นายข้างห้อง ข้องไร(วะสัส ต่อยกับกูป่าว กูก็ไม่ได้กลัวมึงเท่าไหร่หรอกนะ)ชานมไข่มุ้ง
Chapter10: พัดลมหรือหัวใจกันแน่ที่เสีย(อาการ)
  • วันนี้ยังคงเป็นวันธรรมดาอย่างทุกวัน พรุ่งนี้ตอนบ่ายมีเรียนวิชาภาค อาจารย์บอกให้นิสิตทุกคนอ่านเรื่องสั้นมาก่อน อีกสองวันมีสอบควิซสเปน นายมุ้งฉางยังคงนั่งเหม่อไม่อ่านหนังสืออะไรทั้งนั้น
    ค่ำแล้ว, นายมุ้งฉางมานั่งที่ระเบียงหน้าห้องตากน้ำค้างและยุงยังคงกัดเขาเล่น ๆ 
    บนตักตัวเองมีสมุดจดพล็อตนิยายที่ยังคงดูว่างเปล่า 

    มองจากตรงนี้ไม่ค่อยเห็นดาวแบบตอนไปค่ายรับน้องกับนายหนวดเลยนะ เห็นดาวตกครั้งแรกก็ตอนอยู่ใกล้ ๆ นายเย็นชาคนนั้น พลางคิดแล้วก็ยิ้ม เขาอยู่ใกล้เรามาเสมอ แต่ห่างไกลในระยะทางของจิตใจ



    “ทำไรอ่ะ” เสียงเย็นชาเสียบแทงขึ้นมาจากข้างหลัง
    นายมุ้งฉางหันไปสบตาอย่างเลือดขึ้นหน้าด้วยความเขินอาย บ้าจริง กำลังนินทาถึงพอดี 


    “ปะเปล่า นั่งเฉย ๆ ที่ห้องพัดลมเสีย” มุ้งฉางยังคงเท้าคางแต่ตาแข็งไปหมดแล้ว
    “อ้าว แล้วจะนอนยังไง ร้อนแย่ มานอนด้วยกันไหม”

    ปรี๊ดดดดดด คนถามคงไม่ขึ้นอะไร แต่กะจิตกะใจของนายมุ้งฉางเตลิดเปิดเปิงไปถึงเชียงใหม่ดอยผ้าห่มปกแล้ว

    “นะนะนอนด้วยกันหรอ?”
    “ใช่ มืดแล้วรีบเข้าห้องเร็ว เดี๋ยวพรุ่งนี้เช้าช่วยดูพัดลม”
    … นายมุ้งฉางยังคงตัวแข็งทื่อ


    “ไปเอาหมอนนายมาสิ หรือจะใช้หมอนกับเรา?”
    “ปะปะไปเอา แปปนึง” คนตัวเล็กรีบเข้าไปเอาหมอนและกอดไว้แน่นที่อก ไม่คิดว่านายหนวดจะใจดีขนาดนี้ ที่ผ่านมาที่เรามองว่าเขาเป็นยักษ์ เราตัดพ้อไปเองนี่น่า


    “เดี๋ยวเรานอนพื้นนี่แหละ”
    “พื้นมันสกปรกนะ นอนเตียงเถอะ”
    “กะกะก็ได้” มุ้งฉางขึ้นมานั่งบนเตียง แต่ยังคงไม่ง่วง นี่เพิ่งจะสี่ทุ่มเอง
    “ว่าแต่ทำการบ้านอยู่หรอ”
    “อ่อ เปล่า เขียนไปเรื่อยเปื่อยอ่ะ แต่งเรื่องมั่วๆ”
    “เราเห็นคำว่า utopiaด้วย”
    มุ้งฉางเขินหน้าแดง นึกในใจทำไมคนที่เราแอบชอบถึงขี้เสือกขนาดนี้นะ ฮ่า โชคดีที่ไม่ได้แอบเขียนชื่อเขาลงไป


    “ใช่ครับ”
    “Utopia ของThomas More ไม่ค่อยน่าอยู่เท่าไหร่หรอกนะ”
    “ทำไมล่ะ” ผมสงสัยและเอียงคอ

    “มันไม่ได้สวยหรู หรือมีความสุขอย่างชื่อเลย แท้จริงมันคือระบบสังคมนิยมที่หลอมคนในสังคมให้เชื่อทางเดียวกัน อยู่อย่างสงบ ทุกคนต้องทุ่มเททำงาน ของทุกอย่างเป็นส่วนรวม ที่ภาพมันดูเป็นดินแดนยูโทเปียอุดมสมบูรณ์ ไม่อดยาก ไม่ใช่เพราะเสก หรือมีอยู่แล้วแต่ขึ้นมาจากแรงงานทุก ๆ คน เราอ่านเจอแล้วไม่อยากไปอยู่เลยมันดูไม่มีเสรีภาพ”


    “โห แต่เรายังไม่แน่ใจ เราอาจอยากทำให้คนและสังคมในโลกนิยายเราไม่น่าอยู่อย่างนั้น ว่าแต่แล้วมันเป็นยังไงต่อ”

    “คนในยูโทเปียน่ะเกลียดทอง มองว่าเครื่องประดับเป็นเรื่องตลก เป็นของเด็กเล่นและสัญลักษณ์ทาส ที่นี่จึงไม่มีการขโมยทองแต่ที่มีเก็บสะสมไว้ก็เผื่อสงคราม ผู้ปกครองฉลาดสร้างค่านิยมให้คนไม่ชอบ โดยการเอาสร้อยแหวนมาใส่ให้ทาสเป็นการทำโทษ เอามุกให้เด็กเล่น ให้กลายเป็นแค่ของเล่นที่เมื่อโตก็เลิกสนใจจะหยิบจับ ทำให้มันดูไร้ค่าไปอ่ะ
    การแต่งกายก็ใส่เสื้อมอม ๆ ไม่ได้ฉูดฉาดดีไซน์เลิศหรูอะไร ซ้ำร้ายยังถูกจำกัดเรื่องการเดินทาง จะไปไหนต้องขอใบอนุญาตก่อน และก่อนไปวันนั้นจะต้องทำงานช่วงเช้าด้วย ผู้คนถูกจำกัดเรื่องส่วนตัว ถูกสังคมจับตามองตลอด
    ถ้าแอบเดินทางไปไหนเองจะถูกทำโทษโดยกลายเป็นทาส”



    “จะบ้าตาย มันขึ้นชื่อว่ายูโทเปียได้ยังไงกันนะ”
    “ไม่รู้สิ ขนาดชื่อของนายยังดูงง ๆ เลย”
    “อะไรกันนายหนวด มีปัญหาอะไรกับชื่อของผม”
    “ชื่อมุ้งฉางแปลว่าอะไรหรอ” นายหนวดถามขึ้นด้วยสีหน้ายียวน

    “แม่ตั้งน่ะ แต่ว่าตั้งตอนเบลอ ๆ จริง ๆ แล้วมันคือยุ้งฉาง แต่ว่าแม่ผมจำผิด ก็เลยกลายเป็นมุ้งมาโดยตลอด พ่อก็ไม่ช่วยแก้เลย เล่นตบมุกกันจนเคยชิน”

    “ฮ่าๆๆๆ ตลกดีนะ” เป็นครั้งแรกที่นายหนวดหัวเราะขึ้นมา เห็นฟันกว้างครบทุกซี่ไปยันซี่ในสุด เขาดูมีความสุขกับความล้มเหลวในการได้มาในชื่อของผม


    “แล้วนายล่ะ ทำไมชื่อหนวด คลอดออกมาแล้วมีหนวดเลยหรอ”
    “ใช่ นายรู้ได้ไง” นายหนวดตอบหน้านิ่งๆ

    เฮ้ย!... มุ้งฉางคิดภาพเด็กทารกมีหนวดขึ้นมาในใจเบา ๆ ไม่ให้เขาจับได้ว่าแอบเชื่อ เอ๊ะหรือมันจะเหมือนเด็กเวลาเกิดมามีปานกันนะ แบบเป็นsignature 

    “เชื่อเหรอ?”
    “เปล่าสักหน่อย ใครเชื่อก็บ้าแล้ว!!!”

    นายหนวดแอบยิ้มอีกแล้ว มุ้งฉางไม่รู้จะทำยังไง รีบวางหมอนแล้วฟุบตัวลงนอนทั้ง ๆ ที่ไม่ง่วงเลยแม้แต่น้อย หัวใจสูบฉีดเลือดแรงมาก

เข้าสู่ระบบเพื่อแสดงความคิดเห็น

Log in
bubble_cinxo (@bubble_cinxo)
#เจ้าชายน้ำแข็ง
@bubble_cinxo น้ำแข็งเริ่มละลายแล้วครับ