นายข้างห้อง ข้องไร(วะสัส ต่อยกับกูป่าว กูก็ไม่ได้กลัวมึงเท่าไหร่หรอกนะ)ชานมไข่มุ้ง
Chapter7: พี่ปิติเป็นแค่พี่รหัสผมนะครับ
  • “น้องมุ้งฉางคร้าบบบบบ พี่มารับเราแล้วครับบบบบบ” พี่ปิติจอดบิ๊กไบค์คันดำสุดคูล แล้วตะโกนเรียกมุ้งฉางที่ยืนอยู่หน้าคณะ ร่างโตค่อย ๆ ถอดหมวกกันน็อค พี่แกสะบัดผมไปข้างหลังเฟี้ยวฟ้าวที่สุด (แต่แถวนั้นไม่มีสาวกรี๊ดแต่อย่างใด)
    “เอ่อ...ว่าไงครับพี่ปิติ” นายมุ้งฉางตอบแบบอึนๆ
    “เย็นชากับพี่รหัสเสียจริง ลืมแล้วหรอว่าวันนี้เรามีนัดกัน” พี่ปิติตอบด้วยสีหน้ายียวน
    “จำได้ครับ ไปกินไอติมกันครับ” มุ้งฉางเขิน ไม่กล้าสบตาคนที่ไม่สนิท

    ลูกหมี เชอร์รี่ก็ได้แต่มองเฉย ๆ อะไรกันอยู่สาขาเดียวกันแท้ ๆ ทำไมพี่ปิติที่สุดแสนจะตลกและเฟรนด์ลี่มองแค่นายมุ้งฉางคนเดียวกันฟระ พวกฉันก็ยืนอยู่ตรงนี้นะโว้ยยยย เสียมารยาทที่สุด ไปดีกว่า
    “งั้นพวกฉันไปก่อนนะนายมุ้งฉาง หวัดดีค่ะพี่ปิติ” แล้วเชอร์รี่กับลูกหมีก็เดินออกไป
    “เรียนเหนื่อยไหมวันนี้” พี่ปิติยังคงมองแต่น้องมุ้งฉาง

    “ก็นิดนึงครับ วันนี้วิชาภาคยากนิดนึงครับ”
    “ดีละน้องมุ้งฉาง แปลว่าตั้งใจเรียน พี่เรียนทีไหร่ เผลอหลับทุกที ก็ไม่ได้ตั้งใจง่วงหรอกนะ แค่ใจมันเผลอไผลไปน่ะ” พี่ปิติเดินไปหยิบหมวกกันน็อคอีกใบมาให้มุ้งฉาง มุ้งฉางรีบคว้ามาสวมเองก่อนที่พี่เขาจะสวมให้แบบนิยายเรื่องอื่น ๆ (เขาเขินน่ะ)


    มันดีมากที่พี่แกมีหมวกให้ เขาไม่เคยชอบนั่งวินมอเตอร์ไซค์ในมอเลยเพราะไม่มีหมวกกันน็อคให้ แถมขับเร็วแรงอันตรายมาก สวนเลน ขับในเลนจักรยานด้วย แล้วพอบอกวินว่าเบา ๆ หน่อยครับ ช้า ๆ ก็ได้ผมไม่รีบ เขาก็ไม่สนใจอยู่ดี 

    เคยนั่งแล้วเขาคุยโทรศัพท์กับลูกสาว เขาแบบคงอยากคุยมากก็เขารักลูกเขานี่ แต่ก็ไม่คิดบ้างหรือถ้าเกิดอุบัติเหตุอะไรขึ้นมา ลูกจะคิดถึงเขาขนาดไหน ชีวิตผมด้วย หลังจากที่ผิดหวังซ้ำๆ กับวินมอไซค์หลายคันผมก็เลิกนั่งไปอีกเลย ตะลัยก็มาช๊าช้า ก็ไม่นั่งเช่นกัน ทุกวันนี้น่องใหญ่มาก เชอร์รี่น่ะโชคดีมากที่เจอวินมอไซค์คุณธรรมอย่างพี่พิเชษฐ์ ขับตามกฎระเบียบ ปลอดภัยบนท้องถนนทุกอย่าง มุ้งฉางว่าไปก็พลางเหม่อจนถึงร้านไอติมหน้ามอ พอพี่ปิติจอดรถก็เพิ่งรู้ตัวว่านั่งจับเอวพี่แกมาตลอดทาง พอได้สติก็รีบลงมา ทำเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น


    “น้องมุ้งฉางชอบกินอะไรหรอครับ”
    “ผมชอบช็อคโกแลตครับ แต่จริง ๆ ก็ชอบและกินได้หมดเลยครับ”

    “งั้นพี่ซื้อแฟรนไชส์นี้ทั้งร้านให้น้องดีไหมครับ”
    “เอ่อ เกรงว่าผมจะอ้วนเอาน่ะสิครับ” มุ้งฉางว่าอาย ๆ แล้วเงยหน้ามองพี่ปิติ “แต่พี่คงพูดเล่น”
    “พี่พูดจริงครับ” นายปิติจ้องหน้านิ่ง

    “รับอะไรดีคะ เชิญด้านในก่อนเลยค่ะ” พนักงานที่เป็นนิสิตมาทำพาร์ทไทม์เอ่ยขึ้น

    พอนั่งลงแล้วพี่ปิติก็ให้แต่ผมเลือก “เอ่อ พี่ดูเมนูสิครับ จ้องหน้าผมทำไมกันครับ” (หาเรื่องหรอ-มุ้งฉางคิดในใจ)

    (ก็น้องน่ากินกว่า-พี่ปิติก็คิดในใจเช่นกัน)
    “น้องมุ้งฉางเอาเมนูนั้นใช่ม้ะเห็นมองอยู่นาน” นายปิติหันไปพูดกับพนักงานว่า “ งั้นผมเอาอันนี้ อันนี้ อันนี้ อันนี้และก็อันนี้ครับ”
    “ได้ค่ะ รอสักครู่นะคะ”

    “เห้ยพี่ปิติครับ สั่งอะไรเยอะจัง กินไม่หมด”
    “ก็พี่เห็นสายตาเรามองอันนี้ สลับไปอันนี้ และอันนี้น่ะครับ แปลว่าน้องอยากกิน เมื่อตะกี้พี่จ้องลูกกะตาน้องอยู่ แต่พี่ไม่สั่งอันนี้เพราะรูม่านตาน้องไม่ขยายตอนมองครับ แปลว่าไม่มีdesire”

    (เชดเข้ รู้ใจว่ะครับ พี่ปิติแกมีเซ้นส์แห่งความเทคแคร์ หวั่นไหวเลยว่ะ เห้ย ไม่ได้ๆๆ ต้องหักห้ามใจ เขาเป็นพี่รหัส เทคแคร์น้องรหัสแบบนี้ก็ปกตินี่)

    “พี่ครับ เรียนอยู่ปี2แล้วยากไหมครับ”
    “พี่ว่า ยากทุกปีเลยครับ”
    “ผมรู้สึกอยากซิ่ว เหมือนคิดผิดเลยไงก็ไม่รู้มาเรียนคณะนี้อ่ะ”
    “แล้วคณะไหนน้องว่า น้องจะคิดถูกหรอครับ”
    “น่าจะคณะที่ไม่ต้องเรียนน่ะครับ คือผมรู้สึกดีเพรสกับชีวิตมากเลยครับช่วงนี้ตั้งแต่เข้ามหาลัยมา มันตีกับตัวเองว่าชอบไหมวิชาที่เรียน มันอาจมีสาขาที่เหมาะกับตัวเองกว่านี้ บางอย่างรู้สึกว่าไม่อยากเรียน มันง่ายไม่จำเป็นกับชีวิต แต่บางอย่างก็ยากจะเข้าใจครับ”

    “พี่ก็เป็นนะตอนปี1 แต่พอเรียนวิชาภาคมากขึ้นและสิ่งที่อาจารย์สอนมันลึกขึ้น เข้าใจงานวรรณกรรม เข้าใจหนังสือ ภาพยนตร์ สื่อต่าง ๆ รวมไปถึงเข้าใจชีวิตมากขึ้น พี่ก็รู้สึกรักในสิ่งที่พี่เรียนมากเลย แต่จริง ๆ พี่ก็ลงเรียนของคณะอื่นในวิชาที่พี่สนใจด้วยอ่ะ ลองดู”

    (อ้าว พี่ปิติก็พูดภาษาคนปกติเป็นนี่-มุ้งฉาง งง ไม่ชินเลย)

    “ผมอยากอยู่บ้านเขียนนิยายเฉย ๆ ผมรู้สึกไม่อยากเจอคนเยอะ ๆ ....อยู่ดี ๆ ก็ไม่รู้สึกอยากไปห้าง ไปตลาด ไปแหล่งคนพลุ่กพล่าน ถ้าไม่ชอบที่สุดก็คือใจกลางเมือง ศูนย์การค้านั่นแหละ ผมรู้สึกผมเห็นในสิ่งที่บางคนไม่เห็น”


    “น้องเห็นผีหรอครับ?”

    “เปล่าครับ (อย่ากวนตีน) ผีไหม ไม่แน่ใจแต่ผมก็เห็นผีในชีวิตความเป็นอยู่อันยากลำบาก ตายทั้งเป็นเหมือนกันครับ ผมรู้สึกสลดหดหู่มากครับ ในแหล่งที่เงินสะพัดและดูหรูหรา มีร้านแบรนด์เนม คนแต่งตัวดูดีมีเงินมากมาย แต่ผมก็เห็นคนขอทานข้างถนน เห็นคนแต่งตัวซอมซ่อ เห็นเด็กที่ไม่ได้เรียนหนังสือ เห็นคนแก่ ๆ หาบเร่ 

    สิ่งที่ผมเห็นมันคือความเหลื่อมล้ำที่น่ากลัวมากครับ แหล่งดูดีมันดูดีแค่ภายนอก แต่ทอดทิ้งใครบางคนที่วิ่งตามสังคมไม่ทันไว้ข้างหลัง อาจมีหลายคนที่มองเห็นเหมือนผม อาจจะรู้สึกสลดภายในใจ ไม่พูดออกมาเหมือนผมก็ได้ แต่ผมก็เศร้าทุกทีที่เราเลือกจะทำเป็นมองไม่เห็นความยากลำบากเหล่านั้นทำเหมือนเขาเป็นผี วิญญาณที่มองไม่เห็นแต่มีอยู่จริง”


    "ไอติมช็อคโกแลตได้แล้วค่าาา ขออนุญาตเสิร์ฟนะคะ!!" 

    เราสองคนได้แต่นั่งจ้องไอติม

เข้าสู่ระบบเพื่อแสดงความคิดเห็น

Log in
bubble_cinxo (@bubble_cinxo)
ทำไมคนอย่างพี่ปิติถึงไม่มาจุติในชีวิตของฉันกันนะ
prystang (@prystang)
ชอบตอนนี้มากค่ะ รู้สึกว่าพี่ปิติมีเสน่ห์มาก และก็การที่น้องมุ้งฉางดีเพลสกับความเหลื่อมล้ำ มันทำให้พี่หลงรักดวงตาของน้องมุ้งฉางที่เห็นผีแห่งความไม่เท่าเทียมในสังคมค่ะ
@prystang ขอบคุณครับ แต่งครับ //จากพี่ปิติ