One Shotselynebb
[OS] Delicate
  • This ain't for the best

    My reputation's never been worse, so you must like me for me

    We can't make any promises now, can we, babe?

    But you can make me a drink


    เมืองหลวงที่แสนวุ่นวาย ผู้คนเดินสวนกันขวักไขว่แต่ไม่มีใครสนใจกันและกัน พนันได้เลยว่าพวกคุณแต่ละคนไม่สนใจเหลือบมองคนที่ยืนอยู่ข้างตัวคุณด้วยซ้ำ บรรยากาศบนท้องถนนยิ่งดูสับสนปั่นป่วนหนักขึ้นเมื่อฝนผิดฤดูกาลสาดกระหน่ำลงมาอย่างไม่ทันให้ตั้งตัว คนที่ขับรถยนต์อย่างผมก็ไม่เดือดร้อนมากนัก อย่างมากก็แต่หงุดหงิดกับการจราจรที่นิ่งสนิทเท่านั้น แต่คนเดินเท้าหรือคนที่ใช้รถจักรยานยนต์คงลำบากที่ต้องรับมือกับสายฝนและน้ำขัง โชคดีที่ผมเผื่อเวลาออกจากบ้านไว้แล้ว เลยไม่กังวลเกี่ยวกับเวลาสักเท่าไรเพราะยังไงก็เหลือเวลาอีกโขอยู่ก่อนจะถึงเวลานัดหมาย


    นัดสำคัญที่สุดในชีวิตผมเลยล่ะ


    พวกคุณเคยรู้สึกหวั่นไหวกับใครสักคนบ้างหรือเปล่า?


    ผมใช้คำว่าหวั่นไหวเพราะมันเป็นความรู้สึกเหมือนกับตัวเองไปยืนอยู่บนปากปล่องภูเขาไฟที่กำลังจะระเบิด ใกล้เสียจนสัมผัสได้ถึงกลิ่นขมๆ ของกำมะถันและไอร้อนของลาวาที่ระอุอยู่เบื้องล่าง และตอนนี้ผมกำลังอยู่ระหว่างการตัดสินใจว่าจะโดดลงไปหรือว่าถอยหลังกลับดี การรับมือกับความรู้สึกแบบนี้ผมไม่ถนัดเท่าไร ความกังวล ความกดดัน ความไม่มั่นใจถาโถมเข้ามาจนตั้งตัวไม่ทัน ทั้งๆ ที่เคยตั้งใจเอาไว้แล้วว่าจะไม่ปล่อยให้เรื่องแบบนี้เกิดขึ้นอีกเป็นครั้งที่สอง ผมพูดแบบนี้ทุกคนคงจะเดาได้ไม่ยากว่าครั้งแรกมันจบลงแบบไหน เล่นเอาแทบเอาตัวไม่รอดเลยทีเดียว แถมการรับมือกับเสียงนกเสียงกาที่ตามมาก็ไม่ง่ายอย่างที่คิดไว้


    แต่แล้วมันก็เกิดขึ้นอีกจนได้


    Dive bar on the east side, where you at?

    Phone lights up my nightstand in the black

    Come here, you can meet me in the back

    Dark jeans and your Nikes, look at you

    Oh damn, never seen that color blue

    Just think of the fun thing we could do


    ผมเดินเข้ามาที่บาร์เล็กๆ ที่ซ่อนอยู่ในตึกแถวชานเมือง ถ้าคุณได้มาเห็นคุณจะแปลกใจที่ร้านดีๆ แบบนี้มาอยู่เสียไกลเมือง ดูเหมือนเจ้าของร้านจะทำเอาสนุกๆ มากกว่าจะคิดเรื่องกำไร คงจะเป็นร้านของเศรษฐีที่ไหนสักแห่งที่เบื่อความวุ่นวายของเมืองหลวงถึงได้หลบมาหาความสงบที่นี่ แต่ก็ดีเหมือนกัน ผมจะได้มีพื้นที่สำหรับความสงบในชีวิตบ้าง


    พอคิดถึงคนคนนั้น ผมก็อดยิ้มขึ้นมาไม่ได้ แค่นึกถึงรอยยิ้ม เสียงหัวเราะ หรือคำพูดตลกๆ ของเขาก็ทำเอาหัวใจพองฟูขึ้นมา ทั้งที่ไม่ควรเลย ผมนัดเขาออกมาไกลขนาดนี้เพื่อที่ผมจะได้มีเวลาเตรียมตัวเตรียมใจก่อนที่เขาจะมาถึง ไม่อยากจะดูเป็นตัวตลกในสายตาเขาหรอกนะ แล้วเสียงโทรศัพท์ก็ดังขึ้น ดึงผมออกจากความคิดของตัวเอง


    เขามาแล้ว


    ให้ตายสิ คนเราจะดูดีขนาดนี้ไปทำไม


    ร่างสันทัดในชุดลำลองง่ายๆ อย่างเสื้อยืดเรียบๆ กับกางเกงยีนส์สีเข้มและรองเท้าผ้าใบ แต่กลับโดดเด่นกว่าใครทั้งหมดในที่นี้ เขาเดินเข้ามาในร้านอย่างคนที่มีความมั่นใจเต็มเปี่ยมในเสน่ห์ของตัวเอง พกรอยยิ้มที่ทำเอาสาวน้อยสาวใหญ่แทบละลายกองไปกับพื้นเชียว เราสองคนรู้จักกันมาสักพักหนึ่ง แต่ผมรู้สึกว่าเรามีอะไรที่เข้ากันได้ ไม่ใช่แค่เรื่องรูปลักษณ์ภายนอกที่ทำให้ผมอยากเข้าใกล้เขาแต่เป็นกลิ่นอายและบรรยากาศรอบๆ ตัวเขาต่างหากที่ดึงดูดใจ


    Is it cool that I said all that?

    Is it chill that you're in my head?

    'Cause I know that it's delicate

    Is it cool that I said all that?

    Is it too soon to do this yet?

    'Cause I know that it's delicate

    Isn't it?


    "รอพี่นานหรือเปล่า"


    เสียงทุ้มๆ ของเขายังน่าฟังอยู่เสมอ ยิ่งมันถูกเปล่งออกมาพร้อมเสียงหัวเราะเบาๆ ที่ปลายเสียงแล้ว ใจผมแทบจะหลุดออกมาข้างนอกเสียให้ได้


    "ยังไม่ทันได้รอเลยฮะ พี่มาตรงเวลาเป๊ะเลย"


    เขายิ้มอีกแล้ว จนผมอดใจไม่ได้ที่จะบีบแก้มนิ่มๆ ตรงหน้า ผมไม่ชอบอาการประหม่าแบบนี้เลย ตื่นเต้นเหมือนวันแรกที่ได้เจอกัน มันยากเอาการที่ต้องเก็บความหวั่นไหวซ่อนเอาไว้ให้ลึกที่สุดเท่าที่จะทำได้ เพราะกลัวว่าถ้าเผลอตัวทำอะไรโง่ๆ ออกไป อีกฝ่ายจะรู้ได้ว่าผมคิดอะไรอยู่ แต่ให้ตายสิ ถ้าคุณเป็นผมคุณก็อยากจะตะโกนออกไปให้โลกรู้เหมือนกันว่าคุณรู้สึกยังไงกับเขา


    ถ้าพูดออกไปแล้วพี่เขาจะเปลี่ยนไปหรือเปล่านะ?


    จะถูกหาว่าเป็นพวกฉวยโอกาสหรือเปล่า?


    ผมใช้แอลกอฮอล์แก้วแล้วแก้วเล่าดับความวูบโหวงในอก คืนนี้ต้องทำให้ได้ ถ้าไม่พูดตอนนี้ก็คงไม่มีโอกาสอีกแล้ว รู้สึกได้ว่ามือผมกำลังสั่น ผมไม่อยากทำทุกอย่างพังอีก ไม่อยากให้เป็นอย่างที่แล้วแล้วมา เพราะตอนนี้เขากลายเป็นคนสำคัญสำหรับผมไปแล้ว ไม่ว่าจะอยู่ในฐานะอะไรก็ตาม และผมไม่อยากจะเสียเขาไป


    ไม่มีบทสนทนาอะไรเกิดขึ้นระหว่างเรา ผมเงียบ เขาเงียบ ปล่อยให้ความรู้สึกเท่านั้นที่ทำงาน มันยากตรงที่ไม่รู้ว่าเขาคิดอะไร แล้วยากยิ่งกว่าตรงที่ไม่รู้ว่าผมควรจะทำอะไรต่อไป เวลาผ่านไปช้าๆ จนสุดท้ายก็เป็นผมเองที่ต้องเลือกจะจบมัน ผมเงยหน้ามองอีกฝ่ายและพบว่าเขาเองก็กำลังมองผมอยู่เหมือนกัน


    "พี่เอ๊ะ"


    "ว่าไง"


    "ทอมมีอะไรจะบอก..."



    Fin





Views

เข้าสู่ระบบเพื่อแสดงความคิดเห็น

Log in