(fic) 9by9 - what nowjaoearnxclt
05
  • พาริส side


    “คุณ”


    “คุณ!!” ผมแหกปากใส่วิทยุงี่เง่าตัวน้อยแต่มันไม่ตอบรับให้ผมเลย ผมจะทำยังไงดีละเนี่ย แล้วผมจะรู้ได้ยังไงว่าตัวเองอยู่ไหนแล้วละ


    อยากจะร้องไห้ลงมันตรงนี้เลยแต่ต้องฝืนตัวเองไปในห้องเรียนซักห้องนึงที่พอจะมีปลั๊กไฟให้ผมได้บ้างอ่ะนะ ว่าแล้วก็นั่งทรุดลงข้างๆกับมัน นึกไปถึงเมื่อชั่วโมงก่อนที่ผมตื่นมาบนพื้นเย็นเฉียบจนทำเอาหน้าชาได้เลย เสียงจากวิทยุนี่แหละที่ปลุกผม


    /มีใครได้ยินมั้ย/


    /ฮะโหล/


    /ช่วยด้วย/


    /เฮ้ สวัสดี/


    โอเค ผมตื่นเพราะผมรำคาญนั่นแหละ พอตื่นมาก็ต้องตกใจที่ตัวเองอยู่ในโรงเรียนแห่งหนึ่ง ลักษณะของมันจะเป็นตึกเดียวที่มีปีกสองข้างซึ่งถ้าผมหันออกจากจากโรงเรียนผมจะอยู่ทางด้านปีกขวาของมัน ส่วนอีกด้านมันปิดตาย


    ไม่รู้ทำไมแต่เป็นทุกชั้นเลยที่เปิดไม่ได้


    กว่าจะสื่อสารกันเข้าใจว่าผมต้องหากุญแจมาช่วยอีกคนที่อยู่ในสายวิทยุผมก็นานอยู่เพราะผมไม่เชื่อเองนั่นแหละ


    แน่สิ ใครจะไปเชื่อกันละ


    ผมเดินสำรวจไปแล้วหนึ่งชั้นเองนะเพราะอีกคนเอาแต่เร่งผมตลอดเวลาเลย น่าหงุดหงิดชะมัด รู้หรอกว่าอยากออกมาแล้วผมไม่อยากช่วยรึไง 


    “เฮ้อ ซวยจริงๆเลยพาริส” ผมหยิบโทรศัพท์ที่ได้มาติดตัวขึ้นมามอง มันใช้งานไม่ได้แต่ไม่รู้ทำไมผมยังพกมันมาอยู่ดี


    ก็เผื่อมันให้โชคอะไรอ่ะนะ


    “นาย” ผมลองกรอกเสียงไปตามสายไป เผื่อว่าอีกคนจะได้ยินผม ระหว่างที่รออีกฝ่ายตอบผมก็เหม่อลอยมองอะไรข้างนอกโรงเรียน


    เห้ย นั่นมันคน


    ผมเห็นคนที่กำลังซุ่มอยู่ที่ใต้ต้นไม้ ผมโบกมือหยอยๆเพื่อหวังว่าเขาจะเห็นผมบ้างน่ะนะ ถ้าเป็นแบบนั้นผมคงใจชื้นขึ่้นมากๆ


    เขาเห็นผมจริงๆด้วย ผมยิ่งดีใจหนักกว่าเดิมแต่เขาทำคิ้วขมวดมาให้ผมแทน พร้อมกับเอานิ้วชี้แนบปากเป็นสัญญาณให้ผมเงียบ


    อะไรของเขากันนะ


    /เฮ้ ถึงไหนแล้วละ/ เสียงปลายสายตอบผมซักที ผมเลยกรอกเสียงตามไปด้วยความดีใจ


    “เฮ้นาย เราไม่ได้อยู่กันสองคนแล้วนะ”


    /หมายความว่ายังไง/ เขาไม่เข้าใจ แน่ละจะเข้าใจได้ไงในเมื่อเขาอาจจะไม่ได้เห็นเหมือนผม สายตาอีกคนดูเครียดกว่าปกติมากๆ เอ้ะ ทำไมกันละ


    ก่อนที่เขาจะชี้ไปยังปีกอีกฝั่งของตึก ปีกที่ถูกปิดด้วยโซ่กลอนอย่างแน่นหนา


    ตัวอะไรอ่ะนั่น


    โอเค ผมว่าผมต้องรีบแล้วละ


    ก่อนผมจะโดนมันฆ่าอ่ะนะ



  • ลภัส side


    “เชี่ย” ผมสะดุ้งเพราะได้ยินเสียงด้านนนอกดังเข้ามาในห้องที่ผมพักอยู่ เอาจริงๆคือเสียงมันดูใกล้มาก


    โชคร้ายเริ่มมาแล้วหรอวะ


    ผมพยายามตั้งใจฟังเสียงก่อนจะพบว่ามันคือเสียงหอนของหมาป่า


    ผมตัดสินใจเดินไปล็อคประตูห้อง เผื่อว่ามันมีอะไรผมอาจจะพอป้องกันตัวเองได้บ้าง ท้องฟ้าเริ่มกลายเป็นสีส้มอย่างเห็นได้ชัด เอาละ กลางคืนมันก็ไม่ค่อยจะปลอดภัยมากนักสินะ


    โชคร้ายชะมัด


    ผมจิ๊ปากด้วยความขัดใจเพราะไม่มีกลอนให้ล็อคตามที่ผมอยากให้มันมีเลย โทรศัพท์ที่ชาร์จไว้แบตเต็มแล้ว ผมควรจะออกจากที่นี่ไป อย่งน้อยไอตึกที่มีตัวบีอยู่คงจะมีอะไรให้ผมได้รู้บ้างแหละ ผมหยิบของที่จำเป็นทั้งโทรศัพท์ที่ชาร์จ มีดพก เสบียงเล็กน้อย บวกกับกล่องปฐมพยาบาล


    ไม่รู้ละเผื่อว่าผมโชคร้ายขึ้นมาก็ยังช่วยเหลือตัวเองได้แหละนะ


    ผมกึ่งวิ่งกึ่งเดินไปที่ตึกตรงหน้า พอเข้าไปใกล้ๆถึงได้รู้ว่ามันคือธนาคารนี่เอง ผมก็นึกว่าตึกอะไรซะอีกนะ


    “มีคนนี่หว่า” ผมมองลอบเข้าไปเห็นคนที่อยู่ข้างในเลยลองเคาะกระจกดู เขาดูตกใจผมไม่น้อย เขาคงคิดว่าที่นี่ไม่มีใครอีกแล้วนอกจากตัวเขาเองละมั้ง ผมก็คิด ผมหยิบโทรศัพท์ออกมาก่อนจะชูให้เขาดู เขาเหมือนนึกอะไรออกก่อนจะหายไปซักพักแล้วกลับมาพร้อมกับโทรศัพท์รุ่นเดียวกับผม


    โชคดีแล้วสิ


    อ่า ไม่หรอก


    ถึงผมกับเขาจะมีโทรศัพท์แล้วยังไงละ จะโทรหากันยังไงกันละเนี่ย


    !!


    เสียงเคาะกระจกทำให้ผมหันไปมองอีกครั้ง เขาคนนั้นเอากระดาษแนบกับกระจกให้ผมดู


    -คุณชื่ออะไร- แล้วเอาลงก่อนจะแทนด้วยอีกแผ่น


    -ในเครื่องมีรายชื่อเมมไว้- อ้อ แบบนั้นค่อยง่ายหน่อยสิ ผมชูมือตัวเองพร้อมกับทำนิ้วเป็นเลขสาม เขาจะเข้าใจผมมั้ย ผมเห็นเขาทำคิ้วขมวดซักพักแล้วค้นในโทรศัพท์ก่อนจะกดโทรออก


    /คุณชื่อเติร์ดสินะ/


    “อาห้ะ เดาเก่ง” ผมชมเขาด้วยใจจริงก่อนจะเอ่ยปากขอให้ผมเข้าไปข้างในด้วยคน อยู่ข้างนอกงี้ผมร้อนๆหนาวๆยังไงไม่รู้แหะ เงียบเหมือนป่าช้าขนาดนี้


    ขนลุกเลยแแหะ


    /มันมีรหัส/ เขาชี้ให้ผมดูที่เครื่องสีดำที่ติดอยู่กับประตู โอเค ถ้าผมอยากจะเข้าไปผมต้องช่วยให้เขาแก้ปริศนาให้ได้ก่อนใช่มั้ย ลำบากชะมัด ผมหันหลังไปเจอโรงงานรึเปล่าไม่แน่ใจนัก เหมือนกับเป็นโกดังเก่าๆแต่ไม่ได้ใหญ่มาก ผมอยากไปสำรวจแต่ผมก็ไม่รู้ว่าไปแล้วจะปลอดภัยมั้ย


    ผมลังเลยไปหมดเลยบ้าจริงเชียว


    “คุณพอจะเดาได้มั้ย”


    /ผมลองไปครั้งหนึ่งแล้ว เหมือนว่าผมจะมีโอกาสอีกสองครั้ง/


    “แล้วหลังจากนั้นละ” เขาเงียบลงเป็นคำตอบกลายๆว่าเขาก็ไม่รู้เช่นเดียวกัน ผมก็อยากช่วยเขานะ แต่ปัญหาก็คือผมจะช่วยเขายังไงละ


    ตะวันเริ่มตกดินจนรู้สึกว่ามันมืดไปทุกที่ ไอทางแถวนี้ก็ไม่มีไฟตามทางให้ผมได้เห็นอะไรมากนัก แต่บ้านหลังใหญ่ที่อยู่ไกลๆเหมือนจะมีแสงไฟอยู่ 


    แสดงว่ามีคน


    อ่า บางทีถ้าผมไปตรงนั้นผมอาจจะขอความช่วยเหลือได้ก็ได้สินะ


    หรือผมควรจะไปที่โกดังที่อยู่ด้านหลังผมดีละ


    “คุณ” ผมพูดกรอกสายตอบกลับไป ปลายสายเหมือนไม่ได้ตั้งใจฟังผมนัก เพราะว่ากำลังจะพยายามแก้รหัสให้ได้


    /ว่าไง/


    “ผมขอไปดูโกดังข้างหน้านะ”


    /เดี๋ยว/


    “ไม่นานหรอก” ผมคิดว่าอย่างงั้นนะ ก่อนจะพูดอะไรเพื่อเสริมความมั่นใจให้เขา


    ผมวิ่งไปทีโกดังข้างหน้าทันที หวังเหลือเกินว่าอีกคนจะสามารถแก้รหัสได้ก่อน


    ก่อนอะไรผมก็ยังไม่รู้แต่ไอเสียหอนที่ได้ยินมาเรื่อยๆบวกกับสัญชาตญาณอัลฟ่าในตัวผมที่บอกว่ามันอันตรายดังไม่หยุดเลยให้ตายสิ


Views

เข้าสู่ระบบเพื่อแสดงความคิดเห็น

Log in