My First Storyกานต์
เลิกกับแฟน คุยกับจิตแพทย์ กระดาษพันเทป
  • การเมืองรุนแรงมากช่วงนี้ แต่โพสนี้ก็คือดราม่าเรื่องตัวเองนะ ปกติเป็นคนไม่ค่อยพูดเรื่องส่วนตัวเท่าไหร่กับโซเชียล แต่โพสนี้ตั้งใจจะเขียนให้ดีที่สุด จะไม่ให้เสียใจภายหลังที่เขียนไป 
    .
    ในภาพคือกระดาษ ที่ถูกห่อด้วยเทปหลายชั้น 
    เกิดมาจากว่าเมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมาเราได้คุยกับจิตแพทย์ผ่านแอป OOCA รอบนี้คุยกันเรื่องที่เราเลิกกับแฟน จริงๆก็ผ่านมาสามอาทิตย์ได้แล้ว แต่เรายังปล่อยไปไม่ได้ซักที เริ่มจากการบอกความรู้สึกของตัวเองให้คุณหมอฟัง ว่าเราโกรธ เราแค้น และไม่เคยคิดว่าตัวเองจะเป็นคนแบบนี้ แต่สิ่งที่ทำตลอดสามอาทิตย์ที่ผ่านมาคือเรายังส่องเค้าอยู่บ่อยๆ ว่าเค้าลบรูปเราไปรึยัง ว่าไอจีสตอรี่เรายังอยู่มั้ย 
    .
    คุณหมอบอกให้เขียนชื่อเค้าลงในกระดาษ เราเริ่มร้องไห้ คุณหมอให้จังหวะเราร้อง พอเราพร้อม คุณหมอถามว่าถ้าเค้าอยู่ตรงนี้อยากพูดอะไรกับเค้าบ้าง เราก็ร้องไห้ต่อแต่พยายามที่จะพูดออกมา ความรู้สึกมันท่วมไปหมด เหมือนทุกครั้งที่ดูรูปเค้าในโทรศัพท์ หรือเวลานึกถึงกระเพราหมูกรอบไข่ดาวสุกๆที่ตลาดใกล้บ้าน เราพูดไปเรื่อยๆ จนสุดท้ายคุณหมอบอกว่า สามคำที่จะให้เค้าคืออะไร เราใช้เวลาคิด และได้คำว่า พี่ใจร้าย คุณหมอบอกให้พูดออกมา ตามอารมณ์ที่เรารู้สึก เราพูดได้โดยใช้เสียงแค่เสียงปกติโดยที่ร้องไห้ไปด้วย (คนที่รู้จักเราจะรู้อยู่แล้วว่าเราร้องไห้เก่ง เป็นเรื่องปกติไม่ต้องเป็นห่วงผู้เขียน) คุณหมอบอกให้เราตะโกนเลย พูดออกมาแบบที่เรารู้สึก 
    .
    แต่เราพูดได้เท่านี้จริงๆ เพราะไม่ว่าเราจะโกรธเกลียดหรือแค้นเค้าแค่ไหน เรายังรักเค้าอยู่ เรายังอยากให้เค้ามีความสุขต่อไป เรารู้อยู่แก่ใจว่าเราแค่เสียใจ และแค่อยากให้เค้ารู้ว่าเราเสียใจมากแค่ไหน ถึงบางทีจะอยากให้เค้าเสียใจแบบที่เรารู้สึกบ้าง แต่เรารู้ว่าไม่สามารถไปด่าคนคนนึงได้แค่เพราะเค้าเป็นเค้าและเค้าใจร้าย ถึงแม้ว่าเราจะทำไปแล้วแหละ นั่นคือทั้งหมดที่เรารู้สึกกับเค้าจริงๆ เค้าแค่ใจร้าย และเราไม่เข้มแข็งพอ
    .
    หลังจากที่เราเย็นลง คุณหมอให้พับจรวด และให้ปาออกไป แต่กระจกเราที่นี่เปิดกว้างไม่ได้ คุณหมอเลยบอกให้ขยำแทน เราขำและร้องไห้ไปพร้อมๆกัน เพราะเรารู้ว่า เราทำไม่ได้ เราขยำเค้าลงไปไม่ได้ เรายังไม่พร้อมทิ้งความรู้สึกทั้งหมดไป คุณหมอเลยบอกให้พับแทน ตลอดการคุยกันตั้งแต่เริ่มคุณหมอใจเย็นมากๆ ค่อยๆพูดกับเรามากๆ
    .
    โอเคเราค่อยๆพับ พับให้เล็กที่สุดเท่าที่เราคิดว่ามันควรจะเล็ก แล้วคุณหมอบอกว่านี่คือความรู้สึกโกรธแค้นเสียใจของเรา แล้วให้เราทิ้งไป เราขำอีก ทิ้งไม่ไหวคุณหมอออ แงงงง อ่อนแอเหลือเกิน คุณหมอเลยบอกว่า งั้นให้แบ่งครึ่ง ให้ทิ้งครึ่งนึงและให้คิดว่าสิ่งที่จะทิ้งคืออะไร เราคิดว่าอยากทิ้งคโกรธแค้นไป และตัดสินใจเอาไปทิ้งชักโครก เพราะคิดว่าถ้าทิ้งขยะคนอย่างเราต้องไปเก็บกลับมาแน่ๆ ส่วนอีกครึ่งนึงอยากทิ้งหรือเก็บ? เราบอกอยากเก็บ แต่เพราะเราชอบไปส่อง พอเห็นเค้าแล้วก็รู้สึก คุณหมอเลยให้พันเทปแล้วเอาไปซ่อนไว้
    .
    ที่นี้เราไม่เห็นแล้ว คุณหมอถามว่าไม่มีเค้าแล้ว ยังมีใครอีกบ้าง เราตอบ แล้วคุณหมอให้เราหยิบกระดาษมาอีกหนึ่งแผ่น เขียนชื่อตัวเองลงไปตรงกลางใหญ่ๆ แล้วเขียนชื่อคนเหล่านั้นรอบๆ เราเขียนคนในครอบครัวหลายคน เราเขียนเพื่อนสนิทหลายคน และคนที่ทำให้เรายังมีหวังอีกสองคน  
    .
    คุณหมอ: ทำไมถึงเขียนชื่อพวกเค้าลงไป?
    เรา: เพราะเรารักและแคร์พวกเค้า และเรารู้ว่าเค้ารักและแคร์เรา
    คุณหมอ: อยากให้ทำอะไรให้เค้าเหล่านี้บ้างมั้ย พาไปเที่ยว? ซื้อของให้?
    เรา : กับหลายๆคน เราอยากเข้มแข็งและเลิกร้องไห้ซักที พวกเค้าจะได้ไม่ต้องเป็นห่วงและเสียเวลามาฟังเราร้องไห้ และสำหรับทุกคนก็คือ เราอยากขอบคุณ

    คุณหมอก็บอกว่าแต่ถ้าเราไม่บอกเพื่อน เพื่อนอาจจะโกรธก็ได้ที่ไม่ยอมบอกเค้า แล้วเพื่อนก็มีเราคอยฟังเค้าเหมือนกันใช่มั้ย เราก็ยังต้องอยู่ฟังเพื่อนเหมือนกันเราก็เป็นกำลังใจของคนเหล่านี้เหมือนกัน บางคนเค้ามีเราคนเดียว(สื่อถึงคุณแม่) ถึงตรงนี้เรารู้แล้วว่าเราโชคดีแค่ไหนที่มีเพื่อนที่คอยเหลือช่วยเราตลอด 
    .
    ถึงตรงนี้รู้แล้วว่าคุณหมอสื่อถึงคนที่เค้าไม่มีใครรับฟัง ไม่มีโอกาสได้คุยกับหมอผ่านแอป เรารู้ว่าเราโชคดีแค่ไหน และวันนี้เรามาเขียนโพสนี้ เพราะอยากมาบอกว่า เราพร้อมทิ้งอีกครึ่งนึงแล้ว แล้วเราก็ได้เลิกติดตามและอันเฟรนเค้าไปแล้ว สุดท้ายเราก็ยังคงโกรธอยู่นิดๆและไม่เข้มแข็งพอที่จะเป็นเพื่อนกับเค้าหรือเห็นเค้าได้ แต่เราเข้มแข็งขึ้นแหละ และมีความตั้งใจที่จะใช้ชีวิตต่อไปให้ดีที่สุด วันนึงเราคงได้ร้อง thank you, next แบบหมายความแบบนั้นจริงๆ วันนึงความโกรธเราก็คงลดลงไป ความเสียใจก็ด้วย วันนี้ก็ใจเย็นๆกับตัวเองและดูแลใจตัวเองกันไปก่อน ซึ่งเราคงไม่สามารถมาถึงจุดนี้ได้เลยถ้าไม่มีเพื่อนที่คอยซับพอร์ตเราทุกๆอย่างจริงๆ สิ่งที่เราอยากทำหลังจากจัดการความรู้สึกของตัวเองได้แล้วคือเราอยากเป็นคนนึงที่อย่างน้อยก็รับฟังคนอื่นได้และช่วยให้เค้ารู้สึกดีขึ้นมาได้บ้าง ถ้าใครอ่านมาถึงตรงนี้ก็คือขอบคุณมากๆ หวังว่าจะทำให้ใครที่พึ่งเลิกกับแฟนรู้ว่าเราไม่ได้อยู่คนเดียว ไม่ว่ามันจะแหลกแค่ไหนเหมือนชีวิตมันไม่เหลืออะไรอีกแล้ว และถ้าไม่รู้จะคุยกับใครจริงๆก็คือคอมเม้นหรืออินบ้อกมาก็ได้ การที่มีคนรับฟังมันทำให้รู้สึกดีขึ้นมากจริงๆ เป็นกำลังใจให้ทุกๆคน และตัวเองด้วย

Views

เข้าสู่ระบบเพื่อแสดงความคิดเห็น

Log in