เราใช้คุ๊กกี้บนเว็บไซต์ของเรา กรุณาอ่านและยอมรับ นโยบายความเป็นส่วนตัว เพื่อใช้บริการเว็บไซต์ ไม่ยอมรับ
คลังฟิคผู้หญิงล้านมูดผู้หญิงล้านอารมณ์
[OS: 8] Open up - โฮกี้



  • แสงแดดอ่อน ๆ และลมเย็น ๆ ที่พัดเข้ามาในห้องผ่านทางหน้าต่างบานใหญ่ของหอคอย เสียงประสานของเหล่านกตัวเล็กตัวน้อยที่มักจะบินมาเกาะที่ขอบหน้าต่างอยู่เป็นประจำ รวมไปถึงการได้นอนซุกตัวอยู่ใต้ผ้าห่มอุ่น ๆ ผืนนี้ ทุกสิ่งทุกอย่างล้วนเป็นใจให้มินฮยอก ชายหนุ่มร่างเล็กได้ใช้เวลาพักผ่อนอยู่บนเตียง ทดแทนความเหนื่อยล้าที่สะสมมาทั้งอาทิตย์ในช่วงวันหยุดสุดสัปดาห์แบบนี้ แต่แล้วเช้าวันหยุดอันแสนสงบของเขาก็ต้องมาถูกคนบางคนที่กำลังส่งเสียงตะโกนอยู่ข้างล่างหอคอยนั่นก่อกวน…


    “Minhyuk! Minhyuk!, Let down your hair!” หนุ่มร่างเล็กลุกขึ้นจากที่นอนด้วยอารมณ์หงุดหงิดก่อนจะเดินไปที่บานหน้าต่างบานใหญ่ของคอหอยเพื่อดูว่าเจ้าของเสียงนั้นจะใช่คนเดียวกับที่เขาคิดไว้หรือเปล่า และเมื่อเขาชะโงกหน้าออกไปมองก็พบว่าเป็นคนเดียวกับที่เขาคิดไว้จริง ๆ 
    “อีกแล้วหรอ? ก็บอกว่าไม่ไง! บ้าป่ะเราจะโยนผมที่ไหนไปให้ เราผมสั้น!!” เขาตะโกนตอบคนข้างล่างพร้อมกับชี้ผมของตัวเอง
    “เอ้าหรอ ก็เห็นอยู่บนหอคอยเหมือนกัน นึกว่าที่มินฮยอกไม่ยอมลงมา เพราะกำลังรอเจ้าชายปีนขึ้นไปช่วยซะอีก” คนข้างล่างตะโกนตอบด้วยน้ำเสียงสดใสผิดกับคนข้างบนที่ขณะนี้คิ้วกำลังขมวดกันเป็นปม

    “เราไม่ใช่ราพันเซลนะโฮซอก! อีกอย่างที่เรายังไม่ลงไป เพราะเราไม่พร้อม”
    “หรอ แต่เราอยากคุยกับมินฮยอกใกล้ ๆ นะ เราไม่อยากเงยหน้าคุยแล้วปวดคอ”
    “ถ้าเธอไม่อยากคุยก็ไม่ต้องมาหาเราก็ได้โฮซอก เราไม่อยากบังคับ” คนข้างบนตอบพรางกอดอกแน่น


    …ก็มันจริง ใคร ๆ ก็ต้องอยากคุยกับคนที่อยากคุยกับเราเหมือนกันทั้งนั้นแหละไม่ว่าจะสถานะไหนก็ตาม


    “ไม่ใช่นะมินฮยอก เราแค่อยากใกล้เธอมากกว่านี้ อยากจับมือพามินฮยอกไปเที่ยว อยากคุยด้วยทุกวัน อยากเป็นคนที่ได้ดูแลเธอใกล้ ๆ บอกกี่รอบแล้วว่าเราชอบมินฮยอก มินฮยอกลืมรึไง?”
    “ม…ไม่ได้ลืม!! แต่เรายังไม่พร้อมลงไป! เรากลัว…กลัวว่าลงไปแล้วมันจะแย่กว่าการที่เราอยู่บนนี้”
    “อ๋อ เข้าใจแล้ว แต่ไม่เป็นไรนะ…ถ้ามินฮยอกไม่ลงมา เราจะขึ้นไปหามินฮยอกเอง!

    “ขึ้นมาหาเรา? จะเอาเฮลิคอปเตอร์มารับเราหรอ หรือว่าจะจ้างคนให้มาสร้างบันไดล่ะ?”
    “พูดเป็นเล่น เราไม่มีปัญญาหรอก มินฮยอกก็รู้เราเป็นแค่เจ้าของร้านขายดอกไม้ไม่ใช่เจ้าชาย”
    “อ่า…งั้นเธอจะขึ้นมาหาเรายังไงล่ะ?”
    “คอยดูแล้วกัน เราจะขึ้นไปหาเธอให้ได้! จริงซิ วันนี้เราเอาดอกไม้ใหม่มาให้เธอด้วย”
    หนุ่มร่างสูงเอ่ยพร้อมหยิบช่อดอกไม้ขนาดไม่ใหญ่นักออกมาจากถุง ดอกไม้ที่ว่าเป็นดอกไม้ดอกเล็กสีเหลืองผิดจากปกติที่เขามักจะมาพร้อมกับดอกกุหลาบ

    “วันนี้ไม่ใช่ดอกกุหลาบหรอ” หนุ่มร่างเล็กถามพร้อมกับชะโงกมองดอกไม้ในมือของคนตัวสูง
    “อื้อไม่ใช่ นี่ มินฮยอก เราดีใจนะที่เธอจำได้ด้วยว่าเราเอาดอกไม้อะไรมาให้”
    “แหงล่ะเธอเอามาให้ทุกวัน วางไว้อยู่หน้าหอคอยเราทุกวันเนี่ย” มินฮยอกชี้กองดอกกุหลาบที่คนตัวสูงเอามาวางไว้ให้ทุกวันที่ด้านล่างของหอคอย
    “ฮ่า ๆ วันนี้เปลี่ยนแล้ว พอดีเราเพิ่งเอาเข้ามาในร้านใหม่ มันคือดอกเดซี่
    “อย่ามาโกหก เดซี่ต้องสีขาวสิ! นี่มันสีเหลือง ใช่ที่ไหนกัน”
    “มินฮยอก ดอกเดซี่ไม่ได้มีสีเดียวซักหน่อย”ชายหนุ่มที่ยืนถือดอกไม้อยู่ตอบพร้อมกับหัวเราะเล็กน้อยก่อนจะพูดประโยคต่อไปด้วยน้ำเสียงและท่าทางที่จริงจัง...


    “อีกอย่างในภาษาดอกไม้ เดซี่สีเหลืองแปลว่า ฉันจะพยายามชนะใจเธอให้ได้ ด้วย


    ถ้าให้พูดกันตามตรง มันก็ไม่ใช่ว่ามินฮยอกจะไม่รู้หรอกนะว่าโฮซอกจริงจังกับตนมากแค่ไหน 
    เขายอมรับว่าการที่มีโฮซอกอยู่ในทุกวันตลอดระยะเวลาเดือนนึงมานี้มันก็ดีแหละ แต่แค่เขารู้สึกว่าตัวเองยังไม่พร้อมที่จะลงไปจากหอคอย...หอคอยที่เขาสร้างขึ้นด้วยตัวเองจากความผิดหวังในความรักครั้งเก่าที่ผ่านมา หลายครั้งที่คิดจะลงไปหาโฮซอก แต่สุดท้ายเขาก็ต้องเจอกับความกลัวที่อยู่ภายในความคิดและจิตใจขวางกั้นเอาไว้ 

    …ความกลัวว่าพอคบกันไปนานเข้าโฮซอกจะเปลี่ยนไป
    …กลัวว่าตัวเองจะกลายเป็นคนร้ายที่พังความสัมพันธ์อีกในภายหลัง
    …กลัวว่าลงไปแล้วมันจะแย่กว่าการอยู่คนเดียวบนหอคอย


    ตั้งแต่วันนั้นหลังจากที่โฮซอกบอกว่าจะเป็นคนขึ้นมาหามินฮยอกเอง เวลาก็ผ่านมาหกเดือนเห็นจะได้ 
    แต่ทว่ากลับไม่มีวันไหนเลยที่มินฮยอกจะตื่นขึ้นมาตอนเช้าและไม่เห็นจำนวนของต้นเดซี่สีเหลืองที่อยู่บริเวณรอบหอคอยเพิ่มขึ้น โฮซอกบอกเขาว่า ถ้าเขาให้เป็นช่อเป็นดอกเดี๋ยวมันก็แห้งเฉาไป สู้เขาเอามาปลูกลงดินรอบหอคอยของมินฮยอกแบบนี้ดีกว่า…จากต้นแรกสู่ต้นที่ร้อยกว่า จนถึงวันนี้บริเวณหน้าหอคอยของมินฮยอกก็ถูกเติมเต็มด้วยทุ่งดอกเดซี่สีเหลืองสวยเป็นที่เรียบร้อยแล้ว 

    ไม่มีเที่ยงวันไหนเลยที่มินฮยอกจะต้องนั่งกินข้าวคนเดียว ถึงแม้ว่าจะเป็นการนั่งกินข้าวที่คนนึงอยู่บนหอคอย ส่วนอีกคนอยู่ข้างล่างก็ตาม

    และไม่มีคืนวันไหนเลยที่มินฮยอกจะต้องนอนผวาสะดุ้งตื่นจากฝันร้าย นั่นก็เพราะมีคนตัวสูงบางคนยอมเดินมาจากใจกลางเมืองใหญ่ตรงมาที่หอคอยกลางป่าเพื่อมาบอกฝันดีมินฮยอกทุกคืน

    รวมถึงไม่มีวันไหนเลยที่มินฮยอกไม่เห็นถึงความน่ารักและความตั้งใจที่โฮซอกพยายามอย่างหนักเพื่อที่จะขึ้นมาหาเขาบนหอคอยให้ได้ 


    โฮซอกไม่ใช่เจ้าชายที่มีเงินทองจ้างคนจำนวนมากให้มาสร้างบันไดได้ 
    แต่เขาเป็นคนธรรมดาที่ค่อย ๆ ก่ออิฐก่อปูนพยายามสร้างบันไดด้วยตัวของเขาเอง 

    เขาไม่มีเฮลิคอปเตอร์หรือเครื่องบินที่จะส่งขึ้นไปรับมินฮยอก 
    แต่เขาพร้อมที่จะปีนขึ้นไปหาคนบนหอคอยด้วยอุปกรณ์ปีนเขาเล็กน้อยกับสองเท้าของเขาเอง 

    นอกจากนี้เขาก็ไม่เคยเอ่ยปากบังคับมินฮยอกให้ลงมาหาเขาเลยสักครั้ง เขาพูดอยู่เสมอว่า ‘ยังไม่อยากลงมาก็ไม่เป็นไร แต่เขาจะขึ้นไปหาเอง


    แม้กระทั่งวันนี้ที่เป็นเช้าวันแรกของเดือนที่เจ็ด โฮซอกยังคงมาที่หอคอยแต่เช้าเพื่อเอาต้นเดซี่สีเหลืองต้นที่ 181 ลงดิน เขาค่อย ๆ เอามันลงดินอย่างอ่อนโยน ก่อนจะเอาดินกลบให้เรียบร้อยพร้อมกับเดินรดน้ำให้กับต้นเดซี่สีเหลืองทุกต้น ซึ่งแน่นอนว่าทุกการกระทำของเขาล้วนอยู่ในสายตาของคนบนหอคอยมาตั้งแต่แรกแล้ว…


    “อรุณสวัสดิ์โฮซอก” ร่างเล็กบนหอคอยเอ่ยพรางนั่งเท้าคางอยู่ที่หน้าต่างบานใหญ่
    “อ้าว วันนี้ตื่นเร็วจังมินฮยอก อรุณสวัสดิ์ครับ” รอยยิ้มแสนสดใสของคนข้างล่างถูกส่งขึ้นไปหาคนข้างบน
    “โห...ทุ่งดอกเดซี่สีเหลืองของเธอนี่สวยจังเลยนะ” มินฮยอกเอ่ยหลังจากชะโงกหน้าลงไปมอง
    “ไม่ใช่ของเรา เป็นของมินฮยอกต่างหาก เราดูแลอย่างดีเพื่อเธอเลยนะ”เขาตอบกลับด้วยรอยยิ้มเช่นเคย
    “อื้อ…ทำไมชอบทำให้เขิน” คนบนหอคอยพึมพำออกมาด้วยเสียงที่ไม่ดังนัก 
    ก่อนจะเอ่ยถามต่อด้วยเสียงตะกุกตะกัก “เอ่อ…นี่โฮซอก…เธอเหนื่อยไหม?”
    “ทำไมถามอย่างนั้นล่ะมินฮยอก?” โฮซอกตอบพร้อมก้มเก็บอุปกรณ์ทำสวนต่าง ๆ ลงในกล่อง
    “นี่มันก็ผ่านมาเจ็ดเดือนแล้วที่เธอทำทุกอย่างให้เราอยู่ฝ่ายเดียวแบบนี้…เราว่าเธอคงจะเหนื่อยน่าดู”
    “ถ้าเราบอกว่าไม่ล่ะ” ร่างสูงเงยหน้าขึ้นมาจากกล่องเก็บของ “เราไม่เหนื่อยเลย เรามีความสุขที่ได้ทำเพื่อมินฮยอก เรามีความสุขที่ได้มาหามินฮยอก ว่าแต่มินฮยอกเถอะ…ถ้าวันไหนเธออึดอัด เธอต้องบอกเรานะ ขอร้อง...ถ้าถึงวันนั้น ช่วยบอกเราตรง ๆ เราไม่อยากทำให้มินฮยอกรู้สึกไม่ดี” เขาพูดไปตามที่คิด


    ...เขายอมถอยออกไปเองซะยังดีกว่าที่ต้องเป็นสาเหตุให้มินฮยอกรู้สึกอึดอัดหรือไม่มีความสุข



    “ขอบคุณนะที่เธอดีกับเราเสมอ เธอทำทุกอย่างให้เรามาโดยตลอด 
    แต่วันนี้เราว่ามันถึงเวลาแล้วแหละ…” 


    ในขณะนั้นเองที่ใจของโฮซอกเต้นไม่เป็นจังหวะ มือของเขาเต็มไปด้วยเหงื่อ ปากของเขาเม้มแน่นเพราะกลัวว่าถ้าได้ยินประโยคบางประโยคแล้วตัวเองจะร้องไห้ออกมา สงสัยเวลาแห่งความสุขของเขาคงจะหมดลงแค่นี้ สำหรับเค้า มินฮยอกคือคนที่ใช่ แต่กลับกันทางฝั่งมินฮยอก โฮซอกอาจจะยังไม่ใช่คน ๆ นั้น
    แต่ถึงอย่างไรก็ตามตลอดระยะเวลาหกเดือนที่ผ่านมา มันเป็นช่วงเวลาที่ดีมาก แม้ต่อจากนี้มินฮยอกจะพูดอะไรออกมา แต่เขายืนยันได้เลยว่าจะไม่รู้สึกเสียดายมันอย่างแน่นอน


    “โฮซอก เธอเดินมาใกล้ ๆ กำแพงหอคอยหน่อยได้ไหม?” มินฮยอกเอ่ยถามด้วยสีหน้าที่ยากจะคาดเดา
    “อื้อได้สิ” คนข้างล่างเดินเข้ามาใกล้หอคอยตามคำขออย่างว่าง่าย 


    แต่แล้วเมื่อแหงนหน้ากลับไปมองบนหอคอยอีกครั้ง บัดนี้กลับไม่เห็นร่างเล็กยืนอยู่บนนั้นแล้ว 
    โฮซอกตะโกนเรียกคนข้างบนอยู่หลายครั้งแต่ก็ไม่มีเสียงอะไรตอบกลับมาเลย จนในที่สุดก็มีเสียงกุกกักดังขึ้นจากตัวกำแพงหอคอยข้างหน้าของเขา และทันใดนั้นเองประตูหอคอยที่เขาตามหามาตลอดหกเดือนก็เปิดออก มันเป็นประตูบานเดียวของหอคอยแห่งนี้ที่สามารถเปิดได้จากข้างในเท่านั้น ประตูที่หากมองจากภายนอกจะเห็นเป็นเพียงแค่กำแพงธรรมดา ประตูที่มีแค่คน ๆ เดียวที่สามารถเปิดได้….



    “ ยินดีที่ได้เจอกันใกล้ ๆ ซักทีนะโฮซอก 
    ขอบคุณที่เข้ามาในชีวิตและอดทนกับคนมีกำแพงหนาแบบเรา :) ”





  • - ช่วงทอล์กกะไร๋เต๋อ -


    คือแบบเอ๊ะ...หิมะตกรึปะหนิ? หลัง ๆ มาอัพทีไรคือเพราะไปร่วมวิ่งผลัดไม่ใช่มาอัพเองทุกที แฮ่
    ขอบคุณคีย์เวิร์ดจากคูมเข็มหมุดที่อยากให้เค้าแต่งคำว่า "ดอกเดซี่" 
    บวกกับอยากอ่าน #โฮกี้ ด้วย เรียกได้ว่าฟิคเรื่องนี้เป็นฟิคตามใจคูมเข็มหมุดนั่นเอง อิอิ
    หวังว่าอ่านแล้วจะชอบนะฮะทั้งคูมเข็มหมุด และทุกคนที่เข้ามาอ่านเรื่องนี้เนอะ ツ

    ฝากไว้ในอ้อมอกอ้อมใจ 
    ขอบคุณผู้อ่านทุกคนค้าบ♡

เข้าสู่ระบบเพื่อแสดงความคิดเห็น

Log in