งนี้ เดินผ่านกำแพงวิหารคือจะเจอรูปปั้นสิงโตที่เป็นตัวแทนเทพีเซคเม็ต
    นั่งอยู่ก่อนเลยเป็นอันดับแรก เดินเข้าไปเรื่อยๆก็เป็นวิหารชั้นนอกที่ล้อมด้วยเสาหินขนาดใหญ่และมีรูปปั้นฟาโรห์องค์โตยืนเรียงหน้ากระดานกันอยู่ อักษรที่สลักอยู่ตามผนังคือเจาะลึกมาก สามารถกำมือเอาเข้าไปวางได้สบายๆเลย


    แต่พี่โอ๊ตบอกว่ามีภารกิจสำคัญกว่าคือการตามหารูปสลักนักรบรูปหนึ่งต่างหาก ฉันคิดว่ามันก็คงจะเป็นรูปสลักแบบที่เห็นได้ทั่วไปกระมังที่บ่งบอกความเก่งกาจของฟาโรห์นักรบ แต่ตอนที่เจอรูปสลักนั้นเข้าไปถึงกับอึ้งไปเลย ทำไมน่ะหรือ? มันก็เป็นรูปสลักที่บ่งบอกถึงความเก่งในการรบอยู่หรอก เพราะพระองค์ก็ฆ่าศัตรูได้เป็นจำนวนมาก ดูได้จากจำนวนมือและอวัยวะเพศชายที่โดนที่โดนตัดเพื่อนับจำนวนศพ ใช่ๆ อ่านไม่ผิดหรอก สงสารคนตายจัง ตายแล้วยังตายอย่างขันทีอีก ในภาพสลักคือจำนวนมือและอวัยวะเพศชายคือกองเป็นพะเนินเลย (หารูปไม่เจออะ แปะอย่างอื่นแทนนะ)


    ห้องสุดท้ายในวิหารคือเป็นห้องที่เต็มไปด้วยเสาหินขนาด 2 - 3 คนโอบ พร้อมการสลักอย่างวิจิตร แต่ว่าตัวเสาคือเหลือแต่ช่วงต้นเสาและฐานตันๆเท่านั้นแล้ว แต่มันก็สวยอยู่ดีแหละ




    To be continued...

เข้าสู่ระบบเพื่อแสดงความคิดเห็น

Log in