[JackBam] Angels /GOT7 FanFictionChunari_CJ
Chapter 15 : ออกจากกรง
  •  

    ทำไมร้อนจัง..

     

    หน้าเรา.. ร้อนไปหมดเลย..

     

    ร่างสีขาวหยุดยืนเมื่อวิ่งออกมาได้ไม่ไกลนักใบหน้าสวยขึ้นสีแดงระเรื่อ มือเล็กยกขึ้นมากุมใบหน้า แล้วลูบไปตามเนื้อตัวราวกับจะสัมผัสความรู้สึกที่ยังหลงเหลือเพียงแค่มีใครบางคนสัมผัสปีกเขาอย่างที่ไม่เคยมีใครทำมาก่อน ก็สร้างความรู้สึกแปลกใหม่ในใจขึ้นมากมาย

     

    ~ ~ แจ็คสัน!!  แจ็คสัน!! แจ็คสัน!!  แจ็คสัน!!

     

    เสียงเอะอะที่ดังแว่วมาทำให้แองเจิ้ลส์น้อยหันกลับไปมองยังทิศที่วิ่งจากมา

     

    แจ็คจะไปแล้ว..

     

    เจียเออร์จะไปแล้ว…

    .

    .

    .

    .

     

    แจ็คสันมองตามแองเจิ้ลส์น้อยที่วิ่งจากไปตาละห้อยเสียงเรียกชื่อเขาที่ดังแว่วมาแสดงว่ามีคนมาตามหาเขาแล้วและนี่เป็นโอกาสสุดท้ายที่เขาจะได้อยู่กับแบมแบมในนี้ ทันทีที่เขาก้าวออกไปเขาจะไม่ได้กลับเข้ามาอีก สัมผัสของขนปีกนุ่มในมือยังไม่ทันจะจางหาย ความอาลัยทำให้เขาอยากจะอ้อยอิ่งยืดเวลานี้ให้ยาวออกไป แต่ในใจก็รู้ดีว่ายังมีเรื่องอีกมากที่เขาต้องทำข้างนอกนั่นเขาจึงออกเดินไปยังทิศที่ได้ยินเสียง ซึ่งก็น่าจะเป็นแถวประตูกรง

     

    “ผมอยู่นี่ ทุกคน ผมอยู่ในนี้” ชายหนุ่มตะโกนตอบเสียงเรียกชื่อที่ได้ยินพอพ้นแนวต้นไม้มาถึงที่ราบโล่ง เขาจึงได้เห็นกลุ่มคนที่กำลังเรียกหาเขา จินยองฮยองยูคยอม มาร์ค และนักวิจัยอีกสองคนที่เขาไม่รู้จัก

     

    “แจ็คสัน! นายเข้าไปในนั้นได้ยังไง”เป็นจินยองที่หันมาเห็นเขาเป็นคนแรก คนอื่นๆ จึงหันตามมาท่าทางของยูคยอมเปลี่ยนเป็นระแวดระวัง มือวางอยู่ที่เข็มขัดในท่าเตรียมพร้อมทำให้นักวิจัยอีกสองคนและมาร์คต่างก็เกร็งไปตามๆ กัน

     

    “เดี๋ยวผมเล่าให้ฟังทีหลังครับตอนนี้ช่วยพาผมออกไปก่อน”

     

    “แจ็ค! เลือด!! นายโอเครึเปล่า” มาร์คตะโกนถามทันทีที่กวาดสายตาสำรวจเพื่อนเสร็จ

     

    “ฉันโอเค สบายดี ไม่มีอะไรเสียหาย”แจ็คสันโบกมือให้ทุกคนเห็นว่าเขายังปกติดีทุกอย่าง

     

    “แจ็ค...” แจ็คสันหันหลังกลับไปตามเสียงเล็กแผ่วเบาที่เขาได้ยิน แววตาของแองเจิ้ลส์น้อยจ้องมาราวกับจะถามคำถามที่เขารู้ดี  แต่กลุ่มคนด้านนอกกลับเห็นการปรากฎตัวของร่างสีขาวนั้นเป็นสัญญาณอันตรายยูคยอมยกปืนเลเซอร์ขึ้นเล็งตรงมาที่แองเจิ้ลส์น้อย ทำให้มาร์คเล็งปืนตามและนักวิจัยอีกสองคนตั้งท่าเตรียมพร้อมเช่นเดียวกัน

     

    “โว้วๆๆๆ เดี๋ยวก่อน!! อย่ายิงๆๆๆ  แบมแบมไม่ได้ทำอะไรผม”  แจ็คสันรีบถลันเอาตัวเองเข้าไปบังแองเจิ้ลส์น้อยขณะเดียวกันกับที่จินยองโบกมือให้ทุกคนลดอาวุธลง

     

    “ทุกคนรอตรงนี้ เดี๋ยวฉันจะเข้าไปพาเขาออกมาเองห้ามใครใช้อาวุธโดยที่ฉันไม่ได้สั่ง เข้าใจนะ” จินยองกำชับหนักแน่นก่อนจะเดินเข้าไปที่ประตูกรงการ์ดสีเงินแตะลงบนแท่นควบคุมสีเทา ก่อนจะทาบฝ่ามือลงไป ประตูกรงหนาหนักก็เด้งเปิดออกทันทีร่างสง่างามในชุดเสื้อกาวน์สีขาวก็เดินตรงเข้าไปหาทั้งสองคนที่ยืนรออยู่  คนที่อยู่ข้างนอกลดอาวุธลง แต่ก็ยังอยู่ในความระแวดระวัง

     

    “จีนนน” เด็กน้อยผละจากด้านหลังของแจ็คสันวิ่งเข้ามากอดจินยองเหมือนปกติทุกครั้ง จินยองกอดตอบแล้วลูบหัวเบาๆ ก่อนจะเดินมารวมกลุ่ม

     

    “บอกมา ว่าเกิดอะไรขึ้น” จินยองเอ่ยถามเสียงเครียดทันทีที่เดินเข้ามาใกล้

     

    “เมื่อคืนผมแค่จะแวะเข้ามาหาแบมแต่พอมาถึง ประตูกรงก็เปิดอยู่ แล้วมีไอ้โม่งสองคน กำลังทำอะไรไม่รู้กับแบมพวกมันลากแบมแบมเข้ามาในเขตอันตราย จะได้ไม่มีแรงพอจะทำร้ายพวกมัน ผมเห็นเข้าก็เลยเข้ามาช่วยพวกมันถือกล่องเหล็กใส่อะไรก็ไม่รู้เอาไว้ ท่าทางจะสำคัญมาก ผมพยายามแย่งมาแต่ไม่สำเร็จสุดท้ายก็เลยโดนปืนเลเซอร์สลบไป...   พอตื่นมาก็กลายเป็นถูกขังอยู่ในนี้แล้วครับ” 

     

    แจ็คสันเล่าไปด้วย  แล้วก็ลอบมองไปยังแบมแบมในจังหวะที่เขาข้ามข้อมูลสำคัญบางอย่างแววตาของแองเจิ้ลส์น้อยสะท้อนความสงสัย แต่ก็ดูเหมือนจะเข้าใจในสิ่งที่เขาต้องการ

     

    “จริงรึเปล่าแบมแบมมีคนเข้ามาทำร้ายเราเหรอตัวเล็ก” จินยองหันไปถามย้ำ แองเจิ้ลส์น้อยผงกหัวสีขาวยืนยันคำพูดของแจ็คสันอย่างรุนแรง

     

    “แล้วเราเป็นอะไรรึเปล่า” แบมแบมส่ายหน้าช้าๆให้กับคำถามของหัวหน้าแผนกวิจัย

     

    “แบมไม่เจ็บ..  แจ็คเจ็บ..” แองเจิ้ลส์น้อยหน้าเบ้คล้ายจะร้องไห้

     

    “นี่... แจ็คไม่เจ็บแล้วไงแบม เนอะ”แจ็คสันรีบคว้ามือเด็กน้อยมาจับไว้ บีบเบาๆ แล้วยิ้มกว้างใส่ หัวสีขาวจึงผงกรับ

     

    “เอาละ ถึงยังไงคงต้องออกไปจากที่นี่ก่อนแล้วค่อยรายงานเรื่องนี้กับเจบี แต่คงไม่ใช่วันนี้ เพราะแผนกลาดตระเวนจะยังไม่กลับจนกว่าจะถึงพรุ่งนี้  ฉันจะแจ้งนัดประชุมให้ วันนี้นายกลับบ้านไปซะแล้วค่อยรายงานกับที่ประชุมพรุ่งนี้เช้า”

     

    “เดี๋ยวก่อนครับฮยอง.. ผมขอ.. บอกลาแบมแบมสักครู่ได้มั้ยฮะ”

     

    “หวังแจ็คสัน! ฉันหวังว่านายจะจำเรื่องที่ฉันเคยบอกนายได้นะ”เสียงเรียบของจินยองแฝงความกดดัน

     

    “ครับ ผมจำได้ ผมแค่จะบอกลาเพราะคงเข้ามาเล่นด้วยในนี้ไม่ได้อีก” จินยองพยักหน้ารับเบาๆแล้วเดินออกไปทางประตูกรง แจ็คสันหันหน้ามาคุยกับแองเจิ้ลส์น้อย แต่ใบหน้าสวยก้มต่ำ

     

    “แบมแบม อย่าทำแบบนี้.. ยิ้มสิเฮียไม่ได้ไปไหนไกลสักหน่อย.. นะ.. ยิ้มให้เฮียดูก่อน  เงยหน้าสิ” ชายหนุ่มบีบมือเล็กที่กุมไว้เบาๆเพื่อให้เด็กน้อยเงยหน้าขึ้นมอง แต่หัวสีขาวก็ยังก้มหน้านิ่ง

     

    “ไม่รักคุณเต่าแล้วเหรอ..”

     

    “คุณเต่า.. อย่า...”

     

    “หืมมม.. ว่าไงนะครับ”

     

    “อย่าไป...”  เสียงเล็กเอ่ยขึ้นอย่างแผ่วเบาและสั่นเครือ แจ็คสันนึกอยากจะดึงร่างเล็กตรงหน้าเข้ามากอดเพื่อปลอบประโลมติดที่ว่ามีสายตาหลายคู่กำลังจ้องมองอยู่

     

    “เฮียต้องไปแล้วแบมแบม จะไม่ยิ้มให้เฮียจริงๆเหรอ ถ้าไม่ยิ้มล่ะก็ เอ... สงสัยขนมที่จะให้พรุ่งนี้ คงจะต้องทิ้งไปซะละมั้ง..น่าเสียดายจังเลยน้า น่าอร่อยมากซะด้วยสิ” ศีรษะสีขาวที่ก้มต่ำมีความลังเลแต่แล้วก็ค่อยๆ เงยหน้าขึ้นมา แพขนตาหนาชุ่มชื้น แต่ก็ยอมส่งยิ้มให้เขาบางเบา

     

    “เก่งมาก แองเจิ้ลส์คนสวยของเฮีย” แจ็คสันขยี้ผมสีขาวบนหัวเล็กเบาๆอย่างอ่อนโยน  “พรุ่งนี้เฮียจะเอาขนมมาให้นะแบมแบม”  แจ็คสันให้สัญญาแต่เขาแน่ใจว่าไม่ได้ขัดกับสิ่งที่จินยองเคยบอกเพราะจินยองบอกว่าอย่าให้สัญญาพร่ำเพรื่อ สัญญาของเขาระบุเวลาที่แน่นอนและเขาเชื่อว่าตัวเองทำได้ เขาจึงสัญญาเช่นนั้นกับแบมแบมออกไป

     

    “เฮียขออีกอย่างนะแบมแบม” ชายหนุ่มใช้นิ้วโป้งไล้ไปตามแพขนตาที่เปียกชื้นเพื่อซับน้ำตาอย่างบรรจง

     

    “เรื่องบ้านกับปีกของแบมเก็บไว้เป็นความลับของเราสองคนนะ อย่าเล่าให้ใครฟังเด็ดขาด ได้มั้ย”

     

    “จีน.. เจบี..” แองเจิ้ลส์น้อยเอียงคอถาม

     

    “สองคนนั้นก็ไม่ได้ นะแบมนะ”เด็กน้อยครุ่นคิดเพียงชั่วครู่ แล้วก็พยักหน้าให้ จินยองโบกมือมาจากหน้าประตูกรง

     

    “เฮียไปแล้วนะ เจอกันพรุ่งนี้ หลับฝันดีนะบ๊ายบาย” แจ็คสันผละออกมา โบกมือลาเด็กน้อย แล้ววิ่งไปทางประตูกรง แบมแบมโบกมือตอบเฝ้ามองร่างของแจ็คสันออกจากกรงและเดินไปพร้อมกับคนอื่นๆ ก่อนจะวิ่งกลับไปทางรังของตนเอง

     

    แจ็คสันเหลือบมองแบมแบมที่วิ่งกลับไปที่รังอย่างโล่งอกถึงแม้เขาจะถูกพักงาน แต่ทางสถาบันคงไม่ห้ามถ้าเขาจะแวะมาหาแบมแบมบ้าง แบมแบมจะได้ไม่เหงาถึงแม้เขาจะกลับเข้าไปในกรงไม่ได้อีก แต่อย่างน้อยมาเห็นหน้า มาคุยกันก็ยังดีเขาตั้งใจจะแวะมาหาแบมแบมตลอดระยะเวลาที่ถูกพักงานแถมพรุ่งนี้เขาก็ต้องมารายงานเรื่องนี้กับเจบีเขาจึงสามารถทำตามสัญญาได้อย่างแน่นอน ความมั่นใจนี้ช่วยให้เขาเบาใจลงบ้างว่าจะไม่ทำให้แองเจิ้ลส์น้อยทรมานกับการรอคอย

     

    ทุกคนเดินตามจินยองออกมาจนถึงหน้าแผนกลาดตระเวนแล้วจึงแยกย้ายจินยองกับนักวิจัยอีกสองคนกลับไปที่แผนกวิจัย เหลือเพียงสามคนที่ยืนเก้ๆ กังๆกันอยู่หน้าแผนกลาดตระเวน

     

    “นายจะกลับพร้อมฉันเลยรึเปล่า”มาร์คเอ่ยถามขึ้น

     

    “มาร์ค ฉันว่านายกลับไปก่อนดีกว่า เดี๋ยวฉันตามไปฉันมีเรื่องจะคุยกับยูคยอมหน่อย” แจ็คสันตบไหล่เด็กยักษ์ที่ยืนนิ่งไม่ไหวติงเมื่อได้ยินว่าแจ็คสันมีเรื่องจะคุยด้วย

     

    “นายเพิ่งหายเจ็บจะปั่นจักรยานกลับไปได้ไง เอาเป็นว่าฉันไปรอที่รถก็แล้วกัน จะคุยอะไรก็คุยกันตามสบาย”

     

    มาร์ค  ขอบใจมากนะ ถ้านายไม่มาตามหา ฉันคงติดอยู่ในนั้นอีกนาน

     

    มาร์คโบกมือเป็นเชิงว่าอย่าคิดมากแล้วไปขึ้นรถมินิคาร์ทที่จินยองทิ้งเอาไว้ให้ ขับออกไปทางประตูใหญ่ทิ้งให้แจ็คสันอยู่กับเด็กร่างยักษ์สีดำที่ยังยืนแข็งทื่อ แจ็คสันตบไปตามกระเป๋ากางเกงของตัวเองเพื่อหาอะไรบางอย่าง

     

    หานี่อยู่หรอฮะ ยูคยอมยื่นการ์ดสีดำที่หักเป็นสองท่อนมาให้

     

    อ๊ากก! การ์ดฉัน!!!ทำไมเป็นแบบนี้ล่ะ! โธ่ ไอ้พวกบ้า โยนทิ้งอย่างเดียวไม่พอรึไงทำไมต้องหักด้วยวะเนี่ย  โธ่เอ้ย! เงินฉัน!”

     

    ไม่เป็นไรหรอกฮะ เดี๋ยวเจบีฮยองก็ออกให้ใหม่มันไม่ใช่ความผิดของเฮียนี่นา

     

    แสดงว่าฉันต้องตัวติดอยู่กับนาย ไปจนกว่าจะได้การ์ดใหม่สินะใช่มั้ยแจ็คสันแค่หยอก แต่คนตรงหน้ากลับสลดลง

     

    “ถ้าเฮียไม่อยาก  ผมแจ้งให้คนอื่นมาแทนก็ได้นะฮะ”

     

    “ไร้สาระน่าทำไมฉันจะต้องไม่อยากด้วยล่ะ นายเปิดประตูเหอะ เข้าไปคุยกันข้างใน”ชายหนุ่มเร่งให้ยูคยอมเปิดประตูเพราะมีคนจากแผนกวิจัยเดินผ่านไปผ่านมา ยูคยอมดึงคีย์การ์ดสีดำของตัวเองออกมาแตะที่หน้าประตูแล้วทั้งสองคนก็พากันเดินเข้าไปในแผนกที่ว่างเปล่า โต๊ะกลางยังคงมีอุปกรณ์และข้อมูลวางอยู่ระเกะระกะแจ็คสันเดินสำรวจข้อมูลที่มีอยู่บนโต๊ะคร่าวๆ ก่อนจะทิ้งตัวลงที่โซฟา

     

    “เฮ้อออ คิดถึงจังเลยแฮะ แค่ไม่กี่วันเองนะเนี่ยที่ไม่ได้เข้ามา”แจ็คสันหลับตาสูดกลิ่นที่คุ้นเคยในห้อง แต่ยูคยอมยังคงยืนนิ่งอยู่ที่ข้างโซฟา

     

    “เอ้า ยืนอยู่ทำไมล่ะ มาคุยกัน”

     

    “ผมคิดว่าเฮียจะเกลียดผมแล้ว” ร่างสีดำของยูคยอมเดินมานั่งลงทื่อๆบนโซฟา ใกล้กับแจ็คสัน

     

    “ทำไมเฮียต้องเกลียดนายด้วยล่ะบ้ารึเปล่า”

     

    “ก็ที่เฮียบาดเจ็บ ก็เพราะผมแล้วก็ยังโดนพักงานอีก เป็นเพราะผมอวดเก่งไม่เข้าเรื่อง เฮียถึงต้องเป็นแบบนี้ผมทำใจเอาไว้แล้ว ถ้าเฮียจะเกลียดผม ก็ไม่เป็นไรนะฮะ” หน้าม้าหนาเตอะหันหน้าออกไปทางอื่น

     

    “ถ้าเฮียจะเกลียดน่ะนะก็คงจะเกลียดเพราะไม่เห็นหน้านายมาเยี่ยมคนเจ็บเลยซะมากกว่า”

     

    “ผมไม่กล้า ผมกลัวจะโดนเฮียไล่ออกมา”

     

    “เฮ้อ บ้าไปแล้ว พอๆเฮียไม่ได้เกลียดอะไรนายทั้งนั้นแหละ นายปลอดภัยก็ดีแล้วได้ข่าวว่าอาละวาดซะน่าดูเลยเหมือนกันนี่ แต่ถ้านายสำนึกผิดจริงๆที่ทำให้เฮียบาดเจ็บล่ะก็ เล่ามาดีกว่า”

     

    “เล่าอะไรฮะ..”

     

    “ความลับของนาย”

    .

    .

    .

    .

    .

     

    เสียงเตือนดังขึ้นจากริสแบนด์ที่ข้อมือขาวจินยองยกข้อมือขึ้นสำรวจข้อความสั้นๆ ที่มีคนส่งมา

     

    ขอบคุณนะครับสำหรับวันนี้  ถ้าผมเสียมารยาทไปก็ต้องขอโทษคุณด้วย ถ้ายังไงขอโอกาสให้ผมได้เลี้ยงน้ำชาเป็นการขอบคุณและขอโทษด้วยนะครับ

    -- มาร์ค –

     

    จินยองมองข้อความอย่างนึกแปลกใจแต่ก็ไม่ได้ตอบอะไรกลับไป ร่างสูงนั่งลงที่โต๊ะทำงานของตัวเองนิ้วโป้งแตะลงที่แพดสแกนลายนิ้วมือ หน้าจอคอมพิวเตอร์จึงสว่างขึ้นพร้อมทำงานอีกครั้งนิ้วเรียวไล่ลงบนแป้นพิมพ์ถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในวันนี้ และแจ้งนัดหมายประชุมให้หัวหน้าแผนกลาดตระเวนเพื่อนของเขารับทราบ  เว้นไว้เพียงเหตุการณ์บางอย่างที่เขาสังเกตุเห็นและตั้งใจจะคุยปากเปล่ากับเจบีเท่านั้น

     

    สิ่งที่ทุกคนได้เห็นในวันนี้อาจจะมีเพียงเขาคนเดียวที่อ่านออก ว่าเกิดอะไรขึ้นกับแจ็คสันอากัปกิริยาทั้งของเด็กฝึกงานกับแองเจิ้ลส์น้อยทุกอย่างไม่มีทางรอดสายตาของเขาไปได้ แจ็คสันกำลังเดินอยู่บนเส้นทางที่เขาและเจบีเคยเดินผ่านเส้นทางที่ไม่สามารถเดินไปจนสุดทางได้ อีกไม่ช้าแจ็คสันเองก็ต้องเดินออกจากเส้นทางนี้เช่นเดียวกัน

     

    “ไม่ว่าใครที่ได้รู้จักตัวตนก็ต้องหลงรักเด็กคนนั้นกันทั้งนั้น..” จินยองพึมพัมกับตัวเอง เสียงหัวเราะหึๆดังขึ้นเบาๆ ในลำคอราวกับจะประชดประชันโชคชะตา

    .

    .

    .

    .

    .

     

    “ผมกลัวความมืด กลัวเสียงหมาหอน” ในที่สุดยูคยอมก็ยอมเอ่ยปากหลังจากอึกอักอยู่ครู่ใหญ่  “จินยองฮยองรู้ดีเพราะฮยองเป็นคนรักษาผมมา เจบีฮยองก็รู้ ทุกคนในแผนกก็รู้ ยกเว้นเฮียคนเดียวแต่สองปีมานี้ผมดีขึ้นมากแล้ว ก็เลย.. คิดว่าตัวเองจะทำได้ ผมคิดว่าผมหายแล้ว ผมอยากรู้ว่าจริงมั้ยผมอยากลอง แต่ผมทำให้เฮียต้องเสี่ยงไปด้วยจนบาดเจ็บ ผมขอโทษครับ”  ร่างสีดำกับผมทรงกะลาครอบหันมาก้มหัวต่ำให้กับแจ็คสัน

     

    “ถ้าอย่างนั้นเรื่องอื่นล่ะนายจะยอมเล่าด้วยรึเปล่า ถ้านายอยากชดใช้ที่ทำให้เฮียบาดเจ็บเฮียถามอะไรนายต้องตอบ เฮียต้องรู้ เฮียจะได้ระวังหลังให้ ไม่ใช่พากันไปตายนายก็รู้ว่างานอย่างพวกเรา มันต้องอาศัยความเชื่อใจ”  ยูคยอมพนักหน้าอ่อยๆ

     

    “ทักษะของนายล่ะ ฝึกมาจากที่ไหนบอกได้รึเปล่า เฮียพอจะดูออก ว่ามันไม่ใช่เรื่องธรรมดา ที่คนอายุขนาดนาย จะมีทักษะแบบนี้ได้”

     

    ยูคยอมลังเลดวงตาหลังม่านหน้าม้าหลุบต่ำ คิดทบทวนในสิ่งที่แจ็คสันบอก ชั่วอึดใจถัดมา เด็กหนุ่มก็ถกแขนเสื้อข้างขวาขึ้นเผยให้เห็นท้องแขนที่อยู่ใต้ร่มผ้า ท่อนแขนขาวเต็มไปด้วยบาดแผลที่ท้องแขนมีรอยสักสีดำเด่นชัด รอยสักเป็นลักษณะคล้ายดอกไม้บาน เริ่มจากดาวห้าแฉกตรงกลางรายล้อมด้วยสามเหลี่ยมสลับหว่างเป็นชั้นๆ ดูเหมือนกลีบดอกที่บานออก

     

    “ผมเป็นนักฆ่า..  ผมเกิดมา.. เพื่อฆ่าคน...” 

Views

เข้าสู่ระบบเพื่อแสดงความคิดเห็น

Log in
bambamcandy97 (@bambamcandy97)
สนุกมากเลยค่ะ โรแมนติก น้องแบมผมขาวคิดถึงจัง