นายข้างห้อง ข้องไร(วะสัส ต่อยกับกูป่าว กูก็ไม่ได้กลัวมึงเท่าไหร่หรอกนะ)ชานมไข่มุ้ง
Chapter9: โรงเรียนนรก
  • ประเทศไทย รวมเลือดเนื้อเป็นชาติเชื้อไทย…

    เพลงชาติไทยดังขึ้น เด็กนักเรียนทุกคนยืนตรงเคารพธงชาติกลางแจ้งแดดร้อน ๆ เด็กที่มาสายก็โดนกักตัวบนอัฒจันทร์ตากแดดไหม้จนตัวเกรียมเหมือนกัน แต่รุนแรงกว่าโดยหันเข้าทิศแสงสาดหน้าพอดี


    “ร้องให้ดังกว่านี้อีก คนไทยรึเปล่า!!!” ครูพละฟาดไม้เรียวบนที่นั่งอัฒจันทร์ เดินกร่างไปมาราวกับอันธพาล เด็กผู้หญิงไม่กล้าสบตา แม้แต่เด็กเกเรก็ได้แต่เจี๋ยมเจี้ยม ก้มหัวจนเห็นแต่รอยหนังศีรษะที่โดนกล้อน


    ลูกหมูที่อยู่ในแถวมอห้าปกติได้แต่ยืนทำ ๆ ตามส่วนใหญ่กันไป สวดมนต์ก็พนมมือไปงั้น ๆ ในหัวคิดแต่เรื่องที่บ้าน

           พ่อหายไปตั้งแต่เย็นแล้วกลับมาเมื่อประมาณตีสาม-ตีสี่ เธอรู้เพราะได้ยินเสียงเอะอะโวยวาย พ่อเมามาก และปัดข้าวของกระจายไปหมด เธอตกใจตื่นและนอนต่อไม่หลับเลย แม่คงไม่รู้ว่าเธอได้ยิน เพราะเธอยังคงแกล้งซุกตัวนอนนิ่ง ๆ เหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น ไม่ใช่ครั้งแรกหรอก แต่พ่อกลับเกือบรุ่งเช้าบ่อย ๆ เพียงเธอไม่เคยกล้าลุกออกไปให้แม่รู้เลยว่าเธอรู้มาตลอด ทุกครั้งเธอภาวนาให้ไม่มีเสียงตบตี โชคดีที่พ่อเมาจนอ้วกและหมดแรง หลับคาโซฟา

           หลังเสร็จพิธีหน้าเสาธง เธอเดินแวะเข้าห้องน้ำและขึ้นห้องเรียนคนเดียว ตั้งแต่ขึ้นมอปลาย เธอก็แยกจากเพื่อนสนิทสามสี่คน พวกมันไปเรียนสายศิลป์กันหมด เหลือแต่เธอที่เรียนสายวิทย์ ตัวเธอก็ไม่ได้เก่งมาก ก็อยู่ห้องที่สามเรียงตามคะแนนเกรด ไม่ใช่ห้องคิงห้องควีน แต่เด็กห้องนี้ก็แข่งขันกันจนดูเห็นแก่ตัว 
           เธอไม่รู้สึกเข้ากับใครได้เลย เพื่อน ๆ ดูสนุกสนานตามวัย มีเรื่องคุยเยอะแยะเต็มไปหมด เธอเคยลองออกความเห็นเรื่องการ์ตูนบ้าง เห็นเพื่อนพูดถึงการ์ตูนออนไลน์เกาหลีเรื่องนี้ เธออ่านพอดี แต่เมื่อพูดไปแล้ว ก็เหมือนเสียงเงียบจมหายดำดิ่งไปในท้องน้ำมหาสมุทร ไม่มีใครสนใจอยู่ดี ตั้งแต่มอสี่เทอมสอง เธอจึงเลิกพยายามเข้าหาใคร ทนอยู่ห้องนี้ไม่นานหรอก เดี๋ยวสอบเข้ามหาลัยได้ก็แยกย้ายแล้ว


          “นักเรียนคิดว่าเราควรมีวิชาศาสนาในโรงเรียนรึเปล่า เขียนส่งท้ายคาบวันนี้นะ” คาบแรกของวันก็เริ่มต้นด้วยวิชาพระพุทธศาสนาที่เหล่านักเรียนต่างเบื่อหน่าย เธอเองก็เบื่อ แต่ว่าเธอชอบครูผู้ชายคนนี้นะ ดูเปิดกว้างดี วิชานี้สอนสลับกันครูผู้หญิงที่มีอายุ ซึ่งเธอเบื่อกับการที่ครูเก็บคะแนนโดยการให้มานั่งทำท่ากราบนู่นนี่ 

    ‘ไม่ มุมนี้ยังไม่สวย ก้มกว่านี้อีก โค้งกว่านี้อีก’ ไม่ได้คิดวิเคราะห์อะไรเลย น่าเสียดายแท้ ๆ o-netดันต้องสอบวิชาสังคมด้วย ควรจะได้อะไรบ้าง แล้วทำไม่คนศาสนาอื่นต้องมาทำ เธอเองในใจแล้วไม่มีศาสนาอะไรเลย แต่เธอก็ยังต้องฝืนใจทำตามแบบศาสนาพุทธของครูเพื่อคะแนน


           ท้ายคาบ เธอยื่นกระดาษส่งให้ครูผู้ชาย “ทำไมเด็กต้องยอมทำ ๆ พิธีตามกันไปเพื่อให้ได้คะแนน มันไม่ได้เป็นการไปละเมิดสิทธิเสรีภาพเด็กหรือ ? แล้ววิชาศาสนาในโรงเรียนมีประสิทธิภาพแค่ไหนทำไมเรายังล้อเลียนความต่างกันอยู่ แซวคนนับถืออิสลามเรื่องหมู มองศาสนานี้ว่าหัวรุนแรง ถ้าศาสนาอื่นแซวพุทธล้อเรื่องห้ามกินเหล้ามันตลกไหม
          โรงเรียนรัฐบังคับเด็กเรียนแค่ศาสนาพุทธว่าแคบแล้ว แต่อีกปัญหาคือไม่ว่าโรงเรียนรัฐหรือนานาชาติก็สอนแค่ในนิกายมุมมองในกลุ่มตัวเอง ทำให้ไม่เก็ทศาสนาในภาพรวม จริง ๆ แล้วนอกจากยัดหลักธรรม ประวัติศาสนา มันคือการเข้าใจความเชื่อต่าง ๆ ควรเรียนเป็นศาสนาเปรียบเทียบ ให้เห็นเข้าใจอยู่ร่วมได้ทุกความแตกต่างมากกว่า” ครูอ่านแล้วยิ้มขึ้นมุมปาก ลูกหมูได้แต่ขัดเขินขึ้นในใจ โดยไม่รู้ร้อนรู้หนาวว่ามีเด็กผู้หญิงผมยาวดำขลับที่มุมห้องจ้องมองด้วยความเย็นยะเยือกอยู่


          ทุกเย็นเวลาเดินกลับบ้าน เธอจะผ่านสนามบอลและห้องครูคณิตศาสตร์ที่อยู่ใต้ตึกม่วง เธอจะพบครูพระพุทธศาสนาคนนี้เพราะครูแกเป็นแฟนกับครูคณิตศาสตร์สาวซึ่งสอนเธอเช่นกัน เธอรู้สึกว่าทั้งสองรักใคร่กันดี เธอชื่นชมครูทั้งสองเสมอ แต่ไม่ว่าอย่างไร ไม่มีครูหรือเพื่อนคนไหนรับรู้ปัญหาของเธอเลย

          ลูกหมูก็เป็นแค่เด็กนักเรียนธรรมดาคนหนึ่ง มองเผิน ๆ แล้วก็ไม่ได้ดูผิดปกติอะไรไปจากเด็กคนอื่น ๆ อีกพันคน สายตาครูเห็นเด็กที่เข้าแถวยืนเรียงราย ทุกคนล้วนดูปกติดี เพียงแต่การยืนตากแดดอย่างนี้ ต่อให้แสงส่องมาแค่ไหน ก็ไม่สว่างพอให้ครูเห็นความเจ็บปวด ความไม่สมประกอบข้างในของเด็กได้เลย

เข้าสู่ระบบเพื่อแสดงความคิดเห็น

Log in
bubble_cinxo (@bubble_cinxo)
แต่งค่ะ
@bubble_cinxo เป็นคนไทยรึเปล่า!?!?!!!!
prystang (@prystang)
ลูกหมูมีความคิดลึกล้ำมากค่ะ สุดยอดไปเลย ไรต์แต่งเรื่องความรู้สึกหดหู่ของตัวละครนี้ได้ดีค่ะ