exhibisyeonproudtone
งานหนังสือ 47th: ตัวเรายังเป็นแซลมอน แต่ว่ายอยู่ในกระแสน้ำแห่งใหม่





  • เมื่อวันอาทิตย์ที่ 31 มีนาคมที่ผ่านมา เราไปงานสัปดาห์หนังสือแห่งชาติครั้งที่ 47 ก่อนที่ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์จะปิดปรับปรุง แล้วยกงานหนังสือท้ายปีไปจัดที่เมืองทองธานี แต่ความเปลี่ยนแปลงไม่ได้เกิดกับแค่สถานที่จัดงาน แต่ตัวเราเองก็เปลี่ยนแปลงไปด้วยจนรู้สึกได้ จากเป็นเด็กต่างจังหวัด ต้องนั่งรถจากชลบุรีเข้ามางานหนังสือครั้งแรกตอนม.4 ตอนนั้นเราเป็นแฟนตัวยงของสำนักพิมพ์แซลมอน ถึงขนาดเคยสมัครฝ่ายรีดเดอร์เซอร์วิส (ซึ่งไม่ติดเพราะแนะนำตัวเฉยๆ แต่ไม่ได้ส่งพอร์ต) มาแล้ว จนตอนนี้ที่เรียนปี 3 ในมหาลัยแถบชานเมืองก็เข้ามาศูนย์สิริกิติ์ฯ ได้ไม่ยาก 



    แต่งานหนังสือครั้งนี้ บูธแซลมอนไม่ใช่สำนักพิมพ์แรกที่เรานึกถึง



    ถึงแซลมอนจะไม่ใช่ที่แรกที่ปิ๊งตั้งแต่เหยียบเข้ามาในฮอล แต่แซลมอนยังเป็น Top of mind สำหรับเราเสมอ ร่างกายที่เคยเดินไปหา Y15 Hall A ก่อนใครอยู่หลายครั้งก็พาตัวเองไปหารักแรกจนได้ แซลมอนยังเป็นขวัญใจวัยรุ่นและวัยทำงานอายุไม่ห่างจากเบญจเพสมากนัก คนเดินแน่นบูธไปหมดในบ่ายวันอาทิตย์ คงเพราะแม็กซ์ เจนมานะ กับพี่เพลีย มาตั้งโต๊ะแจกลายเซ็นข้างหลังบูธพอดี ซึ่งเราก็มองผ่านไปอย่างเย็นชา กวาดตามองหนังสือชื่อคุ้นเคยที่เรามีในครอบครองไม่ต่ำกว่า 20 เล่มและอาจแตะ 30 รวมกับเล่มใหม่ๆ ที่ออกหลังๆ ซึ่งเราไม่ได้ซื้อเก็บไว้แล้ว อย่างของครั้งนี้ที่ออกใหม่ 8 เล่มมี ผจญภัยตามใครเลือก / ตะคริว ณ นิ่วใจ / ทุกพฤติกรรมมีความเสี่ยง โปรดอย่าลำเอียงก่อนตัดสินใจ / FIRST GENERATION / INSIDE ART, OUTSIDE ART / ORN THE WAY / BETWEEN HELLO AND GOODBYE ครู่สนทนา / PARK AND WRITE จดแล้วจร ราคาของแต่ละเล่มอยู่ในช่วง 200-300 บาทเป็นส่วนใหญ่ มีโปรโมชั่นซื้อครบเท่าไหร่จะได้ของแถมตามราคา ซึ่งทุกครั้งจะเป็นกระเป๋าผ้า เรามีกระเป๋าผ้าของแซลมอนที่ต้องซื้อครบหนึ่งพันบาท กับพันห้าอยู่หลายใบ แต่รอบนี้ลายกระเป๋าไม่สวยเท่าไหร่นะ



    รอบนี้มีคนรู้จักทำฝ่ายรีดเดอร์เซอร์วิสสองคน เป็นเพื่อนสมัยมัธยมต้นกับรุ่นพี่ในคณะ เราขอให้รุ่นพี่แนะนำหนังสือน่าอ่านเลยได้ BETWEEN HELLO AND GOODBYE ของ จิรเดช โอภาสพันธ์วงศ์/jirabell มาพลิกไปพลิกมาในมือ อ่านคำโปรยด้านหลังก่อนยิ้มแห้งให้รุ่นพี่แล้ววางคืนบนชั้น เพราะตอนที่อ่านยังไม่รู้สึกสนใจในบทสนทนาเกี่ยวกับชีวิตที่หนังสือจะนำเสนอ แต่แซลมอนยังเป็นแซลมอนเสมอ เป็นสำนักพิมพ์ที่สื่อสารย่อยง่าย ได้ใจความ อุดมไปด้วยเรื่องเล่าจากคนทุกแบบ เมื่ออ่านก็ไม่รู้สึกว่าอ่านอยู่ แต่เหมือนนั่งฟังคนรู้จักเล่าเรื่องให้ฟังมากกว่า ความขี้เล่น เป็นกันเอง คือจุดเด่นที่แข็งแรงของแซลมอนตั้งแต่เริ่มตั้งไข่ มัดใจคนอ่านวัยเยาว์และวัยรุ่นได้อยู่หมัด สังเกตได้จากคนในบูธที่แทบจะไม่มีคนวัยอื่นที่เป็นเด็กน้อยหรืออายุมากสักเท่าไหร่ ฝ่ายบริการนักอ่านก็เฟรนลี่เหมือนเดิมทุกครั้ง ถามอะไรตอบได้ ชวนคุยเรื่อยเปื่อยได้เหมือนเคยรู้จักกันมาก่อน



    แซลมอนยังคงเป็นแซลมอนอยู่เสมอ แต่เป็นเราเองที่เปลี่ยนไป เพราะออกมาจากบูธโดยไม่ได้หนังสือติดมือกลับมาด้วยสักเล่มเดียว



    เพราะงานหนังสือครั้งนี้เรามีสำนักพิมพ์ในใจที่ต้องไปเยือนให้ได้ ทั้งๆ ที่ทุกครั้งที่มางานหนังสือไม่ว่าจะต้นปีหรือท้ายปีก็ไม่เคยเฉียดใกล้ โอเพ่นบุ๊กส์ มาก่อน ครั้งนี้โอเพ่นบุ๊กส์ตกแต่งบูธ E12 Plenary Hall อย่างยิ่งใหญ่ดึงสายตาทุกคนที่เดินผ่าน จนเราได้ยินเสียงชื่นชมว่าบูธสวยไม่ต่ำกว่าสามครั้งในสองนาที เมื่อตกแต่งด้วยสีขาวสะอาด สาดไฟสีส้มอ่อนและสีไม้เปลือย มีความมินิมอลอย่างญี่ปุ่น เราแทบจะร้องกรี๊ดออกเสียงจนอยากให้แดซังชนะเลิศบูธสวยแห่งปีไปเลย รวมไปถึงหนังสือที่วางตั้งโชว์ปกสไตล์มินิมอลสุดๆ ชื่อหนังสือออกใหม่ยากๆ อย่าง วิถีแห่งเต๋า / หลุนอี่ว์: ขงจื่อสนทนา / มูซาชิ: ปัจฉิมบรรพ (ลำดับ 1: ภาคดิน) / PRESENT | ปัญญาจักรวาล / Micromastery | วิชาจิ๋ว 



    พอดีกับ ภิญโญ ไตรสุริยธรรมา มาสคอตของสำนักพิมพ์กำลังนั่งลงเตรียมเซ็นหนังสือ ทำให้มวลบรรยากาศในบูธดูทรงภูมิ ดูเป็นสำนักพิมพ์ของคนฉลาดหรือนักปราชญ์อันเปี่ยมไปด้วยปัญญาเท่านั้นที่จะมีสิทธิเข้าถึงสำนักความรู้นี้ได้ ซึ่งก็ไม่ผิดจากที่คาดไว้หรอก เพราะตอนแรกเราเล็ง หลุนอี่ว์: ขงจื่อสนทนา มาตั้งแต่อยู่หอ แต่พอพลิกอ่านด้านในจริงๆ ก็พบว่ามันยากเกินกว่าเราจะเข้าใจได้ในตอนนี้ ส่วนราคาแต่ละเล่มไม่ต่ำกว่า 300 บาท ถ้าซื้อรวมเป็นเซ็ทจะแตะถึงหลักพัน ยิ่งเป็นปกแข็งจะแพงกว่าปกอ่อนเกือบหนึ่งเท่าตัว จนมองเห็นกลุ่มเป้าหมายหลักโดยไม่ต้องใช้เวลาคิดให้มาก ลูกค้าในบูธถึงมีหลายวัย มีทั้งผู้ใหญ่วัยกลางคน คนทำงาน ลูกเด็กเล็กแดงที่พ่อแม่กำลังเลือกหนังสือเงียบๆ จนเกิดความรู้สึกเหมือนเราอยู่ผิดฝาผิดตัวกับโอเพ่นบุ๊กส์ แต่เราก็ยังมีกะจิตกะใจแกล้งๆ ถามรีดเดอร์เซอร์วิสว่ามีเล่มไหนที่อ่านง่ายบ้าง เขาแนะนำ Finding Sisu | เด็ดเดี่ยวแม้โดดเดี่ยว มาให้ เกี่ยวกับประเทศฟินแลนด์ที่แม้จะหนาวเหน็บ เล็กจิ๋วเมื่อเทียบกับเพื่อนบ้านอย่างรัสเซีย แต่กลับทำเรื่องมหัศจรรย์ได้มากมาย หนังสือเล่มนี้จะค้นลึกไปถึงแก่นของ ‘ซิสุ’ ปรัญชาการดำเนินชีวิตแห่งฟินแลนด์ แน่นอนว่าเรายิ้มแห้งขอบคุณอีกครั้ง แล้วค่อยๆ เฟดตัวออกมา สรุปแล้วเราได้หนังสือกลับบ้านสองเล่ม ที่ไม่ใช่ของโอเพ่นบุ๊กส์และแซลมอนเลย



    ช่วงนี้เรากำลังหมกมุ่นกับความญี่ปุ่นเป็นพิเศษ อะไรที่เกี่ยวกับญี่ปุ่นจะเป็น first priority บูธที่สามจึงเป็นที่ไหนไปไม่ได้นอกจากกำมะหยี่ เราได้ ผู้อัญเชิญไฟ ซึ่งกล่าวถึงโลกดิสโทเปียในอนาคตของแดนอาทิตย์อุทัยกลับมาเป็นเล่มแรกของงาน ตามด้วย MORE FORENSICS AND FICTION ฆาตกรรมชำนาญ ของ อะบุ๊ก ที่เคยเล็งไว้นานนนแล้ว แม้จะมีหนังสือแปลจากญี่ปุ่นที่สะกิดไหล่ชวนจ่ายเงินอยู่หลายเล่ม แต่ขอสงวนท่าทีรอดูรีวิวไปก่อนแล้วกัน



    ยิ่งไปกว่านั้น เรากำลังตามหาหนังสือ ปัญญาญี่ปุ่น ของ ภิญโญ ไตรสุริยธรรมา พิมพ์ตั้งแต่ปี 2553 ที่คงเลิกผลิตไปแล้ว บูธโอเพ่นฯ ก็ไม่มีขาย ที่ห้องสมุดก็โดนยืมต่อโดยที่เรายืมค้างไว้แต่ไม่ได้เริ่มอ่านสักทีจนหมดโควตา แต่จากการอ่านผ่านๆ ก็อ่านง่ายดี ไม่ได้ดูล้ำลึกเหมือนหนังสือชุดปัจจุบัน คิดดูสิว่าเรากำลังตามหาหนังสือที่อ่านเข้าใจได้ ซึ่งตีพิมพ์ตั้งแต่ 2553 แล้วหนังสือที่ออกใหม่ปี 2562 นี้ล่ะ...เราอาจจะต้องใช้เวลาอีกตั้งเก้าปี เก้าปีในอนาคตเชียวนะกว่าจะเข้าใจหนังสือชุดนี้ได้



    สรุปได้ว่า อายุที่เปลี่ยนแปลงก็ทำให้ความสนใจในแนวหนังสือเปลี่ยนไปด้วย เราผละจากแซลมอน-สำนักพิมพ์รักแรกที่ดึงเราออกมาจากกระทรวงศึกษาธิการ (ใช่ ทั้งชีวิตก่อนมาเจอแซลมอนตอนม.2 เราไม่เคยอ่านหนังสืออื่นเลยนอกจากหนังสือเรียน หนังสือการ์ตูนไม่เคยสักเล่ม แจ่มใสเหรอ หึ อย่าหวัง เนี่ยคุยกับใครไม่รู้เรื่องเลย โตมายังไงนะเรา) ไปเมียงมองนอกใจดูบ้านอื่น แต่แซลมอนเป็นเพื่อนวัย teenage ที่ดีของเรานะ ตั้งแต่ thirdteen fourteen fifteen sixteen seventeen eighteen nineteen แซลมอนครองพื้นที่ครึ่งหนึ่งของชั้นหนังสือในบ้าน ยืนหนึ่งในใจมานานมากจริงๆ จนเรารู้สึกผิดที่หนึ่งปีมานี้เราเริ่มหมดใจกับเจ้าปลาเนื้อส้มทวนกระแสน้ำ ตอนแรกเราก็นึกว่าตัวเองแค่ขี้เกียจอ่าน แต่ด้วยอายุที่หมดคำว่า -teen แล้วนั้น เราก็รู้ว่าพี่โชนจะอยู่ในใจเสมอ แต่อาจไม่ใช่คนสุดท้าย เราในฐานะคนอายุ twenty มีอีกหลายสำนักพิมพ์และหลายแนวหนังสือที่ต้อนรับเข้าไปสู่โลกใบใหม่ โอเพ่นบุ๊กส์ ก็เป็นหนึ่งที่ที่เปิดให้เราเข้าถึงหนังสือแบบใหม่ๆ ด้วยเช่นกัน อย่างครั้งนี้ก็มี สำนักพิมพ์แสงดาว ที่หน้าปกเข้าตากรรมการอย่างจัง แต่ดูข้างในแล้วอกหักดังแป๊ะ เพราะการจัดหน้าเป็นเรื่องใหญ่สำหรับเราแต่แสงดาวยังไม่ผ่าน ขอเวลาทำใจอีกหน่อยจะก้าวข้ามการมองคนที่หน้าตาไปให้ได้นะ 


         
    แซลมอนยังเป็นแซลมอนอยู่เสมอ ยังสนุกสนานในแบบของตัวเอง แต่ที่เราเริ่มหมดแพสชั่นไม่ใช่เพราะแค่ความสนใจที่เปลี่ยนไป เปลี่ยนไปสนใจสาระ ปรัชญา เกร็ดความรู้มากขึ้นด้วยเพราะการเรียนกับอาจารย์ที่ทำให้ต้องพัฒนาหาอะไรใส่หัวอยู่ตลอด (คือเป็น Ignorant โดยแท้จริง เรารู้สึกโง่และตัวเล็กทุกครั้งที่ไม่รู้จักอะไรก็ตามที่เป็นเคสพูดคุยกันในห้อง เลยคิดว่าต้องพยายามาสักหน่อยแล้วแหละ) เป็นความเปลี่ยนแปลงภายในของตัวเอง แต่นอกจากนั้น เราคิดว่าด้วยความที่แซลมอนยังคงเป็นคนมีเอกลักษณ์ คีพคาแรกเตอร์ได้มาตลอดหลายปี ยังคงว่ายทวนน้ำไปเรื่อยๆ อย่างไม่รู้จักเหนื่อย ก็เป็นข้อดีที่ทำให้เรานอกใจเขาเหมือนกัน เพราะกระแสน้ำที่ว่ายทวนอยู่นั้นไม่ไหลย้อนกลับ และไม่ใช่กระแสเดิม กระแสน้ำที่ว่านั่นไม่ใช่เพียงสำนักพิมพ์คู่แข่งที่บ้างก็ปรับตัว บ้างก็ยังยืนกรานในความชัดเจน แต่เป็นกระแสของนักอ่านที่ไหลเข้ามาเจอแซลมอน แล้วไหลผ่านไป เพราะความสดใหม่ในวงการก็ไม่ค่อยสดใหม่เท่าไหร่แล้ว 



    ถ้าวัดจากตัวเราเองที่เป็นแฟนตัวยงมาก่อน ช่วงนี้อาจจะเป็นแนวแบบผัวเมียละเหี่ยใจละมั้ง เราเดาได้ว่าหนังสือออกใหม่จะเกี่ยวกับอะไร อ่านแล้วจะรู้สึกยังไง มันเลยไม่ค่อยตื่นเต้น ซึ่งใช่ว่าจะไม่ชอบนะ เราชอบ ยังชอบอยู่ โดยเฉพาะเล่ม FIRST GENERATION ที่อีกสักพักคงออกไปซื้อมาอ่านแน่ๆ แต่ด้วยความที่เราเรียนมาสายนิเทศศาสตร์-วารสารศาสตร์ เราค่อนข้างให้ความสำคัญกับคำว่า “So what?” เหมือนเวลาโดนอาจารย์คอมเมนต์งาน ซึ่งหลังๆ มานี้เราเกิดคำถาม แล้วไงต่อ? หลังจากอ่านบางเล่มของแซลมอนจบ ทั้งๆ ที่เดาไว้ก่อนอ่านจบว่าเราจะได้อะไรจากหนังสือเล่มนั้นแล้วแท้ๆ ว่าจะได้ความรู้ ได้ความรู้สึก หรือทั้งสองในเวลาเดียวกัน ซึ่งเราไม่มีปัญหาเลยว่าจะได้อะไร เราชอบทั้งหมด แต่บางครั้งบางที เราก็ได้แค่ “รับรู้” ไว้เท่านั้น แต่ไม่ได้เกิดความรู้สึกอะไรต่อเท่าไหร่ เราเลยไม่ค่อยสนใจเล่มหลังๆ ของแซลมอนมากเท่าเดิมแล้ว จริงๆ มันคงจะเป็นปัญหาที่เราเองแหละ เพราะเกณฑ์ความรู้สึกเรามันไม่ตายตัวว่าจะรู้สึกกับเล่มไหนยังไง เดี๋ยวดีเดี๋ยวร้าย วันนี้ชอบ วันอื่นไม่ชอบ วันหลังกลับมาชอบใหม่ เป็นงงเนาะ แต่ยังไงก็ตาม ถ้าถามถึงสำนักพิมพ์ที่ชอบที่สุด แซลมอนก็ยังเป็นคำตอบแรกของเราอยู่ดี



    ด้วยความสนุกของคุณ ให้ความรู้สึก youthful ที่เราอยากมีไปตลอด 



    เพียงแต่เราแค่โตขึ้นเท่านั้นเอง









    assignment jc315 / observation note .

Views

เข้าสู่ระบบเพื่อแสดงความคิดเห็น

Log in