[JackBam] Angels /GOT7 FanFictionChunari_CJ
Chapter 17 : แกล้ง
  •  

     

    “เด็กคนนั้นจะอยู่ได้อีกนานแค่ไหนก็ไม่รู้”

     

    “ถ้าเราหาเมทของเด็กคนนั้นมาให้เขาไม่ทัน  เด็กคนนั้นจะต้องตายไงล่ะ!!

     

    “ถ้านายยังอยู่ทั้งๆที่อีกครึ่งหนึ่งของชีวิตนายไม่อยู่แล้ว นายจะเป็นยังไง”

     

    “แองเจิ้ลส์หนึ่งคนจะจับคู่เพียงครั้งเดียวแล้วอยู่ด้วยกันไปจนตลอดชีวิตเมท ของแองเจิ้ลส์จะเกิดมาเพื่อกันและกันเท่านั้น”

     

    “อย่าหลงรักเข้าล่ะ...แองเจิ้ลส์น่ะ เกิดมาเพื่อแองเจิ้ลส์ด้วยกันเท่านั้น”

     

     

    “แบมแบมเป็นแองเจิ้ลส์สินะ..” ร่างสูงกับหมวกสแนปแบ็คใบเก่งพึมพำขณะที่วางเป้ของตนลงข้างต้นไม้ใหญ่รอยกระสุนลูกไม้ยังคงอยู่ที่พื้นเช่นเดิม แม้จะตื้นขึ้นด้วยฝุ่นดินที่ทับถมแจ็คสันนั่งลงเอนหลังลงกับต้นไม้พลางส่งสายตาขึ้นไปยังยอดไม้สูงของต้นไม้ใหญ่เลยที่ราบหลังกรงสีดำออกไปยอดไม้นั้นไหวเบาๆ ไปตามแรงลมประดิษฐ์ในโดม  เขารู้ตัวดีว่าตัวเองมองหาอะไรแต่ก็ไม่อยากส่งเสียงเรียกคนที่เขาอยากเจอให้ออกมาในตอนนี้

     

    “นั่นสิ ขนาดปีกเรายังเห็นมาแล้วเลยแล้วจะมาสับสนอะไรของเรากันวะ”  ชายหนุ่มหลับตานึกถึงภาพปีกสีขาวบริสุทธิ์กับขนปีกที่หนาและเนียนนุ่มมือภาพสุดท้ายของขนปีกที่เรียงเป็นระเบียบเรียบร้อยด้วยฝีมือของเขาก่อนจะถูกเก็บให้พ้นสายตาแจ็คสันถอนหายใจบางเบาก่อนจะลืมตาขึ้นมาอีกครั้ง

     

    เขาไม่ได้อารมณ์เสียไม่ได้หงุดหงิด และไม่ได้โศกเศร้า แต่กลับเต็มไปด้วยความรู้สึกหนักอึ้ง มึนชา  ความรู้สึกแปลกๆบางอย่างที่เขาไม่สามารถอธิบายได้ปนเปกันไปมา หลังจากได้ฟังสิ่งที่จินยองบอก เขาไม่รู้ว่าตัวเองตกใจที่แบมแบมอาจจะต้องตายหรือว่าเศร้าใจ หรือเจ็บปวด หรือเป็นความสับสนเล็กๆ ว่าแบมแบมจะต้องมีคนรักที่ผูกพันกันไปตลอดกาลในเวลาอีกไม่นานนักข้างหน้า หรือไม่อย่างนั้นถ้าจินยองสามารถช่วยชีวิตแบมแบมเอาไว้ได้โดยที่ไม่มีเมท  แบมแบมอาจจะต้องเป็นเหมือนเอมเมอรัลกลายเป็นแองเจิ้ลส์แสนสวยที่เย็นชา อยู่ด้วยสายตาที่ว่างเปล่าไร้ซึ่งวิญญาณ

     

    คำพูดของเจบีรอยยิ้มเศร้าของจินยองตอนพูดถึงเอมเมอรัล และคำพูดทุกอย่างเกี่ยวกับแบมแบมลอยวนอยู่ในหัวเขาจนแทบไม่มีที่ว่างทำให้เขาทั้งอยากเห็นหน้า แต่ก็ไม่อยากเจอแองเจิ้ลส์น้อยในเวลาเดียวกัน

     

    ด้วยคำคัดค้านของจินยองระหว่างการประชุมลับของหน่วยลาดตระเวน ทำให้ได้ข้อสรุปว่าพวกเขายังไม่สามารถย้ายแบมแบมไปที่ไหนได้เพราะแบมแบมอยู่ในภาวะเสี่ยงแม้จะยังไม่มีอาการใดๆ แสดงออก จากการตรวจครั้งล่าสุดของจินยองค่าทุกอย่างยังปกติดี อีกอย่างเพราะแบมแบมถือเป็นสมบัติของสถาบันถ้าแบมแบมหายไปต้องเกิดปัญหาใหญ่ขึ้นอย่างแน่นอน ถ้าจะพาแบมแบมออกไปต้องได้รับอนุญาตอย่างเป็นทางการจากสถาบัน หรือไม่ก็กลายเป็นผู้ร้ายลักพาตัวแองเจิ้ลส์ไปเท่านั้นการขออนุญาตให้แบมแบมออกไปแทบจะเป็นไปไม่ได้ ในเมื่อคนร้ายเป็นคนในสถาบันนี่เอง

     

    ผู้ร้ายที่เข้ามาทำร้ายแบมแบมเป็นคนของสถาบันแน่ๆ แถมยังมีแบ็คที่อยู่ในระดับสูง การเข้าออกไม่มีการแฮ็คระบบแต่เป็นไปตามกฎของสถาบัน ร่องรอยถูกลบหายจากระบบเกือบจะถาวรถ้าไม่ใช่เพราะคนที่กำลังพยายามแกะรอยคือยองแจคงไม่มีใครระแคะระคาย ต่อไปแผนกลาดตระเวนคงยิ่งต้องระวังตัวมากขึ้นแม้ในที่มั่นของตัวเอง

     

    ชายหนุ่มถอนหายใจยาวอีกครั้งปัญหาทุกอย่างดูจะยิ่งใหญ่เกินกว่าที่เขาจะแก้ไข ความรู้สึกล้มเหลวที่เขาไม่สามารถและไม่มีอำนาจใดๆ พอที่จะช่วยเหลือแองเจิ้ลส์น้อยของเขาได้เลย นอกจากการเฝ้ายามที่เขาขอร้องเจบีว่าระหว่างที่ถูกพักงานเขาจะขอมาเฝ้ายามที่นี่ตอนกลางคืนให้กับแบมแบม ซึ่งก็เป็นเวลาแค่อาทิตย์เดียวเท่านั้นแล้วหลังจากนั้นเขาจะทำยังไงต่อไปดี

     

    สายลมเย็นพัดมาเบาๆแจ็คสันจึงหลับตาลง หลังจากเลิกประชุมขาเขาก็ก้าวพาตัวเองเข้ามาที่นี่โดยอัตโนมัติโชคดีที่ถึงแม้จะถูกพักงานแต่เจบีกับจินยองก็ไม่ได้สั่งห้ามเขาเข้ามาในโดมเล็กนี่แต่อย่างใด แต่เรื่องจะเข้าไปหาแบมแบมในกรงอีกครั้งนั้นตัดใจไปได้เลย  

     

    .

    .

    .

    .

    เอ๊ะ!

     

    นั่นคุณเต่านี่นา..มาตั้งแต่เมื่อไหร่นะ ทำไมไม่เรียกเราล่ะ

     

    นั่งทำอะไรอยู่น้า..

     

    ฮิฮิ  แกล้งเล่นหน่อยดีกว่า

     

    ร่างเล็กหัวเราะคิกคักเมื่อคิดว่าจะได้แกล้งคนที่ตัวโตกว่า  มือเรียวเอื้อมไปหยิบลูกไม้จากกิ่งใกล้ๆ เหมือนเมื่อครั้งที่แล้วโดยเลือกลูกเล็กที่ยังไม่สุกมาก ทำให้ผลค่อนข้างแข็ง ตากลมโตหรี่ลงเพื่อเล็งเป้าหมายแล้วดีดลงเบาๆอย่างแม่นยำ

     

    ป๊อก!  กระสุนที่เล็งไว้ตกป๊อกลงกลางหมวกสแน็ปแบ็คสีดำราวกับจับวางแรงดีดถูกกะมาอย่างดีเพื่อไม่ให้คนที่โดนดีดใส่ต้องเจ็บแม้แต่น้อย

     

    ฮ่าๆๆกลางหัวเป๊ะเลย แม่นใช่เล่นนะเราเนี่ย

     

    เอ๋..ไม่สะดุ้งเลยแฮะ ทำไมนิ่งจัง

     

    หรือว่าจะหลับ..

     

    คิ้วเรียวขมวดมุ่นอย่างสงสัยเล็กๆเมื่อไม่มีปฏิกิริยาตอบกลับจากคนข้างล่าง

     

    ไหน ลองอีกทีสิ

     

    กระสุนอีกลูกตกป๊อกลงกลางหมวกไม่ต่างจากลูกที่แล้วแต่ร่างที่นั่งพิงต้นไม้ก็ยังนิ่งเฉย เพียงแต่ด้วยระยะทางบนยอดไม้ที่ห่างไกลกับปีกหมวกที่บดบังใบหน้าที่ก้มลง ทำให้แองเจิ้ลส์น้อยไม่ทันสังเกตเห็นมุมปากที่ยกยิ้มอย่างมีเลศนัยคิ้วเรียวที่ขมวดอยู่แล้วยิ่งขมวดมุ่ยเข้าไปอีก ปากเล็กอิ่มแบะคว่ำยื่นออกอย่างขัดใจ

     

    เอ๋.. ทำไมล่ะ! ไม่สนุกเลยอ่ะ

     

    เฮอะ  เต่าบ้า!  มือเรียวเล็กปัดป่ายใบไม้รอบๆ ระบายอารมณ์ แต่สักพักก็เหมือนจะนึกอะไรออก

     

    เอ๊ะ! หรือว่าจะเจ็บแผลอีก

     

    หรือว่าคุณเต่าโกหกว่าหายแล้วล่ะ

     

    ใช่มั้ยล่ะแค่กอดมันจะไปหายได้ยังไง มนุษย์ไม่ใช่แองเจิ้ลส์ซะหน่อย

     

    โธ่เอ๊ยถ้าเจ็บแล้วจะมาทำไมนะ ทำไมไม่ไปหาจีนล่ะ

     

    จีนเก่งจะตาย ต้องช่วยได้แน่ๆ

     

    ใบหน้าหวานเปลี่ยนจากร่องรอยของความขัดใจกลายเป็นกังวลร่างเล็กรีบกุลีกุจอกระโดดไปตามกิ่งก้านเพื่อลงจากต้นไม้ แล้ววิ่งไปยังคนที่กึ่งนั่งกึ่งนอนนิ่งอยู่ใต้ต้นไม้ที่อยู่นอกกรงร่างนั้นยังคงนิ่งมีเพียงมุมปากที่เหยียดยิ้มอย่างยินดีทันทีที่ได้ยินเสียงร่างสีขาววิ่งเข้ามาหาแล้วก็ปรับสีหน้ากลับเป็นนิ่งเฉยเหมือนเดิม

     

    “แจ็ค!!!” แองเจิ้ลส์น้อยตะโกนเรียกชื่อเขามาแต่ไกลความกังวลในน้ำเสียงปกปิดไม่มิด

     

    “แจ็คแจ็ค! แจ็ค! แบมแบมหยุดวิ่งเมื่อถึงระยะห่างที่เคยชินร่างเล็กกระวนกระวายเดิน

    กลับไปกลับมา ร้องเรียกและชะเง้อมองร่างที่นิ่งสนิทอย่างเป็นกังวล

     

    “แจ็ค! จ็บเหรอ!”แองเจิ้ลส์น้อยกระสับกระส่ายเมื่อร่างที่นั่งอยู่ยังไม่กระดุกกระดิกแม้แต่นิดเดียว

     

    “แจ็ค! ตายเหรอ!”  ใบหน้าสวยเริ่มยับยู่ ราวกับจะร้องไห้อยู่รอมร่อสิ้นคำถามร่างที่นั่งอยู่ก็ค่อยๆ เอนล้มพับลงกับพื้น สร้างความตื่นตระหนกให้กับคนที่อยู่ข้างใน

     

    “แจ็ค!!!!!  จีน!!!! จีน!!!!ช่วย!!!!! แจ็ค!!!!!”  ร่างเล็กเริ่มลนลานร้องตะโกนให้จินยองช่วยแต่แน่นอนว่าไม่มีใครได้ยิน ร่างที่ล้มคว่ำเริ่มสั่นระริก เสียงหัวเราะค่อยๆดังขึ้นเรื่อยๆ

     

     แจ็ค!!!  แจ็ค!! จะ...”   แองเจิ้ลส์น้อยชะงักไปเมื่อเริ่มรู้สึกถึงความผิดปกติ

     

    “ฮะๆๆๆๆ   เฮียไม่ตายง่ายๆ หรอกแบม”ร่างที่ล้มพับไปลุกขึ้นมาพร้อมเสียงหัวเราะ มือเช็ดน้ำตาที่ไหลซึมอยู่ตรงหางตา

     

    “แจ็ค!! บ้า!” แองเจิ้ลส์น้อยโมโหจัดเมื่อรู้ว่าตนเองถูกหลอก ร่างสีขาวกระทืบเท้าปึงแล้วนั่งลงกอดอกหันหลังให้ชายหนุ่ม

     

    “ฮะๆๆๆ   โอ๋ๆๆ  เฮียขอโทษ ก็แบมแกล้งเฮียก่อนนี่นา เมื่อกี้น่ะใช่มั๊ย เจ็บนะเนี่ยหัวโนรึเปล่าก็ไม่รู้” แจ็คสันแกล้งถอดหมวกแล้วเอามือคลำหัวปอยๆ

     

    “ไม่เจ็บ!” เสียงเล็กตะโกนตอบมาอย่างเกรี้ยวกราด

     

    “ไม่เจ็บได้ยังไงเจ็บสิ แบมไม่ใช่เฮีย จะรู้เหรอว่าเจ็บหรือไม่เจ็บ” ชายหนุ่มลุกขึ้นเดินไปนั่งชิดริมกรงเพื่อเข้าใกล้คนที่เขากำลังง้อให้มากขึ้นเด็กน้อยของเขาดูท่าจะโมโหมากทีเดียว

     

    “ไม่เจ็บ!  แบมรู้!!”

     

    รู้ได้ยังไง แองเจิ้ลส์น่ะแรงเยอะออกจะตายนี่นา” แจ็คสันยังแกล้งกระเซ้า ร่างที่หันหลังขยับยุกยิก

     

    “แบมไม่ชอบ!  แจ็คเจ็บ!  ไม่ทำ เสียงที่เกรี้ยวกราดอ่อยลงเล็กน้อยในตอนท้าย เรียกรอยยิ้มบางจากชายหนุ่มตอนแรกเขาก็ไม่ได้ตั้งใจจะแกล้งแรงขนาดนี้ แต่พอเห็นแองเจิ้ลส์น้อยกระวนกระวายด้วยความเป็นห่วงเขาแล้วก็อดอยากเห็นนานๆไม่ได้ ถึงจะรู้ว่าไม่ดีก็เถอะ

     

    “โอ๋ๆๆๆ ก็ได้ๆไม่เจ็บก็ไม่เจ็บ  เฮียขอโทษแล้ว ขอโทษจริงๆนะ คุณเต่าขอโทษนะคร้าบ เด็กดี หายโกรธน้า” แต่ร่างเล็กที่หันหลังให้ยังคงฟึดฟัด

     

    “แจ็ค ไม่ดีแบมโป้ง!”  แจ็คสันหัวเราะหึในลำคอ แม้แต่ท่าโป้งก็ยังดูน่ารักชายหนุ่มเดินกลับไปหยิบเป้แล้วกลับมานั่งริมกรงตรงที่เดิม มือหนาล้วงหาบางอย่างในเป้ก่อนจะคว้าอมยิ้มแท่งโตห่อด้วยกระดาษสีสวยสดออกมา

     

    “เฮ้ออทำยังไงดีล่ะคุณอมยิ้ม คุณเต่าโดนโป้งซะแล้วล่ะ อย่างนี้คุณอมยิ้มก็มาเสียเที่ยวแล้วล่ะสิ  ทีนี้ใครจะกินคุณอมยิ้มกันล่ะ” ชายหนุ่มตีหน้าเศร้าพูดกับอมยิ้มเสียงดังแอบเห็นหัวสีขาวหันกลับมาเล็กน้อยเพื่อให้ปลายตาลอบชำเลืองเมื่อได้ยินคำว่าอมยิ้มแต่ก็รีบหันขวับกลับไปเหมือนเดิม เมื่ออาวุธชิ้นแรกไม่ได้ผลแจ็คสันจึงคว้าอาวุธชิ้นที่สองออกมาจากเป้

     

    “โอ๊ะ คุณมาร์ชเมลโล่ก็มาด้วยเหรอเนี่ยของโปรดของใครกันน้า แต่ว้าาา น่าเสียดายจัง ขอโทษด้วยนะคุณมาร์ชเมลโล่ มาเสียเที่ยวซะแล้ว” คำว่ามาร์ชเมลโล่ทำให้ร่างเล็กหูผึ่งขยับยุกยิกไปมาอย่างห้ามใจตัวเองสุดพลัง

     

    “แบมแบมหายโกรธคุณเต่าเถอะนะ ดูสิเนี่ย สงสารคุณอมยิ้มกับคุณมาร์ชเมลโล่เถอะ เค้าอุตส่าห์มาหาแบมน้า”แจ็คสันใส่เสียงอ้อนสุดฤทธิ์ แต่มีเพียงหัวสีขาวที่สั่นรัวๆ เป็นคำตอบ ชายหนุ่มชักจะโมโหตัวเองที่ทำให้เด็กน้อยของเขาโกรธขนาดนี้ ไม่รู้มาก่อนเลยว่าเวลาแองเจิ้ลส์โกรธนี่ก็หัวดื้อกันพอสมควรเลยทีเดียวชายหนุ่มล้วงไปหยิบไม้ตายสุดท้ายของเขาขึ้นมาจากเป้ ถ้าอันนี้ยังไม่ได้ผลละก็เขาคงแย่แน่

     

     เสียงแผ่วหวานของเมาท์ออแกนสีเงินดังขึ้นเบาๆ ทำนองเพลงที่คุ้นเคยแว่วหวานเริ่มจากเบาพริ้วแล้วค่อยๆดังขึ้นจนกังวานไปทั่วโดม ร่างสีขาวยืดหลังขึ้นตรงทันทีที่ได้ยินเสียงเพลงแขนที่เคยกอดอกแน่นคลายออก แต่ยังคงนั่งหันหลังให้เขาอยู่ ชายหนุ่มหลับตาลงและใส่อารมณ์ลงในเพลงให้มากที่สุดเพื่อเป็นการขอโทษแบมแบมเขาจึงตั้งใจจะเป่าให้แองเจิ้ลส์น้อยฟังจนจบเพลง

     

    (Can I) call you my own, and can Icall you my lover

    Call you my one and only girl

    (Can I) call you my everything, callyou my baby

    You're the only one who runs myworld

     

    ท่อนฮุกที่เขาชอบมากเป็นพิเศษดังขึ้นมาในหัวระหว่างที่กำลังเป่าเพลงเพลงที่ทำนองฟังสบายๆ แต่ถูกเขาเอามาเป่าเป็นแนวหวานๆ แบบของตัวเอง เขาชอบที่ทุกครั้งเวลาที่เขาเล่นดนตรีด้วยเพลงนี้จะมีเงาลางๆ ของใครบางคนปรากฎขึ้นมาในหัว บวกกับความรู้สึกอบอุ่นของเนื้อเพลง

     

    เจียเออร์...

     

    แจ็คสันชะงักไปก่อนที่จะจบเพลงเพียงเล็กน้อยเมื่อเสียงในฝันที่แสนจะคุ้นหูดังแว่วมาเพียงแผ่วเบา  เสียงนั้นเหมือนอยู่ในความฝันแต่ก็เหมือนดังมาจากบริเวณไม่ใกล้ไม่ไกลจากเขา ชายหนุ่มลืมตาขึ้นแล้วหันไปมองรอบๆแต่รอบตัวก็ยังไม่มีใคร และแน่นอนว่าคงจะมีไม่ได้เพราะคนที่อยู่ในโดมก็มีเพียงแค่เขากับแองเจิ้ลส์น้อยที่ตอนนี้ยอมหันกลับมานั่งประจันหน้ากับเขาแล้วใบหน้าสวยไม่ได้มีน้ำตาเหมือนครั้งก่อนๆ ที่ได้ฟังเพลงนี้ วันนี้มีเพียงสีหน้าเรียบเฉยกับแววตาสงสัยที่ไหววูบอยู่ข้างใน

     

    เป็นไปไม่ได้แน่นอนที่เสียงนี้จะมาจากแบมแบมเขาจึงปักใจเชื่อว่าตัวเองหูแว่วไป ดูหมือนไอ้อาการจิตใต้สำนึกของเขาชักจะหนักขึ้นทุกทีถึงขนาดหูแว่วเสียงในฝันตอนกลางวันแสกๆ บางทีอาจจะต้องไปหาเพื่อนที่เป็นหมอดูอีกสักครั้ง

     

    “แบม.. ดีกันนะ เฮียขอโทษจริงๆเฮียจะไม่ทำแบบนี้อีกแล้ว” แจ็คสันอ้อนวอนอย่างจริงใจเป็นครั้งสุดท้าย แบมแบมจึงยอมพยักหน้าให้แววตาสงสัยถูกกลบเกลื่อนด้วยรอยยิ้มจาง

     

    “แจ็คไม่เจ็บ?” เด็กน้อยยังคงถามย้ำในสิ่งที่สงสัย

     

    “ไม่เจ็บเลยคุณเต่าหายดีแล้ว นี่ไง แข็งแรงด้วย เห็นกล้ามเฮียมั้ย เป็นมัดๆ เลย” ชายหนุ่มถอดแจ็คเก็ตออกเหลือแต่เสื้อยืดข้างในก่อนจะยกแขนขึ้นเบ่งกล้ามทั้งสองข้างให้เด็กน้อยดู

     

    “แบร่”เด็กน้อยแลบลิ้นให้อย่างหมั่นไส้

     

    “เอาคุณอมยิ้มกับคุณมาร์ชเมลโล่มั๊ยครับ”ชายหนุ่มชูขนมทั้งสองอย่างให้แล้วถามยิ้มๆ หัวสีขาวพยกหน้ารัวๆเมื่อไม่จำเป็นต้องปกปิดความต้องการเพราะความโกรธอีกต่อไป ชายหนุ่มขำพรืดแล้วส่ายหัวเบาๆกับความซื่อของเด็กน้อย เด็กหนอเด็ก มือหนาแกะกระดาษห่อให้คลายออกพอที่แองเจิ้ลส์น้อยจะแกะต่อได้เองแล้วชูขึ้นเป็นสัญญาณว่าจะขว้างไป เมื่อแบมแบมพยักหน้ารับ เขาจึงขว้างอมยิ้มออกไปแองเจิ้ลส์น้อยรับไว้ได้อย่างสวยงาม ตามด้วยห่อขนมมาร์ชเมลโล่ที่แกะและหนีบไว้ให้เรียบร้อย

     

    หลังจากทำพิธีสงบศึกแองเจิ้ลส์น้อยก็นั่งแกะห่ออมยิ้มแล้วส่งเข้าปาก แก้มกลมป่องออกเพราะอมยิ้มอันใหญ่ข้างๆ มีถุงมาร์ชเมลโล่วางอยู่ไม่ห่างมือ แจ็คสันยิ่มเอ็นดู เขายกเมาท์ออกแกนขึ้นเป่าทำนองเพลงสำหรับเด็กเล็กที่เคยได้ยินเพลงตลกๆ น่ารักๆ ทำให้แองเจิ้ลส์น้อยพลอยหัวเราะเอิ๊กอ๊าก

     

    “แบมแบม ตั้งแต่พรุ่งนี้ไปเฮียจะมานอนที่นี่นะ  แบมจะได้ไม่ต้องกลัวพวกผู้ร้ายไงล่ะ”  แจ็คสันบอกแผนการของตัวเองให้เด็กน้อย

     

    “นอนเหรอ! แจ็คนอนนี่เหรอ”แองเจิ้ลส์น้อยดูตื่นเต้นกับข่าวใหม่ที่ได้ยิน

     

    “แจ็คนอนบ้าน!  บ้านแบม!  มือเล็กชี้ไปทางรังของตัวเองอย่างดีอกดีใจ

     

    “เปล่าหรอก  บ้านแบมน่ะ เฮียคงเข้าไปอีกไม่ได้แล้ว เจบีไม่ให้เข้าน่ะ  เฮียจะนอนแถวนี้แหละ” ชายหนุ่มชี้ไปยังแนวต้นไม้สองสามต้นที่อยู่ข้างหลังที่เขาตั้งใจจะเอาเต้นท์ของตัวเองมากางหลบไปจากทางเดินจะได้ไม่โจ่งแจ้งนักแต่ก็จะรู้ได้ทันทีหากมีคนลอบเข้ามา แองเจิ้ลส์น้อยสลดลงเมื่อรู้ว่าแจ็คสันจะไม่ได้เข้าไปในกรงอีก

     

    “แบมนอนนี่ด้วย”

     

    “จะนอนนี่  ตรงนี้น่ะเหรอ ไม่ได้หรอก แบมจะนอนได้ยังไง ตรงนี้มันโล่งไม่มีอะไรบังสักอย่างเดี๋ยวน้ำค้า.. เอ้อ น้ำคางคงไม่มี แต่ช่างเถอะ แบมกลับไปนอนที่บ้านนั่นแหละดีแล้วนอนให้สบายๆ นะ เฮียจะปกป้องแบมเอง”

     

    “ไม่เอาแบมนอนนี่” ร่างเล็กยังคงยืนยัน มือเล็กตีปุๆ ตรงข้างที่ตัวเองนั่งอยู่  

     

    “ไม่ได้นะแบมกลับไปนอนที่บ้านเถอะ เดี๋ยวจะไม่สบาย” ชายหนุ่มพยายามอ้อนวอนตกลงเขาควรจะมาเฝ้าดี หรือไม่เฝ้าดีถ้าจะทำให้เด็กน้อยต้องลำบาก

     

    “แจ็คนอนได้  แบมนอนได้” แองเจิ้ลส์น้อยยังคงดื้อดึง ปากเล็กงุ่ยๆออกมาอย่างขัดใจ

     

    “ก็เฮียมีเต้นท์ไงเดี๋ยวเฮียจะก้างเต้นท์ข้างใน เฮียถึงนอนได้ ตรงนี้มีต้นไม้ด้วย เฮียนอนได้สบายมากแต่ตรงที่แบมน่ะ มันโล่งนะ มีแต่พื้นหญ้า ถ้าแบมมานอนตรงนี้เดี๋ยวไม่สบายเอานะ”

     

    “เต้นเต้นอะไร” เด็กน้อยเอียงคออย่างสงสัยในศัพท์ใหม่ที่เพิ่งเคยได้ยิน

     

    “เต้นท์..อืมมม  บ้านไง บ้านเฮีย หลังเล็กๆเฮียจะเอามาไว้ตรงนี้” ชายหนุ่มทำท่าบ้านกับย่อลงมาเป็นอันเล็กๆ ประกอบการอธิบาย แองเจิ้ลส์น้อยมองอย่างครุ่นคิดไม้อมยิ้มที่คาปากกระดกไปมา

     

    “แบมทำบ้าน  เล็กๆ ด้วย” เมื่อตัดสินใจได้แองเจิ้ลส์น้อยก็ลุกขึ้นยืนและทำท่าจะวิ่งกลับเข้าไปในป่า

     

    “เดี๋ยวแบม!” ชายหนุ่มรั้งแองเจิ้ลส์น้อยเอาไว้เส้นเลือดข้างขมับเหมือนจะเต้นตุบๆ  เรื่องชักจะลามไปใหญ่โตถึงขนาดแบมแบมจะมาปักหลักอยู่ตรงนี้กับเขาด้วยแต่ดูท่าถึงจะห้ามยังไงก็คงไม่ได้ผล

     

    “เฮ้อ..แบมจะทำยังไง ทำได้เหรอ”

     

    “ได้สิแบมทำบ้าน เล็กๆ” เด็กน้อยทำมือประกบกัน เลียนแบบท่าทางตอนอธิบายคำว่าบ้านเล็กๆ ของชายหนุ่ม

     

    “เอาล่ะๆขอเฮียดูก่อนแล้วกันว่าจะใช้ได้มั๊ย เดี๋ยววันนี้เฮียจะกลับก่อนนะ เฮียต้องไปเอาบ้านมาตั้งตรงนี้  พรุ่งนี้เฮียจะมาใหม่ แบมจะทำเต้นท์ก็ได้แต่ถ้าทำไม่ได้ แบมต้องกลับไปนอนที่บ้าน โอเคมั้ย”

     

    “อื้มม  บาย” แองเจิ้ลส์น้อยพยักหน้ารับแล้วก้มลงหยิบถุงมาร์ชเมลโล่วิ่งกลับเข้าป่าไปอย่างรีบร้อน

     

    “เอ้าแบม!   โธ่เอ๊ย  แองเจิ้ลส์นี่หัวดื้อแบบนี้ทุกคนเลยรึเปล่านะหรือเป็นแค่เด็กคนนี้”  แจ็คสันส่ายหน้าอย่างระอาแต่ก็ยังอมยิ้ม ชายหนุ่มคว้าเป้ของตัวเองขึ้นมาสะพายแล้วมุ่งหน้าออกจากโดมเล็ก

     

    .

    .

    .

    .

    .

    .

     

    “พวกมันอาจจะยังไม่รู้ตัวครับนาย”เสียงหนึ่งเสนอความเห็นขึ้นในห้องกว้าง ชายสองคนยืนอยู่ไม่ห่างนักจากโต๊ะหรูราคาแพงมีร่างของชายวัยกลางคนนั่งอยู่บนเก้าอี้พนักสูงด้านหลังโต๊ะตัวใหญ่ที่เรียบโล่งตอนนี้มีจอกระจกโผล่ขึ้นมาตรงกลางโต๊ะ บนจอฉายภาพการประชุมของแผนกลาดตระเวนซ้ำไปซ้ำมา

     

    “ไอ้เด็กใหม่นั่นท่าทางจะระแคะระคายแน่”เสียงทุ้มต่ำของคังจุนซาเอ่ยขึ้นเรียบๆ  “ติดต่ออาจู  บอกเขาว่าไก่ทองคำที่จะออกไข่ใบสุดท้ายฉันจะขายให้ท่านหลี่  ให้ท่านหาคนมารับไป”

     

    “นายจะขายไก่ทองคำของเราเหรอครับ”เสียงชายอีกคนแย้งขึ้น

     

    “แกมีปัญหารึไง!  ไก่นั่นเป็นของฉัน ฉันมีสิทธิจะขายหรือไม่ขายก็ได้ท่านหลี่เตือนแล้วว่าเราเหลือเวลาอีกไม่มาก ฉันไม่มานั่งเก็บอะไรที่ไม่มีราคาเหมือนพ่อหรอกนะ ในเมื่อตอนนี้มันยังขายได้ล่ะก็.... หึ พ่อดันทุรังจะสร้างสถาบันโง่ๆนี่ จนขาดทุนล้มละลาย ถ้าไม่ใช่เพราะฉันเอามาใช้ให้เป็นประโยชน์มันจะฟื้นฟูจนยิ่งใหญ่ได้ขนาดนี้รึไง  เพราะฉะนั้นทุกอย่างในนี้เป็นสิทธิ์ของฉัน!”  น้ำเสียงทุ้มต่ำเกี้ยวกราดจนชายสองคนที่ยืนอยู่ข้างหน้าไม่กล้าขยับตัวได้แต่โค้งคำนับรับคำสั่งแล้วถอยออกไปเงียบๆ

     

    “ถ้าทำดีๆล่ะก็ นอกจากค่าตัวแล้ว เราอาจจะได้ค่าประกันมาอีกต่างหาก” คังจุนซายิ้มเยียบเย็นอย่างพอใจ

Views

เข้าสู่ระบบเพื่อแสดงความคิดเห็น

Log in