Let's Review!NickyWit
13 Reason Why คุณเคยเป็นเหตุผลการจากไปของใครสักคนไหม?
  • เหตุผล ความลับ การจากไป..
    กับเรื่องราวที่เต็มไปด้วยความจริงจากปากของใครคนหนึ่งซึ่งเธอตายไปแล้ว!

    ---------------------

    เคยคิดที่จะฆ่าตัวตายไหม? เราเชื่อนะว่าทุกคนต้องตอบอย่างใดอย่างหนึ่งแต่...
    ไม่จำเป็นต้องตอบเราหรอก เพราะเราเองก็ไม่รู้เช่นกันว่าอะไรคือเหตุผลเเละคำตอบของคุณ
    โลกนี้มีเรื่องราวมากมายที่ถาโถมเข้าหาเราไม่หยุดไม่หย่อน
    จนบางครั้งเราเองก็เเทบบ้านะกับเรื่องพวกนั้น..


  • ว่ากันด้วยเรื่องการกลั่นเเกล้ง สังคมโรงเรียนมัธยม หรือเเม้กระทั่งความสัมพันธ์ของเพื่อนที่จบลงได้อย่างน่าตกใจ นาทีนี้คงไม่มีซีรีย์เรื่องไหนที่ตอบโจทย์เเละอธิบายได้ดีที่สุดเท่ากับเรื่อง

    "13 Reason Why"

    ซึ่งซีรีย์เรื่องนี้ถูกดัดเเปลงมาจากวรรณกรรมเรื่องเดียวกันที่เเต่งโดย Jay Asher โดยเส้นเรื่องหลักมาจากเด็กผู้หญิงคนหนึ่งคือ "Hannah Baker" ที่อัดเทปไว้ 7 ตลับ 13 หน้าเพื่อบอกเล่าเหตุผลว่าทำไมเธอถึงฆ่าตัวตาย เเละหนึ่งในเหตุผลนั้นคือ "Clay Jensen" ที่ได้รับกล่องปริศนานั้น!




    เคยคิดไหมว่าคนๆหนึ่งจะจบชีวิตลง...เพราะว่าคนหลายคนเป็นเหตุผลของเขา เเละเคยคิดไหมว่าคุณอาจจะเป็น "หนึ่งในเหตุผล" ของการจากไปของเขาด้วยเช่นกันเเละบางครั้งเหตุผลที่สำคัญที่สุด อาจไม่สำคัญสำหรับพวกคุณเลยก็เป็นได้ ... และซีรีย์เรื่องนี้เป็นซีรีย์ที่พูดถึงเรื่องการเเกล้งกันในสังคม ไม่ว่าจะเป็นเรื่องราวเกี่ยวกับเพื่อน ความรัก ความสังคมนักเรียนมัธยม หรือเเม้กระทั่งความขัดเเย้งกันระหว่างคนสองคนที่ต่างฝ่ายต่างบอกว่าใครกันเเน่ที่พูดโกหก!
  • หัวใจสำคัญของเรื่องคือการกลั่นเเกล้งกัน ไม่ว่าจะมาจากอะไรก็ตามที่ถาโถมเข้ามานั้นนี่เป็นเหตุผลที่มาจากการกลั่นเเกล้งทั้งหมด และการกลั่นเเกล้งนี่เเหละมันทำให้ชีวิตพังลงได้ ซีรีย์เรื่องนี้ไม่มีอะไรน่ากลัว เพราะเรื่องราวทั้งหมดในเทปนั้นเกิดขึ้นก่อนเธอเสียชีวิตด้วยซ้ำ

    "ถ้าตอนนั้นไม่ทำแบบนั้น.."
    มันเป็นคำถามแรกที่เกิดขึ้นกับเราหลังชมจบ มันทำให้ผมนึกย้อนไปว่า เราเคยทำอะไรไม่ดีกับใครไปบ้าง แล้วถ้าเราไม่ทำแบบนั้น บางทีตอนนี้อาจจะไม่เป็นแบบนี้ก็ได้
    มันก็เหมือนปรากฏการณ์ที่ชื่อว่า 'การขยับของปีกผีเสื้อ' หรือที่รู้จักในนาม 'Butterfly Effects' ที่พูดถึงการตัดสินใจกระทำบางอย่าง ย่อมส่งผลให้เกิดการกระทำอีกบางอย่างตามมาเสมอ
    อย่างคำหนึ่งในซีรีส์ที่พูดไว้
    'Everything effects everything'

    เราจะได้เห็นพัฒนาการของตัวพระเอกที่ค่อย ๆ เข้มแข็งขึ้นจนแข็งกร้าว และกลายเป็นชนวนระเบิดในท้ายที่สุด เราไม่ได้อยากจะเฉลยบทสรุปของซีรีส์ เพราะคุณรู้ตั้งแต่ต้นเรื่องแล้ว แต่สิ่งที่คุณจะเห็นคือการเปลี่ยนแปลงของพระเอก จากเด็กเนิร์ด ๆ เงียบ ๆ ที่เริ่มกลายเป็นคนที่เขาไม่อยากเป็น และตัดสินใจทำในสิ่งที่เขาไม่เคยคิดจะทำ จนคุณต้องถามตัวเองอีกครั้งว่า นี่คือสิ่งที่ถูกต้องจริงหรือเปล่า เขาตัดสินใจทำแบบนี้ คือถูกต้องแล้วใช่ไหม ?

  • ความดีของซีรีย์เรื่องนี้คือ ..
    การไม่โยนความผิดว่าใครทำ ไม่ได้อ้างว่าเพื่อนสนิท เเฟนเก่า ครอบครัว ครูอาจารย์หรือใครก็ตามที่รับรู้เหตุการณ์ทั้งหมดเเต่ไม่ได้ยื่นมือเข้ามาช่วยเหลือ นั่นไม่ใช่เรื่องดีเลยนะ เพราะเราเองนั่นเเหละต่างเป็นสาเหตุเเละเหตุผลของการเเกล้งกันก็ได้

    คุณคิดว่าซีรีย์เรื่องนี้ทำขึ้นมาเพื่อให้วัยรุ่นดู หรือเฉพาะวัยรุ่นเท่านั้น...
    เปล่าเลย ซีรีย์เรื่องนี้ทุกคนควรดู รวมถึงคุณด้วย!!

    เพราะอย่างที่เคยพูดไปว่า ซีรีส์นี้มันพูดถึงปัญหาที่เกิดขึ้นจากคนรอบข้าง นั่นหมายถึง ประเด็นการเเกล้งกัน ความสัมพันธ์ เพราะฉะนั้น กฎง่าย ๆ ของการดูซีรีส์เรื่องนี้คือ
    หนึ่ง ดูซีรีส์ให้จบ
    และสอง ส่งต่อซีรีส์นี้ให้คนที่คุณรู้จัก
    แล้วมาดูกัน ว่าเขาจะรู้สึกอย่างไร เมื่อดูซีรีส์นี้จบลง!


    สิ่งที่ได้จากการดูซีรีย์เรื่องนี้มารธอน 3 วันเต็มๆพบว่า ซีรีย์ไม่มีความสมบูรณ์เเบบฉันใด คนเราก็ไร้ซึ่งความสมบูรณ์เเบบฉันนั้น เราทุกคนมีดาร์กไซต์ด้วยกันทั้งนั้น แต่ขึ้นอยู่กับว่าจะควบคุมมันได้เเค่ไหน และสิ่งที่ได้เเน่ๆอีกอย่างหนึ่งคือ สิ่งที่ได้เเน่ๆจากเรื่องนี้คือ "สภาพสังคม" จริงๆว่าทำไมฝรั่งเขาถึงซีเรียสเรื่องอะไรเเบบนี้ เเละเเน่นอนว่าในประเทศไทยเอง เรื่องราวในลักษณะเเบบนี้ยังไม่มีการออกมาพูดถึงอย่างเป็นรูปธรรม เผลอๆกลับกลายเป็นกระเเสในชั่วขณะหนึ่งเท่านั้น (สังเกตได้จาการที่พ่อเเม่ของเเฮนนาห์พยายามสืบหาสาเหตุว่าทำไมลูกสาวของเขาถึงฆ่าตัวตาย ในขณะเดียวกันครูที่โรงเรียนหรือเเม้กระทั่งครอบครัวของเคลย์เองก็พยายามสืบเรื่องนี้อยู่เช่นเดียวกัน)

    ทีนี้....ขึ้นอยู่กับการตัดสินใจเเล้วละว่าจะดูหรือเปล่า ก็เท่านั้น
    จบบันทึกเพียงเท่านี้

    - NickyWit #RookieReviewer -

Views

เข้าสู่ระบบเพื่อแสดงความคิดเห็น

Log in