GO ALONE TAIPEISor Winchester
Heping Island Park กับวันฟ้าใส
  • เป้าหมายแรกของเราในการขึ้นบัสสายนี้คือ Heping Island Park
    ดูจากแผนที่แล้วจากสถานี Keelung จะเป็นป้ายที่ 5 ระหว่างทางรถก็จะวนไปตามจุดต่าง ๆ ใครจะลงตรงไหนก็กดกริ่ง ถ้าไม่มีใครกดรถก็จะขับไปเรื่อย ๆ



    นั่งมาสักพักก็ไม่มีใครกดเลย สงสัยจะไปที่เดียวกันหมด

    และเท่าที่เรารู้ Heping Island Park คือสวนที่มีทางเดินริมทะเล

    เออ... รู้แค่นี้แหละ

    เราเห็นรูปของคนอื่นแล้วก็อยากมา ความจริงหาข้อมูลไว้ด้วยแต่ก็อย่างที่เคยเล่าไปว่าจำอะไรไม่ค่อยได้ รวมไปถึงวันแรกเจอแต่อะไรที่ไม่เป็นไปตามแผนก็ช่างมัน ไปเรื่อย ๆ ก็แล้วกัน ไม่รีบไม่ร้อน

    พอรถใกล้จะถึงเริ่มมองเห็นทางยื่นออกไปสู่เกาะ  แวบนั้นคิดถึงเอโนะชิมะขึ้นมาทันที  ทางเข้าจะมีด่าน(?)สำหรับรถก่อนจะเข้าไปจอดส่งผู้โดยสาร  คนส่วนใหญ่ก็ลงกันที่นี่  เราหันไปเห็นคนต่อแถวกันยาวเหยียดเลยระลึกขึ้นมาได้ว่าที่นี่ต้องเสียค่าเข้าด้วย  เลยตั้งท่าจะไปยืนต่อแถว  แต่เห็นป้าย easy pass ลิบ ๆ เลยเดินไปถามพนักงานว่ามันใช้ easy pass เพื่อซื้อตั๋วได้ไหม  เขาบอกว่าได้  แต่...  เราหาตู้ไม่เจอ  เลยเดินไปต่อแถวผู้คนหลายสิบชีวิตตรงนั้น  

    เรายืนในแถวได้ไม่กี่นาทีก็ได้ยินพนักงานส่งเสียงเรียกแล้วกวักมือ  เขาพูดภาษาจีนแต่ตีความเอาเองว่าใช้ easy pass ซื้อตรงนี้ได้  เราเลยเดินออกจากแถวไปเจอตู้ขายตั๋วอัตโนมัติที่ไม่มีคนต่อแถวเลย !  ซึ่งก็ไม่เข้าใจเหมือนกันว่าคนเหล่านี้ไม่มี easy pass หรือไม่รู้กันจริง ๆ

                                                                          sony rx100

    เราแปะบัตรไปแบบไม่ได้ดูราคา  พอมาเห็นบนสิ่งที่หน้าตาเหมือนสลิปเลยรู้ว่า  อ๋อ...  ราคา 80 NTD นี่เอง
    พร้อมแล้วก็ยื่นสิ่งที่น่าจะเรียกว่าบัตรผ่านประตูให้พนักงานที่ยืนส่งเสียงเรียกแขกกันตลอดเวลา

                                             Olympus mju ii + Hillvale Holiday 200

    ความรู้สึกแรกที่เดินผ่านเข้าไป

    แม่งโคตรร้อน...

    มองซ้ายมองขวาแล้วแทบจะไม่มีต้นไม้ให้หลบแดด

    ถึงตอนนั้นเราถอดแจ๊คเก็ตออกแล้ว  เหลือแต่เสื้อฮู้ดแขนยาวตัวเดียว  เลยตัดสินใจสวมฮู้ดเผื่อจะกันแดดได้บ้างแต่ไม่ค่อยช่วงอะไรเท่าไหร่

    แต่มาถึงนี่แล้ว  เป็นไงเป็นกันล่ะ

                                                Nikon FE + Fuji Color 400 Japan

    มุมแรกที่เราไปยืนถ่ายรูปคือฝั่งที่มีประภาคาร  เราชอบประภาคาร  มันเป็นสิ่งก่อสร้างที่เราคิดว่าถ่ายยังไงก็สวย  ซึ่งนั่นก็เป็นแค่ความคิดของเราคนเดียวมั้ง

    เรายืนเก็บภาพอยู่ตรงนั้นสักพักและเอาขาตั้งกล้องมาพยายามถ่ายรูปตัวเอง  ได้ไปประมาณ 2-3 รูปก็พอใจแล้ว  จนรู้สึกว่าท้องร้องและปวดฉี่  เลยหันไปมองอาคารสีน้ำตาลอ่อนที่อยู่บนเนิน  ดูจากแผนที่ก่อนเข้ามารู้สึกจะเป็นจุดพักที่มีห้องน้ำ  อาหาร  และขายของที่ระลึก

                                             Olympus mju ii + Hillvale Holiday 200

    เราพุ่งตรงไปเข้าห้องน้ำก่อนจะเดินขึ้นไปร้านอาหารชั้น 2  
    พบว่าอาหารหมดแล้ว  เพราะดูจากป้ายที่ติดและคนที่เดินเข้ามาก่อนหน้าเรามีสีหน้าผิดหวังและเดินย้อนกลับออกไป  เราเลยมองตามแบบไม่เข้าใจเท่าไหร่ก่อนจะเดินขึ้นไปร้านที่อยู่บนชั้น 3
    ในร้านมีแต่เครื่องดื่มและของหวานขาย  ตอนนั้นไม่ค่อยอยากอาหารเท่าไหร่แต่คิดว่าต้องกินอะไรสักหน่อย  เดี๋ยวเป็นลมแถวนี้ขึ้นมาจะลำบากและไม่ค่อยอยากใช้ประกันสักเท่าไหร่

    สั่งบราวนี่กับแอปเปิ้ลโซดามา  บราวนี่อร่อยมากกกกกกกกกก

                                                                       sony rx100


    พอมีแรงแล้วก็เดินออกไปถ่ายรูปต่อ  เห็นพยากรณ์อากาศช่วงบ่ายว่าอาจจะมีฝนเลยใจคอไม่ค่อยดีเท่าไหร่  แต่พอออกไปท้องฟ้าก็ยังแจ่มใสอยู่

                                                      Nikon FE  + Fuji Pro 400H

                                            Olympus mju ii + Hillvale Holiday 200
                                             Olympus mju ii + Hillvale Holiday 200

    เดินมาถึงจุดที่เป็นมุมมหาชนของ Heping Island Park  
    เออ...  มันสวยจริง ๆ นั่นแหละ  เรายืนถ่ายรูปอยู่ตรงนี้สักพัก  เสียดายแสงรั่วไปม้วนนึง  แต่ยังมีภาพจากอีกม้วนอยู่

                                                Olympus mju ii + Hillvale Holiday 200

    สังเกตว่าคนที่นี่จะเลี้ยงมาตัวเล็ก ๆ กันเยอะ  หรือใหญ่หน่อยก็เป็นชิบะ  ไม่ค่อยเจอโกลเด้นหรือพันธุ์ใหญ่ ๆ เลย  วันนั้นเจอน้องคอร์กี้มาเดินเล่นด้วย

                                                        Nikon FE  + Fuji Pro 400H

                                                 Olympus mju ii + Hillvale Holiday 200


    เราเดินอยู่สักพักก็เริ่มเพลียแดด  และคิดว่าจะไปที่อื่นต่อ  ดูตารางเวลารถมาตั้ง 14.45 แน่ะ  ค่อนข้างนาน  เลยนั่งเล่นอยู่ แถว ๆ ป้ายรถ  ระหว่างที่นั่งรอ  เราเห็นคนพาโกลเด้นมาเดินเล่น  เลยนั่งถ่ายวิดีโอเอาไว้สักหน่อย  อยู่ ๆ ผู้หญิงคนที่นั่งรอรถอยู่ข้างกันก็สะกิด  ตอนนั้นเราตกใจ  คิดว่าเราไปถ่ายอะไรที่ไม่เหมาะหรือเปล่า  ปรากฏว่าเขาหยิบโทรศัพท์มือถือของตัวเองขึ้นมาแล้วให้ดูรูปหมาพันธุ์อะไรก็ไม่แน่ใจที่ขนยาว ๆ  เขาพูดกับเราเป็นภาษาจีน  แต่เข้าใจว่าน่าจะกำลังอวดหมาเลยบอกไปว่า "บิวตี้ฟูล" (สิ้นคิดมาก ๆ)  สีหน้าเขาก็ดูพึงพอใจ  แล้วก็มีการซูมขนหมาให้ดูแล้วชี้ไปที่โกลเด้นตัวนั้นพร้อมกับส่ายหน้า  ก่อนจะพูดต่อว่า "นัมเบอร์วัน"

    อะไรวะ  

    อวดไม่พอ  มีขิงอีกแน่ะ 5555555555

                                                                 sony rx100


    ระหว่างที่นั่งรอก็เห็นหมามาเดินเล่นกับเจ้าของเต็มไปหมดเลยทำให้คิดถึงแมวขึ้นมา  เราเลยเปลี่ยนแผนจากการเที่ยว Keelung ต่อไปยังหมู่บ้านแมว Houtong แทน  ซึ่งเราจะต้องไปขึ้นรถไฟที่สถานี Ruifang  

    ตอนนั่งรอรถก็รู้สึกเอะใจว่าทำไมมันช้านักนะ  ช่วงเทศกาลจะมีเปลี่ยนแปลงอะไรไหมเลยเดินไปสำรวจป้ายรถอีกรอบ  เลยพบกระดาษแผ่นนี้ติดอยู่  ถ้าให้เดาไม่ผิดคือรถเปลี่ยนเวลาวิ่ง  เลยไลน์ไปถามน้องที่รู้ภาษาจีน  น้องก็บอก  ใช่พี่  รถเปลี่ยนเวลา  (ไอเฮทตรุษจีน)  



    รอจนถึง 15.20  ตามตารางเวลา  ในที่สุดรถก็มาสักที !

                                                                     sony rx100

    แหงนมองท้องฟ้าอีกที  เมฆมาตั้งแต่เมื่อไหร่ไม่รู้  และคนก็เริ่มเยอะขึ้นเรื่อย ๆ ซึ่งดูแล้วน่าจะมากกว่าตอนที่เรามาถึง 2-3 เท่า  นั่นน่าจะแปลว่าเรายังโชคดีอยู่มั้ง

    เรากดดูกูเกิลแมพอีกครั้งเพื่อต้องการรู้ว่าเราจะไปถึง Ruifang กี่โมง  จะไปถึง Houtong ก่อนแสงจะหมดหรือไม่  พอเราเห็นเส้นสีแดงที่คุ้นตาถึงกับช็อคไปเลย  นี่มันลาดพร้าวหรือเปล่าคะคุณ  เพราะคนขับรถบัสคันนี้ดูเหมือนจะหัวร้อนและพยายามจะเร่งความเร็วแล้ว  ปริมาณรถบนถนนก็แทบจะไม่แตกต่างจากแถวบ้านเราเลย


    จนถึงตอนนี้แล้วต้องโฮมซิกไหมนะ



Views

เข้าสู่ระบบเพื่อแสดงความคิดเห็น

Log in
Lucreazia (@Lucreazia)
เซทนี้รูปสวยทุกรูปเลย สีสดมาก มีพลัง เหมือนได้รับการเยียวยา // หมั่นเขี้ยวตูดคอร์กี้ว้อยยยย อยากบีบ